ที่ 10 สิงหาคม
คริสศักราช 2049
ในห้องประชุมที่กว้างใหญ่และเงียบสงบในตอนกลางคืน เวก้ากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมยาวซึ่งเต็มไปด้วยหน้าจอและแผนที่ของเมือง เขาหมุนเก้าอี้ไปยังห้องด้านหลังซึ่งเปิดไปยังพื้นที่ที่เป็ห้องควบคุมลับของ Aegis Corp รอยยิ้มเยือกเย็นของเขาส่องประกายขึ้นเมื่อเขาเห็นภาพที่ถูกส่งมาจากกล้องเฝ้าระวังและระบบตรวจจับ
“สถานการณ์ร้ายแรง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทั่วไป เหมือนกับว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรบเขส
“สิ่งที่เราทำได้” หนึ่งในเ้าหน้าที่รายงาน “ก็แค่การส่งชายคนนั้นออกไป"
เวก้าหยิบโทรศัพท์สื่อสารที่ล้ำสมัยมาจากโต๊ะ และกดปุ่มเรียกใช้งาน เขาพูดไปที่เครื่องมืออย่างเคร่งขรึม “มีงานหนักให้นายทำ อีริค”
ไม่นานต่อมา ประตูห้องประชุมเปิดออกและชายในชุดเกราะสีดำเดินเข้ามา สวมหน้ากากและชุดเกราะที่ดูหนักแน่นและน่ากลัว เขาเป็ตัวแทนของทีมพิเศษที่เวก้าได้เรียกมาทันที
“คอมมานเดอร์” พร้อมกับการยิ้มแล้วมองไปที่เขาคนน้้น “ฉัน้าให้นายออกไปและจัดการกับผู้บุกรุกที่ทำลายเซิร์ฟเวอร์ของเราที่โผล่มาไม่นานมานี้ ค้นหาพวกเขาและฉันขอตัวเป็ ๆ”
“รับทราบครับ” คอมมานเดอร์ตอบ ขณะที่เขาเดินออกจากห้องประชุมและเตรียมตัวสำหรับภารกิจที่จะมาถึง
เวก้าหยิบแผนที่และข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาจากโต๊ะประชุม และเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน เขากำลังวางแผนการตอบสนองที่จำเป็เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บุกรุกจะไม่สามารถหลบหนีไปได้
ชายที่นั่งอยู่ทางด้านขวาในห้องประชุมหรูหราและทันสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งมีการติดตั้งหน้าจอแสดงผลและระบบโฮโลแกรมที่พร้อมใช้งานทุกเมื่อ เขาหันไปหาวีรบุรุษน่าเกรงขามอย่างเวก้า
"ทำไมท่านถึงยังใช้แผนที่กระดาษอยู่ล่ะ ท่าน?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจ
เวก้าหันไปมองเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความมั่นใจที่ไร้ขีดจำกัด และริมฝีปากของเขาก็ยกยิ้มในแบบที่แสดงถึงความรู้สึกที่เหนือกว่าคนอื่น
"โง่จริง ๆ นะแกเนี่ย," เวก้าตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความดูถูก "การที่ฉันไม่ใช้โฮโลแกรมแบบพวกแก มันทำให้โดนล้วงข้อมูลได้น่ะสิปัดโถ่"
เขาพูดจบแล้วก็หันกลับไปยังแผนที่กระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าแผนที่นั้นมีการจดบันทึกด้วยลายมืออย่างระเมียด และแสดงถึงการวางแผนที่ละเอียดถี่ถ้วน ทั้งที่แผนที่นี้ดูเหมือนจะล้าสมัยและง่ายต่อการถูกมองข้าม แต่ในความเป็จริง มันมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้เทคโนโลยีที่สามารถถูกแฮ็กหรือถูกติดตามได้ง่าย
เวก้าหยิบแผนที่ขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มพิจารณาแผนการที่เขาวางไว้อย่างลึกซึ้ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่แต่ละจุดที่เขาทำเครื่องหมายไว้ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อแผนการที่ซับซ้อนและยุทธวิธีที่เขาตั้งใจจะใช้
ความรู้สึกของการกดขี่และอำนาจของเวก้าทำให้บรรยากาศในห้องประชุมรู้สึกหนาวเหน็บและตึงเครียดเป็ธรรมดา ขณะที่เขาหันกลับไปที่กลุ่มคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในห้องด้วยความเงียบสงัดและการตั้งใจที่จะไม่ทำให้เขาไม่พอใจ
เวก้าหันไปยังกลุ่มเ้าหน้าที่ระดับสูงที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุม ซึ่งแต่ละคนล้วนมีท่าทีที่เต็มไปด้วยความเครียดและความตั้งใจในการทำงาน
"ให้ทีมพิเศษจัดการกับสถานการณ์นี้" เวก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเงียบสงบ "เราจะต้องให้แน่ใจว่า Aegis Corp จะฟื้นคืนได้อย่างรวดเร็วและไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางเรา"
คำพูดของเวก้าลดเสียงลงเป็ความเงียบที่แผ่ไปทั่วห้อง แต่ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเขานั้นเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและความมั่นใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่มีลักษณะเป็เทคโนโลยีล้ำสมัยและกดปุ่มเพื่อเรียกข้อมูลที่จำเป็ หน้าจอของโทรศัพท์แสดงแผนที่และรายละเอียดของภารกิจอย่างชัดเจน เขายกมือขึ้นและชี้ไปที่ตำแหน่งต่าง ๆ บนแผนที่
"ให้ทีมพิเศษที่เรามีอยู่ตอนนี้เข้าร่วมปฏิบัติการทันที" เวก้ากล่าวต่อ "ต้องจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด และให้แน่ใจว่าไม่มีการรั่วไหลของข้อมูลหรือการขัดขวางจากภายนอก"
เ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องต่างพยักหน้าและเริ่มดำเนินการตามคำสั่งของเวก้าอย่างรวดเร็ว ทุกคนรู้ดีว่าเวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดใน่เวลานี้ และพวกเขาจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มั่นใจว่า Aegis Corp จะสามารถฟื้นตัวและกลับมาแข็งแกร่งได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
เวก้าเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นวิวของเมืองที่คึกคัก เขารู้ว่าเวลานี้เป็่ที่ต้องใช้ความสามารถทั้งหมดในการจัดการกับสถานการณ์ และเขาก็มั่นใจว่าทีมพิเศษของเขาจะสามารถจัดการได้ตามแผนที่วางไว้
เวก้าค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเขา มองไปที่หน้าจอหลายจอที่เต็มไปด้วยข้อมูลและภาพจากกล้องเฝ้าระวัง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น เขาเดินช้าๆ ไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองใต้ท้องฟ้ามืดมน แสงไฟจากอาคารสูงส่องประกายดั่งดวงดาวกลางความมืด แต่เวก้ากลับมองเห็นเพียงหมากบนกระดานที่เขาต้องควบคุม
"เราอยู่ในเกมแห่งการควบคุม," เวก้าพึมพำกับตัวเอง "ทุกหมาก ทุกการเคลื่อนไหวต้องเป็ไปตามที่เราวางไว้ ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด"
เขาหันกลับมามองที่จอภาพ หน้าจอหนึ่งแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุก โดยมีข้อความแจ้งเตือนที่กระพริบอยู่ ข้อมูลสำคัญที่ถูกเจาะเข้าถึงไม่ได้เพียงแค่แสดงถึงความล้มเหลวของระบบป้องกัน แต่ยังเป็การท้าทายต่ออำนาจของ Aegis Corp ซึ่งเป็สิ่งที่เวก้าไม่สามารถยอมรับได้
"พวกมันคิดว่าพวกมันจะสามารถทำลายเราได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวงั้นสินะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง "ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ตอนที่ฉันยังอยู่ที่นี่"
เวก้ากดปุ่มบนแผงควบคุมอีกครั้ง ทำให้หน้าจอทั้งหมดรวมเข้ากับระบบควบคุมหลัก ข้อมูลทุกชิ้นจากเซ็นเซอร์และกล้องเฝ้าระวังถูกดึงเข้ามาและถูกวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เขามองเห็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของผู้บุกรุก เส้นทางที่พวกเขาใช้ และตำแหน่งปัจจุบันที่พวกเขาอาจจะยังคงหลบซ่อนอยู่
"อยากได้นายชะมัดเลย ไซรัส" เวก้าพูดเบาๆ แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น "และทำให้พวกแกสำนึกถึงการท้าทายที่ผิดพลาดนี้"
ขณะที่เขากำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติม หน้าจออีกจอหนึ่งก็เปลี่ยนภาพไป เป็ภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางตรอกมืด เขาดูเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าถูกจับตามอง แต่เวก้ารู้ดีว่าเขาคือหนึ่งในกลุ่มผู้บุกรุกที่พยายามทำลายระบบของ Aegis Corp
"จับตามองเขาไว้," เวก้าสั่งผ่านระบบสื่อสาร "อย่าให้เขาหลุดรอดไปได้"
** **
ในขณะเดียวกัน คอมมานเดอร์ที่ถูกเรียกมารับภารกิจ ได้เตรียมทีมพิเศษให้พร้อมสำหรับการลงพื้นที่ พวกเขาเตรียมอาวุธและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด ทุกคนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ภารกิจธรรมดา แต่เป็การพิสูจน์ความแข็งแกร่งของพวกเขาต่อหน้าเวก้า
เวก้ายิ้มเบาๆ ขณะมองดูทีมพิเศษออกปฏิบัติการ ความมั่นใจในแผนการของเขาเพิ่มมากขึ้น เขารู้ดีว่าเกมนี้ยังไม่จบ แต่เขาก็พร้อมจะควบคุมทุกอย่างด้วยมือของเขาเอง
"ให้เกมเริ่มต้นขึ้น," เวก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ขณะที่ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นถึงทีมพิเศษที่กำลังมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของผู้บุกรุกอย่างรวดเร็วและเงียบงัน.
ในขณะที่เวก้าและทีมพิเศษเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่การปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและไร้ที่ติ ภาพตัดมาที่อีกมุมหนึ่งของเมือง เมืองที่ดูเหมือนจะสงบสุข ทว่าภายใต้เงามืดของตึกสูงเสียดฟ้าแห่งนี้กลับซ่อนเร้นความวุ่นวายที่กำลังจะปะทุขึ้น
ท่ามกลางแสงไฟจากตึกระฟ้าที่สะท้อนกับผิวน้ำของแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางเมือง ไซลัส โรม ยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารร้างหลังหนึ่ง เสื้อคลุมยาวสีเข้มของเขาปลิวไสวตามลมกลางคืน ดวงตาสีฟ้าเรืองแสงของเขามองลงไปยังถนนด้านล่าง ที่ผู้คนยังคงเดินไปมาโดยไม่รู้ถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
เขายืนอย่างนิ่งเงียบ ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของความมืดที่ห้อมล้อม เสียงของเมืองดังก้องในหูของเขา แต่ใจของเขากลับสงบเยือกเย็น มือของเขาขยับไปที่ด้ามดาบซึ่งถูกผูกไว้อย่างแ่าที่เอวของเขา ดาบที่ไม่ได้เป็เพียงแค่อาวุธ แต่เป็ส่วนหนึ่งของตัวตนของเขา
** **
ไซลัสรู้ดีว่าคืนนี้จะไม่ใช่คืนธรรมดา ความเงียบสงบที่แฝงอยู่ในอากาศทำให้เขารู้สึกได้ถึงพายุที่กำลังจะมา เขาได้รับข้อมูลลับมาว่าจะมีการเคลื่อนไหวของ Aegis Corp ในคืนนี้ และเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
แม้จะยืนอยู่คนเดียวในที่สูง แต่เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเขามีบางสิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าความกลัวในใจของเขา สิ่งนั้นคือความมุ่งมั่นที่จะเปิดเผยความจริงและต่อสู้เพื่อคนที่ไม่สามารถต่อสู้เพื่อตัวเองได้
"ผมไม่ยอมให้พวกมันทำร้ายใครอีก," ไซลัสพึมพำกับตัวเอง มือของเขาที่จับดาบนั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากข้างหลัง ไซลัสหันกลับมามอง ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์แต่สายตาเต็มไปด้วยความพร้อม เห็นเป็เพียงแมวตัวหนึ่งที่ะโลงจากกองขยะในตรอกใกล้ๆ ก่อนจะหายไปในความมืดอีกครั้ง
เขายืนอยู่อย่างเงียบงันสักครู่ แล้วจึงเริ่มเคลื่อนตัว เขาหายไปในเงามืดเช่นเดียวกับแมวตัวนั้น โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ตามหาได้ คืนนี้จะเป็อีกคืนหนึ่งที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็พร้อมเสมอ
**ความเงียบสงัดของค่ำคืนถูกทำลาย** เมื่อไซลัสก้าวออกมาจากเงามืด เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในอากาศ เหมือนกับว่าความมืดที่เคยห่อหุ้มเมืองนี้อย่างสงบนิ่ง กำลังจะถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่รุนแรงและน่ากลัวกว่ามาก
ทันใดนั้น สายตาของไซลัสก็จับจ้องไปยังเงาร่างหนึ่งที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากปลายตรอก ชายผู้มีร่างกายสูงใหญ่ประมาณ 185 ซม. เดินออกมาจากความมืดด้วยก้าวที่มั่นคงและช้า ๆ ราวกับว่าทุกย่างก้าวของเขานั้นถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ความมืดที่อยู่รอบตัวเขาดูเหมือนจะยิ่งทวีความน่ากลัวเมื่อเปล่งประกายจากชุดเกราะสีดำมันวาวที่เขาสวมใส่ ลวดลายแสงสีฟ้าและเขียวบนชุดนั้นส่องประกายเมื่อเขาเคลื่อนไหว เผยให้เห็นถึงอำนาจและพลังที่เขาแฝงไว้
**อีริค ซาร์วิส** ปรากฏตัวต่อหน้าไซลัส สายตาของเขาเยือกเย็นและมั่นใจ ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เขาไม่สามารถควบคุมได้
"ไซลัส..." อีริคเอ่ยชื่อของไซลัสออกมาช้า ๆ ด้วยเสียงที่ก้องกังวานและเต็มไปด้วยความเยือกเย็น เขายิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าเขารู้ดีว่าเขาคือผู้ที่ถือครองพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสถานการณ์นี้
ไซลัสจับดาบของเขาแน่นขึ้น ขณะที่จ้องมองไปยังศัตรูตรงหน้า เขารู้ดีว่าอีริค ซาร์วิสไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา แต่เป็บุรุษที่ควบคุมเทคโนโลยีอย่างสมบูรณ์แบบ อีริคไม่แสดงความกลัวใด ๆ เขาก้าวเข้าไปใกล้ไซลัสอีกเล็กน้อย ก่อนจะหยุดและจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา
"ฉันต้องยอมรับว่า นายทำให้ฉันประหลาดใจที่มาถึงจุดนี้ได้" อีริคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "แต่คืนนั้นนายจะได้รู้ ว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะฉันได้ ไม่มีใครสามารถลบล้างสิ่งที่ฉันสร้างขึ้นมาได้"
ไซลัสยังคงนิ่งเงียบ แต่ดวงตาของเขาแสดงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ เขารู้ดีว่านี่คือ่เวลาที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง และเขาจะต้องใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อหยุดยั้งอีริค
อีริคยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเบา ๆ ในชั่วพริบตา โดรนขนาดเล็กนับไม่ถ้วนก็ปล่อยตัวออกมาจากเงามืด บินวนเวียนรอบตัวเขาและไซลัส เสียงฮัมเบา ๆ ของพวกมันดังขึ้นในอากาศ ราวกับเป็เสียงเตือนถึงการทำลายล้างที่กำลังจะเกิดขึ้น
"มาเถอะ ไซลัส" อีริคกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความอำมหิต
ไซลัสยืดตัวตรง ขยับดาบในมืออย่างมั่นคง เขาเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับอีริค ซาร์วิส ชายผู้ที่ไม่มีใครกล้าท้าทายได้... จนกระทั่งตอนนี้