ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 8 : ตัวตลก

    ตัวตลก
    “ยันต์นี่ราคาเท่าไหร่?”
    “ห้าหมื่นหยวน” หลินเฉินตอบออกมาโดยไม่จำเป็นต้องคิด
    “อะไรนะ?!” ชายหนุ่มและหญิงสาวตกใจในทันที ยันต์บ้าอะไรจะแพงขนาดนี้
    “คุณล้อเล่นรึเปล่า? กระดาษยันต์คุณทำมาจากทองคำรึไง มันถึงได้แพงขนาดนี้!” ชายหนุ่มโวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้ว่ายันต์แผ่นนี้ในมือของเขาไม่ธรรมดา
    ถ้าถามว่าไม่ธรรมดายังไงนั้น ตัวอักษรบนยันต์มีความวิจิตราสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเวลาที่จับยันต์ไว้ยังรู้สึกสดชื่นเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก
    ‘นี่ต้องเป็นยันต์ของแท้แน่ มีแต่ยันต์ในสมัยโบราณเท่านั้นที่มีความพิเศษแบบนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจหลังจากโวยวาย
    เขามีความรู้เรื่องยันต์ไม่น้อย เนื่องจากปู่ของเขาเป็นปรมาจารย์นักเขียนยันต์ที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง เคยได้ฟังได้ยินปู่เล่าเกี่ยวกับยันต์โบราณมาจำนวนมาก
    นอกจากนี้ เขายังเคยได้สัมผัสยันต์โบราณที่ปู่ของตัวเองเก็บไว้ครั้งหนึ่ง มันก็ให้ความเขารู้สึกสดชื่น แต่ถ้าเทียบกับยันต์ที่อยู่ในมือของเขาแล้ว มันเทียบกันไม่ติดเลย
    “ห้าหมื่นหยวน ไม่ซื้อก็วางลง” หลินเฉินไม่สนใจชายหนุ่มที่โวยวายเลยสักนิด เขาพูดอย่างเฉื่อยชา
    “ร้อยหยวน ฉันให้ร้อยหยวน ขายมันให้ฉัน!” ชายหนุ่มไม่มีความคิดที่จะวางยันต์ลงเลยแม้แต่น้อย ความคิดของเขามีแต่อยากที่จะเอายันต์แผ่นนี้กลับบ้านไปให้ปู่ของตัวเอง ถ้าปู่ของเขาได้ยันต์แผ่นนี้ไป จะต้องตอบแทนเขาอย่างงามแน่
    “ไม่ขาย วางลง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำไปมากกว่านี้” หลินเฉินจ้องมองชายหนุ่มอย่างรำคาญ
    หญิงสาวที่มาด้วยกันกับชายหนุ่ม เห็นท่าทีของหลินเฉินก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “พี่ฉง วางลงเถอะ แค่ยันต์สั่วๆ แผ่นหนึ่ง มันจะไปมีราคาถึงห้าหมื่นหยวนได้ยังไง พวกเราไปที่ร้านอื่นกันเถอะ ที่ตลาดแห่งนี้ยังมีร้านขายยันต์อีกมาก”
    ชายหนุ่มจ้องมองหลินเฉินด้วยสายตาข่มขู่ น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้น พลางหยินเงินหนึ่งร้อยหยวนออกมาวางไว้ “ฉันจะซื้อในราคาร้อยหยวน แกจะทำไม ทางที่ดีขายมันให้กับฉัน ฉันขอบอกแกไว้ก่อนนะ ว่าฉันรู้จักกับพี่เปียวที่คุมตลาดขายของโบราณนี้อยู่”
    “แค่เพียงฉันเอ่ยปากขอให้พี่เปียวช่วย แกก็จะไม่มีทางได้เข้ามาขายของที่นี่อีก ทั้งยังจะถูกพี่เปียวจัดการ แกก็เลือกเอาแล้วกัน!”
    หลินเฉินมีประกายเย็นชาวาบผ่านดวงตาในทันที ข่มขู่เขา? ฟังแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง ในโลกอมตะ ยังไม่มีผู้ใดกล้าข่มขู่เขา คาดไม่ถึงว่าเพิ่งกลับมาถึงโลกปัจจุบัน จะมีมดมาข่มขู่เขา นี่มันจะเป็นเรื่องที่น่าขำเกินไปแล้ว
    หลินเฉินไม่อยากเสียเวลากับชายหนุ่มตรงหน้าอีก เขาขยับมือเบาๆ ปราณสีฟ้าที่มองไม่เห็นก็พุ่งเข้าไปในท้องของชายหนุ่ม ทันใดนั้นเขาก็ตดออกมาเสียงดัง ฉี่ไหลราดกางเกงลงมา
    ด้วยเสียงตดที่ดังมากของเขา ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ต้องหยุดมอง เมื่อเห็นว่าผู้ที่ตดเป็นชายหนุ่มที่ฉี่ราดกางเกงของตัวเอง ก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างตลกขบขัน
    พวกเขาต่างพากันคิดไม่ถึง ว่ามาเดินตลาดขายของโบราณ แล้วจะได้เห็นภาพที่ตลกแบบนี้ ถึงขั้นมีบางคนรู้สึกอายแทน
    ชายหนุ่มที่รู้ว่าตัวเองตดออกไป รวมทั้งรู้สึกว่าหว่างขาเย็นๆ เหมือนมีน้ำไหลผ่าน บวกกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น เขารีบก้มหน้าลงดูที่กางเกงของตัวเอง ในวินาทีนี้เอง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวแดงขึ้นมาด้วยความอับอายในทันที
    เขารู้สึกอยากที่จะมุดแผ่นดินหนีไปจากตรงนี้ นี่มันจะน่าอับอายเกินไปแล้ว ท่ามกลางสายตาคนมากมาย ไม่เพียงตดเสียงดัง ยังฉี่ราดกางเกงอีก!
    หญิงสาวที่มากับชายหนุ่มรู้สึกขยะแขยงในทันที หมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าอยู่ใกล้ๆ เขา กลัวว่าจะถูกหัวเราะเยาะไปด้วย
    “บ้าเอ้ย!” ชายหนุ่มสบถออกมา เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไม เขาถึงได้ตด ถึงได้ฉี่ราดกางเกง ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้สึกปวดตดหรือปวดฉี่เลยสักนิด
    อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เข้าใจ เขาก็ต้องรีบไปจากที่นี่ก่อน ไม่งั้นคงจะถูกหัวเราะไม่เลิกแน่ พลันหมุนตัว วิ่งออกไปด้วยความเร็วทั้งหมด แต่วิ่งได้แก่ก้าวเดียว เขาก็สะดุดล้ม ใบหน้ากระแทกพื้น เลือดกบปาก ฟันซี่หนึ่งกระเด็นออกมา
    “จะรีบไปไหน แกคิดจะขโมยยันต์ฉันรึไง” เป็นหลินเฉินเองที่ก้าวเท้าเข้ามาขวางทางวิ่งของชายหนุ่มไว้จนทำให้เขาสะดุดล้มลง
    พูดจบเขาก็ก้มตัวลงดึงยันต์ในมือของชายหนุ่มออกมา โดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่กลิ้งไปมาอย่างเจ็บปวดอยู่
    “นี่เงินร้อยหยวนของแก เอาไปหาซื้อแพมเพิสมาใส่ซะ ไม่ใช่จะมาฉี่มาตดไปทั่วแบบนี้” หลินเฉินโยนเงินร้อยหยวนไปให้ชายหนุ่ม
    ผู้คนที่ยืนดูอยู่ต่างพากันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นอย่างชอบใจ ถึงพวกเขาจะรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยที่หลินเฉินทำให้ชายหนุ่มสะดุดล้ม แต่เมื่อได้ฟังเหตุผล พวกเขาก็รู้สึกสมน้ำหน้าชายหนุ่มคนนี้มาก
    ชายหนุ่มตอนนี้ทั้งรู้สึกเจ็บ ทั้งรู้สึกอับอายจนแทบอยากจะฆ่าตัวตาย เขารีบคว้าเงินร้อยหยวนของตัวเอง จากนั้นลุกขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว ใช้สายตาที่อาฆาตแค้นราวกับมองศัตรูผู้ฆ่าบุพการีของตนจ้องมองหลินเฉิน
    “ฉันฝากไว้ก่อน แกได้เจอดีแน่!” ชายหนุ่มพลันหันหลังวิ่งผ่าฝูงชนออกไป
    ฝูงชนคนที่ยืนอยู่โดยรอบเห็นว่าเรื่องสนุกจบลงแล้ว พวกเขาก็เลิกสนใจ พากันเดินต่อ เพื่อดูสินค้าต่างๆ ภายในตลาดขายของโบราณต่อ
    หลินเฉินกลับมายืนที่เดิม เพื่อรอขายยันต์ เกี่ยวกับคำขู่ของชายหนุ่มเมื่อครู่ เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด ถ้าเป็นที่โลกอมตะ สำหรับคนที่กล้าข่มขู่เขา ป่านนี้คงจะนอนทอดกายเป็นศพอันเย็นชืดไปแล้ว
    แต่ที่นี่ไม่ใช่โลกอมตะ เขาจึงลงโทษเพียงเล็กน้อย แต่ถ้ามีครั้งต่อไปที่มายุ่งกับเขาอีก ถึงการฆ่าคนในยุคปัจจุบันจะยุ่งยาก แต่เขาก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือฆ่า
    ถ้าเขาไม่ได้ถูกพาไปที่โลกอมตะ เขาคงไม่มีความกล้าที่จะฆ่าใครแน่ แต่หลังจากไปที่โลกอมตะแล้ว ก้ามข้ามซากศพจำนวนนับไม่ถ้วน การฆ่าคนสำหรับเขาแล้ว ก็ไม่นับเป็นอะไรทั้งสิ้น ไม่มีค่าพอให้พูดถึงด้วยซ้ำ
    เวลาค่อยๆ ผ่านไป แต่ก็ไม่มีใครมาที่แผงขายยันต์ที่หลินเฉินอยู่เลยสักคน จนเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเกือบจะถึงเที่ยง ชายชราที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ที่มีหญิงสาวอายุสามสิบปีคนหนึ่งเข็นเข้ามาหยุดลงที่หน้าแผง
    หลินเฉินมองไปที่ชายชราก่อนเป็นอันดับแรก ดูจากการแต่งตัวและลักษณะใบหน้า อีกฝ่ายย่อมเป็นคนมีฐานะมีอันจะกินอย่างแน่นอน จากนั้นเขาค่อยมองไปที่หญิงสาว
    หญิงสาวคนนี้มีใบหน้าสวยสดงดงาม ดวงตาเรียวเล็ก คิ้วเหมือนต้นหลิว ริมฝีปากอวบอิ่ม คองามระหงส์ รูปร่างผอมเพรียวสมส่วนไร้ซึ่งไขมันส่วนเกินใดๆ อยู่ในชุดสูททำงานสีขาว
    กระโปรงรัดรูปสั้นสีขาวยาวถึงเข่า บวกกับถุงหน่องสีดำ ทำให้เผยเรียวขาที่ยาวสวยงามของเธอได้อย่างเด่นชัด ช่วยขับเน้นเสน่ห์ของเธอออกมาได้มากขึ้น
    ที่เด่นสะดุดตาที่สุด เห็นทีจะเป็นขนาดหน้าอกหน้าใจของเธอ ที่ราวกับภูเขาสองลูกที่ถูกบีดอัดอยู่ภายใต้ชุดของเธอ
    แม้ว่าเธอจะจัดเป็นผู้หญิงที่มีความสวยมากและมีสไตล์ของพี่สาวผู้ทรงเสน่ห์ แต่ในสายตาของหลินเฉิน ไม่ต่างจากเนื้อหนังที่หุ้มกระดูกเลยสักนิด
    ในโลกอมตะมีเทพธิดาที่งดงามมากกว่านี้มากมายนัก แต่กระนั้นก็ไม่เคยมีใครถูกตาต้องใจของเขา เหตุผลนั้น เป็นเพราะว่าหัวใจของเขาถูกครอบครองโดยมู่เสวี่ยอิงแล้ว
    จบบทที่ 8

    นิยายแนะนำ