การร่วมมือกับหลี่จิ้งเหอเปิดประตูบานใหม่ให้หลี่ิเทียน เขามีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลภายในจวนและข่าวสารจากราชสำนักมากขึ้น หลี่จิ้งเหอส่งรายงานลับเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง รายชื่อขุนนางที่สวามิภักดิ์ต่อซูสีไทเฮา และความเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารมาให้หลี่ิเทียนอย่างสม่ำเสมอ
หลี่ิเทียนใช้เวลาหลายวันในการวิเคราะห์ข้อมูลเ่าั้ เขาสร้างแผนผังความสัมพันธ์อำนาจในราชสำนักต้าหลงในหัวของเขาอย่างละเอียดราวกับนักวิเคราะห์ข่าวกรองมืออาชีพ ซูสีไทเฮาไม่ใช่แค่หญิงชราผู้กุมอำนาจ แต่เธอยังมีเครือข่ายอำนาจที่หยั่งรากลึก ทั้งจากสายราชวงศ์ ขุนนางผู้ภักดี และแม้กระทั่งกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมาย
“หนิงมามา วันนี้ข้าอยากไปดูสวนหลังจวน” หลี่ิเทียนเอ่ยขึ้นในเช้าวันหนึ่ง
หนิงมามาแปลกใจเล็กน้อย “นายน้อยจะไปทำอะไรหรือเ้าคะ? สวนหลังจวนรกร้างมานานแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย”
“ข้าแค่อยากเดินเล่นรับลมบ้าง” หลี่ิเทียนตอบพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อมาถึงสวนหลังจวน หลี่ิเทียนพบว่าหนิงมามาพูดถูก สวนแห่งนี้รกร้างว่างเปล่า เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโคลนและผักตบชวา แต่ฟีนิกซ์กลับมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่
“หนิงมามา ท่านพอจะหาคนงานที่ว่างงานให้ข้าสักสองสามคนได้หรือไม่” หลี่ิเทียนถาม
“ได้เ้าค่ะ แต่นายน้อยจะให้พวกเขาทำอะไร?” หนิงมามาถามอย่างสงสัย
“ข้าจะปรับปรุงสวนแห่งนี้” หลี่ิเทียนตอบ “ทำให้มันกลับมาสวยงามและมีประโยชน์อีกครั้ง”
หลี่ิเทียนเริ่มลงมือปฏิรูปสวนหลังจวน เขาใช้ความรู้ด้านการชลประทานและเกษตรกรรมสมัยใหม่ อธิบายวิธีการระบายน้ำออกจากบ่อ การขุดลอกคลอง การจัดระบบแปลงเพาะปลูก และการปลูกพืชหมุนเวียนให้คนงานฟัง คนงานหลายคนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจในตอนแรก แต่เมื่อเห็นวิธีการที่หลี่ิเทียนสาธิตให้ดู พวกเขาก็เริ่มเชื่อฟัง
เขาสอนวิธีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ง่ายๆ จากมูลสัตว์และเศษอาหาร สอนการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และสอนวิธีการดูแลรักษาพืชให้เจริญงอกงาม ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ สวนหลังจวนที่เคยรกร้างก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น ต้นกล้าอ่อนๆ งอกงามขึ้นในแปลงผัก บ่อน้ำเริ่มใสสะอาดและมีปลาแหวกว่าย
การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในสวนหลังจวนเริ่มเป็ที่โจษจันในหมู่บ่าวไพร่ในจวน หลายคนแปลกใจในความสามารถของนายน้อยผู้ขี้โรคที่ไม่เคยสนใจสิ่งใดนอกจากตัวเอง
วันหนึ่ง มหาเสนาบดีหลี่กวงิ ผู้เป็บิดาของหลี่ิเทียน ซึ่งปกติไม่เคยใส่ใจบุตรชายคนที่หกคนนี้เลย ได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในสวนหลังจวน ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินมาดูด้วยตัวเอง
“ท่านพ่อ” หลี่ิเทียนที่กำลังสาธิตวิธีการพรวนดินให้คนงาน เห็นบิดาเดินมา จึงรีบโค้งคำนับ
มหาเสนาบดีหลี่กวงิมองสำรวจสวนที่ดูสะอาดตาและมีชีวิตชีวาผิดหูผิดตา ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหลี่ิเทียนอย่างพินิจ
“นี่เ้าทำเองหรือิเทียน?” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น แต่แฝงความสงสัย
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อ” หลี่ิเทียนตอบอย่างนอบน้อม “ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าการดูแลพืชพรรณช่วยให้จิตใจสงบ และร่างกายแข็งแรงขึ้น”
มหาเสนาบดีหลี่กวงิเดินเข้าไปในแปลงผัก ก้มลงมองต้นกล้าที่งอกงาม “ดูเหมือนเ้าจะมีความรู้เื่พวกนี้ดีกว่าที่ข้าคิด”
“ข้าแค่เรียนรู้จากตำราและสังเกตธรรมชาติพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนตอบอย่างถ่อมตน แต่ในใจเขารู้ดีว่ากำลังสร้างความประทับใจให้กับบิดา
“อืม...” มหาเสนาบดีหลี่กวงิพยักหน้าช้าๆ เขามองไปรอบๆ สวนอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความพึงพอใจเล็กน้อย “เ้าทำได้ดี”
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่หลี่ิเทียนได้รับคำชมจากบิดาของเขา ฟีนิกซ์รู้สึกได้ถึงชัยชนะเล็กๆ ในใจ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้กำลังเริ่มสั่นคลอนความเชื่อของคนในจวนเกี่ยวกับตัวเขา
“ท่านพ่อพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนตัดสินใจพูด “ข้ายังมีแิอื่นที่อาจจะเป็ประโยชน์ต่อจวนและแคว้นของเราพ่ะย่ะค่ะ”
มหาเสนาบดีหลี่กวงิเลิกคิ้ว “โอ้? อย่างไรหรือ?”
“ข้าได้ศึกษาตำราพิชัยาโบราณ และมีความเห็นบางประการเกี่ยวกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางทหารพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนกล่าวอย่างระมัดระวัง “รวมถึงแิในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของแคว้น เพื่อรองรับกำลังพลและประชาชน”
มหาเสนาบดีหลี่กวงินิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองหลี่ิเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากบุตรชายขี้โรคที่ไร้ประโยชน์ บัดนี้กลับมีประกายความฉลาดและความมั่นใจที่โดดเด่น
“น่าสนใจ” มหาเสนาบดีหลี่กวงิกล่าวในที่สุด “คืนนี้มาร่วมโต๊ะอาหารกับข้า และอธิบายความคิดของเ้าให้ฟัง”
คำเชิญของบิดาคือสัญญาณที่ดี เป็การยอมรับในระดับหนึ่ง ฟีนิกซ์ยิ้มในใจ แผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่แน่นอน เขากำลังค่อยๆ สร้างฐานอำนาจและอิทธิพลของตัวเองภายในจวน และต่อไปคือการขยายอำนาจนั้นออกไปสู่แคว้นฉิน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับซูสีไทเฮาในอนาคตอันใกล้