ในยามค่ำคืนอันมืดมิดแสงสว่างจากยันต์ปราณหยางส่องสว่างออกมาล้อมรอบพื้นที่ของเมิ่งเจี้ยนเฉินและสัตว์ปีศาจเอาไว้กระบี่และดาบถูกมือของเมิ่งเจี้ยนเฉินจับอย่างมั่นคงพลังปราณทั่วร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไปไม่ใช่พลังปราณที่อ่อนโยนแต่กลายเป็พลังปราณที่ดุดันและร้อนแรง
ร่างกายของเมิ่งเจี้ยนเฉินเหมือนกับเตาหลอมที่ภายในอัดแน่นไปด้วยปราณที่ดุร้ายเห็นเพียงไอพลังค่อยๆลอยออกมาเหมือนควันอากาศรอบๆราวกับถูกความร้อนทำให้กระจายตัวออกไป
“โฮก!!!!!!!!!!”สัตว์ปีศาจกระโจนเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉินใช้กงเล็บโจมตีออกไป
ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินทะยานออกไปกระบี่และดาบในมือร่ายรำกระบี่บวนท่าหนึ่งดาบป้องกันการโจมตีของสัตว์ปีศาจหนึ่งกระบี่โจมตีสัตว์ปีศาจกลับไวมากใช้ปากคาบคมกระบี่เอาไว้ได้จนกระบี่ไม่อาจขยับได้อีก
เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยมือปล่อยกระบี่กำหมัดแน่นชกออกไปได้ยินแค่เสียงดังลั่นพร้อมกับร่างของสัตว์ปีศาจกระเด็นไปชนเข้ากับแผ่นยันต์ปราณหยางทำให้ยันต์ส่องสว่างและลุกไหม้เปลวเพลิงเริ่มแผดเผาไอปีศาจบนร่างของสัตว์ปีศาจ
อีกด้านภูติจิ้งจอกน้ำตานองหน้ามองร่างที่เต็มไปด้วยเืของหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าของอีกฝ่ายซีดขาวแววตาเริ่มจะมืดลง
“น้องเล็ก....เ้ารีบหนีไปเอามุกิญญาของข้าไปด้วยและหลอมรวมมันซะ...อึก....แล้วเ้าจะสามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ถึงตอนนั้นก็ออกไปจากที่นี่ซะ”
“ไม่พี่สาวอย่าทิ้งข้าไปนะอย่าทิ้งข้าไปเป็ความผิดของข้าเองหากข้าไม่หิวท่านก็ไม่ต้องออกไปหาของกินมาให้ข้า” ภูติจิ้งจอกมองผลไม้ป่าที่อยู่ข้างๆร่างของหญิงสาวก็เข้าใจว่านางออกจากที่ซ่อนเพื่อไปหาผลไม้ป่ามาให้นางกินนี่ทำให้นางเ็ปอย่างมาก
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าอย่าคิดมากก็แค่ข้าไม่แข็งแกร่งมากพอเท่านั้นเอง จำไว้โลกนี้โหดร้ายมากพวกเราเผ่าภูติไม่สามารถอยู่อย่างเปิดเผยได้เพราะอาจจะถูกมนุษย์สังหารได้ตลอดเวลาในอนาคตเ้าจะต้องไปยังชิงชิวไปยังสถานที่ของภูติจิ้งจอกเมื่ออยู่ที่นั่นเ้าจะไม่ต้องถูกรังแกอีก”
“ไม่พอแล้ว ข้าจะอยู่กับท่าน” ภูติจิ้งจอกร้องให้อย่างหนัก
เมิ่งเจี้ยนเฉินที่ได้ยินการพูดคุยกันของทั้งสองก็สะท้านใจนี่เป็ครั้งแรกที่เมิ่งเจี้ยนเฉินเจอกับภูติ หลายคนมักจะบอกว่าภูติจิ้งจอกนั้นชั่วร้ายชอบใช้เสน่ห์หลอกผู้คนไปดูดปราณหยางแต่เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้กลับไม่ทำแบบนั้นอาศัยแค่ปราณฟ้าดินในการฝึกฝนและทาแค่ผลไม้ป่าในการประทังชีวิตเท่านั้น
“ระบำกระบี่ผสานดาบ”เสียงของเมิ่งเจี้ยนเฉินดังขึ้น
พริบตาลมปราณรอบๆร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ก่อรูปร่างเหมือนกับัเพลิงตัวหนึ่งร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินทะยานออกไปกระบี่และดาบร่ายรำด้วยความเร็วความคมของกระบี่และดาบนั้นสูงมากขนาดเจ๋อเทียนยังเอ่ยปากด้วยตัวเองว่าเป็ความคมที่สามารถตัดอาวุธเซียนได้
สัตว์ปีศาจตรงหน้าของเมิ่งเจี้ยนเฉินอยู่เพียงแค่ขอบเขตปราณแท้ขั้นสมบูรณ์แต่ความแข็งแกร่งเทียบได้กับหลอมรวมขั้นต้นเท่านั้นสัตว์ปีศาจรู้สึกได้ถึงอันตรายถึงชีวิตร่างขยับเตรียมหนีแต่อยู่ๆยันต์ปราณหยางที่เหลือก็พุ่งเข้ามาพันธนาการร่างของสัตว์ปีศาจเอาไว้
“โฮก!!!!!!!!!!!!”ร่างของสัตว์ปีศาจถูกคมกระบี่และดาบตัดผ่านปราณปีศาจและขนที่แข็งอย่างง่ายดาย
เมิ่งเจี้ยนเฉินโยนยันต์ปราณหยางลงไปที่ร่างของสัตว์ปีศาจเปลวเพลิงก็ลุกไหม้แผดเผาร่างของสัตว์ปีศาจไปพร้อมกับไอปีศาจทันที
ภูติจิ้งจอกยังคงนั่งกอดร่างของพี่สาวของตนเองด้วยใบหน้าเ็ปเมิ่งเจี้ยนเฉินที่เดินเข้ามาก็เตรียมจะพูดอะไรบางอย่างแต่หญิงสาวกลับหันมามองเมิ่งเจี้ยนเฉินก่อนจะพูดออกมา
“ท่านเซียนข้าขอฝากน้องเล็กของข้าด้วยนางยังเด็กและไร้เดียงสาไม่อาจอยู่ในโลกที่โเี้นี้ได้ตามลำพังส่วนค่าตอบแทนสามารถใช้ร่างของข้าได้ขอแค่มอบมุกิญญาของข้าให้กับน้องเล็กก็พอ”
“วางใจเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
หญิงสาวมองไปยังน้องสาวของตนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนร่างจะเปลี่ยนกลายเป็จิ้งจอกสี่หางและสิ้นลมหายใจไปภูติจิ้งจอกน้องร้องให้กอดร่างของพี่สาวแน่นเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้เข้าไปปลอบแค่ยืนอยู่เฉยๆ
“แปะแปะ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมถึงกับสามารถสังหารสัตว์เลี้ยงของข้าได้เ้าหนูเ้ามีฝีมือไม่เลว” เสียงที่เย้ยหยันดังขึ้น
เมิ่งเจี้ยนเฉินมองออกไปก็เห็นภิกษุที่สวมจีวรสีดำขณะที่ทั่วร่างอบอวนไปด้วยปราณปีศาจแววตาของภิกษุเป็สีแดงฉานรอยยิ้มเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“เ้าคือผู้ที่อยู่เื้ังั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง
“ไม่ผิดข้าเป็คนสร้างสัตว์ปีศาจตนนี้ออกมาเองสัตว์ปีศาจตนนี้เป็ตัวโปรดของข้าเลยนะแต่เ้ากลับสังหารมันไปแล้วเ้าจะชดใช้อย่างไร”มนุษย์ปีศาจกล่าว
มนุษย์ที่ถูกปราณปีศาจกลืนกินจิตใจและตัวตนไปจะถูกเรียกว่ามนุษย์ปีศาจต่างจากสัตว์ปีศาจเพราะสติปัญญาของมนุษย์ปีศาจยังครบถ้วนชั่วร้ายกว่าสัตว์ปีศาจมาก
“แน่นอนว่าข้าย่อมชดใช้ด้วยความตายของเ้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินร่างทะยานออกไป
“เป็แค่ปปราณแท้เองไม่ใช่เหรอทำไมถึงมั่นใจว่าจะเอาชนะข้าได้”สิ้นเสียงของมนุษย์ปีศาจร่างของสัตว์ปีศาจจำนวนมากก็พุ่งออกมากระโจนเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“ระวัง”ภูติจิ้งจอกหน้าเปลี่ยนสีมองเห็นสัตว์ปีศาจนับสิบตัวกระโจนเข้ามา
ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินหมุนตัวฟาดฟันกระบี่ออกไปเป็แนวขวางตัดร่างสัตว์ปีศาจที่เข้ามาใกล้สามตัวไปทันทีจากนั้นร่างก็ไม่หยุดดาบถูกชักออกมาฟาดออกไปเป็แนวตั้งสังหารสัตว์ปีศาจอีกตัวหนึ่ง
“เป็อาวุธที่ยอดเยี่ยมความคมของมันทำเอาข้าหวาดกลัวเลยจริงๆดูเหมือนข้ายิ่งต้องสังหารเ้าให้ได้แล้ว” มนุษย์ปีศาจหัวเราะออกมา
“หากเ้าทำได้ละก็นะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินเคลื่อนไหวด้วยความเร็วจากนั้นพลังยุทธก็ะเิออกมาคลื่นพลังปราณที่ดุดันทำให้ไอปีศาจแตกกระจายร่างของสัตว์ปีศาจที่เข้าใกล้พากันถูกความร้อนกระแทกจนกระเด็นออกไป
“มีฝีมืออยู่บ้างผู้ฝึกยุทธมีปราณหยางที่ทรงพลังทำให้สิ่งชั่วร้ายไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่สัตว์ปีศาจของข้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นสินะไม่เลวถ้าเป็เ้านี่ละ” มนุษย์ปีศาจโบกมือ
ร่างของอสรพิษขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาแน่นอนว่าอสรพิษตัวนี้ก็เป็สัตว์ปีศาจระดับพลังแตกต่างจากสัตว์ปีศาจที่มีรูปร่างเหมือนหมาป่าที่ถูกสังหารไปเพราะอสรพิษตัวนี้กลายเป็ระดับหลอมรวมไปแล้ว
“พอแล้วเ้ารีบหนีไปซะทิ้งข้าไป”ภูติจิ้งจอกกลายเป็สิ้นหวัง
“หนีจิ้งจอกน้อยเ้าคิดว่าข้าคนนี้ต้องหนีเ้าพวกปีศาจสารเลวพวกนี้งั้นเหรอ” เมิ่งเจี้ยนเฉินเก็บดาบลงลมปราณในร่างเปลี่ยนไปลมปราณของผู้ฝึกยุทธถูกเก็บเอาไว้จากนั้นปราณที่อ่อนโยนแต่คมกริบก็ถูกแทนที่
“ถึงกับบ่มเพาะพลังปราณด้วยงั้นเหรอน่าสนใจดูเหมือนเ้าจะมีความลับไม่น้อยเลยจริงๆ” แววตาของมนุษย์ปีศาจเป็ประกาย
“อีกเดี๋ยวเ้าจะได้เห็นความลับพวกนั้นแล้ว”ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินก้าวออกไปหนึ่งก้าวง่ายๆกระดาษยันต์ก็ลอยออกไปกลายเป็ลูกไฟพุ่งเข้าหาสัตว์ปีศาจที่อ่อนแอทันที
“ยันต์ปราณหยางคุณภาพสูงขนาดนี้ตกลงเ้าฝึกฝนอะไรกันแน่” แววตาของมนุษย์ปีศาจเปลี่ยนไป
“อยากรู้ก็หาคำตอบเอาเองสิ”ปราณกระบี่บนร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินกลายเป็คมกริบ กระบี่ในมือถูกฟาดฟันออกไปตัดร่างของสัตว์ปีศาจรูปร่างหมาป่าไปจำนวนมากจากนั้นร่างก็พุ่งเข้าหาอสรพิษที่เป็สัตว์ปีศาจระดับหลอมรวม
สัตว์ปีศาจระดับหลอมรวมเคลื่อนไหวรวดเร็วมากพริบตาก็มาอยู่ด้านหลังของเมิ่งเจี้ยนเฉินฟาดหางออกไปเมิ่งเจี้ยนเฉินใหมุนตัวฟาดฟันกระบี่ออกไปป้องกันการโจมตีแต่แรงปะทะทำให้ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินกระเด็นชนเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่
“อั๊ก”เมิ่งเจี้ยนเฉินกระอักเืออกมาก่อนจะยืนขึ้นและะโไปด้านข้างเพราะสัตว์ปีศาจพ่นของเหลวสีดำออกมาของเหลวสีดำคือพิษที่ร้ายแรงถึงตายเมื่อัั
“ดูเหมือนความเร็วของสัตว์ปีศาจตนนั้นจะเร็วกว่าข้าในตอนนี้สินะถ้างั้นข้าคงต้องหยุดการฝึกก่อนแล้วกัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินตบไปที่แขนและขาทั้งสองข้างพริบตาแผ่นยันต์จำนวนหนึ่งก็ถูกทำลาย
“นั่นมันอะไร”ดวงตาของมนุษย์ปีศาจหรี่ลง
“ก็แค่ยันต์ที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักเท่านั้นเอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินร่างพุ่งออกไปพริบตามาอยู่ด้านหลังของสัตว์ปีศาจกระบี่ฟาดฟันออกไปปราณกระบี่ตัดเป็เส้นแนวนอนสัตว์ปีศาจใเบี่ยงตัวหลบได้ทันแต่ก็ทิ้งรอยกระบี่ยาวเอาไว้ที่เกล็ดทำให้โลหิตทะลักออกมา
“เป็กระบี่ที่คมอะไรขนาดนี้”มนุษย์ปีศาจกลายเป็กังวล
ความเร็วและพลังของเมิ่งเจี้ยนเฉินเพิ่มขึ้นมากเมื่อมองไปยังเศษยันต์ที่ถูกทำลายมนุษย์ปีศาจก็ไม่รออีกต่อไปพุ่งเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“ตาย!!!!”
เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้หันไปมองมนุษย์ปีศาจที่ลอบโจมตีด้วยซ้ำเพราะทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ก็ได้ตกอยู่ในอาณาเขตกฎเกณฑ์ของเมิ่งเจี้ยนเฉินแล้ว
“นี่มันอะไรกัน”สีหน้าของมนุษย์ปีศาจเปลี่ยนไปเพราะพบว่าแรงกดดันที่กดทับลงมานั้นทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ช้ามาก
“ข้ากำลังรอเ้าอยู่เลย”เมิ่งเจี้ยนเฉินทำท่ากระบี่จากนั้นหมอกสีขาวก็ปกคลุมพื้นที่รอบๆจากนั้นโลหิตที่ตกอยู่ที่พื้นก็ถูกหลอมกลายเป็กระบี่จำนวนมาก
“ข้าจะช่วยปลดปล่อยเ้าเอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินควบคุมของเหลวอย่างโลหิตหลอมให้กลายเป็กระบี่และโจมตีไปยังมนุษย์ปีศาจ
“บัดซบเ้าคือเซียนกระบี่” มนุษย์ปีศาจกรีดร้องนำสมบัติออกมาสมบัติกลายเป็ดอกบัวสีแดงป้องกันกระบี่โลหิตของเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ได้
“สังหาร!!!!!!!!!!!”แต่ในชั่วพริบตานั้นเองกระบี่ในมือของเมิ่งเจี้ยนเฉินก็พุ่งออกมาตัดดอกบัวสีแดงออกเป็ชิ้นๆและหมอกสีขาวก็กลายเป็กระบี่ขนาดจิ๋วพุ่งเข้าสู่ร่างของมนุษย์ปีศาจ
“อ๊ากกกกกก”มนุษย์ปีศาจกรีดร้องอวัยวะทั่วร่างถูกกระบี่ขนาดจิ๋วตัดทำลายไปจนหมดพริบตาร่างของมนุษย์ปีศาจก็ล้มลงนอนแน่นิ่งเมิ่งเจี้ยนเฉินฟาดฟันดาบออกไปลงทัณฑ์ทำลายิญญาของอีกฝ่ายไปทันที
ภูติจิ้งจอกน้อยนั่งอึ้งไม่คิดว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินจะแข็งแกร่งขนาดนี้เป็ถึงเซียนกระบี่ขอบเขตปราณแท้ขั้นสูงและยังเป็ผู้ฝึกยุทธขอบเขตสี่อีกด้วย
“เ้าจะเอายังไงต่อ”เมิ่งเจี้ยนเฉินหันมาทางภูติจิ้งจอกตัวน้อย
“ข้าไม่รู้ข้าไม่เคยออกไปจากูเาแห่งนี้มาก่อนเวลาส่วนใหญ่ข้าจะอยู่แต่กับพี่สาวเท่านั้น”ภูติจิ้งจอกกล่าว
“เช่นนั้นเ้าอยากตามข้ามาหรือไม่ในอนาคตเมื่อข้าท่องเที่ยวออกจากทวีปแห่งนี้ข้าจะพาเ้าไปยังชิงชิวที่ว่าถึงตอนนั้นเ้าก็สามารถไปอยู่ที่นั่นได้อย่างสบายใจ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เ้าไม่กลัวว่าข้าจะนำปัญหามาให้งั้นเหรอ”ภูติจิ้งจอกกล่าว
“ทำไมข้าต้องกลัวขอแค่เ้าไม่ไปทำร้ายใครก่อนก็พอแล้วแต่หากอีกฝ่ายมาหาเื่ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะใช้ดาบและกระบี่ของข้าสั่งสอนพวกมัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ข้าขอฝังร่างของพี่สาวได้หรือไม่”ภูติจิ้งจอกกล่าว
“ตามสบาย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เ้าไม่้าหนังจิ้งจอกงั้นเหรอเ้าต้องรู้ก่อนว่าหนังจิ้งจอกนั้นมีราคาที่สูงมากพวกเซียนมักชอบนำไปทำชุดที่หรูหรา”
“ข้าไม่สนใจ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ภูติจิ้งจอกน้อยยิ้มก่อนจะอุ้มร่างจิ้งจอกสี่หางไปยังสถานที่ซ่อนตัวของพวกนางและฝังร่างลงไปสร้างป้ายหลุมศพเอาไว้
“พี่สาวท่านไม่ต้องกังวลข้าจะต้องมีชีวิตและในอนาคตข้าจะกลับมาหาท่านอีกครั้ง”จิ้งจอกน้อยสีหน้าเศร้าโศกยืนร้องให้อยู่นานกว่าจะยอมตัดใจเดินออกไป