“แต่วันนี้น้องอยากไปทำงาน ก็ให้น้องไปด้วยเถอะลูก”
นายธนาดึงทุกคนกลับมายังเหตุการณ์ในขณะนี้
“แต่คุณอรดียังทำอยู่นี่ครับ”
ชายหนุ่มยังพยายามจะเลี่ยงโดยอ้างถึงเลขาคนเดิมของเขา
“ก็นั้นแหละ จะได้ให้คุณอรดีเธอช่วยสอนงานให้หนูพิ้มไปด้วย พอถึงเวลาคุณอรดีออกไปจริงๆหนูพิ้มก็จะรับ่ต่อได้พอดี”
“แต่วันนี้ก้างรีบ”
เขาบอกอีกเพราะเห็นหญิงสาวยังอยู่ในชุดนอนอยู่เลย หน้าตาก็ดูเหมือนจะยังไม่ได้ล้าง ในขณะที่เขาเรียบร้อยอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกไปทำงานซึ่งถ้าหากจะให้รอเ้าหล่อนอาบน้ำแต่งตัวอีกก็ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
ผู้ใหญ่ทั้งสองหันไปมองหน้าหญิงสาวอย่างจะถามความเห็น ซึ่งเ้าหล่อนก็รีบพยักหน้ายืนยันทันที
“โอเคค่ะ พิ้มจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เร็วที่สุด”
ว่าแล้วก็คว้าแซนวิชติดมือ แล้ววิ่งตื๋อขึ้นไปข้างบนทันที
ธนวินท์มองตามอย่างไม่ค่อยชอบใจนักในกิริยาที่ไม่เรียบร้อยนั้น เขาวางช้อนที่กำลังทานข้าวต้มแล้วยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม ก่อนยกผ้าขึ้นซับริมฝีปากด้วยกิริยาแสนสุภาพ
“เอาน่าก้าง ให้เวลาน้องปรับตัวหน่อยสิลูก”
คุณวิยดาพยายามไกล่เกลี่ย ด้วยเข้าใจความรู้สึกของบุตรชาย เขาเป็คนเ้าระเบียบอยู่มากพอสมควรเหมือนคุณยายที่เลี้ยงเขามาั้แ่เล็ก
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ สิบนาทีแล้ว...
ยี่สิบนาทีก็แล้ว...
จนสามสิบนาที...
ธนวินท์แสนจะกระวนกระวาย เขามีงานด่วนที่ต้องทำั้แ่เช้า แต่ป่านนี้เขายังไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะพ่อกับแม่ให้เขารอยัยนั้น ซึ่งไม่รู้ว่ามัวทำอะไรอยู่ นี่เขาจะต้องไปทำงานสายเป็ครั้งแรกในรอบสามปีเพราะยัยนั้นงั้นเหรอ อะไรไม่ร้ายเท่ามันจะทำให้เขาผิดนัดกับลูกค้าอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อนเลยนี่สิ ซึ่งเขาเห็นว่าการผิดนัดคือการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อน...
“คุณพ่อครับ ผมสายมากแล้วนะ”
ชายหนุ่มร้อนรนเทียวดูนาฬิกาเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้
“เอาน่าลูก บริษัทของเราเอง สายนิดสายหน่อยจะเป็ไรไป ก้างเองก็ไม่เคยไปสายเลยสักครั้ง”
ผู้เป็พ่อพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“แต่ก้างก็กำลังจะเสียคนเพราะคนโปรดของคุณพ่อ”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างเจตนาจะไม่รออีกแล้ว แต่เสียงแจ้วๆก็ดังขึ้น พร้อมๆกับร่างโปร่งระหงที่วิ่งลงบันไดมา
“มาแล้วค่า...มาแล้ว..”
หญิงสาวอยู่ในชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้ายืดเนื้อบางเข้ารูปเน้นให้เห็นเรือนร่างอรชรที่มีสัดส่วนเย้ายวนตา สีแดงสดขับผิวขาวละเอียดให้ผุดผ่องยิ่งขึ้น ชุดเป็แบบเสื้อเกาะอก มีสายเล็กๆจากด้านหน้าดึงไปผูกเอาไว้ที่ต้นคอด้านหลัง ส่วนที่เป็กระโปรงบานย้วยสั้นเหนือเข่า ชายกระโปรงเว้าแหว่งด้วยดีไซส์เห็นแล้วน่าใจหาย รองเท้าส้นสูงปรี๊ดนั้นก็สีเดียวกัน...
ทุกคนที่เห็นถึงกับตกตะลึง... แต่แตกต่างกันไปคนละอารมณ์ ผู้ใหญ่ทั้งสองรู้สึกเอ็นดูว่าเ้าหล่อนสวยเปรี้ยวและน่ารักเหมือนตุ๊กตา แต่ชายหนุ่มคนเดียวในที่นี้รู้สึกอยากจะกลั้นใจตาย นี่หล่อนจะใส่ชุดนี้หรือไปทำงานกับเขา
“นี่เธอจะไปทำงานกับฉันด้วยชุดนี้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มถามเสียงสูงอย่างนึกไม่ถึง
“ใช่ค่ะชุดนี้ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสเป็คนออกแบบเลยนะคะและผลิตออกมาแค่สามชุดเท่านั้น แถมเป็คนละสีมีสีดำ สีแดง และสีน้ำเงินแต่ว่าสีนี้แหละเด่นสุด” หญิงสาวกล่าวจ๋อยๆอย่างภาคภูมิใจในเสื้อผ้าของตนไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะเดือดดาลแค่ไหน
“เธอคิดว่าตัวเองจะไปทำงานเป็นักร้องคาเฟ่หรือไง”
ธนวินท์ถามเสียงขุ่นเขียวหน้าตาเครียดจัด
หญิงสาวทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างไม่เข้าใจ
“หมายความว่าไงหรือค่ะ”
“เอาน่า ชุดนี้ก็สวยดีนี่ลูก”
คุณวิยดารีบเข้าคลี่คลายสถานการณ์ที่กำลังจะลุกเป็ไฟนี้ ทั้งที่ไม่ได้เห็นดีด้วยเลยที่หญิงสาวจะใส่ชุดแบบนี้ไปทำงาน แต่ถ้าหากนางทำท่าตำหนิไปอีกคนพิมพ์มณีคงเสียใจ เพราะเท่าที่ลูกชายของนางแสดงออกอยู่นั้นก็มากพออยู่แล้ว
“คุณแม่คิดอย่างนั้นหรือครับ”
ธนวินท์กล่าวอย่างไม่เข้าใจ...นี่แม่ของเขาเป็อะไรไป ทำไมถึงได้เห็นดีเห็นงามกับยัยนี้ไปได้หมดเสียทุกเื่ แม้แต่การที่เ้าหล่อนจะใส่ชุดอย่างนักร้องคาเฟ่นี้ไปทำงานกับเขา
“หรือพี่ก้างจะให้พิ้มขึ้นไปเปลี่ยนมาใหม่ละคะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าชุดของ
พิ้มส่วนใหญ่ก็จะมีแต่แบบนี้ทั้งนั้น แต่มีหลายสี เอาสีอะไรดีคะ ส้ม เหลือง ฟ้าสด..”
หญิงสาวกล่าวอย่างจะเอาใจเขา แต่ยังไม่ทันจะขาดคำ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินออกไปเสียก่อน