ผมกลายเป็นแวมไพร์แถมใช้ได้แต่เวทมนตร์สายSupportซะงั้น!

    บทที่ 3

    บทที่ 3



    “โอ้! กุนเทอร์! ในที่สุดนายก็กลับมา! ฉันได้ข่าวว่านายเจอศึกหนัก ดีจริงๆที่ปลอดภัย!”ผมและกุนเทอร์ที่เพิ่งเสร็จจากการลงทะเบียนสำหรับฝากม้าไว้กับทางคอกม้าประจำด่านหน้าเมือง ก็หันไปตามเสียงเรียกของทหารนายหนึ่งที่ยืนเฝ้าด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ เขาทักกุนเทอร์ทันทีที่เห็นหน้า พวกเขาเริ่มพูดคุยกันนิดหน่อยตามประสาเพื่อนที่ไม่เจอกันมาสักพัก จากที่ผมฟังดูเหมือนว่ากุนเทอร์ไม่ได้กลับเข้าเมืองหลวงมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว แถมมีรายงานเรื่องมังกรดำที่ปรากฏตัวขึ้นในอณาเขตที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก เลยทำให้ทุกคนวิ่งวุ่นกันไปหมด โชคดีที่มันถูกกำราบลงแล้วผมว่าพวกเขาได้รับข่าวกันรวดเร็วดีนะ ทั้งๆที่ไม่มีโทรศัพท์ให้ใช้ ถ้าให้ผมทายคงเป็นพวกม้าเร็วจากหมู่บ้านรีบแจ้งเรื่องไปทางเมืองหลวงหรือไม่ก็ใช้พวกเวทย์มนต์ในการสื่อสารเอาสักพักหนึ่งความสนใจก็เบนมาทางผมแทน นายทหารที่ยืนอยู่ตรงหน้าหันมามองผมซึ่งยืนอยู่ข้างๆกุนเทอร์ ...และไม่ได้ยืนเฉยๆนะ ...ผมยืนจับมือกับกุนเทอร์อยู่ เขาไม่ปล่อยมือผมเลยตั้งแต่ผมลงมาจากม้า…นั่นทำให้สายตาของชายคนนี้กวาดมองมาที่มือผมกับกุนเทอร์“แล้ว… นี่...อย่าบอกนะว่า… นาย!?”“อ่อ นี่ เอสก้า เขาช่วยฉันไว้ตอนสู้กับมังกรน่ะ”“หว่าาา… ไอ้ฉันก็นึกว่านายจะมีคู่กับเขาสักที… ผิดหวังชะมัด!”กุนเทอร์หัวเราะพอเห็นเพื่อนตัวเองอารมณ์เสียที่ทายผิด กุนเทอร์หันมาทางผมแล้วแนะนำเพื่อนของเขาให้ผมรู้จัก“เอสก้า นี่ มาร์ช เพื่อนฉันเอง”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”ผมกล่าวทักทายไปให้อีกฝ่าย“ยินดีที่ได้รู้จัก เอสก้า ขอบคุณมากที่ช่วยเพื่อนฉันไว้”“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีช่วย..”“ยังไงก็ต้องขอขอบคุณจริงๆนะ! แล้วก็ ถ้าไม่ว่าอะไรช่วยเปิดฮู้ดออกให้เห็นหน้าชัดๆได้ไหม? ฉันจำเป็นต้องทำหน้าที่น่ะ ตามกฏทางเราต้องทะเบียนคนเข้าและคนออก” ผมหันไปมองกุนเทอร์ทันที… เขาเป็นคนบอกให้ผมสวมฮู้ดเอาไว้และพยายามอย่าถอดฮู้ดออก ผมเลยทำตามที่เขาบอก กุนเทอร์เองก็หันมาหาผมแล้วพยักหน้าให้เชิงอนุญาต“ไม่เป็นไร นายทำตามที่เขาบอกได้”ผมเลยถอดฮู้ดออกแล้วเงยหน้าขึ้นให้มาร์ชได้เห็นหน้าผมชัดๆ… ปฏิกิริยาของเขาเมื่อเห็นผม ดูชะงักไปครู่หนึ่งทันที มาร์ชหันมองผมสลับกับกุนเทอร์ไปมา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกร็งๆ“...นาย โอเคเหรอ? กุนเทอร์?...ไม่สิ ฉันต้องถามว่าพวกนายอยู่ในสถานะไหนกัน?”“ฉันโอเคดี มาร์ช แล้วเอสก้าก็เป็นเพื่อนฉัน”“...เหลือเชื่อ อา... ฉันหมายถึง… นายเปลี่ยนไปเยอะ…”มาร์ชดูอ้ำๆอึ้งๆ ก่อนจะหันไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวางเอกสารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเขานัก“ชื่อ เอสก้า นะ… เอาล่ะ เซ็นชื่อนี้นะ”มาร์ชเขียนชื่อผมลงในหนังสือรายชื่อคนเข้าเมืองเสร็จแล้ว ยื่นมาทางผมพร้อมปากกาคอแร้งที่ถูกจุ่มหมึกไว้ให้แล้วคำว่า เอสก้า ในโลกนี้เขียนแบบนี่นี้เอง... ผมเลยเซ็นชื่อตามตัวอักษรที่เขาเขียนไว้ ด้วยความที่ตัวอักษรมีลักษณะใกล้เคียงกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ผมทำให้ลอกเลียนตัวอักษรได้ไม่ยาก พอเซ็นเสร็จเรียบร้อยผมก็ยื่นหนังสือคืนให้มาร์ช“เรียบร้อย ยินดีต้อนรับสู่ วอร์เลนเซีย เอสก้า” มาร์ชหันยิ้มให้ผมพร้อมกล่าวบอกลากันเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้ผมกับกุนเทอร์ผ่านเข้าด่านไป ผมดึงฮู้ดขึ้นสวนต่อ ความจริงผมอยากถามเกี่ยวกับเรื่องที่มาร์ชพูดเมื่อกี้...แต่มาคิดดูอีกที...ไม่ถามคงจะดีกว่า ผมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องส่วนตัวของกุนเทอร์มากไปกว่านี้ ในเมืองยามค่ำคืนสว่างไสวกว่าที่ผมคิดเอาไว้ เมื่อจะไม่ได้มีผู้คนพลุกพล่านตามทางเดินมากนัก ผมมองไปตามบ้านเรือนรอบๆ สถาปัตยกรรมของที่นี้มีความคล้ายคลึงกับยุโรปยุคกลาง แต่มีบางอย่างที่แตกต่างไปอย่างชัดเจนอย่างรูปแบบเสาและลักษณะของอิฐที่ใช้ สีของอิฐส่วนใหญ่เป็นสีขาวที่ถูกแซมด้วยสีฟ้า อิฐพวกนี้พอโดนแสงไฟสะท้อนก็จะเกิดแสงสีฟ้าประกายออกมาเล็กๆ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ผมเหม่อลอยไปนิดหน่อยเมื่อเห็นสิ่งต่างๆที่ไม่เคยเห็น ทำให้กุนเทอร์ที่กุมมือผมไว้เลยคอยเรียกสติผมเวลาที่ผมเผลอสนใจสิ่งรอบตัวมากเกินไป แน่นอนว่าโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะฉะนั้นแสงไฟในเมืองที่ติดอยู่ตามบ้านเรือนนั้นมาจากหินเวทมนตร์ธาตุแสงที่บนบรรจุใส่เอาไปในโคมไฟเหล่านี้ กุนเทอร์เป็นอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังตอนที่ผมหันเห็นคนกำลังใส่หินเล็กๆที่เรืองแสงได้ใส่เอาไปในโคมไฟ เขาอธิบายต่อว่าหินเวทมนตร์มีหลายธาตุ หินแต่ละธาตุเอาไปใช้ประโยชน์ต่างกันไป อย่างหินธาตุแสงที่สามารถเอาใช้เป็นแสงสว่างได้ หินธาตุน้ำใช้ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆได้ เป็นต้น ซึ่งหินทุกๆธาตุถ้าถูกใช้พลังจนหมดสุดท้ายพวกมันจะกลายเป็นซากคริสตัล“การใช้หินเวทมนตร์ก็เหมือนเป็นการยืมพลังจากธรรมชาติโดนใช้หินเป็นสื่อกลาง เพราะฉะนั้นถ้าใช้มากเกินไปจะมีผลกระทบกับธรรมชาติได้เหมือนกัน แบบซากคริสตัลที่เราเห็นเมื่อวานไงล่ะ”ถึงผมจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น แต่ตอนนี้ผมพอเดาได้แล้วว่าคงมีคนใช้หินเวทมนตร์บริเวณนั้นจนหมดเพื่อประโยชน์บางอย่าง พวกเราเดินมาหยุดอยู่หน้าที่พัก กุนเทอร์ผลักประตูไม้ที่กั้นอยู่ออก แล้วเดินนำผมเอาเข้าไป ชั้นล่างของโรมแรมนี้เป็นร้านอาหารอย่างที่ผมคิดไว้ มีทั้งกลุ่มคนที่นั่งดื่มเหล้าคุยกันเสียงดังและกลุ่มคนที่นั่งกินข้าวกันเงียบๆ จะบอกว่าเป็นคนทั้งหมดก็ไม่ได้ มีทั้งเอลฟ์ เผ่าที่มีลักษณะคล้ายกับสัตว์แต่เดิน2ขาเหมือนมนุษย์ หรือแม้กระทั้งมนุษย์ที่มีเขาที่คล้ายกับเขากวางงอกอยู่บนหัว… ผมอดหลอกตัวเองไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในงานปาร์ตี้แฟนตาซี แต่… นี้คือความจริง… ต่อให้รับไม่ได้ก็ต้องยอมรับ... ผมพยายามทำใจให้สบาย หันไปโฟกัสที่หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าเคาร์เตอร์ เธออยู่ในชุดเดรสสีฟ้า มือข้างหนึ่งคือกระดาษหนาๆอยู่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นลิสจดรายการอาหาร หญิงสาวหันหน้ามามองกุนเทอร์แล้ว เริ่มสนทนาทันทีอย่างกระตือรือร้น“กุนเทอร์! ยินดีต้อนรับค่ะ สบายดีไหมคะ? ริเซียนึกว่ากุนเทอร์จะกลับเดือนหน้าซะอีก ดีนะคะ ที่ริเซียมีห้องพักเหลือไว้ให้”ริเซียพูดพร้อมยิ้มหวานให้กุนเทอร์ ผมพูดได้เลยว่าริเซียเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ผมสีน้ำตาลแดงของเธอถักเปียไว้อย่างสวยงาม “ขอบคุณมาก ริเซีย แล้วก็ขอมื้ออาหารสำหรับสองคนด้วย พวกเราจะขึ้นไปทานกันบนห้อง ฝากด้วยนะ”“ค่ะ! อีกสักครู่จะยกขึ้นไปเสริฟให้นะคะ นี้ค่ะ กุญแจห้อง”กุนเทอร์รับกุญแจมาแล้วยื่นถุงเงินเล็กๆให้ริเซีย จากการที่มีห้องจองไว้ทำให้รู้ว่าที่นี่คงเป็นโรงแรมที่กุนเทอร์มาพักบ่อยครั้ง แถมผู้หญิงคนนี่ดูจะชอบกุนเทอร์มากด้วย ผมรู้ได้จากสายตาและรอยยิ้มหวานของเธอเลย แปลกดีที่เธอไม่ได้หันมาให้ความสนใจผมเท่าไหร่ การที่ผมสวมฮู้ดอยู่แบบนี้มันน่าสงสัยแท้ๆ อาจเป็นเพราะว่าเธอไว้ใจกุนเทอร์มากก็ได้ คงคิดว่าแค่พาเพื่อนที่ไปทำภารกิจด้วยกันมาพักที่นี่ จะว่าไปกุนเทอร์ก็เคยบอกว่ามีคู่หูนี่นะ ผมและกุนเทอร์เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ตลอดของโถงทางเดินนั้นมีประตูห้องพักเรียงกันทั้งซ้ายขวา ผนังถูกทาด้วยสีขาวดูเรียบง่าย ประตูทุกบานเป็นไม้สีโอ๊คและมีตัวอักษรภาษามนุษย์ติดอยู่ด้านหน้าเป็นตัวเลขไว้บอกเบอร์ห้องพัก “ขอโทษนะ เอสก้า พรุ่งนี้ถึงจะมีห้องว่างเพิ่ม คืนนี้นอนห้องเดียวกับฉันก่อนแล้วกันนะ”“ผะ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณกุนเทอร์ ผมรบกวนคุณเยอะมากจริงๆ ถ้าผมหางานได้แล้วจะหาเงินคืนให้นะครับ”ผมเกรงใจเขาจริงๆ นอกจากเขาต้องมาคอยกระเตงผมไปมา ยังต้องมาจ่ายเงินค่าเช่าห้องให้ผมอีก“เอสก้า นายไม่จำเป็นต้องคืนอะไรทั้งนั้น ให้ฉันได้ตอบแทนนายเถอะนะ” กุนเทอร์หันมาพูดกับผมแล้วเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักด้านในสุดของทางเดิน เป็นห้องเบอร์ 11 เขาไขกุญแจและเปิดประตูห้องออก ภายในห้องมีโต๊ะเล็กอยู่หนึ่งตัว พร้อมเก้าอี้อีก 2 ตัว และเตียงเดี่ยว 2 เตียง ในห้องยังมีประตูอีกบาน ผมว่าก็คงเป็นห้องน้ำเล็กๆ ดีจัง ผมจะได้อาบน้ำแล้ว ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลยตั้งมาแต่ตื่นมาในโลกนี้ เพราะที่บ้านพักของกุนเทอร์ไม่มีห้องน้ำ เขาใช้วิธีตักน้ำจากลำธารใกล้ๆมาชำระล้างร่างกายเอา ผมก็เลยได้แค่ล้างหน้าเท่านั้น… ผมไม่สามารถยืนเปลือยอาบน้ำในป่าได้จริงๆ… พอผมบอกกุนเทอร์ไปว่าอยากจะขอเข้าไปอาบน้ำก่อน เอาก็หยิบหินเวทย์มนต์ก้อนเล็กๆออกมาจากกระเป๋าสัมภาระของเขาและยื่นมาให้ผม“น้ำตอนกลางคืนค่อนข้างเย็น ใช้หินธาตุไฟช่วยให้น้ำอุ่นขึ้นได้นะ นายต้องใส่ลงไปในอ่างสัก 2-3 นาทีแล้วค่อยเอาขึ้นมา อาบน้ำอุ่นจะได้สบายตัว”ผมรับหินเวทมนตร์มาแล้วกล่าวขอบคุณ ดูเหมือนว่าเวทมนตร์แทบจะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนที่โลกนี้เลยทีเดียว หินพวกนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนได้มากมายไม่แปลกใจที่ธรรมชาติจะเสียสมดุลไปบ้าง… เอาเข้าจริงที่นี้อาจคงไม่ได้ต่างอะไรจากโลกที่ผมจากมา... มนุษย์ที่นั่นเองก็ทำลายธรรมชาติเหมือนกัน หลังจากอาบน้ำอุ่นเสร็จ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าไม่มีเสื้อผ้าตัวใหม่เปลี่ยนเลย จะให้ใส่ตัวเดิมก็เหม็นเหงื่อแล้ว พรุ่งนี้ผมคงต้องจัดการเรื่องซักเสื้อผ้าตามด้วยเรื่องหางานด่วนๆ จะได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่มาใช้สลับกับตัวที่มีอยู่ก็ยังดี เฮ้อ… ไม่มีเงินติดตัวสักบาทเนี้ยมันลำบากจริงๆ… ผมไม่อยากยืมเงินกุนเทอร์ เชื่อเถอะ เขาไม่ยอมให้ผมคืนแน่ๆ…“คุณกุนเทอร์ครับ… พอจะมีเสื้อผ้าให้ผมยืมใส่นอนคืนนี้ไหมครับ?”ผมตัดสินใจขอยืมเสื้อกุนเทอร์ใส่นอนคืนนี้ก่อน ตอนนี้ผมนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กุนเทอร์ที่กำลังจัดการกับสัมภาระหันมาตามเสียงเรียกของผม“....!! ดะ ได้สิ รอเดี๋ยวนะ..!” เมื่อครู่เขาหันมาทางผมแล้วรีบหันหน้ากลับไปไวมาก ….??? ทำไมล่ะ? กุนเทอร์หยิบเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงสีน้ำตาลอ่อนส่งมาให้ โดนที่ไม่หันหน้ามามองผมแม้แต่นิดเดียว… เขาเป็นอะไรของเขา? เอาเป็นว่า ผมขอรับเสื้อผ้าไว้แล้วกัน… ผมขอบคุณกุนเทอร์แล้วเดินกลับเข้าห้องน้ำไปใส่เสื้อผ้าทั้งเสื้อและกางเกงของเขาตัวใหญ่กว่าผมมาก เสื้อแขนยาวคอกลมกลายเป็นเสื้อเปิดไหล่แล้ว…เอาเถอะ… ดีกว่าต้องใส่เสื้อตัวเดิมซ้ำ ผมพับแขนเสื้อขึ้นให้พอดีกับความยาวแขน ส่วนกางเกงนะเหรอ? แน่นอนว่ากางเกงก็หลวมเหมือนกัน อยากได้ยางหนังสติ๊กจัง... แต่ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้เข็มขัดถึงจะต้องอึดอัดหน่อยตอนนอนหน่อยก็เถอะ พอพับขากางเกงที่ยาวลากพื้นเสร็จ ผมก็เปิดประตูห้องน้ำออกไปประจวบเหมาะกับริเซียที่เปิดประตูห้องเข้ามาเสริฟอาหาร ผมเลยรีบเอาผ้าเช็ดตัวที่พาดไหล่อยู่มาคลุมหัวไว้ทำทีเป็นว่ากำลังเช็ดผมอยู่“กำลังร้อนๆเลย ทานอาหารให้อร่อยนะคะ กุนเทอร์”โชคดีอย่างหนึ่งคือริเซียให้ความสนใจกุนเทอร์อยู่คนเดียว เธอไม่ทันหันมามองทางผมด้วยซ้ำ พอเธอวางอาหารลงบนโต๊ะเสร็จก็ยิ้มหวานให้กุนเทอร์อีกรอบก่อนออกจากห้องไป… ตอนแรกผมคิดว่าผมมาเป็นก้างขวางคออยู่หรือเปล่านะ… แต่ผมคงเปลี่ยนความคิดใหม่ ดูเหมือนผมไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำมากกว่า ฮา ผมแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวแล้วเดินตรงดิ่งมาที่อาหารทันที ว้าว! น่ากินจัง อาหารที่วางบนโต๊ะดูเหมือนจะเป็น กราแตงมันฝรั่งอบชีส ขนมปังทาเนยและสลัด แค่เห็นผมก็น้ำลายจะไหลแล้ว“น่าทานมากๆเลยนะครับ! ผมขอทานล่ะนะ!”พอผมก้นติดกับเก้าอี้ ก็เริ่มสวาปามทันที ส่วนกุนเทอร์ที่นั่งกินอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มองมาที่ผมพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข เขาเป็นคนประเภทที่ชอบดูคนอื่นกินข้าวหรือไงนะ? คุณแม่ผมก็เป็น เธอชอบดูผมกินข้าว เธอมีความสุขทุกครั้งที่เห็นผมกินเยอะๆ แต่ผมจะกินอย่างเดียวก็ยังไงอยู่ ผมเลยเปิดประเด็นชวนกุนเทอร์คุยหน่อย เอาเป็นเรื่องริเซียแล้วกัน ผมว่าพวกเขาก็เหมาะสมกันอยู่นะ สาวสวยกับหนุ่มหล่อ“คุณริเซีย ดูจะชอบคุณกุนเทอร์มากๆเลยนะครับ เธอดูมีความสุขเวลาคุยกับคุณมากเลย” ผมพูดแล้วตักกราแตงเข้าปากต่อ“ริเซียเธอเป็นน้องสาวของมาร์ชน่ะ สมัยเด็กๆฉันเองก็ดูแลเธอเหมือนเป็นน้องสาว พวกเราเลยเป็นเหมือนพี่น้องกัน” งั้นริเซียกับมาร์ชก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กของกุนเทอร์นี่เอง พอได้ยินแบบนี้ผมแบบสงสารริเซียแฮะ ดูจากสายตาของเธอแล้วเธอไม่น่าจะคิดกับกุนเทอร์ว่าเป็นแค่พี่ชายแท้ๆ… แต่..ผมเองก็เข้าใจกุนเทอร์ จะให้รู้สึกกับน้องสาวเพื่อนมากกว่านั้นมันก็เป็นเรื่องน่าลำบากใจอยู่…“แล้วพรุ่งนี้คุณกุนเทอร์มีแผนยังไงบ้างครับ?”“พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปเจอคนรู้จักที่ฉันพูดถึง… แต่ก่อนอื่นฉันต้องแวะไปทำเรื่องก่อน พอเสร็จแล้วเราค่อยไปเจอหมอนั่นกัน”“ทำเรื่องอะไรเหรอครับ?”“ภารกิจน่ะ แล้วก็เรื่องมังกรดำเมื่อวานด้วย ฉันต้องรายงานขึ้นตรงกับผู้ตรวจการราชอาณาจจักร”ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากน่าดู… แต่คงต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะเรื่องแบบนี้ถ้าไม่รายงานคงไม่ได้ เพราะมันเป็นภัยอันตรายที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างมาก… ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้ามังกรดำตัวนั่นมุ่งหน้ามาโจมตีเมืองหลวงจะวุ่นวายขนาดไหน “ไม่ต้องห่วง การรายงานไม่ได้ใช้เวลานานมาก ฉันจะไม่ปล่อยให้เอสก้าอยู่คนเดียวนานๆหรอกนะ”...ปล่อยผมอยู่คนเดียวบ้างก็ได้ มาคิดดูแล้วช่วงระหว่างที่รอกุนเทอร์ไปรายงาน นี่ก็ถือเป็นโอกาสที่ผมจะได้ไปหาดูพวกประกาศรับสมัครงานเลยนี่! ถ้าได้งานเลยก็ดี หลังจากนั้นเราจะได้แยกตัวออกมาแล้วไม่ต้องรบกวนกุนเทอร์อีก.. ผมนั่งคิดแผนการในใจ ไม่มีทางจะบอกให้กุนเทอร์รู้ได้หรอก เขาต้องไม่ยอมแน่ล้านเปอร์เซ็นต์เฮ้อ… ถ้าผมกลับมาเดินได้คล่องๆไวๆก็คงดีสิ“เสื้อผ้าของฉันใหญ่เกินอย่างที่คิดไว้จริงๆ… เอสก้า ถ้ายังไงวันพรุ่งนี้ฉันจะพานายไปซื้อเสื้อผ้าด้วยนะ” “เอ๋! แต่ผม…”“เรื่องเงินใช่ไหม? บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องห่วง...”กุนเทอร์มองตรงมาผมพลางถอนหายใจเบาๆแล้วพูดต่อ“ฉันจะดูแลเอสก้าเอง ….จนกว่าจะได้ความทรงจำกลับคืนมา โอเคนะ?”...บางทีนี่คงเป็นผลกรรมจากการโกหกของผม... สุดท้ายผมก็ต้องจำใจพยักหน้าตามน้ำไปก่อน... พอพวกเราทานมื้ออาหารเย็นเสร็จ กุนเทอร์ก็ขอตัวไปอาบน้ำส่วนผมที่รู้สึกเพลียจากการเดินทางมาทั้งวันก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที ผมนอนกลิ้งไปมาบนเตียงได้สักพักไม่นานก็ผลอยหลับไป‘ …...ท่าน---’ เสียงของใครบางคนกำลังเรียกใครบางคนอยู่ และผมรู้ตัวว่าผมกำลังฝัน… ทิวทัศน์สวยงามตรงหน้าผมไม่เคยเห็นมาก่อน ทุ่งหญ้า และภูเขาที่เขียวขจี ผมรู้สึกได้ถึงแรงลมที่สัมผัสโดนใบหน้า ข้างตัวผมมีอัศวินสวมชุดเกราะสีเงินทั้งตัว หมวกเล็กที่เขาใส่อยู่นั้นปิดทั้งใบหน้า ผมไม่สามารถรู้ได้ว่าคนข้างในชุดเกราะเป็นใคร และเขากำลังเรียกผม และพูดอะไรบางอย่างที่ผมฟังไม่ออก เขาค่อยๆคุกเข่าลงตรงหน้าผม เป็นท่าทางที่อัศวินมักจะทำเมื่อพวกเขาอยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ มันเป็นฝันที่ผมไม่สามารถควบคุมได้… ตัวผมเองก็ค่อยๆคุกเข่าลงจนอยู่ในระดับเดียวกับเขามือของผมเลื่อนไปสัมผัสมือของเขาที่วางไว้บนอก‘.....ฉัน-----------’ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังพูดกับอัศวิน แต่มันไม่ใช่เสียงของผม…ถึงเสียงจะฟังไม่ชัด แต่ผมพอจะรู้ว่าเป็นเสียงของผู้หญิง แล้วจู่ๆภาพอัศวินตรงหน้าก็เปลี่ยนไป… มันเต็มไปด้วยสีแดง… สีของไฟที่ลามไปทั่ว ที่พื้นเต็มไปด้วยซากศพของทหาร ที่นี่คงเป็นสนามรบ ร่างกายของผมลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงไปข้างหน้า ราวกลับว่ากำลังหาใครบางคน…แล้วผมก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าอัศวินคนเดิมแต่ชุดเกราะเขาถูกชะโลมไปด้วยสีแดง... มันคือ... เลือด แต่ไม่ใช่เลือดของเขา…. ที่เท้าของเขาเต็มไปด้วยศพของทหารนอนจมกองเลือด…เขาหันมาพูดอะไรสักอย่างกับผมอีกครั้ง แล้วทุกอย่างก็มืดลง…ผมได้ยินเสียงของผู้หญิงกำลังร้องไห้ในความมืดมิดนั้น…....“...เอส--”หือ?“เอสก้า!” พอผมลืมตาขึ้นมาก็เห็นกุนเทอร์ที่มีสีหน้าที่ดูเป็นห่วง แสดงว่าเช้าแล้วยังงั้นเหรอ? ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่มีแสงของพระอาทิตย์ที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้รู้ว่าเช้าแล้วจริงๆ“นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม..”กุนเทอร์ถามด้วยความเป็นห่วง… ซึ่งผมไม่เข้าใจ?“ผมไม่เป็นไร.. ผมสบายดี ทำไมเหรอ?”“นาย...ร้องไห้…”ร้องไห้? ผมสัมผัสใบหน้าตัวเองก็พบว่าแก้มผมเปียกอยู่ ดูเหมือนผมจะร้องไห้ออกมาเยอะมาก…ทำไมล่ะ? ฝันร้ายงั้นเหรอ?... ผมจำความฝันไม่ค่อยได้เลยแฮะ...จำได้ว่ามีทุ่งหญ้า.. อืม… อะไรต่อนะ… นึกไม่ออกแฮะ...ผมเช็ดหน้าด้วยแขนเสื้อ แล้วหันกลับไปคุยกับกุนเทอร์อีกรอบ“สงสัยจะฝันร้ายน่ะครับ ผมเองก็จำไม่ค่อยได้แล้วเหมือนกันว่าฝันอะไร แต่ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ สบายใจได้ครับ”ผมส่งยิ้มให้กุนเทอร์เพื่อให้เขาสบายใจได้ กุนเทอร์ยังมีท่าทีเป็นห่วงอยู่นิดหน่อย ผมเลยขอตัวไปล้างหน้าล้างตาแก้ง่วงหน่อย ผมใช้เวลาเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปหนึ่งก่อนที่จะลงไปกินมื้อเช้าพร้อมกับกุนเทอร์ ระหว่างมื้อเช้ากุนเทอร์ก็เล่าว่าต้องไปที่รับภารกิจใหม่ที่กลุ่มนักผจญภัยและทหารรับจ้างของเมืองหลวงกันก่อน กุนเทอร์บอกว่าถึงจะเรียกว่า กลุ่ม แต่ความจริงแล้วก็คือ สำนักงานที่ให้พวกพ่อค้าหรือชาวบ้านสามารถเข้ามาร้องทุกข์ได้ โดยจะจ้างพวกนักผจญภัยไม่ก็พวกทหารรับจ้างด้วยตัวเองเลยก็ได้ หรือจะจ้างผ่านสำนักงานให้จัดหาแทนก็ได้ที่นั่นจะมีงานที่ผมพอจะทำได้บ้างหรือเปล่านะ… “กุนเทอร์ จะไปแล้วเหรอคะ?”ตอนที่ผมกับกุนเทอร์กำลังจะเดินออกจากที่พัก ริเซียที่น่าจะทำงานอยู่หลังครัวกลับรีบวิ่งมาหากุนเทอร์ทันทีที่เห็นพวกเราเดินมาที่หน้าประตู“ใช่แล้ว มีเรื่องต้องไปจัดการต่อน่ะ”“ยังงั้นเหรอคะ… แล้วกุนเทอร์จะกลับมาอีกเมื่อไหร่คะ?”ริเซียมีสีหน้าที่เศร้าสร้อย เธอคงคิดถึงกุนเทอร์มากจริงๆ ผมเหลือบมองกุนเทอร์ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย เขาแค่ตอบริเซียไปตรงๆ“ฉันไม่รู้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่ารอบนี้จะได้ภารกิจอะไรน่ะ ..ฉันต้องไปแล้วล่ะ ริเซีย วันนี้มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง ขอบคุณสำหรับห้องมากเลย ไปก่อนนะ”กุนเทอร์กล่าวลาริเซียพร้อมรอยยิ้ม ต่างกับริเซียที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้… พอร่ำลากันเสร็จ กุนเทอร์ก็หันมาจูงมือผมไว้ แล้วออกเดิน จังหวะนั้นผมเห็นริเซียหันมามองที่ผมด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง… โอเค.. ตอนนี้ผมมีตัวตนขึ้นมาแล้วใช่ไหม? อย่าอาฆาตผมเลย… ผมไม่ได้อยากจับมือกุนเทอร์เลยสักนิด… แต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้อธิบายให้ริเซียฟังส่วนริเซียเองก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไร กุนเทอร์ที่กำลังรีบจะไปจัดการเรื่องภารกิจก็พาผมเดินออกมาจากประตูทันที “ถ้าเดินไม่ไหวรีบบอกฉันนะ เอสก้า นายขี่หลังฉันได้”“ผะ ผมสบายมาก! ไม่ต้องห่วง”นี่เขาคิดจะให้ผมขี่หลังเหรอ!? ไม่ ไม่ ถ้าผมเป็นเด็กตัวเล็กๆก็ว่าไปอย่างเรื่องที่ยังเดินไม่ถนัดก็ควรจะปล่อยให้ผมหัดเดินเยอะๆต่างหากถึงจะถูก! จะสปอยผมเยอะเกินไปแล้วนะ…ผมแอบถอนหายใจเบาๆ ขณะที่เดินกันมาได้สักพักก็ถึงลานกว้างที่อยู่ใจกลางเมือง ที่นี่มีร้านค้าเปิดมากมายและเต็มไปด้วยผู้คนที่พลุกพล่านกำลังจับจ่ายใช้สอยกันอยู่ ตรงกลางของลานกว้างมีบ่อน้ำพุและรูปปั้นหญิงสาวขนาดใหญ่ที่แต่งกายคล้ายกับนักบวชตั้งอยู่กลางน้ำพุ ผู้คนที่เดินผ่านส่วนใหญ่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นแนบกับอกเหมือนกำลังทำความเคารพไม่ก็อธิษฐานกัน ผมว่ารูปปั้นนี้อาจจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนเหล่านี้ แบบเดียวกับพระพุทธรูปอะไรแบบนั้น“...”ผมแอบสังเกตเห็นแววตาเศร้าๆของกุนเทอร์ที่เหลือบมองไปที่รูปปั้นแวบหนึ่ง… ผมจะถามดีไหมนะ… อืม.. ถามแล้วกัน! ผมทนความขี้สงสัยของตัวเองไม่ได้จริงๆอะ!“คุณกุนเทอร์ครับ… รูปปั้นผู้หญิงคนนั้นคือใครเหรอครับ?”“...ท่านนักบุญน่ะ เธอ… เสียชีวิตไปได้ 9 ปีแล้ว…”“...เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอครับ?”“เพราะพวกปีศาจ… ท่านนักบุญ… เธอสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเมืองหลวงนี้เอาไว้เมื่อ 9 ปีก่อน ทำให้ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีปีศาจตัวไหนสามารถทำอะไรเมืองหลวงได้อีกแล้ว”กุนเทอร์มีใบหน้าที่เรียบเฉยตอนเล่าก็จริง… แต่น้ำเสียงของเขากลับปนด้วยอารมณ์… เขาคงแค้นพวกปีศาจน่าดู กุนเทอร์เองก็คงนับถือนักบุญอยู่พอสมควร“ถึงแล้ว ที่นี่ไง”กุนเทอร์พูดขึ้นเมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาคารขนาดใหญ่ที่สไตล์คล้ายคลึงกับยุโรป ที่ด้านหน้าอาคารมีป้ายเขียนอยู่ขนาดใหญ่เขียนว่า ‘ ลีเซนต์เดล ’ พอผมถามกุนเทอร์เกี่ยวกับชื่อที่เขียนไว้บนป้ายก็ได้ความว่า เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นจากนักผจญภัยในตำนานที่เก่งกาจที่สุดกับทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงในวงการมากที่สุด ลีเซนต์ เป็นนักผจญภัย ส่วน เดล เป็นทหารรับจ้าง ทั้งคู่มีส่วนชวนในการก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา ทำให้สุดท้ายชื่อของพวกเขาถูกเอามาตั้งเป็นชื่อเรียกกลุ่มนี้ คนที่นี่เลยเรียกว่า กลุ่มลีเซนต์เดล แทนการเรียกชื่อยาวๆอย่างกลุ่มนักผจญภัยและทหารรับจ้าง ประตูของอาคารถูกเปิดกว้างไว้อยู่แล้ว ผมและกุนเทอร์เดินตรงเข้าไปในนั้นทันที ข้างในนี้กว้างขวางมาก มีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับรองรับผู้คนมากมาย มีผู้คนเดินเข้าเดินออกกันตลอดเวลา เคาน์เตอร์ที่ยาวเรียงรายอยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยฝูงคนที่กำลังต่อแถวกัน ทั้งที่มาร้องทุกข์ ส่งภารกิจและมารับภารกิจ ผมเห็นเจ้าหน้าที่ที่คอยรับเรื่องทำงานกันอย่างไม่พักผ่อน บางคนก็วิ่งวุ่นอยู่กับเอกสาร บางคนก็พยายามอธิบายกับคนที่ร้องทุกข์ที่เริ่มโวยวายเพราะรอนาน โห… นี่ถ้าไม่บอก ผมนึกว่าที่นี่คือ โรงพยายาลรัฐ ในประเทศไทย…“วุ่นวายสุดๆเลยนะครับ…”“ช่วยไม่ได้นะ.. คนที่ดูแลเรื่องพวกนี้ไม่เคยมีพอหรอก.. บางทีคนที่รับภารกิจไปแล้วดันยกเลิกทำกลางคันก็มี ทำให้พวกเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งวุ่นรีบหาคนมารับภารกิจแทนกัน”กุนเทอร์พูดถึงพวกนักผจญภัยหน้าใหม่ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเข้ามาทำเพียงเพราะหวังเงินแต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จและทิ้งภารกิจ เลยทำให้บางภารกิจเล็กๆกลายเป็นภารกิจใหญ่ขึ้นมา จนพวกนักผจญภัยระดับสูงๆต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้… กุนเทอร์พาผมมานั่งพักที่เก้าอี้เพราะเขาต้องไปต่อแถวรับภารกิจใหม่ ในตอนนั้นเองก็มีใครบางคนเดินหยุดตรงหน้าผมกับกุนเทอร์ “..เรย์ทริส”“ไง กุนเทอร์”ชายร่างสูงโปร่งทักทายกลับ สีผมของเขาเป็นสีทองแดง เขาไว้ผมระต้นคอและถักเปียเล็กๆไว้ข้างหนึ่ง ใบหูของเขาที่ยาวแหลมยิ่งกว่าใบหูของผม ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นเอลฟ์“นายดูสบายดีกว่าที่คิดไว้อีก.. ฉันได้ข่าวแล้ว.. นายรอดมาได้ยังไง?”“จะไม่ดีใจหน่อยหรือไงที่ฉันรอดน่ะ..” กุนเทอร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย“รู้งี้ฉันคงไปทำภารกิจกับนาย ให้ตายสิ.. นี่ฉันพลาดงานใหญ่สุดๆไปได้ยังไง”“ฮ่าๆ นายควรดีใจที่ไม่ได้ไปทำภารกิจนี่กับฉันนะ มังกรตัวนั้นไม่ใช่เล่นๆเลย ลูกธนูนายก็ไม่น่าจะเจาะเกราะมันเข้าด้วย…”“เฮ้! พวก หมายความว่าไง..! จะดูถูกฝีมือกันรึไง?”กุนเทอร์ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าของเขา แล้วยื่นไปทางเรย์ทริส“นี่อะไร?”“ดูด้วยตาของนายเอง.. เรย์ทริส”มันคือหลวดแก้วและข้างในนั้นมี เศษเกร็ดมังกรที่ติดอยู่กับผลึกสีดำ มันเป็นสิ่งที่กุนเทอร์เก็บเอาไว้เมื่อวานหลังจากฆ่ามังกรได้สำเร็จ เรย์ทริสมีสีหน้าที่ตกใจมากเมื่อเห็นมัน เขามองกลับไปที่กุนเทอร์ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด“..เกิดอะไรขึ้น…. นายต้องเล่าให้ฉันฟัง.. กุนเทอร์..!”“ฉันจะเล่าให้นายฟังหลังจากส่งเรื่องเรียบร้อยแล้ว”เรย์ทริสขมวดคิ้ว นัยต์ตาสีเทาของเขาเหลือบมองมาทางผมแวบหนึ่งแล้วหันไปคุยกับกุนเทอร์ต่อ“แล้วไอ้นี่อะไร..”เรย์ทริสชี้นิ้วมาทางผมที่นั่งอยู่... นี่เขาไม่มีเคยมีใครสอนหรือไงว่าอย่าชี้หน้าคนอื่นแบบนี้...“...เขาเป็นเพื่อนฉันเอง ชื่อ เอสก้า”“เพื่อนเหรอ..? นี่นายเป็นเพื่อนกับแวมไพร์เนี่ยนะ?”เรย์ทริสมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม… เดี๋ยวนะ.. เอารู้ได้ไงว่าผมเป็นแวมไพร์ ผมสวมฮู้ดอยู่นะ!ด้วยความตกใจผมจึงรีบหันไปหากุนเทอร์ทันที“ไม่เป็นไร เอสก้า มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรย์ทริส เขามีดวงตาที่เห็นความจริงได้น่ะ”อ่อ อย่างงี้นี้เอง… เป็นสกิลของเขาสินะ“ความสามารถพิเศษต่างหากล่ะ! เรื่องนั้นชั่งมัน..! นายต่างหาก! กุนเทอร์! นายเสียสติไปแล้วเหรอไง?!”เรย์ทริสดูเคืองมากที่รู้ว่ากุนเทอร์เป็นเพื่อนกับผม อ๊ะ.. ต้องบอกว่ากับแวมไพร์มากกว่า“เอสก้าไม่ใช่แค่เพื่อน… เขาช่วยชีวิตฉันไว้ เรย์ทริส… นายคิดว่าฉันสู้มังกรคนเดียวได้หรือไง?”“...นี่นาย ...โกหกใช่ไหม”พอกุนเทอร์ยืนยันเรื่องที่ผมช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เรย์ทริสก็มีท่าทีที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน“ไอ้ตัวดูดเลือดนี่เนี่ยนะ… ถึงจะรู้สึกได้ถึงพลังเวทก็เถอะแต่ร่างกายอ่อนแอชะมัด ไอ้ตัวแบบนี้นี่นะที่ช่วยชีวิตนาย.. นี่นายตกต่ำลงขนาดนี้เลยเหรอ?!”...เอาล่ะ ผมชักมีน้ำโหแล้วนะ.. เรียกผมยังกับว่าผมเป็นยุง... โทษนะ ผมก็มีชื่อ.. ไอ้เอลฟ์นี่ไม่มีมารยาทเลยสักนิด“เรย์... นายจะด่าฉันยังไงก็ได้ แต่ฉันไม่ปล่อยให้นายว่าเอสก้าเด็ดขาด…”“ห๊า!?”ตอนที่เรย์ทริสกำลังจะเถียงกลับ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาแทรกบทสนทา “กรุณาลดเสียงลงด้วยค่ะ คุณเรย์ทริส นักผจญภัยระดับสูงควรเป็นแบบอย่างที่ดี.. ไม่ทราบว่าคุณลืมคุณสมบัติที่ควรพึงมีไปแล้วเหรอคะ?” หญิงสาวคนนี้มีดวงตาที่คมกริบ เธอใส่แว่น รวบผมไว้อย่างเรียบร้อย เครื่องแบบที่เธอใส่อยู่ของเจ้าหน้าที่ที่นี้ ผู้หญิงคนนี้ให้อารมณ์เหมือนคุณครูฝ่ายห้องปกครองที่เข้มงวด… ตอนนี้เธอกำลังแผ่รังสีกดดันไปที่เรย์ทริส… น่ากลัวแท้…“..ขะ ขออภัยครับ คุณไอริส…”เรย์ทริสกล่าวขอโทษออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ พอไอริสที่รับคำขอโทษแล้วเธอก็มองไปที่กุนเทอร์“คุณกุนเทอร์ค่ะ เชิญทางนี้ เรามีภารกิจใหม่ให้คุณ แล้วก็เรื่องภารกิจครั้งที่แล้วด้วย.. กรุณาตามฉันมาค่ะ”ดูเหมือนเขาต้องไปแล้วสินะ… ไม่อยากโดนทิ้งให้อยู่กับไอ้เอลฟ์ขี้เหยียดนี่เลย... กุนเทอร์หันมาพูดกับผมก่อนเดินตามไอริสไป“รอฉันเดี๋ยวนะ เอสก้า ฉันจะรีบกลับมาให้เสร็จที่สุด ถ้าเรย์ทริสว่าอะไรนายอีก...บอกฉัน ฉันจะกลับมาตบปากหมอนี่ให้ตามจำนวนครั้งที่ว่านาย”กุนเทอร์ส่งรอยยิ้มห่วงๆให้ผม แล้วเหลือบตาไปมองเพื่อนปากปีจอของเขาด้วยสายตาที่ดุๆพร้อมออร่าอึมครึมที่โผล่มาเป็นพื้นหลัง จากนั่นก็เดินตามหลังไอริสไป“...”“...”ตอนนี้เหลือแค่ผมกับเรย์ทริส ทั้งผมและเขาต่างเงียบกันทั้งคู่ ผมไม่รู้จะขึ้นบทสนทาอะไรกับเขาดี..ไม่คุยด้วยคงจะดีกว่า… อย่างหมอนี่คุยไปคงมีแต่หัวร้อนเปล่าๆตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเดินไปที่อื่นไกลๆผม ที่ไหนได้เขากลับนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆกับผม“แกใช้เวทย์มนต์อะไรหลอกลวงกุนเทอร์..”“...”เขาเป็นพวกกัดไม่ปล่อยสินะ... ผมไม่ตอบเขาหรอก ทำเป็นหูทวนลมไปดีกว่า...“ฉันคุยกับแกอยู่ แกเป็นใบ้หรือไง..”“...หนึ่ง”ผมนับ… คุณคงรู้ใช่ไหมว่าผมนับอะไร…“หา???”เรย์ทริสงงที่จู่ๆผมนับเลขขึ้นมา ผมเป็นคนใจดี ผมเลยอธิบายให้เขาฟัง“คุณหาว่าผมเป็นใบ้ ผมเลยนับเอาไว้ว่า หนึ่งครั้ง... เมื่อกี้คุณกุนเทอร์เป็นคนบอกให้ผมนับเอาไว้ จำไม่ได้เหรอครับ..อ่อ สงสัยจะไม่ได้ยิน?”ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ตอนนี้เรย์ทริสดูโมโหหนักกว่าเดิมหลังจากที่ผมกวนตีนเขาไป…“ไอ้ตัวดูดเลือดเวรนี่!!”“..สอง”“แก!!!”เรย์ทริสขึ้นเสียงดังอีกครั้ง ทำให้มีเจ้าหน้าที่คนอื่นต้องเดินมาเตือน“ตรงนั้นเบาเสียงหน่อยครับ เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ ถ้าเสียงดังอีกรอบ ทางเราต้องขอเชิญท่านออกไปคุยกันข้างนอกนะครับ” พวกเราเลยกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง… อยากให้กุนเทอร์กลับมาเร็วๆจังเลยนะ… ถึงกุนเทอร์จะประคบประหงมผมมากเกินไป แต่ก็ยังดีกว่าต้องมาอยู่กับเอลฟ์ขี้เหยียดที่จ้องจะหาเรื่องอย่างเดียวตอนที่ผมกำลังถอนหายใจ ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาทางผมพร้อมน้ำตา เกิดอะไรขึ้นกัน?“ผะ ผม ผม ฮืออออ”เด็กชายร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาปากสั่นไปหมด“เป็นอะไรหรือเปล่า? ใจเย็นๆนะครับ ค่อยๆพูดน้า”“พะ พี่ชายช่วยด้วย คุณพ่อผม.. คุณพ่อผมยังไม่กลับมาสักที.. พี่ชายช่วยรับภารกิจผมได้ไหม.. ผมไปขอให้ใครช่วยก็ไม่มีใครช่วย...”เด็กผู้ชายคนนี้น่าสงสารมากๆ ตอนที่ผมไม่รู้จะทำอย่างไงดี ก็มีเจ้าหน้าที่วิ่งมาทางนี้ ผมเดาว่าคงตามเด็กคนนี้มา “ขอโทษทีทำให้วุ่นวายนะคะ ท่านนักผจญภัย เดี๋ยวดิฉันจัดการเรื่องเด็กคนนี้เองค่ะ”“ไม่! ปล่อยผม… พี่สาวใจร้าย! พี่สาวบอกว่าจะต้องรอ! ทั้งๆที่คุณพ่อของผม!..”เด็กชายพยายามแกะมือของเจ้าหน้าที่ที่จับแขนของเขาเอาไว้.. อา… เอาไงดีน้า… ผมเหลือบมองท่านนักผจญภัยระดับสูงแต่จิตวิสัยอยู่ในระดับที่ต่ำเตี้ยผู้นั่งอยู่ข้างๆผม เขาไม่มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนหรือพยายามจะออกปากรับภารกิจช่วยเด็กคนนี้เลยแม้แต่น้อย“ไหนเล่าให้พี่ฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น? คุณพ่อได้บอกไหมว่าจะไปที่ไหน เจอคุณพ่อครั้งที่สุดท้ายเมื่อไหร่ครับ?”ผมถามเด็กชายตรงหน้า เขาดูดีใจขึ้นมาทันที“เอ๋..!? ท่านนักผจญภัยจะรับงานนี้หรือคะ?”“..ใช่ครับ”ผมพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ จริงอยู่ที่ผมไม่ควรรับงานปุบปับแบบนี้ แถมผมเองก็ไม่ใช่นักผจญภัยจริงๆด้วยซ้ำ แต่..ผมหวังว่าจะช่วยเหลืออะไรเด็กคนนี้ได้บ้างหรือไม่ก็ได้ช่วยเขาหานักผจญภัยมารับงานนี้ให้ก็ยังดี“แต่ว่า..ฉันไม่รู้เลยนะคะ ว่าเด็กคนนี้โกหกหรือเปล่า..”“ผมไม่ได้โกหกนะ! คุณพ่อผมหายตัวไปจริงๆนะ!”“ไม่หรอกครับ ผมไม่คิดว่าเด็กคนนี้โกหกหรอก.. จริงไหมครับ? คุณเรย์ทริส นักผจญภัยระดับสูงผู้มีด้วยตามองเห็นความจริง..”ผมหันไปส่งยิ้มให้เรย์ทริสที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ“หึ.. อ่า… เด็กคนนี้พูดความจริง..”เรย์ทริสช่วยยืนยันให้เจ้าหน้าที่อีกทีนั่นไงผมว่าแล้ว เรื่องแบบนี้เด็กไม่มีทางโกหกหรอก ผมหันกลับไปหาเด็กชายที่จ้องมองที่ผมด้วยดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความหวัง “เอาล่ะ ทีนี่เล่าให้พี่ชายฟังทีนะ ว่าเกิดอะไรขึ้น”“ครับ!”


    To be continuedขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเรื่องนี้มากๆนะคะ เราจะพยายามอัพตอนถัดไปทุกๆ4-5วันค่ะ ;v;โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

    นิยายแนะนำ

    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล

    มหาตำนานวิถีสวรรค์: จารึกมังกรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    258K 1105
    ลิงน้อยผจญภัย

    ลิงน้อยผจญภัย

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    739 1
    รวมเรื่องสั้น ฉบับผู้ใหญ่ NC

    รวมเรื่องสั้น ฉบับผู้ใหญ่ NC

    นิยาย อีโรติก
    10K 106
    เกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ)

    เกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    14K 94
    เกิดใหม่ในต่างโลก ชีวิตที่สองของจอมดาบ ฉันไม่ใช่นักบุญศักดิ์สิทธิ์สักหน่อย!

    เกิดใหม่ในต่างโลก ชีวิตที่สองของจอมดาบ ฉันไม่ใช่นักบุญศักดิ์สิทธิ์สักหน่อย!

    นิยาย แฟนตาซี
    704 3
    ระบบลมหายใจเพิ่มพลัง

    ระบบลมหายใจเพิ่มพลัง

    นิยาย แฟนตาซี
    4K 105
    รักข้ามภพ เล่ม 1

    รักข้ามภพ เล่ม 1

    นิยาย แฟนตาซี
    939 21
    凤凰归期 หงส์หวน

    凤凰归期 หงส์หวน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 7
    ความรักที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน... ฟ้า(อ่านฟรี มี E-Book)

    ความรักที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน... ฟ้า(อ่านฟรี มี E-Book)

    นิยาย อีโรติก
    2K 31