第四十五章
ด้านในยังมีปู้เฉินที่กลับมาจากถ้ำแล้ว ยืนถือจดหมายดวงตาเหม่อลอยอยู่ จื่อหลงเดินกระแทกเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้แรงจนได้ยินเสียงพรึ่บ
"นายท่าน"จื่อหลงไม่ตอบ ใบหน้าบูดบึ้ง ยกข้างนิ้วชี้ขึ้นมากัด ศอกวางอยู่บนโต๊ะหนังสือตัวใหญ่ ปู้เฉินอดยิ้มน้อยๆให้ไม่ได้กับท่าทางที่ราวกับเด็กหนุ่มที่ไม่ได้ดั่งใจ
"ไห่เปียวหรือขอรับ"
"จะมีใครได้อีก เขามันตัวบ่อนทำลายจริงๆ"
"ทนอีกนิดเถอะขอรับ เขายังเป็นประโยชน์กับเราไม่ใช่น้อย"
"ข้าเพียงแค่แปลกใจกับท่าทีของไห่เปียว เขารู้ตื้นลึกหนาบางของพวกเราดีแค่ไหน"
"ข้าคิดว่าไม่มากก็น้อย หรืออาจจะเป็นเพราะสืบหาประวัติของเราจากเสนาถงซีอี้"ปู้เฉินออกความคิดเห็น
"ข้าเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่น่าแปลกเหตุใดเขาจึงสืบค้นประวัติข้า มันจะต้องมีอะไรสักอย่าง"จื่อหลงใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ จากนั้นทั้งคู่ต้องหันมาสบตากันด้วยความตื่นตระหนก
"ความลับกำเนิดของข้า!"จื่อหลงโพล่งออกมา
"พระบิดาของท่าน!"ปู้เฉินตกใจไม่ต่างกัน
"หรือเขาจะรู้ความลับเข้าให้แล้ว"จื่อหลงถาม
"น่าจะไม่ขอรับ หากเขารู้ว่าพระบิดาของนายท่านแท้จริงเป็นใคร เขาคงไม่ปล่อยไว้แน่ เพราะเกรงว่าพวกเราจะเป็นภัยต่อรัชทายาท"
"อืม น่าคิด แสดงว่าเขารู้เพียงข้าเป็นเหวินจื่อหลง"
"คงเป็นเช่นนั้น"
"เช่นนั้นก็ยังพอเบาใจไปได้บ้าง แต่ข้าก็ยังแปลกใจอีกเรื่องหนึ่งไม่ได้ เหตุใดเขาจึงส่งไห่เปียวมาให้ข้า"จื่อหลงเอ่ยปาก คราวนี้ปู้เฉินขมวดคิ้วจริงจัง เพราะหากคิดให้ถ้วนถี่แล้ว จื่อหลงนั้นหาได้เป็นชายตัดแขนเสื้อโดยแท้จริง มีเพียงฟ่านเสวียนเท่านั้นที่เขารักใคร่ ชายอื่นหามีไม่ แล้วนี่เขาจงใจส่งไห่เปียวมามันจะต้องมีสิ่งอื่นมากกว่านี้เป็นแน่
"ข้าว่าท่านอย่าพึ่งคิดไปถึงขั้นนั้นดีกว่า ดูจากท่าทีของไห่เปียวแล้ว เขาชื่นชอบท่านมากกว่าจะคิดอย่างอื่น เรื่องต้นกำเนิดของท่านอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกโยงมาแบบไม่ตั้งใจก็เป็นได้"ปู้เฉินออกความคิด
"ช่างเถอะๆ ข้าศึกมาแม่ทัพต้าน น้ำป่ามาเขื่อนดินกั้น (แก้ปัญหาตามสถานการณ์) เอาแบบนี้แหละ เจ้าเถอะไปหาทางโน้นพวกเขาเป็นเช่นไร"
"ขอนายท่านวางใจ ทุกคนสบายดี อ้อ จริงสิขอรับมีจดหมายมาจากคุณหนูสาม"ครั้นพอปู้เฉินเอ่ยปากถึงคุณหนูสามก็เกิดอาการหูแดงขึ้นมาเสียดื้อๆ มีหรือที่จื่อหลงจะไม่สังเกตเห็น
"หึหึ คุณหนูสามของเจ้าสบายดีมากหรือไม่"
"เอ่อ...สะ สบายดีขอรับ นางแพ้ท้องจึงอยากกินบ๊วย ข้ากำลังจะไปหาซื้อให้แล้วยังบ่นอยากกินเป็ดราดซอสส้มจากครัวของเรา"
"อ่อ"จื่อหลงรับจดหมายมาอ่าน เนื้อในนั้นเล่าเพียงสุขภาพของนางกับฟ่านเสวียนและเล่าถึงวิธีการรักษา แต่เนื้อความที่สำคัญมากกว่าคือฟ่านเสวียนละเมอเรียกชื่อเขา มือที่ถือจดหมายสั่นน้อยๆ พออ่านจบเอาพับจดหมายใส่ซองเช่นเดิมแล้วซุกอกเอาไว้
"ไปหาหมอเหยียนกับข้า"ปู้เฉินเดินตามหลังจื่อหลงไปยังเรือนพักของหมอเหยียน
"ท่านหมอ"
"อ้อ เป็นพวกเจ้า เข้ามาเถอะ"สภาพด้านในห้องพักดูยุ่งเหยิงไปด้วยตะกร้าสมุนไพรตากแห้งและห่อกระดาษ หมอเหยียนกำลังก้มๆเงยๆหยิบเอาห่อสมุนไพรใส่ลงไปในหีบไม้ขนาดใหญ่
"กำลังเตรียมหรือท่านหมอ"
"อืม ข้ากำลังตระเตรียมยา เอาไว้ให้พวกเขา อีกอย่างเรากำลังจะกลับเมืองหลวงระหว่างทางเตรียมยาเอาไว้มันก็ดีไม่ใช่หรือ"
"ขอรับ"จื่อหลงผงกหัว ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้กลางห้อง
"พวกเจ้ามีอะไร"จื่อหลงเล่าถึงสาเหตุที่เขาสะดุดเรื่องไห่เปียว หมอเหยียนถึงกับชะงักมือที่กำลังหยิบยาใส่หีบ เดินมาหยุดตรงหน้าจื่อหลงทันที สีหน้าไม่สบายใจแม้แต่น้อย
"เจ้าแน่ใจหรือจื่อหลง ว่าเขาไม่รู้"
"จากที่ข้าเดากับการกระทำของไห่เปียวแล้ว"เขากระแอมด้วยความกระดากปาก
"เขาสนใจตัวข้ามากกว่า"หมอเหยียนทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ถัดไป ปู้เฉินรินน้ำชาให้จื่อหลงก่อนจะรินให้หมอเหยียน จากนั้นเขาจึงนั่งตาม คนทั้งสามพูดจาปรึกษากันจนเกือบรุ่งสาง
"จริงแบบที่เจ้าว่ารอให้เกิดเรื่องก่อนค่อยแก้ไขไปตามน้ำ จริงสิปู้เฉินอาการพวกเขาล่ะ"
"ทุกคนดีมากขอรับ"
"ท่านหมอ ข้าอยากไปเยี่ยมเขา"จื่อหลงเอ่ยปากสีหน้าเคร่งขรึมลง
"อย่าคิดสั้นๆ หากเจ้าไปหาเขา เขาจะยอมพบเจ้าหรือ เรื่องมันเกิดจากตัวของเจ้า อีกทั้งใบหน้าและเนื้อตัวเขายังไม่สมบูรณ์นะอย่าลืม"
"แต่เขายังไม่ได้สตินะ"จื่อหลงเสียงเคร่งขึ้นเล็กน้อย ปู้เฉินกับท่านหมอเหยียนมองสบตากัน ด้วยรู้ดีว่าจื่อหลงจดจ่อกับฟ่านเสวงียนเพียงใด หากไม่ไปเห็นกับตาเกรงว่างานอื่นก็คงไม่คืบหน้าเพราะมัวแต่พะวงหา
"อืม เอาแบบนี้ ให้ปู้เฉินส่งคนของเราไปแจ้งกับคุณหนูสามก่อน หากนางตกลง เจ้าก็ไปดูเขาเถอะ"หมอเหยียนรู้ดีว่าการจะแยกยวนยางก็คงใจไม้ไส้ระกำไปหน่อย จื่อหลงยิ้มทั้งปากทั้งตา
"ขอบคุณท่านหมอ"
"หึหึ จะขอบคุณข้าทำไม ถึงข้าไม่อนุญาตเจ้าก็คงแอบไปเจออยู่ดี จริงไหม"คราวนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะปลอดโปร่งทำให้ทั้งสามอดหัวเราะดังๆออกมาไม่ได้
"พวกท่านมีเรื่องขบขันเรื่องใด จึงทำให้ดูเบิกบานขนาดนี้"เพราะลืมระวังความปลอดภัยทำให้ทั้งจื่อหลงและปู้เฉินลืมไห่เปียวไปสิ้น ใช่แล้วไห่เปียวในชุดขาวล้วนยืนใบหน้าซีดน้อยๆมองทั้งสาม
"มาได้อย่างไร"จื่อหลงขมวดหัวคิ้ว ปู้เฉินกระแอมเบาๆ
"อ่อ ข้าหมายถึงเจ้าทำไมถึงยังฝืนร่างกายเดินมาที่นี่"
"ท่านนัดข้าไว้ ลืมแล้วหรือ"ไห่เปียวท้วงเสียงอ่อย
"ไม่ลืม แต่ข้ามาดูท่านหมอเหยียนจัดของ เจ้าน่ะไปเถอะ"จื่อหลงเดินเร็วเข้าไปคว้าเอวของไห่เปียวพาเหินออกไปยังโถงด้านนอกของร้าน แท้จริงแล้วเขาเพียงแค่อยากจะแสดงความห่วงใยแต่รังเกียจเกินไปจึงต้องใช้วิชาตัวเบานำเขามานั่งด้านนอกให้ไวเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัว ไห่เปียวไม่รู้ความนัยนี้ จึงอดยิ้มหัวใจฟองฟูมิได้
"เจ้าอย่าเดินซุกซนให้มาก ร่างกายยังไม่ดี"
"ขอรับ จริงสิจื่อหลง ข้าอยากให้ท่านดูแผลข้าสักหน่อย"ไห่เปียวดึงสาบเสื้อลงจนเห็นไหล่ขาว จื่อหลงกลืนเลือดขมลงคอ นึกในใจว่าบุคคลๆนี้น่าฟาดฝ่ามือให้ตายไปจริงๆ
"อย่าเปิดเผยเนื้อตัวให้ผู้อื่นเห็นข้าไม่ชอบ"จื่อหลงบอกเสียงห้วน คล้ายไห่เปียวรู้ตัวจึงรีบดึงเสื้อขึ้นเหลียวมองไปรอบๆตัวก็พบว่าคนในร้านไม่ได้สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย
"ขอโทษ ข้าขอโทษ ไม่นึกว่าท่านจะทำไหน้ำส้มแตกแถวนี้"เขาย่นจมูกล้อด้วยท่าทีที่ใครเห็นคงอดหลงละเมอมิได้ แต่ไม่ใช่จื่อหลง
"เด็กๆ นำอาหารมา ให้คนไปบอกท่านหมอกับปู้เฉินด้วย ว่าข้ารอกินของเช้าอยู่"
"จื่อหลง ทำไมไม่มีแค่เราสองคนล่ะ"ไห่เปียวกระเง้ากระงอด จื่อหลงถอนหายใจ
"กินพร้อมกันนี่แหละ งานพวกเรายังมีอยู่มาก"เมื่อพร้อมหน้าแล้วทั้งสามคนก้มหน้าก้มตากินคล้ายเร่งรีบ ไห่เปียวมองดูพวกเขาด้วยท่าทีสะกดกลั้น
"พวกท่านนี่รังเกียจข้าหรือ"
"ไม่!!!"ทั้งสามเอ่ยปากมาพร้อมกัน
"อย่าคิดเหลวไหล เจ้าก็เห็นงานพวกเรามีไม่น้อย ที่นี่จะทิ้งคนเอาไว้เพื่อเปิดกิจการ แต่ของที่ขนกลับเมืองหลวงมีไม่น้อย พวกเราต้องรีบจัดการ หลังอิ่มแล้วเจ้าก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เสร็จงานแล้วข้าจะไปหาเจ้า"จื่อหลงอธิบาย ไห่เปียววางตะเกียบลง
"งั้นข้าอิ่มแล้ว ท่านพาข้าไปพักเถอะ"จื่อหลงอยากจะกลั้นใจตายเสียตอนนี้ ได้แต่เก็บงำความโกรธเอาไว้ในอก ลุกขึ้นอุ้มไห่เปียวขึ้นมาดุจขนนกเหินไม่กี่ครั้งก็ถึงห้องพักแล้ว
"เจ้าเป็นเด็กดีเชื่อฟังข้าสักหน่อยเถอะ งานข้ายุ่งมากจริงๆ"
"เช่นนั้นท่านต้องให้รางวัลข้าก่อน"
"จะเอาอะไร"ไห่เปียวใช้ปลายนิ้วชี้ แตะที่ริมฝีปากตัวเองใบหน้าแดงระเรื่อ จื่อหลงเม้มปาก ก่อนจะก้มลงแตะเบาๆไห่เปียวยกอ้อมแขนตัวเองคล้องคอหนาไว้ทันทีส่งลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของจื่อหลงแทน ครั้งแรกจื่อหลงตัวแข็งทื่อ แต่พอคิดถึงผลที่จะตามมาเขาจึงโอนอ่อนผ่อนตาม ใช้เสน่ห์ของตัวเองใส่ลงไปกับปลายลิ้นเต็มที่ ไม่นานไห่เปียวก็ตัวอ่อนปวกเปียกหอบหายใจแรง
"ทะ..ท่าน จะแวะเข้าไปในห้องหรือไม่"
"ไม่ล่ะ ข้าจะรีบไปจัดการงาน เจ้ารีบเข้าไปเถอะ ใช้มือของเจ้าให้เป็นประโยชน์ไปก่อน ดูเหมือนเจ้าจะตื่นตัวแล้ว"ด้านหน้าของไห่เปียวโป่งพองจนดุนออกมาให้เห็นผ่านเนื้อผ้า จื่อหลงจากไปแล้วไห่เปียวยังแข็งขาสั่นไม่มีแรงจนต้องเกาะขอบประตูเอาไว้
"จื่อหลง ข้ารักท่าน ให้ต้องสู้กับสิ่งใดข้าก็จะเอาตัวท่านมาเป็นของข้าให้ได้"ไห่เปียวพยายามสะกดอารมณ์อ่อนไหวของตัวเองแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เขาสาวเท้าเข้าไปในห้องปิดประตูลงดานลงแน่น จากนั้นก็ดิ่งไปที่ตั่งจินตนาการถึงจื่อหลงยามที่ลงไปในอ่างน้ำพร้อมกับเขา มือเรียวค่อยปลดสายคาดเอวของตัวเองและใช้นิ้วคลายความอัดอั้นของตัวเองทันที
"เป็นอย่างไร"ปู้เฉินถามปนหัวเราะ
"อะไร"จื่อหลงตวัดเสียง รู้ดีว่าถูกปู้เฉินที่เลี้ยงเขามาหยอกเล่น
"แค่ถาม นึกดูแล้วถ้าหากเป็นคุณชายฟ่านท่านของไม่ใช้เวลาเร็วเช่นนี้"
"ก็รู้ดีนี่ จะถามข้าไปทำไมอีก"
"ชายหนุ่มร่างกายกำยำเช่นเจ้า ห่างหายจากเรื่องเช่นนี้มานาน ทำไมไม่ลองดูล่ะ"
"เหอะ! ถ้าไม่ใช่เสี่ยวเสวียน ข้าคล้ายคนไตเสื่อมไปแล้ว"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า จริงแล้ว จริงแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า อ่อข่าวดี ม้าเร็วของเรานำคำคุณหนูสามมาแจ้งแล้วว่าไปหาได้"
"หึหึ คุณหนูสามของเจ้านี่ช่างใจดีเหลือเกิน"
"ไม่ใช่ของข้า"
"ปู้เฉิน"จื่อหลงใช้น้ำเสียงจริงจัง
"ขอรับ"ปู้เฉินยืดตัวตรงนึกว่าจะมีเรื่องงานสั่ง ด้วยเขาทั้งสองถึงแม้จะสนิทกันดุจพี่น้อง หากเมื่อเป็นคำสั่งแน่นอนเขายังเป็นคนของจื่อหลงและทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเช่นกัน
"เรื่องเจ้าชื่นชอบศิษย์น้องสาม อย่าได้กังวลไป ข้าสนับสนุนพวกเจ้า"จื่อหลงใช้น้ำเสียงล้อเลียน ปู้เฉินตั้งแต่เลี้ยงดูจื่อหลงและอยู่เป็นเพื่อนเขามาหลายสิบปี ไม่เคยคิดจะทำร้ายคนๆนี้ หากทว่าตอนนี้เขานึกอยากจะซัดฝ่ามือเข้าให้สักครั้ง จื่อหลงเห็นหน้าปู้เฉินทั้งดำทั้งแดง กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็อดหัวเราะเสียงไม่ได้ ยิ่งหูขาวนั่นแดงจัดเขาก็ยิ่งอ้าปากกว้างหัวเราะจนอ่อนแรงต้องยึดไหล่ของปู้เฉินเพื่อทรงตัว
"ท่านนี่มัน!"ปู้เฉินกัดฟันข่มอารมณ์
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"