ตอน 6 คณิกาแห่งเตียนอี๋
"ใครอีกล่ะ!! ใครแตะเนื้อโดนตัวข้า!!" หลินอีเริ่มระแวง นั่งไม่ติดโต๊ะ กะว่าจะดูการแสดงของสาวงามให้จบอีกสักเพลงคงทำไม่ได้
"แม่นางโปรดนั่งลงก่อน... ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ข้าเหมยยีฝู นายหญิงแห่งเตียนอี๋ เพียงพบแม่นางจากปลายยอดหอ ข้าก็รู้แล้วว่าแม่นางคือเพชรเม็ดงามที่ข้าตามหามานับสิบปี " เหมยยีฝูพยายามพูดจาหว่านล้อมอย่างสุดความสามารถ
"เห๊อะ... งดงามแล้วไง ไม่ใช่ร่างจริงของข้าซะหน่อย"หลินอีนั่งฟังเพียงครู่เดียวก็ต้องเบือนหน้าหนี นางแสนเบื่อหน่ายเสียยิ่งกว่าเดิม ที่ต้องมานั่งฟังใครก็ไม่รู้ พล่ามไปมาอย่างไร้จุดจบ
"แม่นางเหมยยีฝู ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดจริงๆ ข้าขอตัวก่อน... " หลินอีลุกขึ้นจากโต๊ะ โดยไม่ยกดื่มสุราที่ยีฝูรินให้ในจอก ถือเป็เื่เสียมารยาทที่สุด
"เด็กๆ!! จับแม่นางไปเปลื้องผ้า บังคับให้ปรนนิบัติคุณชายจางที่ชั้นบน!!"
"เห๊อะ!! ข้าอุตส่าห์ลดตัวลงมาพูดจาประนีประนอม สุดท้ายก็บีบให้ข้าต้องร้าย!!" เหมยยีฝูสุดจะทน เพียงโบกสะบัดอาภรณ์หนึ่งหน บริวารหนุ่มร่างกำยำเข้าประชิดตัวหลินอีทันที
"กึกๆ" เสียงเคาะประตูจากด้านนอก
"คุณชายขอรับ... สาวงามที่สุดในเตียนอี๋มารอปรนนิบัติคุณชายแล้วขอรับ" ชายร่างกำยำคุมตัวหลินอีมา พร้อมใช้มือด้านๆอุดปากนางแน่น ไม่ให้มีสิทธิ์ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว
"เข้ามาเร็วเข้า!! ข้า้าสตรีผู้เลอโฉม เทเหล้าดีให้ข้าพันจอก วันนี้ข้าจะดื่มเมามายหัวราน้ำให้ลืมเลือนสตรีนางเดียว ที่หยั่งลึกฝักฝังในใจข้า" จางอี้ฉางตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย... สุดแสนจะคาดเดาได้ เป็เวลานานโขที่เขาไม่ได้ย่างเท้าเข้าเหยียบเตียนอี๋ ทั้งที่เมื่อก่อนที่นี่เป็ดั่งบ้านหลังที่สอง สมคำร่ำลือบุรุษเสเพล
"นี่มันงานเอนเตอร์เทนชัดๆ"
"ข้าตกต่ำถึงขั้นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลยหรอ!! แต่เอาเถอะ ถือว่าช่วยๆกันไปก็แล้วกัน เพราะดูท่า... หนุ่มคนนี้น่าจะเพิ่งอกหักมา " หลินอีเปิดประตูเข้าไปช้าๆ ก้าวเท้าเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
"แม่นางน้อย เ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก ข้าสัญญา ข้าจะไม่ทำอะไรเกินเลยกับเ้า... เพราะสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าจะร่วมรัก คือนางเท่านั้น" อี้ฉางยืนถือจอกเหล้ายกดื่มเกาะริมขอบหน้าต่าง เอียงสายตามองผู้คนมากมายผ่านไปผ่านมา เขาเพียงหวังว่าจะได้พบนางอันเป็ที่รักโดยบังเอิญสักครั้ง ในใจพลางนึกถึงเื่ราวแสนประทับใจที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรก
"ไอ๊หย๊า!! แค่ให้คอยเทเหล้าให้มันเื่เล็กน้อย " หลินอีพูดจาโผงผาง เริ่มผ่อนคลายลง เป็ตัวของตัวเองมากขึ้น พลางนั่งลงรอรินเหล้าดีบนโต๊ะอาหาร
"โว้ว!! อาหารเยอะจัง มีแต่ของน่าอร่อยๆทั้งนั้น... งั้นถ้าไม่กินก็คงเสียของ" หลินอีทนกลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดไม่ไหว นั่งกลืนน้ำลายหลายอึก จนหักห้ามใจไม่ได้
"ข้าว่าท่านกินคนเดียวไม่หมดหรอก งั้นถือว่าข้าทำเพื่อท่าน ช่วยท่านกินหน่อยก็แล้วกัน" หลินอีเทเหล้าใส่จอกวางเรียงกันที่ริมหน้าต่างดิบดี ก่อนจะเดินมาสวาปามซัดอาหารชั้นเลิศสิบจานคนเดียวไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำแกง
" แม่นาง!! เหล้าหมด เติมเหล้าให้ข้าซิ!!" อี้ฉางเริ่มแสดงอารมณ์ขุ่นเคือง จงใจหันกลับมาเพื่อตวาดสั่งสอนนางคณิกาให้รู้หน้าที่!!
ทว่านางคณิกาผู้ที่คอยเทเหล้าให้เขาตลอดหลายไห กลับเป็นางในดวงใจ ผู้ที่เขา้าอยากจะลืมและ้าอยากจะพบหน้าที่สุด
"หยางหลินอี... ยอดรักของข้า... นี่เ้า!! นี่เ้าเองหรือ" จางอี้ฉางดีใจสุดขีด วิ่งเข้าโผกอดฮั่วหลินอีอย่างแแ่
"ใจเย็น... ใจเย็นก่อน ปล่อยข้า " หลินอีรู้สึกพะอืดพะอมเพราะอี้ฉางรัดร่างแน่นเกินไป อาหารเลิศรสสิบจานที่เพิ่งกินดูเหมือนว่ามันพยายามจะไหลย้อนคืนทางเดิม
"เ้ารู้หรือไม่... ข้าคิดว่าระหว่างเรานั้นสิ้นสุดลงแล้ว ั้แ่ได้ยินข่าวคราวว่าเ้าจะต้องแต่งกับแม่ทัพใหญ่ฉือผู้นั้นตามราชโองการของฝ่าา" อี้ฉางไม่ฟังคำขอของนาง เขาเอาแต่ตัดพ้อบ่นพึมพำพ่นสิ่งที่อยากจะพูดออกมา
"หลินอี... ในที่สุดเ้าก็มาหาข้า... โอกาสนี้ไม่ได้มีมาบ่อยนัก ข้าจะปล่อยให้เ้าไปเป็ของคนที่ไม่เคยพยายามอะไรเพื่อเ้าเลยอย่างฉือเว่ยกวงได้ยังไงกัน... "
"เป็ของข้าซะเถอะ..."จางอี้ฉางมึนเมาขาดสติ ลุ่มหลงในรัก พยายามจะยัดเยียดความเป็สามีให้นางอย่างไร้คุณธรรม แต่หารู้ไม่ว่าหลินอีคนนี้ไม่ใช่สตรีอ่อนหวานอีกต่อไปแล้ว
ฮั่วหลินอีนักคาราเต้สายดำ เตะต่อยแสกหน้าซัดจางอี้ฉางจนน่วมนอนจมกองเื
"คุณชายจางขอรับ... เกิดอะไรขึ้นหรือไม่" ชายร่างกำยำผู้เฝ้าหน้าประตู คอยตรวจตราความเรียบร้อยที่หอเตียนอี๋ รู้สึกได้ถึงความไม่เรียบร้อย เขาเองรู้สึกไม่ค่อยวางใจ เมื่อไร้เสียงตอบรับ
"แคร่ก!!" เสียงประตูห้องถูกพังลงเพราะแรงกระแทกจากด้านนอก
"นี่เ้า!! ทำอะไรคุณชายจาง กล้าดีนัก ที่ทำร้ายแขกของนายหญิง!!" ชายร่างใหญ่สองสามคนพยายามจะจับกุมตัวหลินอีตัวแสบเพื่อไปลงโทษ หวังสั่งสอนให้หลาบจำ
"เหอะ! รู้จักฮั่วหลินอีน้อยไปซะแล้ว อะฮ่า" ฮั่วหลินอีทำหน้าทะเล้น สับขาหลอก ยักซ้ายยักขวาชวนให้มึนงง
"แน่จริงก็จับให้ได้สิ" หลินอีติดเท้าไฟ วิ่งหนีเอาตัวรอด ทั่วหอเตียนอี๋วุ่นวายกันยกใหญ่ หนุ่มสาวที่กำลังร่วมรักกันอย่างร้อนรุ่มกลับต้องผงะเมื่อเจอหลินอีเปิดประตูโผงผางเข้าไปเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของชายสองคน
"หยุดนะ!! หยุดเดี๋ยวนี้" ชายร่างใหญ่วิ่งตามยังไงก็ไม่ทัน ได้แต่ตะเบงเสียงลั่นเตียนอี๋ เป็ที่น่าอับอายต่อสายตาผู้คน
"อะฮ่า... สนุกจริงๆ แบบนี้สิถึงจะเหมาะกับฮั่วหลินอี ตื่นเต้นท้าทายเป็บ้า!!" หลินอีหัวเราะเหมือนคนบ้า วิ่งหน้าตั้งออกจากหอเตียนอี๋อย่างไวว่อง ระหว่างทางที่วิ่งตรงลิ่ว นางเอาแต่แหงนหน้ามองหลังตลอด ไม่ได้สังเกตให้ดีว่าเบื้องหน้านั้นมีขบวนรบของแม่ทัพใหญ่นำทางทหารจำนวนมากมุ่งตรงเข้าเขตวัง เพื่อรายงานการศึกและเป็เกียรติต่อเขตแคว้น
"ยู่ว... " เสียงแม่ทัพใหญ่กระตุกเชือกม้าดำทมิฬคู่ใจให้หยุดยกย่างฝีเท้าเหล็ก
"อะ อ๊าก!!!"
"กะเกือบแล้ว เกือบได้ตายรอบสองซะแล้วไหมล่ะ!!" หลินอีใมาก ที่หันกลับมาอีกทีใบหน้านวลๆเกือบจะได้กระแทกหน้าขาม้างามตัวใหญ่
"นี่เ้า!! หลบไปซะ ไม่กลัวตายหรือไร ขัดขวางการนำทัพของข้า ไม่ว่าด้วยเหตุจงใจหรือไม่ หากฝ่าารู้เข้า มีโทษ!!ถึงตาย!!" แม่ทัพใหญ่ฉือเว่ยกวงผู้เถรตรงสบถถ้อยคำแสนดุดันออกมาท่ามกลางสายตาหมู่คนมากมาย ไม่ไว้หน้าผู้ใดแม้นางจะเป็เพียงสตรีที่วิ่งหน้าตั้งมาเพียงผู้เดียวก็ตาม
"โถ่โว้ย!! ใจดำชะมัด ถ้าไม่เห็นแก่ว่าเ้าเป็คนช่วยข้าลงจากกำแพงอย่างปลอดภัย ข้าเถียงใจขาดไปแล้ว!!" หลินอียอมหลบไปแต่โดยดี เตะลมต่อยอากาศ ใบหน้าหงิกงอ บ่นพึมพำคนเดียวลับหลังขบวนนั่น-
"หน้าตาก็หล่อเหลาดูใช้ได้ แต่ปากคอช่างเราะร้ายนัก หากผู้ใดได้เ้าเป็สามี... คงต้องทุกข์ใจไปทั้งชาติ เห๊อะ!" หลินอีบ่นไปพลาง ยกมือรัดกอดอกแน่นเดินกลับจวนหยางอย่างเปิดเผย
"ท่านแม่ทัพขอรับ... เมื่อครู่นี้ ท่านรู้จักนางหรือไม่ เหตุใดไม่ฝากตัวคุมขังที่คุกหลวงตามกฎวัง" แม่ทัพเล็กผู้ติดตามเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะฉือเว่ยกวงเคร่งครัดต่อกฎระเบียบเป็ที่สุด เขาผู้นี้มิเคยหย่อนยานแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้กลับปล่อยนางให้รอดตัวไปง่ายๆอย่างไร้เหตุผล
"แม่ทัพเล็ก... ปกติแล้ว... ท่านเป็คนขี้สงสัย ปากมากขนาดนี้เชียวเหรอ... "เว่ยกวงรู้สึกระคายหู ถึงขั้นกระตุกเชือกม้าให้หยุดเดิน หันหัวอาชากลับหลังจ้องมองพร้อมเอ่ยถามแม่ทัพเล็กผู้ติดตามจนทหารเล็กๆเกร็งตัวหด
"มะ มะไม่มีคำถามใดแล้วขอรับ... ข้าผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ ทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่ต้องขุ่นเคือง โปรดอภัยด้วย" แม่ทัพเล็กเองก็ไม่กล้าสบตา นายใหญ่ผู้มีฉายาเทวทูตบนดิน
"อย่าให้ข้าได้ยินผู้ใดเอ่ยถึงเหตุการณ์ของวันนี้อีก และอย่าให้ข้าได้ยินผู้ใดเอ่ยถึงสตรีดั่งม้าดีดกะโหลกเช่นนางอีก !!"
"สตรีผู้นี้น่ารำคาญนัก เพียงแค่ข้าเห็นด้วยหางตาข้ายังอยากจะยกดาบตัดคอ บุรุษจวนใดได้ไปเป็ภริยาคงได้ปวดกระบาลกันยกใหญ่!!"
"วางตัวไม่เหมาะสม ไร้มารยาท ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สตรีเช่นนี้ คือสตรีประเภทที่ข้าเกลียดชังที่สุดในใต้หล้า " เว่ยกวงหันหัวอาชากลับเข้าสู่เส้นทาง ถกเชือกกระตุกแรงให้ม้าดีย่างเดิน ปากบอกเกลียดชังนัก ไม่สนใจ... แต่พูดจาบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อน
"อะ... เอ่อ... ท่านแม่ทัพขอรับโบราณว่าไว้ว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นนะขอรับ" แม่ทัพเล็กรนหาที่ตายอีกครั้ง
"ไม่มีทาง!! ข้าไม่มีทางแต่งนางเข้าจวนแน่ ชาตินี้ทั้งชาติข้าไม่มีวันรักสตรีเยี่ยงนาง จะให้ข้ารักนาง ให้ข้าตายซะยังดีกว่า!!" เว่ยกวงพูดจาหนักแน่นอีกตามเคย เขากล้าเอาชีวิตยกขึ้นมาเป็ข้อประกัน ทั้งที่เขาเองยังไม่รู้อนาคต
เล่มอีบุ๊กมาแล้วอุดหนุนนักเขียนได้ที่ลิงก์เดินค่า https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzQ0MDQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIyODkyNyI7fQ