"ท่านแม่ ท่านไปพักเถอะเ้าค่ะข้าจะเฝ้าน้องต่อเอง" โจวถิงถิงเดินเข้ามาพูดกับมารดาที่กำลังนั่งจับมือลูกสาวคนเล็กด้วยความปวดใจอยู่
หูซูซ่านยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆแล้วหันมายิ้มให้ลูกสาว "คืนนี้ลำบากเ้าแล้วถิงเอ๋อร์"
"ข้าไม่ลำบากเ้าค่ะ ท่านแม่รีบไปนอนพักเถิดท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" โจวถิงถิงเอ่ยเร่งให้มารดาไปนอนพักผ่อนเพราะหลายวันมานี้ท่านแม่และทุกคนในบ้านต่างก็เหน็ดเหนื่อยไม่ต่างกัน
"อืม"
คล้อยหลังมารดาออกจากห้องไปแล้วโจวถิงถิงก็หันกลับมาขยับผ้าห่มให้น้องสาวฝาแฝดของตัวเองเล็กน้อย เพราะเป็ห่วงว่าน้องจะมีไข้ขึ้นจึงยกมือไปแตะหน้าผากวัดไข้เมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่มีไข้นางจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆเพื่อพักผ่อนบ้าง
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนที่ทุกคนในบ้านจะออกไปทำงานก็แวะเวียนมาดูอาการของคนป่วยก่อนเป็อันดับแรก โจวอวี่เฉินลูกชายคนรองของบ้านยืนมองน้องเล็กที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงเก่าๆด้วยความปวดใจ เขากำมือแน่นแววตาแข็งกร้าวเมื่อคิดไปถึงคนที่ลงมือทำร้ายน้องสาวของเขาจนเป็แบบนี้แล้วแต่กลับไม่ได้รับโทษอะไรเลย
"เป็เพราะโจวเฝิ่นลู่คนใจร้ายใจดำนั่น ข้าจะต้องแก้แค้นให้เยว่เอ๋อร์ให้ได้!" โจวอวี่เฉินพูดเสียงรอดไรฟันออกมาด้วยความแค้น
"เฉินเอ๋อร์อย่าพูด หากคนอื่นมาได้ยินเข้าลูกจะเดือดร้อนอีก" หูซูซ่านรีบห้ามลูกชายด้วยความกังวล นางที่เคยเข้าป่าล่าสัตว์ไม่เคยยอมให้ผู้ใดมารังแกกลับต้องมานั่งหวาดระแวงคนในตระกูลของสามีไม่กล้าแม้จะเอ่ยปาก ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆในตระกูลโจวนี้ั้แ่แต่งเข้ามานอกจากจะไม่เคยได้รับการยอมรับจากครอบครัวของสามี ไม่เคยได้รับความเคารพจากบ่าวไพร่ซ้ำยังต้องมาทำงานงกๆแลกข้าวอีก
โจวหลินหู่ดวงตาแดงก่ำกำมือแน่นด้วยความแค้นใจไม่ต่างจากลูกและฮูหยินของตน ั้แ่เล็กจนโตเขาก็ไม่เคยได้รับความรักจากบิดามารดา พี่น้องรังเกียจบ่าวไพร่ไม่ให้ความเคารพซ้ำดูถูกเหยียดหยามอยู่ร่ำไป แม้ฐานะเป็ถึงคุณชายรองของตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยในเมืองหลวงแต่กลับต้องใช้ชีวิตเยี่ยงทาสชั้นต่ำอยู่ในจวนั้แ่จำความได้
มองลูกสาวคนเล็กที่นอนนิ่งไม่ได้สติ มองฮูหยินและลูกๆที่ร่างกายผอมแห้งขาดสารอาหารมาตลอดหลายปีหัวใจของเขาแทบแหลกสลายลงแล้วจริงๆ เป็เขาเองที่ทำให้ฮูหยินและลูกๆต้องมาทนลำบากอยู่ที่นี่ เป็เขาเองที่ปกป้องลูกเมียไม่เคยได้ เป็เขาเองที่ติดค้าง….
โจวหลินหู่หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วลืมตาขึ้น "ไปทำงานกันเถอะ ถิงเอ๋อร์เ้าอยู่ดูแลน้องที่บ้านก่อนงานของเ้าพ่อจะทำแทนเอง"
ทุกคนไม่มีใครพูดอะไรอีก ท่านพ่อเดินออกจากเรือนไปเป็คนแรกตามมาด้วยท่านแม่และลูกชายทั้งสองคน โจวถิงถิงเห็นทุกคนออกจากบ้านไปแล้วก็เดินไปตักน้ำใส่อ่างแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง นางเช็ดตัวให้น้องสาวอย่างระมัดระวังเพราะกลัวน้องจะเจ็บ "เยว่เอ๋อร์เ้าฟื้นสักทีเถิด เ้าเอาแต่นอนหลับมาหลายวันแล้วนะไม่เบื่อบ้างหรือ?"
"เยว่เอ๋อร์หากเ้าฟื้นขึ้นมาแล้วพี่จะแอบออกจากจวนไปซื้อขนมหวานๆมาให้เ้ากินดีหรือไม่? สองวันก่อนพี่แอบเอาผ้าเช็ดหน้าให้ท่านแม่ไปขายในตลาดได้เงินมาตั้งเจ็ดสิบอีแปะแน่ะ ถ้าเ้าตื่นขึ้นมาพี่จะซื้อของอร่อยมาบำรุงร่างกายให้เ้า" ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าพูดไปน้องสาวก็คงไม่รับรู้แต่โจวถิงถิงก็ยังคงพูดเพราะกลัวน้องสาวจะเหงา
เห็นน้องสาวที่นอนหมดสติมาเป็อาทิตย์ร่างกายซูบผอมลงทุกวันในใจของนางก็รู้สึกเ็ป ทั้งแค้นใจที่ไม่อาจช่วยเหลือน้องสาวได้ แค้นใจที่คนทำร้ายน้องสาวกลับยังเดินรอยหน้ารอยตาใช้ชีวิตมีความสุขอยู่ในจวน ความเกลียดชังต่อคนในจวนนี้เพิ่มขึ้นทุกวันๆจนนางอยากจะชวนท่านพ่อท่านแม่ตัดขาดจากพวกเขาแล้วพากันย้ายออกไปอยู่ที่อื่นให้รู้แล้วรู้รอดไป
ต่อให้ต้องไปนอนข้างถนนนางก็ยอม!
เช็ดตัวให้น้องสาวเสร็จโจวถิงถิงก็ไปทำความสะอาดเรือนแล้วกลับมาปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ในห้องข้างๆหน้าต่างพลางเฝ้าน้องสาวไปด้วย บรรยากาศท้ายจวนสงบเงียบมาก!
"โอ้ววว ได้ยินว่านังอิ้งเยว่ยังไม่ฟื้นเลยหรือ? นี่ๆซูซ่านข้าว่าเ้าควรเตรียมเงินซื้อโลงศพเอาไว้ั้แ่เนิ่นๆก็ดีนะ" สาวใช้คนหนึ่งพูดขึ้นอย่างย่ามใจ
หูซูซ่านที่กำลังนั่งซักผ้าอยู่หยุดมือลงทันที รังแกนางด่านางนางทนได้แต่มาแช่งลูกของนางเช่นนี้นางไม่มีทางยอม สายตาเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อนมองจ้องไปยังสาวใช้คนนั้นอย่างไม่เกรงกลัวราวกับว่านางพร้อมจะฆ่าคนให้ตายไปเสียตอนนี้เลย "เตรียมโลงให้มารดาเ้าสิ เยว่เอ๋อร์ของข้าแค่ไม่สบายแต่เ้าอาจกำลังจะตายก็ได้อยากลองดูหรือไม่?!"
เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นสาวใช้คนนั้นถึงกับสันหลังเย็นวาบ ในใจรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่กล้าพูดอะไรอีกก็กระทืบเท้าสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที สาวใช้คนอื่นๆที่รอดูเื่สนุกั้แ่ต้นพอเห็นสายตาของหูซูซ่านที่กวาดมองมาทางตนเองก็รีบก้มหน้าทำงานของตัวเอง บ้างก็แสร้งไม่ได้ยินไม่เห็นอะไรมองดูคนอื่นไป
คนที่ปกติมักจะมาหาเื่พูดจาเยาะเย้ยดูถูกสารพัดก็พากันสงบปากสงบคำไป วันนี้สายตาของหูซูซ่านน่ากลัวเกินไปจริงๆ ราวกับว่าหากใครกล้าพูดขึ้นมานางก็พร้อมจะฆ่าคนผู้นั้นทันที วันนี้นางไหนเลยจะมีท่าทางก้มหน้าก้มตายอมให้ผู้อื่นรังแกอย่างเช่นเมื่อก่อนอีก
คนบ้านรองต่างก็ทำงานของตัวเองเงียบๆไปจนกระทั่งตกเย็นก็เดินไปเอาอาหารส่วนของพวกเขาแล้วพากันเดินกับเรือนท้ายจวนไป
"กลับมาแล้วหรือเ้าคะ" โจวถิงถิงพูดจบก็รีบเดินไปตักน้ำในโอ่งมาให้ท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายทั้งสองคนดื่มแก้กระหาย
"เยว่เอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง?" ท่านแม่ถามพลางเดินตรงไปที่ห้องของลูกสาวก่อนเป็คนแรกโดยมีโจวถิงถิงและคนอื่นๆเดินตามมาด้วย
"วันนี้ก็เหมือนเดิมเ้าค่ะ" โจวถิงถิงตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า
เสียงพูดคุยของคนในครอบครัวไม่ได้ทำให้คนที่นอนหลับอยู่รู้ตัวเลยสักนิด พวกเขายืนมองโจวอิ้งเยว่ที่นอนแน่นิ่งหลับสนิทด้วยความสงสารและเป็ห่วงมาก ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อไปทำธุระส่วนตัวทุกคนก็ต้องสะดุ้งใขึ้น
เฮื๊อกกกกก!!!!!!!
อัญญาสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รีบก้มหน้าก้มตาลูบคำร่างกายของตัวเองก่อนเป็อันดับแรกไม่ได้สนใจรอบข้างเลย พอเห็นว่าร่างกายยังปลอดภัยไม่ได้เ็ปหรือมีเืนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจก่อนจะชะงักอึ้ง…….
มือที่เคยขาวนุ่มเนียนกลับผอมแห้งและหยาบกร้านผิวหมองคล้ำ เสื้อผ้าที่เคยใส่แต่ของแบรนด์ดังตอนนี้กลับเป็เสื้อผ้าหยาบๆเก่าซีดทั้งมีแต่รอยปะ สายตากวาดมองที่นอนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึงอึ้ง….ที่นอนที่ควรจะเป็เตียงคิงไซส์นุ่มๆผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหอมๆกลับกลายเป็เตียงไม้เก่าๆผ้าปูเตียงนอนบางๆและเก่าซีด!
เธอควรจะอยู่คอนโดวหรูแต่กลับต้องมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้?
"เยว่เอ๋อร์! ในที่สุดลูกแม่ก็ฟื้นสักที!" หูซูซ่านคว้าตัวลูกสาวมากอดด้วยความดีใจ
อัญญาที่ยังไม่รู้เื่อะไรเบิกตากว้างด้วยความใ หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดกลัวในขณะที่ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ สมองก็ราวกับหยุดการทำงานไปชั่วขณะอยู่ๆก็มีความทรงจำของคนแปลกหน้าเข้ามาในหัว "โอ๊ยยยยย!"
"เยว่เอ๋อร์!!!" ทุกคนในบ้านร้องเรียกชื่อของลูกสาวน้องสาวออกมาพร้อมกันด้วยความใ เห็นนางยกมือกุมหัวร้องโอดโอยด้วยความเ็ปทุกคนพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
"เ้าใหญ่รีบไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า!!" ท่านพ่อรีบหันไปสั่งลูกชายคนโตด้วยความร้อนใจ
"ขอรับ!"
"เยว่เอ๋อร์ลูกเป็อะไรไปลูก" หูซูซ่านมือไม้สั่นไปหมดเอ่ยปากถามเสียงสั่นน้ำตาร่วงเป็ห่วงลูกจนทำอะไรไม่ถูก
อัญญาไม่ได้ยินเสียงใครแล้ว ตอนนี้นางกำลังเ็ปทรมานจนหัวแทบะเิอยู่แล้วยังจะมาสนใจฟังเสียงคนอื่นได้ยังไง?
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อความเ็ปทรมานก็ทุเลาลงและค่อยๆหายไปพร้อมกับการรับรู้เื่ราวของคนคนหนึ่ง….คนที่ิญญาของเธอได้เข้ามาอาศัยในร่างนี้หรือก็คือเ้าของร่างนี้ โจวอิ้งเยว่ตัวจริง!!
อัญญานอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยหัวใจยังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวก่อนจะใช้สายตากวาดมองไปรอบๆเห็นท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ชายและพี่สาวกำลังยืนเช็ดน้ำตามองมาที่นางด้วยความห่วงใย อัญญาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเพียงคิดในใจคนเดียวเงียบๆ
'แม่เ้า! ฉันทะลุมิติ!!!!'