บทที่ 25 ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
เจียงหนานนั่งอยู่ขอบเตียง ถามลู่ฮ่าวออกมาว่า “คุณจะไปนอนที่ไหน?”
ลู่ฮ่าวดื่มยาพร้อมกับน้ำ ตอบกลับมาเสียงเบา “ฉันไปนอนบ้านเพื่อน”
“อ้อ”
ลู่ฮ่าวมาถึงในลานบ้านก็เห็นปู่ของตนยืนอยู่ที่ประตูบ้านหลัก
“แกจะทำอะไร?” คุณปู่ถามอย่างระแวดระวัง
ลู่ฮ่าวเพียงหันกลับมองอย่างอึดอัด “ไปห้องน้ำครับ”
……
เจียงหนานคิดว่าเขาไปแล้ว ในที่สุดก็ได้ถอนหายใจโล่งอกสักที เธอนอนลงบนเตียง ครุ่นคิดถึงชีวิตของตัวเอง
ในชาติก่อน พวกเขาทั้งสองคนมีความสัมพันเพียงผิวเผิน แต่เมื่อกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ ด้วยสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เธอยังต้องระมัดระวังตัวอีกมาก
ต่อหน้าเขา เธอไม่กล้าไม่เจียมตัวหรอก
สาเหตุหลักก็มาจากร่างกายของตัวเองที่อ้วนเช่นนี้ เธอยิ่งขาดความมั่นใจ
เจียงหนานไม่เสียเวลานอนราบ เธอสอดแขนไว้ด้านหลังศีรษะก่อนจะเริ่มซิตอัป
ทันใดนั้น ประตูที่ปิดอยู่ก็ผลักเข้ามาดังเอี๊ยด
พอมีเสียงประตูดังขึ้น เจียงหนานก็ใรีบลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นชายคนนั้นเข้ามา เธอก็ปัดผมไปที่ข้างหู “คุณยังไม่ไปอีกหรือ?”
“ไปไม่ได้แล้ว”
เพียงไม่กี่คำ เจียงหนานก็เข้าใจในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
เธอทำได้เพียงเอาหมอนคั่นตรงกลาง ก่อนจะชี้ไปที่เตียงเตาที่แบ่งครึ่งไว้แล้ว “งั้นคุณนอนอีกข้างแล้วกัน”
พูดจบ เธอก็ดึงผ้านวมมาคลุมโปง
เจียงหนานกำลังนอนอยู่บนเตียงเตา ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอไม่กล้าถอดเสื้อผ้า สุดท้ายเลยทรมานมาก
แต่ลู่ฮ่าวกลับยังไม่เข้านอน เขานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ
เจียงหนานนอนไม่หลับเช่นกัน เธอนึกถึงเจียงผิงตลอดเวลา
ไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนั้น คืนนี้จะถูกเจียงเหมยหลอกไหม
ไม่รู้ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จไหม
ยิ่งคิดก็ยิ่งวิตกกังวล
เธอจึงลุกออกจากเตียงเตา
ลู่ฮ่าวยังคงนั่งบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษอ่านหนังสือต่อไป
ผมของเขาสั้นเกรียน ใบหน้าครึ่งซีกไม่มีผ้ากอซ ท่าทางแฝงไปด้วยความเคร่งขรึม
เด็กหนุ่มรูปงามเมื่อสิบปีก่อนได้เติบโตมาเป็บุรุษหล่อเหลา
หากไม่ใช่เพราะเหตุสุดวิสัย บุรุษเช่นนี้คงไม่มาถึงเธอ
เธอยิ่งอยากตั้งใจรักษาใบหน้าของเขา ตัวของเธอเองต้องพยายามมากกว่านี้ พยายามจนกลายเป็คนที่มีประโยชน์
“ฉันขออ่านหนังสือเล่มนี้ของคุณได้ไหม?”
เธอมองหนังสือเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนบนโต๊ะ ถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ
ลู่ฮ่าวไม่ได้เงยหน้าขึ้นเลยตอบโดยไม่ต้องคิด “ตามใจ”
เห็นเขาอนุญาตแล้ว เจียงหนานก็หยิบหนังสืออย่างระมัดระวังมานั่งอ่านบนเตียงเตาอย่างเงียบ ๆ
ผ่านมาสักพัก ลู่ฮ่าวก็รู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อย เขาคลายความเมื่อยขบที่คอ สายตาชำเลืองไปมองหญิงสาวที่กำลังอ่านหนังสือบนเตียงเตา จากนั้นก็หยุดสายตาไว้ชั่วครู่
ใบหน้ากลม ๆ อันนิ่งสงบ ความทำให้ผู้มองรู้สึกอิ่มเอมใจ
ใบหน้าด้านข้างของยัยหมูน้อยยังคงทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอยู่เสมอ
ลู่ฮ่าวตะหนักว่าตัวเองคิดฟุ้งซ่านก็ตื่นตระหนก เขาเบี่ยงสายตาไปจดจ้องหนังสือในมือของเจียงหนาน ในตอนนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจหลายส่วน
“อ่านเข้าใจหรือ?” น้ำเสียงของเขาแฝงความหยอกล้อ
เจียงหนานได้ยินลู่ฮ่าวพูดกับเธอก็จะเงยขึ้นจากหนังสือ ตอบกลับเขาอย่างจริงจัง “เข้าใจสิ หนังสือเล่มนี้อธิบายการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนแบบแพทย์ตะวันตก มีวิธีวินิจฉัยสองวิธีคือ วิเคราะห์ความเสี่ยงของกระดูกกับตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะแบบนี้พวกแพทย์ตะวันตกเลยจำเป็ต้องพึ่งพาอุปกรณ์การแพทย์ในการตรวจหาว่าผู้ป่วยเป็โรคกระดูกพรุนหรือไม่”
“แล้วแพทย์แผนจีนล่ะ?” ลู่ฮ่าวเห็นว่าเธอตอบกลับอย่างจริงจังก็เผลอถามกลับ
เห็นลู่ฮ่าวเป็คนเริ่มหารือเกี่ยวกับความรู้วิชาแพทย์กับเธอ ดวงตาเจียงหนานก็ส่องประกาย เธอปิดหนังสือลงแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “วิธีการวินิจฉัยของแพทย์แผนจีนคือการตรวจชีพจร จากนั้นก็วิเคราะห์ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยภาวะไตพร่องมักมีอาการขี้หนาว ปวดหลังส่วนล่าง ในขณะเดียวกันจะมีลิ้นซีด ชีพจรจะเต้นเร็วและแรง ส่วนกลุ่มอาการตับและไตพร่อง คนไข้จะผอม เป็ตะคริว ตาแห้งง่าย...”
ลู่ฮ่าวขัดจังหวะเธอ “หนังสือเล่มนี้ไม่เลว”
เจียงหนานแย้งอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่ได้ท่องมา ฉันมีประสบการณ์รักษาจริง ๆ”
“อ้อ”
ลู่ฮ่าวก้มหน้าลงอ่านต่อไป เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของเธอ
“ลู่ฮ่าว แขนขวาของคุณมีอาการข่ายเส้นประสาทแขนเสียหายหรือเปล่า?” เจียงหนานถาม
สายตาของลู่ฮ่าวเปลี่ยนมาที่เธออีกครั้ง
ชายหนุ่มไม่อาจซ่อนความประหลาดใจไว้ในสายตาได้เลย
ใบหน้าอวบอ้วนของเจียงหนานดูมั่นอกมั่นใจ “ที่จริงแล้วในสถานการณ์ของคุณแพทย์แผนจีนยังสามารถรักษาได้ ใช้การฝังเข็มกับการนวดแผนจีนซ่อมแซมเส้นประสาทที่เสียหาย ช่วยหมุนเวียนเื ป้องกับการกล้ามเนื้อลีบแบน ถึงการรักษานี้จะเป็การรักษาระยะยาวแต่ส่งผลดีมากระยะยาว ไม่จำเป็ต้องกลับไปผ่าตัดอีกครั้งด้วย”
คำพูดของเธอ ทำให้ดวงตาของบุรุษที่เต็มไปด้วยความเ็าส่องประกาย แต่ไม่นานก็หายไปอย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มต่ำของเขาเจือความร้อนใจเล็กน้อย “หมูน้อย ฉันรู้ว่าเธอเป็หมอเท้าเปล่ามีความรู้ผิวเผิน แต่ฉันจบจากมหาลัยแพทย์ ไม่ต้องอวดรู้ต่อหน้าฉัน เข้าใจไหม?”
เจียงหนานได้ยินแล้วก็หัวเราะ “อวดรู้งั้นหรือ? คุณจบจากมหาลัยแพทย์แล้วอย่างไร? ขนาดอาการาเ็ของตัวเองคุณยังไร้ความสามารถในการรักษาเลย?”
ไม่ว่าชีวิตในอดีตหรือปัจจุบัน เธอเกลียดคนที่ใช้น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามเรียกพวกเขาว่าหมอเท้าเปล่าเป็ที่สุด
มีผู้ป่วยที่เป็โรครักษาไม่หายมากมายที่ไม่เชื่อทักษะการแพทย์ของเธอ เธอไม่สามารถหนีกฎความจริงข้อนี้พ้นเลย
เธอพยายามอธิบายเหตุผลกับเขา “อย่าดูถูกหมอเท้าเปล่า ยาจีนโบราณได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายยุคหลายสมัย มีผู้ป่วยมากมายที่ได้รับการรักษา แพทย์แผนจีนถือเป็สิ่งล้ำค่าที่บรรพบุรุษหลงเหลือไว้ให้พวกเรา”
คาดไม่ถึงหมูน้อยจะเอาจริงเอาจังเช่นนี้ ลู่ฮ่าวคลึงขมับอย่างปวดหัว “คุณจะนอนหรือไม่นอน?”
“ทำไม?” เจียงหนานถามอย่างดื้อรั้น ตอนนี้เธอพร้อมที่จะอภิปรายทฤษฎีการแพทย์แผนจีนแผนตะวันตกกับเขาต่อ
“ตกลงไว้ว่าจะไม่ก้าวก่ายกันและกัน หากเธอเถียงอยู่กับฉัน ข้อตกลงของพวกเราสองคนก็จบลงตรงนี้ เธอจะต้องเก็บของ ยุติข้อตกลงออกจากที่นี่ทันที”
เจียงหนาน "..."
ยุติข้อตกลงออกจากที่นี่?
เจียงหนานเหลือบมองไปที่ลูฮ่าว ไม่อยากคุยด้วยอีกต่อไป เธอรีบนอนบนเตียงเตาอย่างขุ่นเคือง ยกผ้านวมคลุมตัวทันที
ในที่สุดหูของลู่ฮ่าวก็สงบลงเสียที ทว่าเขาไม่มีใจอ่านหนังสือแล้ว ชายหนุ่มมองไปที่แขนขวาของตัวเอง ดวงตาพลันมืดครึ้มลง
……
คืนนี้เป็คืนที่หอมหวานที่สุดที่เจียงหนานเคยหลับใหลั้แ่เกิดใหม่
เดิมทีเธอกังวลเื่เจียงผิง ทำให้สองคืนที่ผ่านมาไม่ได้พักผ่อน ทันทีหัวถึงหมอนก็ผล็อยหลับไปทันที
หลังได้ยินไก่ขัน เธอก็ลุกขึ้นจากผ้าห่ม บิดี้เีอย่างสดชื่น
อันดับแรกในความคิดของตัวเองคือต้องรีบขี่จักรยานไปหมู่บ้านต้าวาน
เธอหันไปเห็นว่าลู่ฮ่าวนั่งอยู่ตรงหัวเตียง สายตาจดจ้องมองที่แขนขวาของตัวเองอย่างเหม่อลอย
ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงสว่างรำไรสาดส่องมา เจียงหนานมองร่างของเขาท่ามกลางแสงสลัว ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าไม่อาจอธิบายได้
ลู่ฮ่าวไม่ได้พูดอะไร เธอเลยไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ
หลังจากที่ตื่นขึ้น ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
นึกออกแล้ว
เธอคิดหาวิธีรักษาลู่ฮ่าวออกแล้ว
ลู่ฮ่าวคล้ายจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาหันไปมองเจียงหนาน แล้วก็ต้องใเมื่อเห็นร่างสตรีผู้หนึ่งตระหง่านอยู่ข้างหลังเขาราวกับูเาลูกหนึ่ง
เขาเอ่ยเสียงเบา “หมูน้อย จะออกจากบ้านฉันหรือ”
“คุณเปลี่ยนใจหรือไง?” เจียงหนานโกรธ “ไม่ใช่ว่าพวกเราสองคนตกลงกันแล้วหรือ?”
เพิ่งจะเช้าก็ไล่คนแล้ว?
ลู่ฮ่าวเปิดปาก “พวกเรานอนบนเตียงแบบนี้ ชื่อเสียงเธอจะเสียหายเอา”
“ฉันไม่สนใจ”
“แต่ฉันสนใจ”
เจียงหนานเข้าใจความหมายของเขา เขากลัวเื่ที่พวกเขาแสร้งเป็คู่รักจอมปลอมจะถูกคนเข้าใจผิด “ในอนาคตถ้าเราหย่ากันแล้ว ฉันจะอธิบายเหตุผลให้คนรักของคุณฟังว่าระหว่างพวกเราไม่มีอะไรกัน”
ถึงอย่างไรคนที่เขารักที่สุดก็คือตัวเอง
ลู่ฮ่าวเห็นว่าความนัยที่้าจะสื่อไม่ถูกต้อง เขาเลยกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “เธอก็เห็นแล้ว ฉันาเ็ ฉัน้าสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบสำหรับพักฟื้น”
เจียงหนานคิดว่าเมื่อคืนนี้เธอทำเสียงดังรบกวนเขาก็กัดริมฝีปากพึมพำ “ฉันจะไม่คุยเื่ความรู้ทางการแพทย์กับคุณแล้วก็ได้”
ลู่ฮ่าวสูดหายใจ กล่าวตรง ๆ “ไม่มีใครเคยบอกหรือไงว่าเธอมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ?”
เจียงหนาน “!!!”