ยามบ่ายคล้อย แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมายังเรือนเล็กของหลิวเสี่ยวเหมย นางเพิ่งวางพู่กันลงหลังจากฝึกเขียนอักษรมาได้พักใหญ่ ความเบื่อหน่ายจากการถูกกักบริเวณอยู่ในห้องหอเริ่มกัดกินจิตใจ เสี่ยวเหมยลุกขึ้นยืนบิดกายเล็กน้อย ชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนที่นางสวมใส่เริ่มคับแน่นบริเวณทรวงอกและสะโพกที่ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เสื้อผ้าชั้นในที่อยู่ด้านในแลดูรัดรูปจนเห็นส่วนโค้งเว้าชัดเจนขึ้นตามวัย
“เสี่ยวหง ข้าอยากให้เ้าไปบอกเหลียงฟูให้ช่วยตัดแต่งกิ่งดอกเหมยที่เรือนด้านหน้าหน่อย ดูเหมือนมันจะรกเกินไปแล้ว” เสี่ยวเหมยหันไปสั่งสาวใช้คนสนิท
เสี่ยวหงรับคำอย่างฉลาดเฉลียว “คุณหนูเ้าคะ ให้บ่าวไปเองก็ได้เ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร” เสี่ยวเหมยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ข้าอยากเดินเล่นเสียหน่อย อยู่แต่ในห้องจนจะกลายเป็ดอกไม้ในแจกันอยู่แล้ว”
เสี่ยวเหมยเดินนำออกไปอย่างร่าเริงตามประสาเด็กสาวที่ยังไม่ประสีประสา โดยมีเสี่ยวหงเดินตามหลังไปติด ๆ ท่าทางการเดินที่กระฉับกระเฉงและไร้เดียงสานั้น ทำให้ทรวงอกที่อวบอิ่มภายใต้ชุดที่รัดรูปของนางเกิดการเคลื่อนไหว 'เด้ง' ขึ้นลงอย่างชัดเจนในทุกย่างก้าว พวกนางเดินผ่านทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนไปยังลานด้านหลังเรือน ซึ่งเป็ที่ที่เหลียงฟูมักจะทำงานอยู่เสมอ
เหลียงฟู บ่าวชายวัยยี่สิบปี รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเหงื่อไคลจากการทำงานหนัก เขากำลังง่วนอยู่กับการลับมีดพร้าให้คมกริบ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมามอง “อึก!” เหลียงฟูถึงกับอุทานในลำคอด้วยความตกตะลึงกับภาพที่เห็น เขารีบก้มหน้าลงทันทีเพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนาที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ '์! นี่มัน... ดอกบัวต้องห้ามชัด ๆ' เขาคิดในใจอย่างร้อนรน
ทันทีที่สายตาของเหลียงฟูประสานเข้ากับคุณหนูของเขา ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย เสี่ยวเหมยในชุดสีชมพูอ่อนยืนอยู่ภายใต้แสงแดดยามบ่ายที่ขับผิวขาวผ่องของนางให้โดดเด่น ดวงตาใสซื่อของนางไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติใด ๆ แต่สำหรับเหลียงฟูแล้ว ภาพตรงหน้าคือความงามที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
สายตาของเขาเผลอไถลลงไปที่หน้าอกของนางโดยไม่ตั้งใจ มันดูเต็มอิ่มและใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ว่านี่คือร่างกายของเด็กสาววัยสิบห้าปี ผ้าแพรเนื้อบางที่นางสวมใส่ไม่อาจปกปิดความอวบอิ่มของทรวงอกที่กำลังจะล้นทะลักออกมาได้เลยแม้แต่น้อย ภาพของ 'ลูกส้มโอ' ที่มารดาของนางเคยเปรียบเปรยผุดขึ้นในความคิดของเขาอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นวาบไปทั่วใบหน้า เหลียงฟูรีบก้มหน้าลงทันทีเพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนาที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ
“เหลียงฟู” เสี่ยวเหมยเรียกด้วยน้ำเสียงใสซื่อ “ข้าอยากให้เ้าไปตัดแต่งกิ่งดอกเหมยที่เรือนด้านหน้าให้เรียบร้อยหน่อยนะ ดูเหมือนมันจะรกเกินไปแล้ว”
“ขอรับ... คุณหนู” เหลียงฟูตอบเสียงต่ำ พยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ เขากำมีดพร้าในมือแน่นเพื่อระงับความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน “บ่าวจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”
เสี่ยวเหมยพยักหน้าอย่างพอใจ นางไม่ได้สังเกตเห็นว่าบ่าวชายของนางกำลังยืนตัวเกร็งและหลีกเลี่ยงการสบตา นางเพียงแค่รู้สึกว่าเหลียงฟูดูแปลกไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“ดีมาก” นางกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส “เสร็จแล้วก็กลับมารายงานข้าด้วยนะ”
เสี่ยวเหมยหมุนตัวเดินกลับไปอย่างร่าเริง ทิ้งให้เหลียงฟูยืนนิ่งอยู่กับที่ เขามองตามแผ่นหลังของนางจนกระทั่งลับสายตาไปที่มุมทางเดิน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เขาต้องใช้เวลาสักพักเพื่อสงบสติอารมณ์และบังคับตัวเองให้กลับไปทำงานต่อ เขาตระหนักดีว่าการเผลอใจไปกับคุณหนูของตนเองนั้นเป็เื่ที่อันตรายถึงชีวิต แต่รูปร่างที่กำลังผลิบานของนางก็เป็เหมือนกับดอกบัวต้องห้ามที่เย้ายวนใจอย่างยิ่ง