ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของตระกูลวรชัยดำรงแล่นลงจอดอย่างนุ่มนวลบนรันเวย์ เธียรก้าวลงจากเครื่องบินในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปที่ดูสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว แว่นตากันแดดแบรนด์หรูบดบังแววตาที่คมกริบของเขาไว้ แต่กลับไม่อาจซ่อนออร่าของความมั่นใจและความเป็ผู้ชนะที่แผ่ออกมาจากตัวได้
สามปีในต่างแดนได้ขัดเกลาเขาให้ดูเป็ผู้ใหญ่และสุขุมขึ้น แต่ความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงเสียดฟ้ายังคงเป็เฉกเช่นเดิม เขากลับมาครั้งนี้ในฐานะทายาทผู้ที่จะเข้ามากอบกู้วิกฤตและทวงคืนทุกอย่างที่เป็ของเขา
เมื่อรถลีมูซีนคันหรูมาจอดเทียบที่หน้าตึก วรชัยดำรง กรุ๊ป ชายหนุ่มก้าวลงจากรถและเดินเข้าไปในอาณาจักรของเขาเป็ครั้งแรกในรอบสามปี
พนักงานที่เดินผ่านไปมาต่างโค้งคำนับให้เขาด้วยความเคารพยำเกรง แต่แววตาของพวกเขากลับมีความประหลาดใจเจืออยู่เล็กน้อย
“นั่นคุณเธียรนี่...กลับมาแล้วเหรอ” เสียงพนักงานสาวคนหนึ่งซุบซิบกับเพื่อนเบา ๆ
“นั่นสิ...กลับมาเร็วกว่าที่คิดนะ” เพื่อนของเธอตอบ “แต่กลับมาก็ดีแล้วล่ะ จะได้มาช่วยแบ่งเบาภาระคุณอลินบ้าง เห็นท่านทำงานหนักมาตลอดเลย”
คำพูดนั้นลอยเข้าหูของเธียรอย่างชัดเจน...‘แบ่งเบาภาระคุณอลิน?’ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาต่างหากคือคนที่กลับมาเพื่อจัดการทุกอย่าง ไม่ใช่มาเพื่อ ช่วย ใคร
เขายังคงเดินต่อไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่สายตากลับกวาดสำรวจไปทั่ว ทุกอย่างดูเหมือนเดิม...แต่ก็ไม่เหมือนเดิม โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์แคมเปญใหม่ล่าสุดที่เขาเห็นติดอยู่ทั่วบริษัท มีลายเซ็นอนุมัติโครงการที่เป็ชื่อของ...อลิน วงศ์กิตติกุล
“อ้าว! คุณเธียร! สวัสดีครับ กลับมาถึงั้แ่เมื่อไหร่ครับเนี่ย” คุณสมศักดิ์ ผู้บริหารฝ่ายการเงินที่ทำงานกับตระกูลเขามานานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง
“สวัสดีครับคุณอา” เธียรทักทายกลับอย่างสุภาพ “ผมเพิ่งลงเครื่องเมื่อเช้านี้ครับ เลยแวะเข้ามาดูที่บริษัทก่อน”
“ดีเลยครับ! กลับมาก็ดีแล้ว บริษัทเรากำลัง้าคนเก่ง ๆ อย่างคุณเธียรมาช่วยเลย โดยเฉพาะ่ที่ต้องรับมือกับ Apex Motors เนี่ย” คุณสมศักดิ์ตบบ่าเขาเบา ๆ “ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าสามปีที่ผ่านมาคุณอลินเธอเก่งมากนะครับ คุมบริษัทอยู่หมัดเลย แต่เจอคู่แข่งโหด ๆ แบบนี้ มีคุณเธียรกลับมาช่วยอีกแรง ผมก็เบาใจขึ้นเยอะ”
อีกแล้ว...ชื่อของอลินอีกแล้ว เธียรได้แต่ฝืนยิ้มรับ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าตลอดสามปีที่เขาไม่อยู่ ผู้หญิงคนนั้นได้ค่อย ๆ แทรกซึมและสร้างอาณาจักรของเธอขึ้นมาในที่ของเขา...อย่างเงียบ ๆ
เขาขอตัวจากคุณสมศักดิ์แล้วเดินตรงไปยังจุดหมาย...ห้องทำงานของรองประธานกรรมการบริหาร...ห้องทำงานเดิมของเขา
ทว่าเมื่อมาถึง...สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เท้าของเขาหยุดชะงัก
บนบานประตูไม้สักบานหรู มีแผ่นป้ายสีทองสลักชื่อไว้อย่างชัดเจน...
‘อลิน วงศ์กิตติกุล’
‘ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด’
เธียรยืนจ้องป้ายชื่อนั้นนิ่ง แววตาภายใต้เลนส์สีชาของแว่นตากันแดดนั้นอ่านไม่ออก เขากำลังประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด ผู้หญิงที่เขาเคยดูถูกและทอดทิ้งในคืนวันแต่งงาน...ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว
การประชุมต้อนรับการกลับมาของเธียรถูกจัดขึ้นอย่างเป็ทางการในบ่ายวันเดียวกัน คณะผู้บริหารทุกคนนั่งกันพร้อมหน้าในห้องประชุมใหญ่ที่คุ้นเคย
อลินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา เธออยู่ในชุดทำงานที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ใบหน้านิ่งสงบ ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เธอดูเป็ผู้หญิงทำงานที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและวุฒิภาวะ...แตกต่างจากเด็กสาวที่เอาแต่ก้มหน้าในคืนนั้นอย่างสิ้นเชิง
นี่คือการเผชิญหน้ากันอย่างเป็ทางการครั้งแรกในรอบสามปี
“ก่อนอื่น...ผมต้องขอต้อนรับคุณเธียรกลับสู่ วรชัยดำรง กรุ๊ป อีกครั้งนะครับ” คุณวรเทพกล่าวเปิดการประชุมด้วยความภาคภูมิใจ “และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ผมจะขอให้คุณอลิน...ช่วยสรุปสถานการณ์ของบริษัทในปัจจุบันและปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ให้คุณเธียรและทุกคนในที่ประชุมได้ทราบ”
อลินพยักหน้ารับอย่างสุภาพ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มต้นการนำเสนอของเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบรื่นและเป็มืออาชีพ เธอฉายภาพรวมของบริษัท ผลประกอบการใน่สามปีที่ผ่านมา และวิเคราะห์สถานการณ์ของคู่แข่งอย่าง Apex Motors ได้อย่างเฉียบคม ทุกข้อมูลของเธอมีตัวเลขและกราฟอ้างอิงอย่างชัดเจน
เธียรนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอไม่วางตา เขาพยายามจะหาจุดบกพร่อง...พยายามจะหาช่องโหว่ในการนำเสนอของเธอ แต่ก็ไม่พบเลยแม้แต่น้อย ความสามารถของเธอ...มันน่าทึ่งเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ และนั่นทำให้เขาหงุดหงิด
“ข้อมูลที่คุณอลินนำเสนอมา...น่าสนใจมากครับ” เธียรกล่าวขึ้นเมื่อเธอพรีเซนต์จบ เป็การทำลายความเงียบ “แต่ผมสงสัยนิดหน่อย...ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุณว่า...อ้างอิงมาจากแหล่งไหนครับ ความน่าเชื่อถือมีมากแค่ไหน”
มันเป็คำถามเชิงทดสอบ...เชิงดูแคลนเล็กน้อย
อลินหันมาสบตาเขาตรง ๆ แววตาของเธอนิ่งสนิท “ข้อมูลทั้งหมดมาจากบริษัทวิจัยตลาด TNS Research International ที่เราจ้างมาโดยตรงค่ะ เป็บริษัทวิจัยอันดับต้น ๆ ของประเทศ รายละเอียดของระเบียบวิธีวิจัยอยู่ในเอกสารแนบท้ายที่แจกให้ทุกท่านแล้วค่ะ”
เธอตอบกลับอย่างฉะฉานและมั่นใจ ทำให้เธียรหน้าเสียไปเล็กน้อย
“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่ากลยุทธ์ตั้งรับแบบที่คุณว่า...จะได้ผลกับคู่แข่งที่ก้าวร้าวอย่าง Apex” เขายิงคำถามต่อไป
“ดิฉันไม่ได้บอกว่าเราจะตั้งรับเพียงอย่างเดียวค่ะ” เธอกดรีโมทเปลี่ยนสไลด์ “นี่คือแผนการตลาดเชิงรุกที่เราจะใช้เพื่อสร้าง Brand Loyalty [1] และดึงลูกค้ากลับคืนมาในระยะยาว ซึ่งดิฉันได้ทำ SWOT analysis [2] เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกับกลยุทธ์าราคาของคู่แข่งไว้ให้ดูแล้ว...ในสไลด์ถัดไปค่ะ”
เธียรอ้าปากค้างเล็กน้อย เขาพูดอะไรไม่ออก ทุกคำถามของเขาถูกเธอเตรียมคำตอบไว้หมดแล้ว ราวกับว่าเธออ่านความคิดของเขาออก
ความนิ่งและเป็มืออาชีพของเธอทำให้เขาไม่สามารถหาเื่โจมตีได้เลย มันยิ่งทำให้เขาอยากจะทำลายความสงบนิ่งจอมปลอมนั่นให้พังทลายลง
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง เธียรจึงกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เน้นย้ำทุกถ้อยคำอย่างจงใจ
“ขอบคุณมากนะครับ...คุณอลิน...สำหรับการทำงานอย่างหนักที่ผ่านมา”
คำว่า คุณ ที่เขาใช้ มันคือการจงใจสร้างระยะห่าง...เพื่อตอกย้ำว่าสำหรับเขาแล้ว เธอก็เป็แค่พนักงานคนหนึ่ง...ไม่ใช่ภรรยา
อลินรับรู้ถึงเจตนานั้นได้เป็อย่างดี แต่เธอก็เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างสุภาพ...แล้วนั่งลงโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาทางสีหน้า
การเผชิญหน้าครั้งแรก...จบลงด้วยชัยชนะทางจิตวิทยาอย่างเงียบ ๆ ของอลิน และเป็เธียรเองที่รู้สึกสับสนและเสียศูนย์เสียเอง
บรรยากาศในรถระหว่างทางกลับบ้านเงียบกริบจนน่าอึดอัด อลินเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ในขณะที่เธียรเหลือบมองเธอเป็ระยะ ๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไปหมด
เมื่อกลับมาถึงเรือนหอที่เขาไม่ได้กลับมานานถึงสามปี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...แต่ความรู้สึกกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่บ้านของเขาอีกต่อไป...แต่เหมือนเป็อาณาเขตของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
“ดูท่าทางคุณจะมีความสุขดีนะตอนที่ผมไม่อยู่” เธียรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “คงจะสบายใจที่ได้คุมทุกอย่างสินะ”
อลินไม่ตอบ เธอเดินนำเขาเข้าไปในบ้านด้วยท่าทีปกติ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเขา
“ห้องนอนของคุณอยู่ทางฝั่งตะวันตกนะคะ ดิฉันให้แม่บ้านทำความสะอาดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังพูดกับแขกคนหนึ่ง
“ห้องนอนของผม?” เขาเลิกคิ้ว “นี่บ้านผมนะ”
“แต่ห้องนอนใหญ่เป็ห้องของดิฉันมาสามปีแล้วค่ะ” เธอตอบกลับอย่างสุภาพแต่ชัดเจน “ดิฉันคิดว่าคุณคงไม่อยากจะ...นอนร่วมห้องกับดิฉันหรอกจริงไหมคะ”
คำพูดนั้นทำให้เธียรจุกจนพูดไม่ออก ความนิ่งเฉยและการปฏิบัติตัวราวกับเขาเป็คนนอกของเธอมันผลักดันอารมณ์ของเขาจนถึงขีดสุด
เขาเฝ้ามองเธอที่เดินไปเตรียมน้ำและผ้าขนหนูไว้ให้เขาอย่างใจเย็น...ราวกับว่าการกลับมาของเขาไม่ได้มีความหมายอะไรกับเธอเลย
“ทำไม!” ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เดินเข้าไปกระชากแขนเธอไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ทำไมเธอถึงเป็แบบนี้! ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอ ร้องไห้จะเป็จะตายในวันนั้นมันหายไปไหน!”
อลินนิ่งไปชั่วครู่เมื่อถูกััตัวอย่างรุนแรง แต่เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เธอค่อย ๆ แกะมือหนาของเขาที่บีบแขนเธอจนเจ็บออกอย่างช้า ๆ ...นุ่มนวล...แต่หนักแน่น
จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขานิ่ง แล้วตอบด้วยเสียงที่เรียบสนิทและเ็ายิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
“สามปีเป็เวลาที่นานพอนะคะ...สำหรับคนบางคน”
ว่าจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้เธียรยืนนิ่งอยู่คนเดียวกลางห้องนั่งเล่นที่กว้างใหญ่ คำพูดของเธอ...มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนแปลกหน้า...ทั้งในบ้านของตัวเอง...และในชีวิตของภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์
[1] Brand Loyalty คือการทำให้ลูกค้าติดแบรนด์เราเหมือนที่ติ่งเกาหลีติดวงเมนอะ ต่อให้คู่แข่งออกโปรลดราคามาสู้แค่ไหน เขาก็จะเลือกซัพพอร์ตและซื้อของเราอยู่ดีเพราะรักและเชื่อใจในแบรนด์เราไปแล้ว! พูดง่าย ๆ ก็คือแผนของอลินไม่ได้้าแค่ขายของแต่้าสร้างแฟนคลับให้กับบริษัทรถของวรชัยดำรงนั่นเองจ้ะ!
[2] SWOT analysis (สวอต อะนาไลซิส) มันก็เหมือนการกางแผนที่เช็กสเตตัสตัวละครเรากับฝั่งตรงข้ามก่อนลงสนามแข่งจริงว่าเรามีสกิลเทพอะไร (S-จุดแข็ง) เรายังกากตรงไหน (W-จุดอ่อน) มีไอเทมลับหรือบัฟพิเศษให้เก็บในสนามรึเปล่า (O-โอกาส) แล้วศัตรูมีท่าไม้ตายโหด ๆ อะไรที่ต้องคอยระวังเป็พิเศษ (T-อุปสรรค) เพื่อจะได้วางแผนให้ชนะแบบใส ๆ อารมณ์แบบ...รู้เขารู้เราก่อนไปไฟว้จริง จะได้ชนะนิ่ม ๆ