สำนักตะวันทองคำ เป็หนึ่งในสำนักบำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะที่ใหญ่ที่สุด อาณาเขตของสำนักแผ่ขยายั้แ่ชายมหาสมุทรฟากหนึ่งไปจนถึงทิวเขาอันงดงามตระการตาอีกฟากหนึ่ง สิ่งก่อสร้างอันโอ่อ่าและสวนหย่อมอันวิจิตรประณีตต่างเปล่งประกายด้วยพลังปราณแห่งความเที่ยงธรรม ช่างเข้ากับท่วงท่าสง่างามของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในชุดคลุมหรูหราเ่าั้อย่างลงตัว
ทว่าในตอนนี้ เสียงโห่ร้องเชียร์และเสียงพูดคุยจอกแจกจอแจกำลังดังกระหึ่มมาจากลานประลองศิษย์สายนอก ซึ่งเป็สถานที่ที่เหล่าศิษย์สายนอกกำลังต่อสู้แข่งขันกันเพื่อเลื่อนขั้นเข้าสู่ศิษย์สายใน ทุกๆ หกเดือน ศิษย์ที่ติดอันดับท็อปสิบจะได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนชุดคลุมสีเหลืองหม่นให้เป็ชุดคลุมสีทองสว่างไสว
”อ๊าก!!!”
“เขาร่วงแล้ว!”
เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นระลอกใหญ่เมื่อศิษย์คนหนึ่งซัดอีกคนจนล้มคว่ำ ดาบธรรมดาเล่มหนึ่งกระเด็นตกพื้นเสียงดังเคร้งอยู่ห่างออกไปและถูกลืมเลือน ศิษย์ที่ยังคงยืนอยู่เผยยิ้มเย้ยหยันอย่างลำพอง หรี่ตาลงคล้ายกำลังท้าทายให้คนที่ล้มอยู่ลุกขึ้นมา
กรรมการซึ่งเป็ผู้าุโระดับก่อเกิดแกนปราณ (Golden Core) ขั้นสูงสุด เริ่มนับถอยหลัง “สาม! สอง! หนึ่ง!”
ชุดคลุมสีเหลืองหม่นของศิษย์ที่นอนหมดสภาพแทบจะกลืนไปกับพื้นดินสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ผมเผ้าสีดำยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง เขาไม่ได้ลุกขึ้นมา
”ผู้ชนะคือ หวังลี่เว่ย!”
ฝูงชนต่างพากันโห่ร้องยินดี โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของหวังลี่เว่ย “ยินดีด้วย! ยินดีด้วย!”
รอยยิ้มอวดดีของหวังลี่เว่ยยิ่งกว้างขึ้นขณะก้มมองศิษย์ที่พ่ายแพ้ ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้ดูนอบน้อมถ่อมตนและค้อมกายคำนับกรรมการ เพื่อขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนปราณพยักหน้ารับ พลางยื่นป้ายหยกศิษย์สายในให้พร้อมกับกล่าวคำแนะนำเล็กน้อย
ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในวินาทีที่ศิษย์คนนั้นล้มลง ิญญาดวงใหม่ได้ทะลุมิติเข้ามาเข้าร่างนี้แล้ว
เหวินจื่อห่าวรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกกระแทกจนจุกอก ชั่วขณะหนึ่งเขาเต็มไปด้วยความไม่ยากจะเชื่อ... นี่เขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุนั้นมาได้งั้นเหรอ? แล้วความเ็ปมันจะแล่นริ้วขึ้นมาตอนไหนล่ะเนี่ย?
แต่ในวินาทีถัดมา เขากลับต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อความทรงจำของเ้าของร่างเดิมทะลักเข้ามาในหัวราวกับทำนบแตก
เขาทราบว่าตนเองเพิ่งจะตายหลังจากส่งงานที่แก้ไขเป็รอบที่สิบให้ไอ้บอสเฮงซวยไปหยก ๆ แต่ยามนี้รู้สึกยินดีเป็บ้าที่ไม่ต้องมานั่งแก้งานเป็รอบที่สิบเอ็ดอีกแล้ว
เขายังมีชีวิตอยู่
ให้ตายเถอะ ไหนล่ะความว่างเปล่าอันสงบสุขหลังความตายที่เคยได้ยินมา?
กลายเป็ว่าตอนนี้เขามาอยู่ในร่างของศิษย์สายนอกที่มีชื่อว่าเหวินจื่อห่าวเหมือนกัน คนผู้นี้เป็ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมรวมปราณขั้นปลาย (ระดับหลอมรวมปราณคือขั้นแรกเริ่มสุด ๆ ของการบำเพ็ญเพียร) แถม'เหวินจื่อห่าว' คนเดิมก็ดันเป็หนึ่งในพวกประเภทที่ขยันแทบตายแต่พลังกลับพัฒนาได้อย่างยากลำบากซะด้วย
เมื่อเหวินจื่อห่าวได้รับรู้ความทรงจำทั้งหมดของ 'เหวินจื่อห่าว' คนเก่า ที่ต้องเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพียงเพื่อจะมาหยุดอยู่ที่ระดับหลอมรวมปราณขั้นปลาย... เหวินจื่อห่าวคนใหม่ก็รู้สึกปวดตับขึ้นมาทันที
เขาเพิ่งจะจบชีวิตอันแสนเครียดมาชีวิตหนึ่งนะโว้ย ใครมันจะอยากมานั่งใช้ชีวิตที่สองให้มันเครียดคูณสองฟ่ะ แล้วทำไมคนพวกนี้ต้องส่งเสียงดังหนวกหูกันขนาดนี้ด้วยเนี่ย?!
”ศิษย์น้อง เ้า้ายาจินตันรักษาอาการาเ็หรือไม่?”
เหวินจื่อห่าวขยับตัว พลางกะพริบตาอย่างอ่อนแรงมองไปทางผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนปราณที่เป็กรรมการ ร่างกายของเขารู้สึกระบม แต่ก็ยังพอทนได้
แต่... เขาจำเป็ต้องทนด้วยเหรอ?
”หากท่านอาจารย์จะเมตตา...” เหวินจื่อห่าวพึมพำ
”เอาไป”
เหวินจื่อห่าวรับเม็ดยาขนาดเล็กมา และพบว่ามันกลืนลงคอแห้งๆ ได้ง่ายดายอย่างน่าประหลาด ทันใดนั้น ความอบอุ่นก็หลั่งไหลผ่านไปทั่วร่างกาย ความอบอุ่นนั้นคือพลังปราณ มันช่วยทะลวงจุดชีพจรและรักษาอาการาเ็ของเขาจนหมดสิ้น
เหวินจื่อห่าวรู้สึกสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน! เขายิ้มอย่างซาบซึ้งให้แก่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนปราณก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน
“ศิษย์ขอบพระคุณเป็อย่างยิ่ง”
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนปราณเพียงปรายตามองเขาด้วยสายตาราบเรียบไร้ความประทับใจ นางเพิ่งจะมอบยารักษาระดับต่ำที่สุดของนางให้ไป ศิษย์สายนอกคนนี้กำลังพยายามประจบประแจงนางอยู่หรือไร?
”เช่นนั้นศิษย์ขอตัวลา เพื่อจะได้ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของท่านไปมากกว่านี้” เหวินจื่อห่าวค้อมตัวคำนับสั้นๆ จากนั้นก็เดินทอดน่องแยกตัวออกไป
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนปราณพ่นลมหายใจออกทางจมูก และลืมเลือนศิษย์คนนี้ไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็กรรมการคนอื่นๆ
หวังลี่เว่ยขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสังเกตเห็นว่าเหวินจื่อห่าวค้างเดินหนีไป “เหวินจื่อห่าว เ้าจะไปไหนน่ะ!”
”รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่เกือบจะชนะอยู่แล้ว แต่ดันมาแพ้ให้ศิษย์พี่หวังน่ะ?” เพื่อนคนหนึ่งของหวังลี่เว่ยร้องเยาะเย้ย
เหวินจื่อห่าวพริบตาปริบๆ มองพวกเขาก่อนจะเอ่ยขึ้น “อืมส์ ยินดีด้วยนะ...” น้ำเสียงของเขาดูเฉยเมย และปัดรำคาญสุดๆ
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หวังลี่เว่ยชอบรังแก และยั่วยุศิษย์สายนอกคนอื่น ๆ ให้เขามามีเื่ด้วย เสมอโดยเฉพาะ 'เหวินจื่อห่าว' คนเก่า ซึ่งคนผู้นี้เองก็ใช่จะงอมืองอเท้า ยามถูกแกล้งก็มักจะฮึดสู้ ตอบโต้ลับ แต่เพราะเขาเอาแต่ทุ่มเทเวลา และแรงกายทั้งหมดไปกับการบำเพ็ญเพียร (ที่ล้มเหลว) เลยทำให้'เหวินจื่อห่าว' คนเก่าเป็พวกความฉลาดทางอารมณ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเวลารับมือกับหวังลี่เว่ย
แต่เหวินจื่อห่าวคนปัจจุบันคือผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาจนโตเต็มวัยแล้ว เขาไม่มีความสนใจจะมาทะเลาะเบาะแว้งกับพวกเด็กวัยรุ่นหรอกนะ (อายุ 16, 17, 18, 19 ปี? ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนทั้งนั้นแหละ)
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหวินจื่อห่าวจึงมุ่งหน้าตรงไปยังทางออกทันที โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะหนีไปให้พ้นจากฝูงชนที่ส่งเสียงหนวกหูนี้ให้เร็วที่สุด การเดินจากไปอย่างปุบปับของเขาทำให้หวังลี่เว่ย ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักต่างพากันหัวเสีย และโกรธจัด แต่พวกเขาต้องสะกดกลั้นความรู้สึกเ่าั้เอาไว้ในตอนนี้ เพราะเกรงว่าหากทำอะไรบุ่มบ่ามไป เหล่าผู้าุโอาจจะยกเลิกการเลื่อนขั้นของหวังลี่เว่ยได้...
จบบทที่ 1