ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 ไปจวนกั๋วกง


                หลี่หงด้วยเหตุที่ขาไม่เท่ากันจึงเดินไปไหนมาไหนไม่สะดวก ดังนั้นห้องนอนและห้องหนังสือของเขานั้นจึงรวมอยู่ด้วยกัน ในห้องมีตู้หนังสือมากมาย ล้วนเต็มไปด้วยหนังสือ ในฐานะที่เขาเป็นหลานชายคนโตที่เกิดจากลูกชายคนโตของหลี่เหล่าไท่เหฺย ก่อนที่เขาจะขาพิการนั้น การเรียนของเขาได้รับความสำคัญจากผู้อื่นมาก ขนาดหลี่เหล่าไท่เหฺยที่ไม่โปรดปรานหลี่ซวี่ผู้เป็นลูกชายคนโตในภรรยาเอกแม้แต่น้อยก็ยังเอาใจใส่ต่อหลี่หงผู้เป็นหลานชายคนโตเป็นอย่างยิ่ง หลี่หงในวัยเยาว์นั้นฉลาดเฉลียวยิ่งนัก ดูจากจำนวนหนังสือที่อยู่บนชั้นหนังสือในห้องของเขาก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ที่รักการอ่านอย่างมาก

                เมื่อเห็นสายตาของหลี่ลั่วไปหยุดอยู่ที่หนังสือบนชั้นหนังสือ หลี่หงจึงถามยิ้มๆ “ชอบอ่านหนังสือหรือ? แม้ว่าจะเป็นเพราะขาของพี่ใหญ่จึงไม่สามารถเข้ากั๋วจื่อเจียน และไม่สามารถเข้าสอบเคอจวี่ได้ แต่ถ้าหากจะสอนเจ้าที่ยังเป็นเด็กน้อยนั้นย่อมเพียงพอแล้ว” พูดแล้วหลี่หงก็อุ้มหลี่ลั่วไปวางบนตั่ง ตนเองเดินไปหยิบหนังสือที่ใช้สำหรับการปูพื้นฐานของออกมา ซึ่งก็คือคัมภีร์สามอักษร[1] ในรัชสมัยนี้ใช้คัมภีร์สามอักษรในการปูพื้นฐาน “เจ้าปูพื้นฐานแล้วหรือไม่?”

                “บิดาของมารดาอุปถัมภ์ของข้าเป็นซิ่วไฉ[2]ท่านหนึ่งขอรับ เมื่อข้าอายุได้สามขวบก็ได้ปูพื้นฐานให้ข้าแล้ว” หลี่ลั่วกล่าว หลี่หงนั้นถือได้ว่าเป็นปัญญาชนที่มีความกระตือรือร้นคนหนึ่ง แต่ในสายตาของหลี่ลั่วเขาเป็นเพียงนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น

                “เร็วเช่นนี้เชียวหรือ?” หลี่หงรู้สึกคาดไม่ถึง รัชสมัยนี้ปูพื้นฐานเมื่ออายุห้าขวบ ถึงแม้ว่าจะมีผู้ที่ฉลาดกว่าผู้อื่นมาสอนให้เขารู้จักตัวหนังสือล่วงหน้าก็ตาม “เช่นนั้นข้าจะลองทดสอบเจ้า ถ้าตอบได้จะมีรางวัล”

                หลี่ลั่วหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เด็กอายุห้าขวบคนหนึ่ง เมื่อได้ยินว่ามีรางวัลให้ควรจะมีปฏิกิริยาดีใจใช่หรือไม่ “รางวัลอะไรหรือขอรับ?”

                “เจ้าอยากได้อะไรเล่า?”

                “พี่ใหญ่พาข้าไปเที่ยวเล่นข้างนอก”

                “ได้” หลี่หงพลิกเปิดหนังสือ “อ่านให้ข้าฟัง”

                “คนเมื่อเริ่มต้น แท้จริงมีนิสัยดีงาม...” หลี่ลั่วดูหนังสือ อ่านไปทีละตัวทีละตัว อ่านจนหลี่หงนั้นตกตะลึงพรึงเพริด ที่จริงแล้วการที่รัชสมัยปัจจุบันได้กำหนดให้ใช้หนังสือคัมภีร์สามอักษรมาเป็นหนังสือปูพื้นฐานนั้นมีสาเหตุ ประโยคแรกของคัมภีร์สามอักษรก็คือ ‘คนเมื่อเริ่มต้น แท้จริงมีนิสัยดีงาม’ เด็กในวัยห้าขวบถือเป็นรากฐาน ต้องสอนให้พวกเขาเป็นคนที่มีจิตใจเมตตาจึงเป็นก้าวที่หนึ่งของชีวิตมนุษย์

                “คุณชายรอง เหล่าฮูหยินให้มาเชิญขอรับ เสี่ยวโหวเหฺยควรจะไปจวนกั๋วกงได้แล้วขอรับ” บ่าวรับใช้ของหลี่หงยืนรอยู่หน้าประตู

                หลี่เหล่าไท่เหฺย หลี่เหล่าไท่ไท่ หลี่หยางซื่อ หลี่หลิน หลี่หง และหลี่ลั่วเดินทางไปจวนกั๋วกงพร้อมกัน การที่หลี่หยางซื่อได้พาหลี่หลินและหลี่หงไปด้วยย่อมมีเหตุผล หลี่หงและหมิงเจี๋ยเอ๋อร์นั้นอยู่ระหว่างการพูดคุยทาบทาม หลี่หยางซื่อปรารถนาให้ทั้งสองฝ่ายได้พบหน้ากันสักครั้ง โดยที่มีผู้ใหญ่และผู้คนรอบข้างอยู่ในห้องโถงใหญ่ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดคำติฉินนินทาได้ ทั้งยังให้โอกาสหลี่หลินและหมิงเจี๋ยเอ๋อร์มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันมากขึ้น

                เมื่อไปถึงจวนกั๋วกง บุตรชายคนโตและสะใภ้ซึ่งก็คือซื่อจื่อ[3]หลี่เฉิน และซื่อจื่อฮูหยิน[4] หลี่หลินซื่อ ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง

                ตามผังสกุลของสกุลหลี่แล้วนั้น ในรุ่นของหลี่ซวี่นั้นจะตัวอักษรในชื่อจะเป็นตัวอักษรตัวพระอาทิตย์ (日) เป็นหมวดนำ เมื่อมาถึงรุ่นของหลี่ลั่วนั้นเป็นหมวดน้ำ (氵)

                หลี่หลินซื่อถือกำเนิดในครอบครัวซื่อจื่อ ขณะนี้นางเป็นซื่อจื่อฮูหยิน ต่อไปคือกั๋วกงฮูหยิน เป็นต้นสกุลฝ่ายหญิงของครอบครัวสกุลหลี่ เป็นภรรยาที่กั๋วกงฮูหยินได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อหลี่เฉิน ทั้งยังเป็นหลานสาวของตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรืออุปนิสัยเมื่อครั้งนั้นทุกด้านล้วนเป็นเลิศ

                “หลินเจี่ยเอ๋อร์ยิ่งโตยิ่งชวนมอง งดงามอ่อนหวาน” หลี่หลินนั้นหน้าตางดงามจริงๆ ทว่าอุปนิสัยเงียบขรึมเกินไป ดูแล้วเหมือนคนช่างน้อยอกน้อยใจ หากหลี่หลินซื่อใช้สายตาตามมาตรฐานของต้นสกุลฝ่ายหญิงในการมองนั้น ย่อมไม่มีวันเลือกสตรีลักษณะเช่นนี้มาเป็นลูกสะใภ้ของนาง เพราะเป็นเจ้าบ้านฝ่ายหญิงของครอบครัวสกุลใหญ่ๆ มิได้ แต่เมื่อใช้สายตาของผู้ใหญ่มองแล้วนั้น กลับรู้สึกชมชอบผู้น้อยที่มีนิสัยตรงไปตรงมาและน่ารักเช่นนี้ ดังนั้นขอให้เป็นมนุษย์ล้วนแล้วแต่ขัดแย้งกันเอง

                “ขอบคุณท่านป้าที่ชมเจ้าค่ะ” หลี่หลินย่อกายลงพร้อมกับแย้มยิ้มอ่อนหวาน

                “พี่สะใภ้ ท่านอย่าได้ชมนางเลย เด็กคนนี้นิสัยซื่อๆ พูดนิดพูดหน่อยก็หน้าแดงแล้วเจ้าค่ะ” หลี่หยางซื่อมีหรือจะไม่รู้ว่าบุตรสาวตนเป็นเช่นไร เฮ้อ...

                ถัดมาสายตาของหลี่หลินซื่อก็เคลื่อนไปหยุดอยู่ที่หลี่หง ในใจของนางนั้นกระจ่างแจ้งในการมาของหลี่หง เด็กหนุ่มที่แข็งแรงหล่อเหลาเช่นนี้ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก เมื่อครั้งหลี่หงยังมิได้รับบาดเจ็บที่ขานั้นเขาก็เป็นเด็กเฉลียวฉลาดที่ทุกคนต่างยอมรับ ทว่าเสียดายที่คงได้แต่เพียงคิดๆ ในใจเท่านั้น มิสามารถแสดงออกได้ “หงเกอเอ๋อร์[5]ก็มาด้วย เมื่อวานเจ๋อเกอเอ๋อร์ยังเอ่ยถึงเจ้าอยู่เลย” หลี่เจ๋อเป็นบุตรชายคนโตของหลี่หลินซื่อ มีอายุเท่ากับหลี่หง

                กั๋วกงเหฺยอายุมากกว่าหลี่เหล่าไท่เหฺยหนึ่งปี แต่ครรภ์แรกของกั๋วกงฮูหยินนั้นเป็นบุตรสาว เว้นไปสองปีจึงได้ให้กำเนิดบุตรชายคนโตหลี่เฉิน ระหว่างที่บุตรชายคนโตยังมิได้ถือกำเนิดนั้น อนุภรรยาล้วนดื่มน้ำแกงห้ามครรภ์ทั้งสิ้น

                ส่วนหลี่เหล่าไท่เหฺย เนื่องจากแยกเรือนออกมาแล้ว ไม่ได้รับอิทธิพลจากกฎระเบียบเยี่ยงนี้ ดังนั้นหลี่ฮุยซึ่งเป็นบุตรชายคนโตในอนุภรรยาจึงได้ถือกำเนิดก่อนหลี่ซวี่ซึ่งเป็นบุตรชายในภรรยาเอก

                ปีนี้หลี่เฉินมีอายุสามสิบเก้าปี อายุน้อยกว่าหลี่ฮุยสองปี ส่วนหลี่ฮุยอายุสี่สิบเอ็ดปี

                ความสัมพันธ์ของหลี่เจ๋อและหลี่หงเมื่อครั้งเรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษาด้วยกันนั้นอยู่ในขั้นดีมาก ทั้งสองคนต่างเป็นหลานชายคนโตจากบุตรชายคนโตเหมือนกัน อีกทั้งยังอยู่ในรุ่นเดียวกันและเกิดปีเดียวกัน คนหนึ่งเป็นซื่อจื่อจวนกั๋วกงในอนาคต อีกคนหนึ่งเป็นซื่อจื่อจวนโหวในอนาคต ต่อมาหลังจากที่ขาของหลี่หงได้รับบาดเจ็บ ด้วยเหตุที่เดินเหินไม่สะดวก จึงออกไปข้างนอกน้อยมาก ทำให้การไปมาหาสู่กับผู้คนก็ห่างไกลออกไป

                “เมื่อวานพี่ชายคิดถึงข้า วันนี้ข้ามาแล้ว นับได้ว่าใจตรงกันนะขอรับ” หลี่หงพูด

                “พวกเจ้าพี่น้องล้วนคิดถึงกันและกัน อีกสักครู่เมื่อพบผู้ใหญ่แล้ว พวกเจ้าก็ไปคุยกันเถิด” พูดแล้ว สายตาของนางก็เคลื่อนไปหยุดที่หลี่ลั่วผู้ยืนอยู่ข้างกายหลี่หง เด็กน้อยอายุห้าขวบ หน้าตาช่างชวนมองนัก หน้าตาของลูกหลานบ้านสกุลหลี่เดิมทีก็ไม่เลวอยู่แล้ว บรรพบุรุษได้ใช้กำลังความสามารถบนหลังม้าจนได้รับตำแหน่งโหว น่าเสียดายที่นอกจากจงหย่งโหวแล้ว ก็ยังไม่มีลูกหลานคนใดสามารถรบชนะศึกสร้างความดีความชอบบนหลังม้าได้อีก หลี่ลั่วเป็นบุตรในอนุภรรยาของหลี่ซวี่ พี่ชายในภรรยาเอกจากพ่อเดียวกันมาพิการไปเสียแล้ว ตำแหน่งโหวจึงต้องส่งต่อให้เขา นี่ควรจะเป็นแบบฉบับของบุตรอนุที่คงจะหาผู้ที่มีชะตาชีวิตดีเท่าเขาไม่ได้อีกแล้ว

                เพื่อตำแหน่งโหวแล้ว มารดาใหญ่ย่อมต้องปกป้องคุ้มครองให้เขาเจริญเติบโตอย่างปลอดภัย แม้ว่าจวนโหวจะไม่มีรากฐาน แต่สกุลหลี่มีรากฐาน เด็กคนนี้ต่อให้ไม่ฉลาดเฉลียว ก็นั่งตำแหน่งโหวนี้แน่นอนแล้ว เขาจะเจริญเติบโตอย่างมั่งมีสูงส่ง

                อีกประการหนึ่ง ประกายตาของเขาที่จ้องมองมานั้น แววตาสดใสเจิดจ้านัก ดูแล้วช่างน่าเอ็นดู กระทั่งหลี่หลินซื่อยังรู้สึกอ่อนไหว หากเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเช่นนี้...นางได้แต่ตกใจที่ตนเองนั้นคิดมากเกินไปแล้ว “นี่คือลั่วเกอเอ๋อร์ของพวกเราใช่หรือไม่ พบหน้ากันเป็นครั้งแรก ข้าเป็นท่านป้าของเจ้า” พูดแล้วก็ยื่นมือออกมาบีบแก้มของหลี่ลั่ว ทั้งเนื้อทั้งตัวของหลี่ลั่วมีเพียงใบหน้าที่ค่อนข้างมีเนื้อ



    [1] คัมภีร์สามอักษร (三字经) หรือ ซานจื้อจิง เป็นหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงของจีน เริ่มต้นเขียนโดย หวังอิงหลิน (ปี1223-1296) ในสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือในศตวรรษที่ 13 เป็นการหยั่งรากแนวทางหนึ่งตามปรัชญาขงจื่อที่ใช้สำหรับสอนเด็กจากในช่วงเริ่มต้นถึงในศตวรรษที่ 19 ซานจื้อจิง ถูกใช้สำหรับการเรียนเริ่มแรกของเด็กเล็ก กล่าวได้ว่าเป็นหนังสือเรียนเล่มแรกสำหรับเด็ก ในส่วนบทกลอนมีอักษรประมาณ 1200 คำ ลักษณะการเรียบเรียงจะเป็นกลุ่มละสามตัวอักษร (ซาน = สาม, จื้อ = อักษร, จิง = คัมภีร์)

    [2] ซิ่วไฉ (秀才) หมายถึง การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น เป็นการสอบรอบที่หนึ่งของการสอบเคอจวี่จากทั้งหมดสามรอบ ผู้ที่สอบผ่านรอบนี้จะได้คุณวุฒิระดับเรียกว่าซิ่วไฉ

    [3] ซื่อจื่อ (世子) หมายถึง ผู้สืบทอด บุตรชายที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากบิดา บรรดาบุตรชายของชินอ๋อง โหวเหฺย ฯลฯ จะถูกเรียกว่าซื่อจื่อ ในที่นี้คือซื่อจื่อนามหลี่เฉิน

    [4] ซื่อจื่อฮูหยิน (世子夫人) หมายถึง ภรรยาของซื่อจื่อ หรือสะใภ้ของชินอ๋อง โหวเหฺย

    [5] เกอเอ๋อร์ (哥儿) คือคำที่มักใช้ห้อยท้ายชื่อเด็กผู้ชาย โดยใช้กันในครอบครัวที่มีชนชั้นสูงศักดิ์


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663