ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 13/09/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 6
ความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องโถงนั้นหนักอึ้งและแตกต่างจากครั้งก่อนหน้า มันไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากอำนาจกดทับ แต่เป็ความเงียบอันเกิดจากความตกตะลึงระคนสับสน เสียงตวาดเรียกชื่อ เว่ยหลิน ของอ๋องปีศาจยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสอง แม้จะไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูดก็ตามที
เว่ยหลินที่หันหลังให้ยังคงยืนนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรงซ่อนเร้นอาการสั่นสะท้านเล็กๆ จากชัยชนะและความตึงเครียดเอาไว้ได้อย่างแเี ภายในอก หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกซี่โครง เขาทำสำเร็จแล้ว...สำเร็จในการบังคับให้อ๋องผู้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครต้องยอมจำนนต่อความอยากรู้ของตนเองจนถึงขั้นตวาดเรียกชื่อเขาออกมา
โม่เหยียนเองก็ยืนนิ่งอยู่กลางห้องเช่นกัน คิ้วกระบี่ของเขาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปม ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเต็มไปด้วยโทสะ บัดนี้กลับฉายแววสับสนและหงุดหงิดในตนเองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดตนถึงได้เผลอแสดงอารมณ์รุนแรงและสูญเสียการควบคุมไปเพียงเพราะบัณฑิตตรงหน้ากำลังจะเดินจากไป...และที่สำคัญที่สุด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมการเอ่ยชื่อธรรมดาสามัญชื่อหนึ่งออกมา มันถึงได้รู้สึกเหมือนเขากำลังพ่ายแพ้ในสมรภูมิที่มองไม่เห็นเช่นนี้
“มีอะไรจะพูดอีกหรือไม่” ในที่สุดเว่ยหลินก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อน เขาค่อยๆ หันกายกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็เ้าของจวน ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แววตาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น ราวกับว่าคนที่เพิ่งถูกตวาดเรียกเมื่อครู่ไม่ใช่เขา
การควบคุมอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นยิ่งทำให้โม่เหยียนรู้สึกขัดใจ เขาก้าวเข้ามาประชิดร่างของเว่ยหลินในชั่วพริบตา กลิ่นอายของเหล็กและไม้จันทน์หอมที่เข้มข้นโอบล้อมรอบกายจนเว่ยหลินต้องกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
“เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร” น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลงอย่างคุกคาม “ถึงได้กล้ามาลองดีกับข้าในถิ่นของข้าเอง”
เว่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว “ข้าเป็เพียงคนที่ท่านเก็บกลับมามิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ” เขาตอบกลับอย่างใจเย็น “หากท่านไม่้าความคิดเห็นของข้าแล้ว เช่นนั้นการมีอยู่ของข้าก็คงไร้ความหมาย”
คำตอบนั้นแทงใจดำโม่เหยียนอย่างจัง...มันคือความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้ บัณฑิตผู้นี้มีค่าเพราะสติปัญญาที่น่าทึ่ง การจะกำจัดเขาไปเพราะความหงุดหงิดส่วนตัวถือเป็เื่โง่เขลาอย่างที่สุด
อ๋องปีศาจกัดฟันกรอด ก่อนจะยอมล่าถอยเป็ครั้งแรก เขาเบือนหน้าหนีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเ็าดังเดิม “กลับไปที่เรือนของเ้าซะ...แล้วอย่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้าข้าหากไม่มีเื่จำเป็อีก”
แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนการขับไล่ แต่สำหรับเว่ยหลินแล้วมันคือการยอมรับความพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างที่อีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกตเห็น ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมแล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อ๋องผู้ยิ่งใหญ่ยืนข่มอารมณ์ขุ่นมัวของตนอยู่ตามลำพัง
หลังจากวันนั้น สถานะของเว่ยหลินในจวนอ๋องก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจนทุกคนััได้ เขาไม่เพียงได้รับอนุญาตให้เข้าออกหอตำราได้อย่างอิสระ แต่โม่เหยียนยังถึงกับให้คนยกโต๊ะทำงานและม้วนแผนที่การทหารชุดจำลองมาตั้งไว้ให้ในเรือนพักของเว่ยหลินเอง เพื่อที่เขาจะได้เรียกหาเพื่อปรึกษาหารือได้ทุกเมื่อที่้า
จาก นักโทษที่น่าจับตา บัดนี้เขาได้กลายเป็ ที่ปรึกษาคนสำคัญ อย่างไม่เป็ทางการไปแล้ว บ่าวไพร่ที่เคยซุบซิบนินทาและส่งสายตาดูแคลน บัดนี้ต่างก้มหน้าให้เขาด้วยความยำเกรง ไม่มีใครกล้าหาเื่เขาอีกต่อไป เพราะทุกคนรู้ดีว่าการล่วงเกินเว่ยหลิน ก็ไม่ต่างอะไรกับการล่วงเกินท่านอ๋องโดยตรง
ค่ำคืนหนึ่ง แสงเทียนสาดส่องให้เห็นเงาร่างของคนสองคนที่กำลังก้มหน้าลงเหนือแผนที่แผ่นใหญ่บนโต๊ะทำงานในเรือนพักของเว่ยหลิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและเสียงทุ้มต่ำของโม่เหยียนที่เอ่ยถามเป็ครั้งคราว
“เส้นทางส่งกำลังบำรุงผ่านช่องเขานี้ยังคงมีความเสี่ยงสูงเกินไป เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”
เว่ยหลินใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามเส้นทางบนแผนที่ ดวงตาฉายประกายแห่งการวิเคราะห์อย่างเต็มที่ “ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่เส้นทางพ่ะย่ะค่ะ แต่อยู่ที่ เวลา ที่ใช้ในการตอบสนองหากถูกซุ่มโจมตี” เขาชี้ไปยังจุดที่เป็ป้อมปราการที่ใกล้ที่สุด “หากเราย้ายกองกำลังเสริมหน่วยเล็กๆ จากที่นี่ มาตั้งค่ายชั่วคราวที่บริเวณปากทางเข้าหุบเขา จะสามารถลดเวลาในการเข้าช่วยเหลือลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง”
โม่เหยียนจ้องมองจุดที่เว่ยหลินชี้ด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “เป็ความคิดที่ไม่เลว”
การได้ถกเถียงปัญหาเชิงตรรกะเช่นนี้คือสิ่งที่เว่ยหลินคุ้นเคยและทำได้ดีที่สุด มันทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็ คราม โปรแกรมเมอร์ผู้หลงใหลในการแก้ปัญหาอีกครั้ง ความใกล้ชิดที่เกิดจากการทำงานร่วมกันเช่นนี้เป็ไปอย่างธรรมชาติและสบายใจอย่างน่าประหลาด เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยเงื่อนไขอันน่าอัปยศ
แต่แล้ว ในจังหวะที่เขากำลังจะอธิบายแผนขั้นต่อไป โม่เหยียนก็ยื่นมือมาหยิบม้วนตำราที่อยู่ข้างๆ ตัวเขา แขนเสื้อที่กว้างขวางปัดไปโดนถ้วยชาที่วางอยู่จนมันหกคว่ำลงบนแขนเสื้อของเว่ยหลินพอดี
“อุ๊บ!” เว่ยหลินร้องออกมาเบาๆ ด้วยความใระคนร้อน
“ข้าขอโทษ” โม่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงใเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะทำในสิ่งที่เว่ยหลินไม่คาดคิด...เขายื่นมือออกมาจับแขนของเว่ยหลินไว้แล้วใช้แขนเสื้อของตนเองซับคราบน้ำชาให้อย่างรวดเร็วและเป็ธรรมชาติ
ััจากฝ่ามือใหญ่ที่ร้อนผ่าวและหยาบกร้านจากการจับอาวุธมาทั้งชีวิตส่งผ่านความร้อนมายังผิวของเว่ยหลินโดยตรง หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบและหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองที่เคยเต็มไปด้วยกลยุทธ์การรบ บัดนี้กลับขาวโพลนไปหมด
ภาพในหัวของเขาตัดกลับไปยังอดีต...ในโลกเก่า...
‘ระวังหน่อยสิวะคราม! กาแฟหกหมดเลยเห็นไหม’ เสียงของเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานเพียงคนเดียวที่เขาไว้ใจที่สุดดังขึ้น พร้อมกับที่อีกฝ่ายหัวเราะและใช้ทิชชูเช็ดคราบกาแฟที่หกใส่แขนเขาให้อย่างสนิทสนม มันเป็ภาพความทรงจำที่เคยอบอุ่น...ก่อนที่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เพื่อนคนเดียวกันนี้จะแทงข้างหลังเขาอย่างเืเย็น ขโมยโปรเจกต์ ระบบนำทางโชคชะตา ที่พวกเขาสร้างมาด้วยกันไปเสนอต่อผู้บริหารว่าเป็ผลงานของตนเองคนเดียว ทิ้งให้เขาที่ทุ่มเททั้งชีวิตต้องหมดสิ้นทุกอย่าง...
ความเ็ปจากการถูกหักหลังแล่นปราดขึ้นมาในอกอย่างรุนแรงจนหายใจติดขัด
“ข้าไม่เป็อะไร” เว่ยหลินชักแขนกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาถอยห่างจากโม่เหยียนไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
โม่เหยียนขมวดคิ้วมุ่นกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนั้น “เ้าเป็อะไรไป”
“ข้าแค่...รู้สึกไม่ค่อยสบาย” เว่ยหลินตอบเสียงเรียบ พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมไม่ให้เสียงสั่น “วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ความขัดแย้งถาโถมเข้าใส่ในใจของเขาอย่างรุนแรง ความใกล้ชิดกับโม่เหยียนในฐานะ คู่คิด ทำให้เขารู้สึกดี...ดีเกินไปจนน่ากลัว มันทำให้เขาเกือบจะลืมไปว่าปลายทางของความสัมพันธ์นี้คือการที่เขาต้องใช้ ร่างกาย เข้าแลกเพื่อเอาชีวิตรอด มันทำให้เขาเกือบจะเผลอ เชื่อใจ คนคนนี้...อีกครั้ง
‘ไม่ได้...จะพลาดเหมือนเดิมอีกไม่ได้’ เขาบอกตัวเองในใจ ‘ข้าต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น จะฝากชีวิตไว้กับความไว้ใจจอมปลอมไม่ได้อีกแล้ว’
โม่เหยียนมองท่าทีที่เ็าและห่างเหินนั้นด้วยความไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเซ้าซี้ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วพยักหน้ารับช้าๆ “เช่นนั้นก็พักผ่อนเสีย”
ว่าแล้วเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เว่ยหลินยืนนิ่งอยู่ตามลำพังกับาแในอดีตที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ และกำแพงในใจที่บัดนี้สูงตระหง่านและหนาแน่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
แต่ดูเหมือนว่าระบบจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจรักษาระยะห่างของเขานัก
ในคืนถัดมา ขณะที่เว่ยหลินกำลังนั่งทบทวนความคิดที่สับสนของตนอยู่ตามลำพัง ความเ็ปแสนสาหัสก็แล่นปราดไปทั่วร่างโดยไม่มีสัญญาณเตือน มันรุนแรงราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง กล้ามเนื้อทุกมัดบิดเกร็งจนแทบฉีกขาด
“อึ่ก!” เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่น พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ส่งเสียงร้องออกมา เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาทั่วร่างในทันที
[แจ้งเตือน ตรวจพบเจตจำนงในการปฏิเสธภารกิจหลัก เริ่มดำเนินการลงโทษขั้นที่สอง]
เสียงสังเคราะห์ที่เ็าดังก้องอยู่ในหัวของเขา บทลงโทษครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่า มันไม่ใช่แค่ความเ็ป แต่เป็ความรู้สึกเหมือนดวงิญญากำลังถูกบดขยี้อย่างช้าๆ
เว่ยหลินทรุดลงกับพื้น ร่างกายงองุ้มด้วยความทรมาน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงดื้อรั้นและไม่ยอมร้องขอความช่วยเหลือจากใคร
ปัง!
ประตูเรือนพักของเขาถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของโม่เหยียนปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เขามีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง และภาพที่เขาเห็นก็ทำให้ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นด้วยความใ
“เว่ยหลิน! เ้าเป็อะไรไป!” เขารีบปรี่เข้ามาหมายจะพยุงร่างที่สั่นเทิ้มนั้นขึ้นมา
“อย่า...เข้ามา” เว่ยหลินเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก เขาปัดมือของโม่เหยียนออกอย่างแรงด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี “ข้า...ไม่เป็อะไร”
ใบหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อที่ท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม และร่างกายที่สั่นเกร็งไม่หยุด...ทุกอย่างล้วนขัดแย้งกับคำพูดของเขาโดยสิ้นเชิง
การปฏิเสธอย่างดื้อรั้นนั้นทำให้โม่เหยียนหยุดชะงัก ความเป็ห่วงในแววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิดและไม่เข้าใจอย่างรุนแรง “ไม่เป็อะไรอย่างนั้นรึ! สภาพของเ้าตอนนี้ยังกล้าพูดว่าไม่เป็อะไรอีกงั้นหรือ!”
“มันไม่ใช่...เื่ของท่าน” เว่ยหลินกัดฟันพูด ความปากแข็งและไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาคือกลไกป้องกันตัวเพียงอย่างเดียวที่เขาเหลืออยู่
คำพูดนั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความอดทนของโม่เหยียนสิ้นสุดลง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มองเว่ยหลินที่นอนขดอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่เ็าและผิดหวัง “ดี! ในเมื่อเ้าปากดีนัก ก็ทนเ็ปอยู่คนเดียวต่อไปเถอะ!”
ว่าแล้วเขาก็หันหลังเดินกระทืบเท้าจากไปอย่างเกรี้ยวกราด ปิดประตูดังปัง! ทิ้งให้เว่ยหลินต้องเผชิญหน้ากับความเ็ปจากระบบและความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจอยู่ตามลำพัง
เว่ยหลินนอนขดตัวอยู่บนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ความเ็ปจากบทลงโทษของระบบดำเนินต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วยามก่อนจะค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่อ่อนล้าจนแทบขยับไม่ได้และจิตใจที่แหลกสลาย
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจทนรับบทลงโทษเช่นนี้ได้อีกแล้ว ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีที่เขายึดมั่นกำลังจะคร่าชีวิตเขาไปจริงๆ
เขาพยุงร่างที่สั่นเทาของตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ดวงตาที่เคยทอประกายแห่งความท้าทาย บัดนี้กลับขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้
‘ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ...’
ความคิดนั้นผลักดันให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่น่าอัปยศที่สุด เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก้าวเดินออกจากเรือนพักของตน มุ่งหน้าไปยังที่พำนักหลักของเ้าของจวนแห่งนี้...ห้องบรรทมของอ๋องปีศาจ
ทุกย่างก้าวที่เดินไปภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมานั้น ราวกับเป็การเดินไปสู่แดนปะาของเกียรติยศและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เขามี
ในที่สุด เขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่แกะสลักอย่างงดงามแต่กลับดูน่าเกรงขามของห้องบรรทมโม่เหยียน เขายกมือที่สั่นเทาขึ้น หมายจะเคาะลงไปบนบานประตูนั้น
แต่แล้ว...มือของเขาก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศ
ภาพของตัวเองที่ต้องใช้ร่างกายปรนนิบัติบุรุษอีกคนเพื่อเอาชีวิตรอดฉายชัดขึ้นมาในหัว ความขยะแขยงตัวเองและความรู้สึกอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์จนเขาแทบยืนไม่อยู่
‘ทำไม่ได้...ข้าทำเื่แบบนี้ไม่ได้จริงๆ’
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความขัดแย้งภายในใจกรีดร้องจนแทบเสียสติ ศักดิ์ศรีของปัญญาชน...ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย...มันกำลังถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
สุดท้ายแล้ว...เขาก็ทำไม่ได้
เว่ยหลินลดมือลงอย่างหมดแรง เขาหันหลังแล้ววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นราวกับคนเสียสติ กลับไปยังเรือนพักของตัวเอง ล้มตัวลงบนเตียงแล้วขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง สั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และขยะแขยงในความอ่อนแอของตนเอง เขายอมแล้ว...ยอมที่จะทนรับความเ็ปจากบทลงโทษของระบบ ดีกว่าต้องสูญเสียตัวตนชิ้นสุดท้ายของตัวเองไป
ประกาศ : พรุ่งนี้หยกงดอัปนิยาย 1 วันนะคะ เจอกันอีกทีวันที่ 13/ก.ย./68 โดยจะมาพร้อม eBook เลยงับ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ