(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 52 ฉันไม่ได้หึงจริง ๆ นะ! 

    บทที่ 52 ฉันไม่ได้หึงจริง ๆ นะ! 


    คนกลุ่มหนึ่งตะโกนส่งเสียงเอะอะโวยวาย และไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 


    ไป๋อวี้บอกว่าเธอเองก็ไม่แน่ใจ จากนั้นรีบเบี่ยงตัวออกมาจากฝูงชนจนเหลือลุงจางเพียงคนเดียว และเขาก็รู้เรื่องนี้เพียงผิวเผินเท่านั้น 


    แต่เขาก็ยินดีจะตอบคำถามของทุกคน


    “ไอ้หยา ชีวิตลำบากลำบนเหลือเกิ้น! ดึกดืนค่อนคืนฉันยังเห็นหล่อนจุดไฟสว่างโร่”


    “หล่อนไม่เพียงแต่ทำเสื้อผ้าให้หมู่บ้านของเราเท่านั้นนะ แต่ผู้คนก็มักเอาเสื้อผ้ามาให้หล่อนช่วยซ่อมอยู่เสมอ”


    “คนที่มีมโนธรรมยังเอาผ้ามาให้หล่อนบ้าง แต่พวกไร้ยางอายบางคนไม่เอาแม้แต่เศษผ้ามาด้วยซ้ำ!”


    “หล่อนยังเด็กมาก แต่วัน ๆ เอาแต่อดหลับอดนอนทำเสื้อผ้าจนตาจะเสียหมดแล้ว”


    “ถ้าหล่อนกล้าไม่ทำก็ดูมือของหล่อนวันนี้สิ ภรรยาหวังหนิวตีมือหล่อนจนหัก แถมยังทุบจักรหล่อนจนพังอีกต่างหาก” 


    “เสื้อผ้าของกลุ่มเก็บเกี่ยวเป็นงานเร่ง แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงล่ะ? คงไม่ได้ทำแล้วใช่ไหม”


    “ฉันเป็นเพื่อนบ้านครอบครัวของหล่อนมาหลายปี รู้ดีว่าหล่อนเป็นพวกขี้ขลาดแค่ไหน ถ้ารู้ว่าตอนนี้มือตัวเองเย็บผ้าไม่ได้แล้วคงตกใจไม่น้อย”


    ทุกคนแห่เข้าไปโวยวายกับจ้าวโหย่วเต๋อ


    “เหล่าจ้าว เราปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้นะ หล่อนทำเสื้อผ้าให้กับหมู่บ้านเรามาหลายปีเราต้องช่วยหล่อนแก้ไขปัญหานี้ ”


    “ใช่ ๆ ๆ ไม่ว่ายังไงหล่อนก็มีฝีมือแถมยังทำได้เร็วด้วย”


    “ถูกต้อง…”


    “ไม่ใช่ว่าเราให้คะแนนงานกับตรวจเงินแล้วจะเพิกเฉยต่อชีวิตหนึ่งชีวิตได้นะ”


    “อนาคตอาจจะมีคนบอกว่าหมู่บ้านเราไม่มีมนุษยธรรม”


    “...”


    จ้าวโหย่วเต๋อเหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหลัง 


    สุดท้ายเขาทำได้เพียงพูดว่า “ทุกคนไม่ต้องกังวล แม่ม่ายหวังเคยเจอปัญหาใหญ่ในชีวิตมาก่อนเพราะฉันทำหน้าที่ได้ไม่ดี แต่ต่อไปนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว” 


    ตอนแรกเขาไม่ได้คิดมากเรื่องนี้มาก่อน แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไข


    เขาไม่เพียงแต่เป็นคนไร้ยางอายเท่านั้น แต่ยังเป็นคนมีมโนธรรมอีกด้วย เมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องของลูกชายตัวเอง เขาจึงค่อนข้างลำเอียงเล็กน้อย


    แต่เมื่อได้ยินคนเหล่านี้พูดว่าแม่ม่ายหวังต้องทนทุกข์ทรมาน...


    อันที่จริงเขารู้ดีว่าแม่ม่ายหวังต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าที่ทุกคนคิด


    ทุกคนยังคงเอ็ดตะโรเสียงดัง โดยสนใจเหยื่อของกลุ่มล่าสัตว์ด้วยซ้ำ พวกเขาเอาแต่พูดถึงเรื่องของหวังเหลียน 


    จ้าวโหย่วเต๋อรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า ทันใดนั้นก็ยกมือขึ้นตบหน้าของตนอย่างแรง


    “เหล่าจ้าว?!” ทุกคนตกตะลึง


    ขณะนั้นเดี๋ยวกันไป๋อวี้เห็นได้ชัดว่าดวงตาของจ้าวโหย่วเต๋อเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ


    เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดเสียงแหบแห้ง “เอาละ... ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นะทุกคน”


    หลี่หมิงประหลาดใจ “จริงอยู่ที่ว่าคุณทำงานได้ไม่ดีนัก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตบหน้าตัวเองแบบนั้น”


    เนื่องจากเขามีเนื้อบนใบหน้ามาก แก้มของเขาจึงดูหย่อนคล้อยตามอายุ ใบหน้าก็ขึ้นสีแดง


    หลี่หมิงเอ่ยถ้อยคำปลอบโยนและยื่นมือไปลูบแก้มของเขา


    ทุกคนหัวเราะและปลอบโยนเขาอีกครั้ง โดยบอกว่า... เขาแค่ประมาทในการทำงาน ไม่เป็นไร


    มีเพียงไป๋อวี้เท่านั้นที่หัวเราะไม่ออก และเธอก็เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างทนไม่ไหว


    เธอคิดว่าปล่อยให้จ้าวต้าหมินปิดบังมาหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้โชคไม่อยู่กับเขา


    ขณะที่กำลังคิดอยู่ เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาแผดเผาที่จ้องมองมา


    เธอสะดุ้งและกลับมามีสติอีกครั้ง


    จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นและเห็นฉินต้าซานมองเธอราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง


    ไป๋อวี้รู้สึกตกใจ พลางสงสัยว่าตนเองได้แสดงสีหน้ามากเกินไปหรือเปล่า


    ฉินเสี่ยวซู่ซึ่งเต็มไปด้วยพลัง ยังคงติดตามข่าวซุบซิบนี้ต่อไป


    เหตุผลหลักคือเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตอนแรกเขาจึงไม่ได้พูดแทรก และเอาแต่ยืนฟังพลางเออออตามคนอื่นไปด้วย 


    ฉินต้าซานหันไปมองลูกชายของตนพลางขมวดคิ้วแล้วพูดกับไป๋อวี้ว่า “เรากลับกันก่อนเถอะ”


    ไป๋อวี้พูดว่า “โอ้ งั้นนาย…”


    เธออยากจะบอกว่านายกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะอยู่ฟังต่ออีกสักพัก


    “ทำอาหารให้ฉันหน่อย ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว”


    หลังจากพูดคำเหล่านี้แล้ว ฉินต้าซานก็เดินออกไปก่อน


    ไป๋อวี้คิดอยู่พักหนึ่ง ไม่เป็นไร เธอได้จุดไฟเรื่องหวังเหลียนไปแล้ว ตอนนี้ควรจะกลับบ้านได้แล้ว


    เรื่องนี้เธอจะปล่อยให้เสี่ยวซู่เป็นคนจัดการ และเธอก็จะไม่พลาดอย่างแน่นอน!


    ……


    ตอนนี้ป้าฮวามาเยี่ยมหวังเหลียนที่ได้รับบาดเจ็บที่อนามัย


    ขณะนั้นความอยากปกป้องลูกของตนก็พังทลายลง...


    คุณหมอเหยียนดุเธอจนเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้น


    “ทำงานกับคนงานหญิง สิ่งที่คุณต้องทำคือพูดแทนหญิงสาวทุกคน ชีวิตในชนบทที่ทุกข์ทรมานเหล่านั้น ต้องปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้หญิง คุณทำงานแบบนี้ได้ยังไง!”


    “คุณเพิ่งเข้าร่วมพรรคเมื่อปีที่แล้วใช่ไหม! ผลงานแบบนี้ของคุณ คุณจะคู่ควรกับตราพรรคบนหน้าอกและความไว้วางใจที่พรรคมีให้กับคุณได้ยังไง!” 


    “และเธอคนนั้นก็เป็นผู้หญิงและยังเป็นผู้หญิงที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเพราะคนของคุณ คุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นใต้จมูกของคุณได้ยังไง?!”


    เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอับอายและความเสียใจของแม่สามี จ้าวอิ้งหงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป


    แม้แต่ช่องว่างที่ว่า ‘ฉันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอ’ ที่ปรากฏขึ้นมาก็หายไป


    หลังจากที่คุณหมอเหยียนออกไปแล้ว เธอก็เดินไปจับมือป้าฮวา


    “คุณแม่คะ…”


    ป้าฮวาหลั่งน้ำตาไหล “อิ้งหง แม่ทำร้ายลูก…”


    เธอรู้อยู่เสมอว่าลูกชายของตนไม่เหมาะสมกับอิ้งหง


    ตอนที่จ้าวต้าหมินรบเร้าว่าอยากแต่งงานกับอิ้งหง เธอก็เป็นคนหยุดเขาไว้


    แต่ถ้าต้องการหยุดมันจริง ๆ สุดท้ายแล้วมันก็จะไม่เกิดขึ้น


    ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง!


    จ้าวอิ้งหงพูดทั้งน้ำตาว่า “แม่คะ อย่าพูดแบบนั้น มาหาวิธีแก้ปัญหาด้วยกันเถอะค่ะ”


    ป้าฮวาจับมือลูกสาวบุญธรรม ดวงตาของเธอมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ


    ……


    ไป๋อวี้ติดตามฉินต้าซานกลับมาบ้านแล้ว


    ฉินต้าซานไปอาบน้ำที่โรงฟืนที่เธอเพิ่งทำความสะอาดเป็นครั้งแรก!


    เมื่อฟังเสียงน้ำข้างใน ไป๋อวี้ก็รู้สึกพอใจมาก!


    การทำงานหนักไม่ได้ไร้ผล และในที่สุดก็ไม่ต้องดูเขาวิ่งไปรอบ ๆ ลานบ้านอีกต่อไป!


    ฉินต้าซานอาจคิดว่าตัวเองสกปรก เขาจึงอาบน้ำเป็นเวลานาน


    ไป๋อวี้กำลังทำอาหารอยู่ในครัว


    ฉินเสี่ยวกั่วทนความเหงาไม่ได้และมายืนอยู่ที่ประตูโรงฟืนเพื่อพูดคุยกับพ่อของตน


    “พ่อคะ พ่อกำลังอาบน้ำอยู่ใช่ไหม!”


    “ซ่า ซ่า”


    เดิมทีเธอเล่นอยู่กับตัวเอง แต่ฉินต้าซานก็เพิกเฉยต่อเธอ


    ทันใดนั้นเธอก็พูดว่า——


    “พ่อคะ พ่อไม่ได้ยุ่งกับแม่ม่ายคนนั้นจริง ๆ เหรอ?!”


    “พ่อต้องบอกความจริงนะ ไม่อย่างนั้นแม่จะโกรธ”


    วินาทีต่อมา ฉินต้าซานที่ทำความสะอาดร่างกายและโกนหนวดเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมา 


    ฉินเสี่ยวกั่วพูดด้วยความประหลาดใจ “ว้าว พ่อของหนูสะอาดแล้ว! พ่อของหนูดูดีมากเลย!”


    ไป๋อวี้ยืนอยู่ที่นั่นพร้อมกับชามน้ำแกง และพูดอย่างงุ่มง่ามว่า “ไม่ใช่อย่างที่…”


    ฉินต้าซานอุ้มลูกสาวของตนขึ้นมาแล้วพูดว่า “เธออธิบายเรื่องนี้ไปแล้ว”


    โอ้ ใช่แล้ว เธอแค่อธิบายว่าตัวเองทำเพื่อให้แม่ม่ายสาวมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอด


    ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    แต่จู่ ๆ ฉินต้าซานก็พูดขึ้นว่า “แต่ฉันไม่ได้มีอะไรกับเธอจริง ๆ”


    ไป๋อวี้พูดอย่างเชื่องช้า “นายก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ฉันฟัง แน่นอนว่าฉันเชื่อในตัวนาย…“


    ทันใดนั้นฉินเสี่ยวกั่วก็พูดว่า “แม่ไม่เชื่อ ก่อนหน้านี้แม่ยังบอกกับพี่ใหญ่ว่าพ่อมีความสัมพันธ์กับแม่ม่ายคนนั้น”


    ไป๋อวี้ “!!!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668