บทที่ 187 จับโจรชั่ว (มีฉากนองเลือด สามารถข้ามไปอ่านตอนอื่นได้ค่ะ)
“พวกเราทำเช่นนี้จะดีแน่แล้วหรือ? หากฮูหยินใหญ่จับได้ขึ้นมา....”
“เจ้ากลัวหรือ? หากเจ้ากลัว...อย่างนั้นเจ้าก็กลับไปนอนที่เรือนของเจ้าเสียสิ ข้านั้นต้องการเปลี่ยนโชคชะตาที่โหดร้ายนี้ ข้าไม่ต้องการแต่งเข้าเป็นอนุภรรยาของชายแก่ แล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนคนตายในจวนนั้น ข้าต้องการความสุข...หึ ในเมื่อฮูหยินใหญ่ไม่มอบโอกาสให้ข้า อย่างนั้นข้าก็จะเป็นคนวิ่งหาโอกาสนี้เอง”
“ตะ แต่ว่า....หากฮูหยินจับได้ พวกเราอาจจะถูกโบยอย่างหนักแล้วก็มีชะตากรรมเลวร้ายยิ่งกว่าถูกส่งเข้าไปเป็นอนุภรรยาของผู้อื่นอีกนะ”
“เช่นนั้นก็แปลว่าเจ้าไม่มีฝีมือน่ะสิ ขอเพียงแค่ได้กลายเป็นสตรีของท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าเชื่อว่าเขาจะไม่ละทิ้งภรรยาอย่างเราแน่”
“จะ จะเป็นเช่นนั้นแน่หรือ?”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น ไม่เห็นหรือว่าเขารักและถนอมบุปผางามมากขนาดไหน ตอนที่ท่านแม่ทัพใหญ่ดูแลคุณชายหลี่คนเล็ก ข้าคิดว่าถ้าคนที่เขาดูแลเป็นตัวเอง ข้าก็มีความสุขมากแล้ว”
“..............”
“แม้ว่าใบหน้าของท่านแม่ทัพใหญ่ที่เห็นครั้งแรกจะทำให้ตกใจและน่าหวาดกลัว แต่ถ้าลองมองดูดีๆแล้ว เขากลับหล่อเหลาไม่น้อยเลย ในเมืองนี้ไม่มีใครหน้าตาดีได้เท่าเขาอีกแล้ว เขาเป็นชายที่สมกับการเป็นชายอย่างแท้จริง รูปร่างของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก เชื่อเถอะว่าพวกเราจะกลายเป็นที่อิจฉาของผู้อื่นแน่”
“เฮ้อ ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนั้น....”
เสียงกระซิบกระซาบของสตรีทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรีกาล ทิศทางที่พวกนางกำลังตรงมาก็คือเรือนพักของคุณชายหลี่คนเล็ก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นห้องพักของคู่สามีภรรยาที่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม
พวกนางได้ยินว่าคุณชายหลี่คนเล็กกินและดื่มจนหลับไปก่อนแล้ว เหลือเพียงท่านแม่ทัพใหญ่ที่ยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ดังนั้นจึงตัดสินใจคว้าโอกาสนี้เอาไว้ ต้องการทำให้เขาพึงพอใจในค่ำคืนนี้ให้ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนางทั้งสองคนไม่ถูกเลือก ก็คงไม่ต้องแอบมาทำเรื่องลับๆล่อๆที่น่ารังเกียจเหล่านี้ น่าเสียดายที่ฮูหยินใหญ่ไม่ให้โอกาสพวกนางเลย ฮูหยินใหญ่กล่าวว่าพวกนางทั้งสองคนรวมถึงคนอื่นๆมีบุรุษที่หมายตาจะส่งเข้าไปเป็นอนุภรรยาให้อยู่แล้ว ขอเพียงให้พวกนางรอโอกาสที่เหมาะสม เมื่อฮูหยินใหญ่พูดคุยกับแม่สื่อเสร็จสิ้นแล้วจะโยนพวกนางออกจากจวนสกุลหลี่ทันที
ด้วยคำพูดเหล่านี้ สตรีหลายคนเศร้าใจมาก บางคนรีบร้อนกว่าก็เร่งเร้าให้คนในดวงใจมาสู่ขอ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ซึ่งนั่นหมายความว่ามีสตรีอีกหลายคนที่ถูกโยนเข้าไปในจวนของผู้อื่น ได้ยินว่าหลายคนทุกข์ใจอย่างหนัก ถูกส่งไปอย่างนั้นย่อมมีชะตาชีวิตที่ไม่ดีนัก
ในฐานะอนุภรรยา พวกนางมีเจ้านายมากมายหลายคน ไม่เหมือนกับในจวนสกุลหลี่ นายหญิงของจวนอื่นๆไม่ได้ใจดีนัก บางคนถูกกรอกยาพิษที่ทำลายการตั้งครรภ์ตั้งแต่แต่งเข้าไปวันแรก ถูกตัดอนาคตของตนเองไปจนหมด
ดังนั้นเพื่อให้ตนเองอยู่รอดได้ พวกนางจำเป็นต้องขวนขวายและคว้าโอกาสนี้เอาไว้ ไม่ใช่ว่าแม่ทัพใหญ่ยังไม่มีอนุภรรยาในจวนเลยหรอกหรือ?
แม้แต่ฮูหยินใหญ่ก็ยังมองเห็นโอกาสนี้ ถึงกับคัดเลือกพวกนางอย่างพิถีพิถันเพื่อหาคนที่เหมาะสมที่สุด บุตรของผู้ใดให้กำเนิดเป็นบุตรชาย อย่างนั้นก็มีโอกาสมากที่จะได้กลายเป็นฮูหยินคนสำคัญของตระกูลหวง แม้ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่เพราะมีสมรสพระราชทานยกตำแหน่งให้คุณชายหลี่คนเล็กยังยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ในทางปฏิบัติแล้ว อำนาจของพวกนางย่อมไม่แพ้ฮูหยินใหญ่ชิงหมินเป็นแน่!!
สองสาวมีใบหน้างดงาม คืนนี้เมื่อรู้ว่าตนเองต้องการอะไรก็แต่งกายกันด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดและคิดว่างดงามเหมาะกับตนเองมากที่สุด ไม่น่าแปลกใจที่พวกนางต้องค่อยๆเดินกันมา ไม่อย่างนั้นชุดที่บรรจงสวมใส่คงจะต้องเปรอะเปื้อนเป็นแน่
เท้าเล็กๆของทั้งสองคนยังคงส่งเสียงแซ่กๆ ไปตามจังหวะของการเหยียบย่ำพื้นหญ้า จวบจนกระทั่งสามารถเข้ามาถึงเรือนของคุณชายหลี่คนเล็กได้ สองคนมองดูแสงไฟที่ถูกจุดสว่างโล่ง ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความประหม่าที่มากที่สุดในชีวิตค่อยๆบังเกิดขึ้น แก้มของพวกนางค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
หลังจากนี้ คงจะเป็นการกระทำที่น่าอับอายอย่างแน่นอน และพวกนางทั้งสองคนก็คงจะถูกเคี่ยวกรำอย่างหนัก....
อีกฝ่ายเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซิน เรี่ยวแรงคงจะไม่น้อยแน่ ไม่อย่างนั้นคุณชายหลี่คนเล็กที่เป็นบุรุษเหมือนกันจะมีร่างกายอ่อนเพลียขนาดนั้นได้อย่างไร ส่วนพวกนางที่เป็นสตรี....
“ปะ ไปกันเถอะ”
“ข้า....ข้ารู้สึกกลัวอยู่บ้าง”
“ถ้าเจ้ากลัว อย่างนั้นก็รอดูความสำเร็จของข้าที่ด้านนอกนี่ หากข้าถูกพาไปตระกูลหวง อย่างนั้นจะให้เจ้าเป็นข้ารับใช้ด้วยก็แล้วกัน” ดูเหมือนสตรีผู้หนึ่งจะเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว สะบัดแขนออกจากน้องสาวต่างมารดาทว่ามีสายเลือดของบิดาเป็นคนเดียวกัน ถ้าไม่ใช่เพราะนางสนิทสนมกับอีกฝ่ายและคอยช่วยเหลือกันมาก่อน คงจะไม่เสียเวลาพาอีกฝ่ายมาที่นี่ด้วย
เมื่อถูกตำหนิ สตรีอีกคนก็เงียบไป นางก็หวาดกลัวไปอย่างนั้นเอง แต่ในความจริงแล้ว...ตัวนางก็ต้องการโอกาสในการก้าวหน้าด้วย แม้ว่าโอกาสนั้นจะเป็นการทำลายความสุขของผู้อื่น
หลังจากที่ให้กำลังใจตนเองแล้ว สตรีทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้อง น่าแปลกที่ประตูห้องนำงานไม่ได้ลงกลอนเอาไว้ ดูเหมือนจะเป็นเหตุบังเอิญที่โชคดีของพวกนาง ดังนั้นทั้งสองจึงค่อยๆเข้าไป
แสงไฟในห้องทำให้เห็นบุรุษร่างกายสูงใหญ่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แม้แต่สองสาวเข้ามาในห้อง เขาก็ยังไม่เงยหน้ามองทั้งสองด้วยซ้ำ
“ทะ ท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าคะ” เสียงหวานของสตรีในยามค่ำคืนเช่นนี้คงจะถือว่าเป็นความสุขของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะบุรุษคนไหนก็วาดฝันเห็นภาพความงามและสรวงสวรรค์เช่นนี้ทั้งนั้น คงจะไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆก็จะมีสตรีที่งดงามถึงสองคนเดินเข้ามาถวายตัวถึงที่ห้องทำงาน
น่าเสียดายที่ความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับหวงซีเฉิง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะโบกมือ หยกสีเขียวที่ดูล้ำค่าลอยออกมาไกล สองสตรีที่เห็นยังไม่เข้าใจในครั้งแรก ทว่าเสียง “เพล้ง!” ก็ทำให้พวกนางต้องสะดุ้งเฮือก
ปรากฏว่าหยกสีเขียวนั้นกระแทกเข้ากับแจกันสีสวยร่วงลงมาและแตกหักพร้อมกันทั้งสอง ไม่ว่าจะหยกเนื้อดีหรือแจกัน เวลานี้กลับถูกทำลายจนดูไร้ค่าไปหมดแล้ว
“กล้าบุกรุกเข้ามาถึงในห้องทำงานเพื่อขโมยของ ตัดแขนตัดขาโจรชั่วแล้วส่งไปที่จวนเจ้าเมืองเสีย” หวงซีเฉิงพูดอย่างเย็นชา น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกของเขาทำให้สองสาวรู้สึกขนลุกชัน
ก่อนที่พวกนางจะได้พูดอะไร ยังไม่ครบ 1 นาทีด้วยซ้ำที่เหยียบเข้ามาในห้อง ริ้วความเจ็บปวดสายหนึ่งก็แล่นผ่านเสียแล้ว น้ำเหลวสีแดงที่พุ่งออกมาจากแขนของพวกนางทำให้รู้ตัว บัดนี้...แขนหยกที่เคยขาวเนียน ได้หลุดออกจากร่างกายของนาง ร่วงลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว
“อะ อ๊า อ๊า!!!” ราวกับเพิ่งรู้สึกตัว ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ความเจ็บปวดนี้ทำให้พวกนางทั้งสองคนแข่งกันส่งเสียงร้องออกมาลั่นจวน
ผู้คนในตระกูลหลี่ ต่อให้หลับสนิทมากแค่ไหนก็ยังต้องตื่นขึ้นมา โคมไฟดวงแล้วดวงเล่าถูกจุดติดขึ้น สอดส่องไปรอบๆ ข้ารับใช้ของจวนสกุลหลี่วิ่งกันให้วุ่น เจ้านายทุกคนต่างก็ตื่นขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน เว้นเอาไว้ก็แต่คนที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุขในห้องของตนเอง บาเรียขนาดใหญ่ถูกกางเอาไว้ ปกป้องไม่ให้มีเสียงน่ารำคาญเล็ดรอดเข้าไปจนปลุกคนให้ตื่นขึ้นจากความฝัน
“กรี๊ด!!!” เสียงร้องของสตรีผู้หนึ่งยังดังขึ้นเหมือนกับลูกวัวที่ถูกเชือด ในขณะที่อีกคนอ่อนแอกว่า นางหมดสติล้มพับลงไปแล้ว
“ยังไม่ทันที่จะได้ตัดขาก็ส่งเสียงกันขนาดนี้ หนวกหูจริงๆ” หวงซีเฉิงแค่นหัวเราะออกมา มองดูกองเลือดตรงหน้าแล้วรู้สึกพอใจไม่น้อย สำหรับเขา....คนที่กล้าลองดีกับแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร สมควรจะเตรียมพร้อมที่จะต้องเผชิญหน้ากับความตายอยู่แล้ว แค่ตัดแขนตัดขาทิ้งแค่นี้ไม่ถือว่ามากมายอะไร
“เกิดอันใดขึ้น!!” ทหารที่ลงมือใช้ดาบฟันแขนของสตรีทั้งสองยังไม่ทันตัดขา เสียงของนายใหญ่สกุลหลี่ก็ดังขึ้นเสียก่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีฐานะเป็นพ่อตาของเจ้านาย เขาคงจะทำเป็นไม่ได้ยินไปแล้ว...
“มาแล้วหรือ?” หวงซีเฉิงไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากำลังรอ...รอให้ฮูหยินหลี่มาที่นี่ก่อน เพราะคนที่เขาต้องการจะให้เห็นภาพนี้มากที่สุดย่อมต้องเป็นนาง
ซึ่งซีเฉิงไม่จำเป็นต้องรอนานเกินไป นายหญิงของจวนสกุลหลี่ก็มาถึงแล้ว ใบหน้าของนางซีดเผือด เข้าใจว่าน่าจะได้ยินเรื่องราวไปบ้างแล้ว ยิ่งเมื่อได้เห็นเลือดที่ไหลนองเต็มพื้น กับร่างของสตรีที่คุ้นตาทั้งสองคน นางก็เหมือนจะเป็นลมล้มพับไปเสียให้ได้
“มีโจรร้ายบุกเข้ามาในห้องทำงานของข้า ถึงกับคิดจะขโมยหยกล้ำค่าของข้า และยังทำให้แจกันที่ชิงหมินชอบแตกเสียด้วย” หวงซีเฉิงปรายตามองหยกเนื้อดีและแจกันที่แตกละเอียดคราหนึ่ง
แสดงให้กับคนตระกูลหลี่เห็นว่าเขามีหลักฐานพร้อมสำหรับการลงมือ ดวงตาของผู้นำตระกูลหลี่เบิกกว้าง ไอ้ข้ออ้างเช่นนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้หรือ? คิดว่าคุณหนูของสกุลหลี่จะมาที่นี่เพื่อขโมยของหรืออย่างไร? เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครเชื่อข้ออ้างนี้เลย แต่พวกเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
สุดท้ายแล้วสตรีทั้งสองก็มาที่เรือนส่วนตัวของชิงหมินจริงๆ ถ้าพูดว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย เช่นนั้นพวกนางทั้งสองจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ฮูหยินหลี่ยกมือขึ้นทาบอก รู้สึกเหมือนกับว่ามีคลื่นลมใต้ท้องที่อยากจะอาเจียนออกมา นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าคุณหนูทั้งสองคนนี้ต้องการอะไร พวกนางมาที่นี่พร้อมกับชุดสวยงามที่ราคาแพงที่สุดที่พวกนางจะหามาได้ ย่องเข้ามาในห้องทำงานของบุรุษกลางค่ำกลางคืน....ไม่พ้นที่จะยกตนเองให้เป็นของอีกฝ่าย
แม้จะไม่ถูกต้อง ถึงจะดูไร้ยางอาย แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ต้องลงมือขนาดนี้เลยหรือ? ในเรือนที่มีภรรยาของตนเองนอนอยู่ ในช่วงที่มาเยี่ยมบ้านเดิมของภรรยา...ช่างโหดร้ายจริงๆ
“พวกท่านไม่ต้องกังวลไปขอรับ ข้าจะตัดแขนตัดขาโจรชั่วแล้วส่งให้ทางการ จะไม่ปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนในจวนสกุลหลี่อีก” หวงซีเฉิงยังคงพูดหน้าตาย คำพูดของเขาสามารถขัดได้ด้วย? แน่นอนว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น!
คนของหวงซีเฉิงรวดเร็วมาก เมื่อได้รับคำสั่งยืนยันตามเดิม เขาก็เคลื่อนไหวแล้วจัดการตามนั้นทันที ไม่ใช่แค่นั้น...แต่ยังส่งคนไปให้ทางการจริงๆเสียด้วย ใบหน้าของผู้นำตระกูลหลี่มืดครึ้ม การกระทำนี้เป็นการตบหน้าของพวกเขาอย่างแรง พรุ่งนี้เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีคนเอาเรื่องนี้ไปพูดหัวเราะเยาะกันแน่
บุตรเขยมาบ้านพร้อมกับภรรยาเพื่อเยี่ยมบ้านเดิม กลับมีสตรีในจวนต้องการมาขายตัวให้กับเขา ไม่เพียงแค่เขาไม่สนใจเท่านั้น ยังจัดการจับพวกนาง ตัดแขนตัดขาแล้วส่งให้ทางการลงโทษโดยตรงด้วย....นี่....คือความบกพร่องครั้งใหญ่จริงๆ
เขามองไปยังฮูหยินของตน ไม่ใช่ว่านางรับปากแล้วว่าจะดูแลหลังบ้านให้ดีหรอกหรือ? เหตุใดจึงปล่อยให้เรื่องงามหน้านี้เกิดขึ้นได้ ฮูหยินหลี่เองก็เข้าใจคำถามของสามี แต่นางจะตอบเขาว่าอย่างไรได้อีก นางไม่ได้เป็นคนวางแผนให้ทั้งสองคนมาที่นี่เสียหน่อย สตรีทั้งสองนั้นใจร้อนเกินไป พวกนางหาเรื่องตายเองแท้ๆ กลับต้องพาคนอื่นซวยไปหมด
หลังจากที่หวงซีเฉิงจัดการหนูสกปรกแล้วเสร็จ เขาก็ได้มอบบทเรียนให้กับมารดาของชิงหมินไปด้วย หลังจากนี้...หากนางต้องการทำสิ่งใด สมควรต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้น...เขาอาจจะไม่เกรงใจนางอีกต่อไปก็ได้
“แล้วชิงหมินอยู่ที่ไหน เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไม่ออกมาดูอีกหรือ?” ผู้นำตระกูลมองไปรอบๆ เขารู้ว่าแม่ทัพใหญ่หวงผู้นี้เป็นปีศาจร้ายมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ภาพลักษณ์ที่อีกฝ่ายแสดงออกมาก็แค่ภาพลวงตาเท่านั้น เห็นความโหดร้ายของอีกฝ่ายในจวนสกุลหลี่ เขาก็นึกเป็นห่วงเจ้าลูกชายตัวแสบขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าแม่ทัพปีศาจอาละวาดใหญ่แล้วสังหารบุตรชายของเขาเป็นคนแรกไปแล้วหรือ?
ซีเฉิงเห็นใบหน้าของพ่อภรรยาก็หรี่ตาลง อีกฝ่ายถึงกับคิดว่าเขาจะกล้าลงมือโหดร้ายกับชิงหมินเลยหรือ? ความคิดที่โง่เขลานี้...ไม่น่าแปลกใจที่ชิงหมินจะไม่อยากเข้าใกล้เขาในครั้งแรก สุดท้ายแล้วบุตรชายก็ยังได้รับอิทธิพลจากคนเป็นบิดาบ้างสินะ
“ข้าให้ชิงหมินนอนพักในห้อง ส่วนที่เขาไม่ได้ยินเสียง แน่นอนว่าข้าให้คนของข้าป้องกันเสียงเอาไว้แล้ว” หวงซีเฉิงตอบกลับตามความจริง
“..............”
“ดึกดื่นยามนี้แล้ว ชิงหมินต้องการพักผ่อน ไม่ใช่มารับรู้เรื่องไร้สาระ ข้าหวังว่าพวกท่านจะคิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
“อ่า.....”
“แล้วก็เรื่องขโมย เรื่องหยุมหยิมเหล่านั้น...ข้าก็คิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องรู้ให้หนักหัว” ซีเฉิงพูดต่ออีกประโยค ปิดปากคนตระกูลหลี่ทั้งหมดได้ทันที
เห็นความโหดร้ายของเขาเช่นนี้แล้ว ใครจะยังกล้าขัดคำของเขาอีกล่ะ
………………………………………..