ตอนที่ 155: ยอดขุนศึกหลังม่านทราย
สายลมราตรีเหน็บหนาวหวีดหวิวพัดผ่านยอดเนินทรายสูงชันที่โอบล้อมดินแดนลี้ลับเบื้องล่าง บนโขดหินผาอันมืดสลัว หลีเฮงในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่ากอดรัดแนบชิดร่างระทวยนุ่มนิ่มของเสี่ยวชุ่ย มดลาดตระเวนสาวงามผู้มีดวงตากลมโตและผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตพายุทรายดูดมาด้วยกัน ทั้งสองคนหมอบราบอยู่ใต้เงาหินก้อนใหญ่ สายตาคู่คมกริบของชายหนุ่มทอดมองลงไปยังหุบผาเบื้องล่างซึ่งปรากฏค่ายทหารกองหน้าขนาดกะทัดรัดแต่จัดระเบียบอย่างเคร่งครัด ทิวธงศึกสามเหลี่ยมสีแดงเข้มโบกสะบัดล้อสายลมเย็น อักขระทองคำโบราณที่สลักอยู่บนผืนธงดูแฝงอำนาจพลังปราณอันมหาศาลซึ่งมิใช่อักขระธรรมดาสามัญของชนเผ่ามดทรายระดับล่างทั่วไปอย่างแน่นอน
"ค่ายทหารหลวง..." เสี่ยวชุ่ยกระซิบเสียงแผ่ว หนวดนำทางคู่เรียวงามเหนือศีรษะขยับสั่นด้วยความยำเกรง "นั่นคือค่ายบัญชาการชั่วคราวขององค์ราชินี... เหตุใดกองทัพหลวงจึงรุกคืบมาถึงขอบโอเอซิสเร็วนัก"
ทว่า หลีเฮงยังไม่ทันจะได้ขยับปากตอบอันใด ผืนแผ่นดินทรายสีเลือดรอบโอเอซิสและค่ายทหารพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างน่าสะพรึงกลัว!
*ครืน... ครืน... โฮก!!!*
เสียงระเบิดกึกก้องดังขึ้นจากชั้นใต้ดินทรายลึก ร่างหนาทรงกระบอกยักษ์สีแดงเข้มดุจโลหิตของอสุรกายหนอนยักษ์โบราณที่กำลังบ้าคลั่งพุ่งแหวกแผ่นดินขึ้นมาท่ามกลางค่ายทหารหลวง ลำตัวอันใหญ่โตดุจเสาค้ำสวรรค์ของมันสะบัดเหวี่ยงอย่างดุร้าย ความพิโรธจากฤทธิ์ของละอองผงพริกไทยมารสะท้านโลกันตร์ที่ตกค้างอยู่ในโสตประสาทและประสาทสัมผัสทำให้นัยน์ตาสีแดงก่ำนับร้อยดวงรอบหัวของมันหมุนวนดุเดือด ลมกรดสีแดงและกรดละลายหินพ่นออกจากปากบดเคี้ยวคมกริบดุจมรสุมร้ายที่หลั่งไหลพัดเข้าทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
เหล่าทหารมดหลวงสวมเกราะสีทองเปล่งประกายรีบชักอาวุธหอกศิลาอัคนีและดาบสั้นโลหะแกร่ง ตั้งขบวนทัพป้องกันอย่างรวดเร็ว กองทัพเบื้องล่างซัดสาดพลังปราณสีแดงส้มระเบิดใส่ลำตัวหนอนยักษ์จนชิ้นส่วนกระดูกเนื้อและเปลือกหนาของมันแตกกระจายร่วงหล่น ทว่าสิ่งที่ทำให้นักรบมดทรายทุกคนต้องขวัญหนีดีฝ่อคือ ความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของมัน ชิ้นส่วนเนื้อหนังที่ขาดวิ่นและบาดแผลเหวอะหวะกลับประสานงอกกระดูกเนื้อและผิวหนังหนาขึ้นมาทดแทนใหม่ชั่วพริบตา!
ยิ่งพวกทหารมดทรายประโคมการโจมตีรุนแรงเท่าใด หนอนยักษ์โบราณก็ยิ่งงอกชิ้นส่วนที่ขาดหายและขยายตัวใหญ่โตบ้าคลั่งทวีคูณ มันสะบัดกวาดลำตัวหนามเหล็กฟาดผ่าค่ายทหารราบคาบ กระโจมผ้าไหมสีแดงเข้มฉีกขาดลุกไหม้ ทหารมดร่างกำยำนับร้อยถูกพัดกระเด็นลอยเคว้งกระแทกผาหินกระดูกหักเนื้อตัวยับเยิน แนวรบทองคำที่เคยแข็งแกร่งแตกพ่ายโกลาหลกระเจิดกระเจิงในชั่วพริบตาเดียว!
"แย่แล้ว! แนวรบหลวงต้านทานไม่ไหว สัตว์ร้ายตัวนี้ยิ่งบาดเจ็บยิ่งแกร่งกล้าและฟื้นฟูตัวเองได้ราวกับเป็นอมตะ!" เสี่ยวชุ่ยร้องเสียงหลง ใบหน้าหวานถอดสีซีดขาว ร่างบางสั่นเทาอยู่ใต้เงาไหล่ของหลีเฮง ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นมองมหาภัยพิบัติเบื้องล่างพลางลอบกลืนน้ำลาย *มารดาเถอะ... เจ้าหนอนนี่มันตัวบ้าอะไรกันแน่ ยิ่งฟันยิ่งงอกปานไฮดราในตำนานแบบนี้ แล้วพวกทหารมดจะเอาตัวรอดอย่างไร*
ทันใดนั้น ท่ามกลางซากปรักหักพังและเปลวเพลิงพิษที่กำลังลุกไหม้ ประตูเต็นท์หลวงขนาดใหญ่ใจกลางค่ายพลันระเบิดออกด้วยคลื่นพลังปราณสีทองอร่ามเจิดจรัส แสงสว่างเจิดจ้าปานแสงสุริยันยามเที่ยงวันพุ่งทะยานฉีกม่านหมอกสีเลือดขึ้นสู่ท้องฟ้าราตรี
*วิ้ง!*
เงาร่างระหงสตรีผู้หนึ่งทะยานโฉบลงมาจากนภากาศอย่างสง่างามดุจเทพธิดาสวรรค์จำแลงกาย ร่างกายของนางงดงามไร้ที่ติ ผิวกายสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดเปล่งประกายสีทองจางๆ ยามต้องแสงจันทร์ ทรวดทรงองเอวอวบอัดสะโพกผึ่งผายและปทุมถันคู่งามที่ชูชันอยู่ภายใต้แผ่นเกราะทองคำรัดรูปสีส้มทองโบราณ ปีกทองคำสี่ปีกขนาดใหญ่ด้านหลังกระพือพัดเกิดสายลมพายุทองคำหอบพัดทรายละเอียดปลิวว่อนโอบล้อมรอบร่างของนาง แววตาสีหงส์คมกริบเย็นชาดุจน้ำแข็งแต่เปี่ยมด้วยความทรนงองอาจของขัตติยาราชินี นางคือ "หม่าเสี่ยวหลิง" ราชินีมดทรายสีทอง ผู้สืบทอดสายเลือดโบราณระดับสูงสุด!
ในมือเรียวของนางกระชับกระบี่ทองคำเล่มยักษ์ลวดลายมังกรอักษรวิเศษที่เปล่งรัศมีร้อนแรงแผดเผาห้วงมิติรอบข้างจนบิดเบี้ยว
"อสุรกายโอหัง บังอาจมาระรานดินแดนหลวงของข้า!"
น้ำเสียงของหม่าเสี่ยวหลิงดังกังวานกึกก้องสะกดขวัญผู้ฟัง ร่างสีทองของนางโฉบทะยานดิ่งลงมาจากฟากฟ้าดุจดาวตกสีทองพุ่งเข้าประจัญบานกับหนอนยักษ์โบราณอย่างอาจหาญ กระบี่ทองคำยักษ์ในมือฟาดฟันปลดปล่อยคลื่นปราณกระบี่ทรงสุริยันนับร้อยสายกวาดล้างอากาศและบดขยี้ผิวหุ้มหนามของหนอนยักษ์จนระเบิดเสียงดังสนั่นสะท้านหุบเขา
หนอนยักษ์โบราณส่งเสียงคำรามโกรธแค้น มันพยายามสะบัดส่วนหัวหมุนเกลียวพ่นกรดสีเลือดเข้าใส่ ทว่าความเร็วของราชินีมดทองคำนั้นเหนือล้ำกว่าอย่างเทียบไม่ได้ นางกระพือปีกปัดหลบหลีกไอพิษอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะใช้กรงเล็บแหลมคมสีทองสลักอักขระแฝงพลังฉีกกระชากเปลือกหนามข้างลำตัวมันจนแตกกระจาย และในชั่วพริบตาที่สบโอกาส หม่าเสี่ยวหลิงเกร็งกำลังปราณทั่วร่างจนเกิดอักขระมนต์โบราณสีทองเวียนวนรอบตัวนาง นางยกกระบี่ทองคำโบราณขึ้นเหนือศีรษะและฟาดฟันลงมาด้วยวิชาดาบตัดนภา
*ฉับ!!!*
แสงสีทองวาบผ่านลำคอหนาใหญ่ของหนอนยักษ์โบราณ รอยตัดเรียบกริบปรากฏขึ้นชั่วพริบตาก่อนที่หัวขนาดยักษ์ของอสุรกายสีเลือดจะสะบั้นหลุดกระเด็นลอยคว้างกลางอากาศ เลือดสีเขียวเข้มและสีแดงฉานพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้าดุจน้ำพุอัคนีท่ามกลางความตื่นตะลึงและเสียงโห่ร้องยินดีของทหารมดหลวงที่เหลือรอด
ทว่า... รอยยิ้มของเหล่าทหารมดกลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วพริบตาเดียว
เมื่อหัวของหนอนยักษ์ถูกตัดสะบั้น ร่างกายส่วนลำตัวที่เหลืออยู่กลับเกิดการปะทุเดือดขยายพองตัวอย่างรวดเร็วจนน่าเกลียด คลื่นพลังงานปั่นป่วนที่อัดแน่นอยู่ในก้นบึ้งลำตัวอันเป็นแหล่งกักเก็บไอพิษสะสมนับพันปีเกิดปฏิกิริยาระเบิดตัวเนื่องจากปราณกระบี่สุริยันที่เข้าไปกระตุ้นจุดปะทุ
*ตูม!!!*
แรงระเบิดของไอพิษกำมะถันปนดินประสิวเข้มข้นระเบิดพวยพุ่งพ่นกระจายออกมาดุจภูเขาไฟปะทุเพลิงพิษ ควันพิษสีชาดเข้มข้นผสมเปลวไฟกรดร้อนแรงพุ่งสาดกระจายคลุมทั่วบริเวณในรัศมีหลายร้อยจั้ง หม่าเสี่ยวหลิงที่เพิ่งฟันดาบเสร็จสิ้นและยังไม่ทันตั้งหลักหลบภัย ถูกคลื่นระเบิดพิษและไอเพลิงกรดร้อนจัดพุ่งสาดปะทะเข้าใส่ร่างอย่างจัง!
"อึก...!"
ราชินีสาวกรีดร้องในลำคอด้วยความเจ็บปวด ควันพิษดินประสิวแผดเผาเกราะทองคำของนางจนร้อนแดง และที่เลวร้ายที่สุดคือปีกทองคำทั้งสี่ปีกอันงดงามและบอบบางซึ่งเป็นหัวใจหลักในการบินของนาง ถูกเปลวไฟกรดและไอพิษแผดเผาไหม้เกรียมจนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำชวนเวทนา ปราณอสูรที่ไหลเวียนในร่างกายปั่นป่วนติดขัดจากพิษร้ายสกัดกั้นจุดชีพจร ร่างของหม่าเสี่ยวหลิงไร้ความสามารถในการต่อสู้ ปล่อยกระบี่ทองคำคู่กายที่บัดนี้แตกร้าวหักครึ่งเล่มหลุดจากมือ ร่างบางระหงร่วงหล่นละลิ่วจากฟากฟ้ากระแทกพื้นทรายนุ่มสลบไสลไม่ได้สติในทันที!
"องค์ราชินี!!!" เสี่ยวชุ่ยร้องอุทานลั่นด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวอย่างที่สุด
ขณะเดียวกัน หนอนยักษ์โบราณที่เพิ่งโดนตัดหัวสะบั้นไป กลับเริ่มขยับเขยื้อนร่างส่วนลำตัวอย่างรวดเร็ว ตรงบาดแผลคอตัดขาดเกิดก้อนเนื้อสีเลือดตะปุ่มตะป่ำผุดงอกพูนขึ้นมาใหม่ และเพียงไม่กี่ลมหายใจ หัวใหม่ที่มีเขี้ยวคมกริบและตาแดงก่ำร้อยดวงก็งอกทะลวงพ้นผิวหนังออกมาอีกครั้ง! มันคำรามลั่นสั่นสะเทือนปฐพียิ่งกว่าเก่าด้วยความเดือดดาลและกระหายเลือด มันเริ่มเคลื่อนกายไล่ล่าทำลายทหารมดทรายที่เหลืออยู่ด้วยความอำมหิต หากปล่อยไว้เช่นนี้ ทั้งค่ายทหารและองค์ราชินีมดทรายสีทองจะต้องถูกมันบดขยี้ป่นปี้ไร้ซากเป็นแน่
หลีเฮงที่หมอบมองอยู่หลังโขดหินเห็นฉากสาวงามผู้เลอโฉมปีกไหม้เกรียมตกอยู่ในอันตราย หัวใจบุรุษหนุ่มพลันเต้นรัวเร็วและทนดูไม่ได้ ชายหนุ่มกัดฟันเอ่ยสั่งการระบบในจิตวิญญาณทันที "ระบบ! จะดูดายให้สาวงามระดับราชินีตกเป็นอาหารหนอนยักษ์ตัวอ้วนพีไม่ได้เด็ดขาด! มีของวิเศษอะไรที่จะช่วยให้ข้าประเมินศึกและชี้ทางรอดให้พวกทหารมดในตอนบัดเดี๋ยวนี้ได้บ้าง ราคาห้ามแพงจนขูดรีดกันเกินไปนะ!"
[ ติ๊ง! ระบบตรวจพบวิกฤตการต่อสู้ของราชินีมดทรายทองคำและกองทัพทหารมดหลวงกับอสุรกายหนอนยักษ์โบราณที่มีอัตราการฟื้นตัวสมบูรณ์สิบส่วน ]
[ ขอแนะนำไอเทมช่วยวางแผนศึกระเบิดปัญญา: 'แว่นตามหาเนตรกลยุทธ์พิชัยสงคราม' ]
[ คุณสมบัติ: อุปกรณ์สวมใส่ดวงตาทำจากผลึกโบราณและโลหะเงินจารึกอักขระมนต์สยบศัตรู เมื่อสวมใส่แล้วจะฉายแผ่แผ่นภาพอักขระวิเศษแสดงโครงสร้างสรีรวิทยา จุดชีพจรสำคัญ วงจรการไหลเวียนของลมปราณ และทิศทางการเคลื่อนไหวล่วงหน้าของศัตรู ช่วยให้โฮสต์คำนวณแผนการรบและกลยุทธ์การหมากกระดานสดเพื่อแก้ทางและจู่โจมจุดอ่อนทำลายศัตรูได้อย่างแม่นยำดุจยอดทัพหลังม่าน ]
[ ราคาขาย: 5,000 แต้มแมงดา ]
[ ยอดแต้มสะสมปัจจุบันของโฮสต์: 121,000 แต้ม ]
"ห้าพันแต้มรึ? เอามาเลยระบบ อย่าเพิ่งชักช้าเรื่องเล็กน้อย! ชีวิตสตรีสำคัญกว่าแต้ม!" หลีเฮงสั่งการรวดเร็วโดยไม่ลังเล
[ ติ๊ง! ทำการชำระเงินค่าซื้อแว่นตามหาเนตรกลยุทธ์พิชัยสงคราม -5,000 แต้ม ]
[ ยอดแต้มสะสมคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 116,000 แต้ม ]
[ ระบบส่งมอบสินค้าลงสู่ช่องจัดเก็บสิ่งของเรียบร้อยแล้ว ]
ในซอกนิ้วมือของหลีเฮงปรากฏเครื่องประดับสวมใส่ดวงตาที่มีกรอบเงินโบราณสลักเสลาลวดลายโบราณงดงาม แผ่นแก้วผลึกใสสะท้อนประกายหมอกมนต์สีครามวูบวาบ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบยกสวมเข้ากับดวงตาของตนเองทันที
ยามเมื่อผลึกแก้วเงินโบราณทาบสัมผัสผิวหน้า ประสาทการรับรู้ของหลีเฮงพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทิวทัศน์ทะเลทรายที่มืดมิดและเต็มไปด้วยพายุควันเบื้องหน้าถูกแผ่ส่องผ่านด้วยม่านแสงอักขระสีครามลอยหมุนวนอยู่ตรงหน้า แผ่นภาพอักขระวิเศษจำลองร่างหนอนยักษ์โบราณขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา เผยให้เห็นเส้นใยพลังสีแดงที่ไหลเวียนสับสนอลหม่าน ทว่าที่สะดุดตาที่สุดคือ จุดแสงสีเหลืองเข้มปานดวงดาวสามจุดที่กะพริบถี่รัวบริเวณข้อต่อระหว่างก้อนเนื้อชิ้นที่สาม ห้า และเจ็ด ซึ่งเป็นแหล่งรวมจุดประสานลมปราณและกักเก็บถุงพิษกรดรวมถึงพลังชีวิตในการฟื้นฟูของมัน
"เห็นจุดอ่อนแกแล้ว ไอ้เจ้าหนอนยักษ์อมตะเก๊!" หลีเฮงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาเปี่ยมประกายความมั่นใจ ชายหนุ่มตระหนักดีว่าตนเองยามนี้สวมเพียงกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงและพละกำลังเนื้อตัวยังไม่พร้อมปะทะตรงหน้า การเอาตัวรอดที่ดีที่สุดคือการทำตัวหน้าหนาซ่อนเร้นกายเบื้องหลังก้อนหินใหญ่ และใช้กลยุทธ์จัดทัพค่ายกลทันควันนำทางแก้ศึกให้แก่ทหารมดที่เหลืออยู่
หลีเฮงโคจรพลังลมปราณแผ่ซ่านประสานผ่านเสียงส่งต่อความรู้สึก กระตุ้นใช้พลังส่งกระแสจิตแผ่ขยายออกไปคลุมรอบสนามรบเบื้องล่าง น้ำเสียงของเขายามแฝงพลังปราณนั้นลุ่มลึก หนักแน่น และแฝงอำนาจบารมีปานเสียงบัญชาการจากทวยเทพโบราณลึกลับ ลอยเข้าสู่โสตประสาทของเหล่านายกองทหารมดหลวงและทหารลาดตระเวนทุกคนอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
"ทหารมดทรายผู้กล้าหาญทุกคน! หากพวกเจ้าต้องการปกป้องราชินีและเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้ จงวางความระแวงและทำตามคำสั่งข้าทันที!"
เสียงลึกลับที่ก้องกังวานในหัวทำให้ทหารมดหลวงที่กำลังระส่ำระสายแตกตื่นถึงกับนิ่งงัน ทหารระดับผู้นำนายหนึ่งหันมองซ้ายขวาก่อนจะกัดฟันถามกลับผ่านกระแสจิตวิญญาณ "ท่านคือใคร... ไยจึงมาชี้นำพวกเรา"
"ไม่ต้องสนใจว่าข้าคือใคร! หากไม่อยากตายตกตามกันจงรีบขยับมือเท้า!" หลีเฮงคำรามสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดสไตล์นักเล่นหมากกระดานกลยุทธ์ "สองร้อยนักรบปีกซ้าย! ใช้กรงเล็บและหอกเจาะทรายขุดอุโมงค์ลึกลงใต้ผืนทรายบริเวณหน้าผาหินผุทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเดียวนี้! สร้างแอ่งทรายดูดเทียมลึกสามจั้งเพื่อเตรียมต้อนมัน!"
"นักรบหอกอัคนีสามกองร้อยที่เหลือ! ไม่ต้องจู่โจมลำตัวส่วนอื่นของมันให้เสียแรงเปล่า จงกระจายตัวเป็นรูปครึ่งวงกลม ล่อลวงให้มันเลื้อยพุ่งตรงไปยังทิศทางผาหินตะวันตกเฉียงเหนือ!"
ทหารมดหลวงที่กำลังอับจนหนทางไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาเลือกที่จะเชื่อเสียงบัญชาการลึกลับนี้อย่างหมดหัวใจ นายทหารรีบส่งสัญญาณส่งต่อทหารมดปีกซ้ายโถมกายลงไปใช้กรงเล็บทรงพลังขุดเจาะทรายอย่างรวดเร็วและถี่รัว ผืนทรายใต้หน้าผาหินผุพังเริ่มยุบตัวทรุดฮวบกลายเป็นหลุมพรางทรายดูดขนาดใหญ่ในพริบตา ขณะที่นักรบหอกอัคนีพากันตะโกนลั่นค่าย แผ่ปราณอัคนีแดงฉานล่อเป้าหนอนยักษ์โบราณให้เคลื่อนกายเลื้อยพุ่งชนตามทิศทางอย่างบ้าคลั่ง
*โฮก!!!*
หนอนยักษ์โบราณหัวงอกใหม่พุ่งทะยานร่างไล่ตามเปลวไฟหอกของทหารมด ลำตัวมหึมาเลื้อยตะบุยผืนทรายเหยียบย่ำเข้ามาถึงหน้าผาหินชันทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทันทีที่มันเลื้อยผ่าน ผืนทรายใต้ฝ่าตีนพลันทรุดฮวบพังทลาย ร่างยักษ์สีเลือดตกลงไปในหลุมทรายดูดลึกอย่างจัง ลำตัวครึ่งล่างถูกทรายดูดบีบอัดหมุนวนจนขยับเขยื้อนไม่ได้เพราะติดขัด และด้วยแรงเฉื่อยของการพุ่งตัวอย่างบ้าคลั่ง ส่วนหัวและลำตัวท่อนบนของมันจึงกระแทกชนเข้ากับหน้าผาหินผุหนาหนักอย่างรุนแรงดังสนั่นปานฟ้าถล่ม!
*ตูม!!!*
เศษศิลาขนาดยักษ์บนหน้าผาถล่มทลายลงมาทับถมท่อนบนของหนอนยักษ์จนมันเกิดอาการสับสนมึนงงและติดค้างอยู่กับซากศิลาขยับหนีไม่ได้ หลีเฮงเห็นแผนการประสบความสำเร็จตามการคำนวณของแว่นตามหาเนตรกลยุทธ์ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบคำรามส่งคำสั่งสุดท้ายทันที
"จังหวะนี้แหละ! สลัดหอกอัคนีทั้งหมด ทะลวงแทงเข้าไปที่จุดข้อต่อระหว่างข้อปล้องและก้อนเนื้อส่วนที่สาม ห้า และเจ็ดพร้อมกัน! ปลดปล่อยปราณไฟทั้งหมดทำลายจุดกักเก็บพลังงานฟื้นตัวของมันซะ!"
ทหารมดหลวงเมื่อได้ยินเสียงชี้จุดอ่อนอันแม่นยำ ต่างไม่รอช้าทะยานร่างขึ้นไปกลางอากาศดุจม่านฝนสีทอง หอกศิลาอัคนีนับร้อยด้ามพุ่งทะลวงเข้าใส่จุดอ่อนทั้งสามแห่งตามข้อต่อเนื้อของหนอนยักษ์อย่างแม่นยำปานจับวาง!
*ฉึก! ฉึก! ฉึก!*
*ตูม! ตูม! ตูม!*
แรงระเบิดของปราณอัคนีแผดเผาทำลายก้อนพลังงานฟื้นตัวและถุงพิษกักเก็บภายในร่างกายของหนอนยักษ์จนระเบิดแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โลหิตพิษสีเขียวเข้มปนประกายไฟปะทุทะลักออกมาจากข้อต่อทั้งสามจุด หนอนยักษ์โบราณกรีดร้องคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ผิวพรรณเนื้อตัวที่เคยงอกฟื้นฟูได้รวดเร็วกลับนิ่งสนิทหดตัวลงอย่างเฉาเหี่ยวเนื่องจากศูนย์กลางขับเคลื่อนลมปราณชีวิตถูกทำลายพังพินาศ มันสะบัดกายดิ้นรนทุรนทุรายจนฝุ่นทรายคลุ้งตลบทั่วทั้งหุบเขา ก่อนที่จะยอมแพ้ต่อบาดแผลฉกรรจ์และมุดร่างหนีลึกกลับลงดินไปทางโพรงใต้ดินอย่างทุลักทุเลเพื่อรักษาตัวชั่วคราว
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ผืนทรายสีเลือดอีกครั้ง ทหารมดทรายที่รอดชีวิตยืนหอบหายใจโรยแรงท่ามกลางกองซากปรักหักพัง สายลมพัดพาม่านฝุ่นควันและละอองทรายให้ค่อยๆ จางหายไป
[ ติ๊ง! โฮสต์สวมใส่และเปิดใช้งานแว่นตามหาเนตรกลยุทธ์พิชัยสงคราม ประเมินจุดอ่อนและใช้แผนการรบแบบวางหมากสดแก้ทางจู่โจมทำลายจุดชีพจรสามจุดของอสุรกายหนอนยักษ์โบราณจนล่าถอยไปได้สำเร็จ ]
[ ได้รับโบนัสช่วยเหลือกลยุทธ์ชิงชัย: +6,000 แต้มแมงดา ]
[ สรุปยอดแต้มสะสมสุทธิในระบบในปัจจุบัน: 122,000 แต้ม ]
[ สรุปยอดค่าศักดิ์ศรีสะสม: -75 แต้ม (คงเดิม) ]
[ สรุปยอดแต้มวิบัติสะสม: 92 แต้ม (คงเดิม) ]
[ เกราะพลังเมียคงเดิม: 9 หน่วย ]
หลีเฮงแอบถอนหายใจยาวพลางยิ้มกริ่มลูบคางอย่างพึงพอใจในผลลัพธ์ของยอดแต้มสะสมที่กลับมาเพิ่มพูนขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือนุ่มของเสี่ยวชุ่ยที่ยังคงยืนตื่นตาตื่นใจมองสมรภูมิรบอย่างไม่เชื่อสายตา "เสี่ยวชุ่ย ยอดดวงใจของข้า จังหวะนี้แหละที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวายปฐมพยาบาลคนเจ็บ รีบนำทางข้าไปหาร่างขององค์ราชินีของพวกเจ้าโดยเร็วที่สุด!"
"อ๊ะ... เจ้าคนหน้าด้าน จะทำอะไรองค์ราชินีของข้า!" เสี่ยวชุ่ยหน้าแดงก่ำสะบัดหนวดเบาๆ แต่สัมผัสอบอุ่นจากมือหนาและพลังปราณหยินหยางที่แผ่ซ่านทำให้ใจของนางโอนอ่อนยอมพยักหน้าและวิ่งนำทางลัดเลาะเนินทรายลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
หลีเฮงอาศัยฝุ่นทรายและม่านหมอกพิษกำมะถันที่ยังคงหลงเหลือคละคลุ้งหนาตาพรางกายในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า เหลือเพียงกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงและพละกำลังลมปราณอัดแน่น สองเท้าเหยียบย่ำทรายอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียงพาร่างทะยานลัดเลาะผ่านซากปรักหักพังตรงดิ่งไปยังจุดที่ร่างระหงของราชินีมดทรายตกลงมา
ร่างของหม่าเสี่ยวหลิงนอนพาดอยู่บนเนินทรายราบเรียบใต้เงาซากธงศึกสีแดงเข้ม ผิวกายสีน้ำผึ้งสวยอมทองบัดนี้มีเหงื่อซึมชื้นรุ่มร้อนด้วยพิษกำมะถันและดินประสิวที่ตกค้างในร่าง ปีกทองคำทั้งสี่ที่เคยสง่างามสะท้อนแสงสว่างสุกใส บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำเกรียมหักพังร่วงสะบั้นดูน่าเวทนา ทรวงอกอวบอัดเต่งตึงกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะถี่กระชั้นตามลมหายใจอันติดขัดและเต็มไปด้วยความรวดร้าว ใกล้ๆ กันมีเศษกระบี่ทองคำโบราณยักษ์หักสะบั้นจมอยู่ในผืนทราย
หลีเฮงไม่รีรอ รีบย่อตัวลงก้มช้อนร่างบางแต่เปี่ยมความหยุ่นแน่นและมีน้ำหนักพอตัวขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งท่าอุ้มสาวงามอย่างอ่อนโยน สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวเนียนของราชินีสาวทำให้หัวใจของแมงดาหนุ่มเต้นรัวเร็วสะท้าน ความรู้สึกนุ่มหยุ่นตรงสะโพกอวบกลมกลึงและทรวงอกใหญ่โตเบียดชิดติดอกกว้างของเขาส่งผ่านกลิ่นอายอสูรสตรีชั้นยอดที่แม้จะบาดเจ็บแต่ก็แฝงฟีโรโมนเสน่หาลึกลับอันทรงพลังชวนใจสั่นสะท้าน
"รีบไปเร็ว! ทางนี้กระโจมหลวงด้านในยังไม่พังทลาย!" เสี่ยวชุ่ยกระซิบอย่างตื่นเต้นกุลีกุจอพลางแหวกม่านค่ายนำทางให้หลีเฮงอุ้มร่างองค์ราชินีสลบไสลเล็ดลอดผ่านด่านสายตาทหารยามที่กำลังสับสนวุ่นวายข้างนอก เข้าสู่ภายในกระโจมทหารหลวงอันโอ่อ่ากว้างขวางและเงียบสงบ
หลีเฮงประคองวางร่างระทวยไร้สติของหม่าเสี่ยวหลิงลงบนแท่นบรรทมปูลาดด้วยหนังสัตว์หนานุ่มใจกลางกระโจม ชายหนุ่มเพ่งมองใบหน้างามปานภาพวาดที่กำลังขมวดคิ้วแน่นด้วยความร้าวรานจากพิษร้าย พลางพินิจพิเคราะห์ถึงสภาพปีกสีทองที่ไหม้เกรียมเสียหายหนักและเศษกระบี่ทองคำโบราณที่หักพังยับเยิน...
*พิษกำมะถันฝังลึกถึงขั้วปอด ปีกทองคำวิเศษหักเกรียมเสียสภาพ และดาบทองคำประจำกายแตกสะบั้น... นี่มันงานใหญ่หลวงนัก เห็นทีงานนี้หากไม่ยอมเปลืองตัวใช้เคล็ดวิชานวดทองคำบำเพ็ญคู่ประสานหยินหยางสลายพิษและหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรปีกขึ้นมาใหม่ ก็คงไม่มีวิธีอื่นใดที่จะช่วยเหลือนางได้เสียแล้วสิ!*
หลีเฮงยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยเจ้าเล่ห์ สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างระหงสีทองที่นอนไร้การป้องกันเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเร่าร้อนแฝงตัณหาเบาๆ ที่เริ่มจะก่อตัวขึ้นท่ามกลางไออุ่นราตรีในกระโจมทหารหลวงอันมิดชิด...
(จบตอนที่ 155)