9
ทันทีที่กลับถึงบ้านและปิดประตูรั้วแ่าดีแล้ว เสวี่ยหงก็กดรับของรางวัลพิเศษ
กริ๊ง!
ยินดีด้วยค่ะ รางวัลพิเศษจากการสุ่มของโฮสต์คือ ตำรารวมสมุนไพร
เสวี่ยหงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือก และบอกให้หลิงปาเปิดหน้าต่างแสดงเนื้อหาในตำราให้เธอดู
‘โฮสต์คะ ของรางวัลเป็รูปเล่มจริง ตอนนี้ถูกส่งไปไว้ในมิติของโฮสต์เป็ที่เรียบร้อยแล้วค่ะ’
เสวี่ยหงประหลาดใจอย่างมาก เพราะปกติระบบจะส่งข้อมูลมาในรูปแบบหน้าจอโฮโลแกรมเท่านั้น แต่ครั้งนี้กลับให้มาเป็เล่มของจริง
เธอไม่รอช้า รีบหยิบออกมาจากมิติและเปิดดูเนื้อหาด้านใน
ในตำรามีทั้งรูป ชื่อ และสรรพคุณระบุไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังบอกวิธีการเก็บรักษา วิธีใช้งาน และฤทธิ์ต้านและส่งเสริมของสมุนไพรต่างชนิดอีกด้วย นับว่าเป็ตำราล้ำค่าอย่างยิ่งยวดสำหรับผู้ศึกษาทางการแพทย์แผนจีน
เสวี่ยหงดีใจจนเนื้อเต้น หากว่าเธอศึกษาตำราเล่มนี้ให้ดี เธอก็อาจได้เปรียบในการสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ในอนาคตก็เป็ได้ แต่ตอนนี้คงมีไว้ใช้เทียบสมุนไพรที่เธอเก็บมาได้เท่านั้น
ถึงกระนั้น นี่ไม่ใช่เวลามามัวดีใจกับของรางวัล เธอต้องรีบทำอาหารเพื่อนำไปส่งให้หยวนิก่อนจะถึงเวลาพัก
การทำงานกลางทุ่งนานั้นยากลำบาก แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นแล้ว แต่ทุกคนย่อมสูญเสียเหงื่อและพลังงานไปมาก เธอจึงจำเป็ต้องทำอาหารบำรุงกำลังในปริมาณที่เยอะพอสมควร
หลังจากดูวัตถุดิบที่มีอยู่ เธอก็ตัดสินใจทำเจียนปิ่งกั่วจื่อ หรือแป้งทอดห่อไส้
เสวี่ยหงนำเอาอุปกรณ์เครื่องครัวออกมาเพื่อจะได้ทำอาหารสะดวกขึ้น ไว้ทำเสร็จค่อยเก็บกลับไป
เธอเริ่มจากการผสมแป้งข้าวโพดกับธัญพืชหยาบเข้ากับน้ำ จากนั้นก็จัดการหั่นอกไก่เป็เส้นๆ นำเห็ดและผักป่ามาซอยเพื่อผัดรวมกับไข่นกทั้งสามฟอง เปิดใช้งานเตาแก๊สปิกนิกและตั้งกระทะ เมื่อกระทะร้อนก็เทน้ำมันลงไปเล็กน้อย แล้วเริ่มหยอดแป้งลงไปทอดเป็แผ่นไม่หนาไม่บาง
หลังจากทำออกมาได้สิบกว่าแผ่น แป้งที่ผสมไว้ก็หมดพอดี จึงถึงคราวย่างอกไก่และผัดไข่คนกับเห็ดและผักป่า เมื่อทั้งหมดเสร็จสิ้น เธอก็น้ำอกไก่กับไข่คนมาวางบนแป้งทอด แล้วห่ออย่างดี
แม้เธอจะทำออกมาได้ถึง 14 ชิ้นใหญ่ๆ แต่เสวี่ยหงก็รู้สึกว่ามันอาจจะน้อยไปสำหรับหยวนิ
เขาอายุแค่ 18 ย่าง 19 ปี แต่ตัวสูงกว่า 180 เิเ นี่บ่งบอกอะไรน่ะหรือ?
มันบ่งบอกว่าเขาเคยได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี เคยได้กินอาหารครบหมู่ ทั้งยังได้กินในปริมาณมากอีกด้วย มิเช่นนั้นเขาคงตัวเตี้ยกว่านี้มาก
หยวนิจะต้องเป็คนกินจุมากคนหนึ่งแน่ๆ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ั้แ่มาอยู่ที่นี่เขาจึงผอมและสูงชะลูด ดูเก้งก้างมากกว่าสมส่วน
เพราะแป้งและธัญพืชมีอยู่จำกัด เธอจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเพิ่มปริมาณไส้ และนำแอปเปิ้ลออกมา 3 ลูกเพื่อให้เขากินตบท้ายและเป็ของว่าง่บ่ายแก่ๆ
ตอนนี้เธอยังไม่มีข้ออ้างดีๆ ในการหยิบเอาข้าวและแป้งที่เธอซื้อออกมาจากมิติ คงต้องหาเวลาเข้าตัวตำบลหรือตัวอำเภอเสียก่อน แต่นั่นคงไม่ใช่เร็วๆ นี้
เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เป็เวลาประมาณ 11 โมงครึ่งพอดี เธอจึงถือตะกร้าใส่อาหารและเดินไปทางแปลงนาที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการเก็บเกี่ยว
บัดนี้ทุ่งข้าวและธัญพืชทั้งหลายถูกเก็บไปมากแล้ว เธอจึงมองเห็นผืนดินกว้างขวางที่มีกองข้าววางกระจัดกระจายรอเด็กๆ ในหมู่บ้านมาขนย้ายไปยังบริเวณลานตาก
เสวี่ยหงมองหาไม่นานก็เจอหยวนิ เขากำลังเกี่ยวข้าวอยู่ที่แปลงนาเกือบท้ายสุด เธอเห็นว่าทั้งแปลงนั้นมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น และความเร็วในการทำงานของเขาก็ชวนให้ตกตะลึงอย่างยิ่ง
ไม่แปลกใจเลยที่ชาวบ้าน้าให้เขาไปเป็ลูกเขย ก็เขาทำงานได้ดีและรวดเร็วขนาดนี้!
เสวี่ยหงเดินไปนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ทางด้านหน้าแปลงนาของหยวนิ รอไม่นาน เสียงแตรสัญญาณบอกเวลาพักก็ดังขึ้น
หยวนิไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยสักครั้งจนกระทั่งได้ยินเสียงแตรสัญญาณ และเมื่อเขามองตรงไปทางต้นไม้อันเป็ที่นัดหมาย เขาก็มองเห็นร่างเล็กๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังโบกมือให้เขาอยู่ก่อนแล้ว
ชายหนุ่มปัดฝุ่นและเศษฟางข้าวออกจากตัว ถอดเสื้อออกมาสะบัดและใช้เช็ดเหงื่อไคล ก่อนจะเดินตรงไปหาเสวี่ยหง
เสวี่ยหงมองภาพนั้นด้วยดวงตาเป็ประกาย
‘อื้อหือ เห็นผอมๆ แบบนี้ แต่กล้ามแน่นมากจ้ะแม่’
เธอจ้องมองเขาตาค้างอยู่นาน กว่าจะรู้ตัวก็เป็ตอนที่เขายื่นมือมาััข้างแก้มเธอด้านหนึ่ง
“เมื่อเช้ามืดมาก ผมเลยไม่เห็นแผลตรงนี้ เจ็บมากไหมครับ” หยวนิเพิ่งจะได้เห็นรอยช้ำบนแก้มนวลของหญิงสาว มุมปากข้างหนึ่งของเธอยังเป็สีม่วงช้ำน่ากลัวอีกด้วย
“รอยช้ำแค่ดูน่ากลัวน่ะค่ะ แต่มันไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ”
เธอส่งยิ้มยืนยัน หยวนิจึงค่อยเบาใจ
“คุณรีบล้างมือล้างหน้าก่อนเถอะค่ะ จะได้กินข้าวและนอนพักสักครู่” เธอว่าพลางยื่นกระบอกไม้ไผ่ที่เธอใส่น้ำเอาไว้และใช้เศษผ้าสะอาดปิดจุด
เขารับไปและทำตามที่เธอบอก น้ำเย็นๆ ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ดีจนเขาสดชื่นขึ้นมาก
“ผ้าเช็ดหน้าค่ะ” เสวี่ยหงพูดพร้อมกับยื่นผ้าขนหนูสีตุ่นให้เขา มันเป็ผ้าขนหนูผืนใหม่ เพียงแต่เป็สีเข้ม ทำให้ดูเหมือนของเก่า
หยวนิแย้มยิ้มกว้าง ชอบใจกับการปรนนิบัติพัดวีจากว่าที่ภรรยาอย่างยิ่ง ผ้าขนหนูนี้ทั้งนุ่มทั้งหอมกรุ่นนัก
“วันนี้ฉันทำเจียนปิ่งกั่วจื่อมาให้คุณค่ะ ห่อแบบนี้กินได้ง่ายดี แต่ฉันทำไส้ออกมาเยอะเกิน ก็เลยมีไข่คนผักป่าเป็เครื่องเคียงด้วยค่ะ” หญิงสาวอธิบายพลางหยิบถ้วยชามใส่อาหารออกมา “รีบกินเถอะค่ะ ฉันเพิ่งทำเสร็จ ยังอุ่นๆ อยู่เลย”
เสวี่ยหงเลื่อนจานที่ใส่เจียนปิ่นกั่วจือไว้จนพูนไปตรงหน้าชายหนุ่ม
เขามองอาหารหน้าตาน่ากินพลางสูดกลิ่นหอมหวนจึงอดใจไว้ไม่อยู่ หยิบไปกินชิ้นหนึ่ง และมันก็หายไปภายใน 3 คำ
“อร่อยมากเลย!” หยวนิอุทาน แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว “ทำไมมีเนื้อไก่ด้วยล่ะครับ”
เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาถามไถ่
“คือ…หลังจากที่คุณออกมาทำงาน ฉันก็เข้าป่าน่ะค่ะ” เสวี่ยหงหลบสายตาเขา
“คุณบอกว่าจะเชื่อฟังผม ไม่เข้าป่าวันนี้ และพักผ่อนอยู่ที่บ้านไงครับ” สีหน้าของเขากลายเป็เคร่งขรึมจริงจัง
“ขอโทษค่ะ แต่ฉันไม่ได้เข้าไปลึกหรอกนะคะ” เธอแอบไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง “ทีแรกก็ตั้งใจแค่จะลองหาสมุนไพรแก้ฟกช้ำเท่านั้น แต่ฉันบังเอิญไปเจอรังนกเข้า แล้วก็ไม่รู้ว่าใครไล่ล่าไก่ฟ้ามา มันถึงมานอนตัวแข็งให้ฉันเก็บน่ะค่ะ”
การล่าไก่ฟ้านั้นเรียกอีกอย่างว่า ‘เก็บไก่ฟ้า’ เพราะใน่ฤดูหนาว เมื่อมันถูกไล่ล่าจนหมดแรง มันก็จะตัวแข็งและนอนนิ่งรอให้คนมาเก็บมันไป
หยวนิหรี่ตามองหญิงสาวร่างบอบบางตรงหน้า แต่เมื่อมองเห็นแต่ความจริงใจ เขาจึงยอมเชื่อ
“ดีแล้วล่ะครับที่ไม่เข้าไปลึก ถึง่นี้พวกสัตว์จะเริ่มจำศีล แต่เราก็ไม่ควรประมาทนะครับ”
“ค่ะ ฉันเข้าใจดี แค่เข้าไปเก็บของป่าเท่านั้นค่ะ” เธอรับคำยิ้มๆ “ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะ”
คำพูดเชิงหยอกเย้าของเธอทำเอาพ่อหนุ่มน้อยหน้าแดงเรื่อ
“กินข้าวเถอะครับ” เขาเสมองไปทางอื่น แต่มือก็หยิบอาหารเข้าปากไม่หยุด รู้ตัวอีกทีเขาก็กินไปเกินกว่าครึ่งแล้ว ในขณะที่เสวี่ยหงเพิ่งกินหมดชิ้นเดียว
“คุณอิ่มแล้วเหรอคะ” เธอเห็นเขาหยุดกินจึงเอ่ยถาม
“ผมกินไปเยอะแล้วล่ะ”
“ถ้าไม่อิ่มคุณก็กินทั้งหมดนี้เถอะค่ะ ฉันกินแค่ชิ้นเดียวก็แน่นท้องแล้วล่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมอิ่มเกินครึ่งท้องแล้วล่ะ” หยวนิอยากให้เสวี่ยหงกินเพิ่มจึงไม่ยอมหยิบไปกินอีก
“ฉันไม่ต้องทำงานหนักเหมือนคุณนะคะ คุณกินเถอะ ฉันตั้งใจทำมามากเพื่อให้คุณกินนะคะ คุณจะได้มีแรงทำงาน ฉันตัวเล็กแค่นี้ กินมากกว่านี้อาหารจะไม่ย่อยค่ะ” เธอคะยั้นคะยอเขาจนเขายอมกินเจียนปิ่งกั่วจือที่เหลือทั้งหมด ทั้งยังตบท้ายด้วยแอปเปิ้ลหนึ่งลูก ซึ่งเธออ้างว่าเก็บมาได้จากในป่า
“ฉันกลับก่อนนะคะ คุณงีบสักหน่อยเถอะ แอปเปิ้ลสองลูกนี้คุณเอาติดตัวไว้นะคะ ถ้าหิวก็กินได้เลย ไม่ต้องเหลือให้ฉัน ที่บ้านยังมีอีกหลายลูกเลยค่ะ” เสวี่ยหงกล่าวอย่างรวดเร็ว แล้วเดินจากมาโดยไม่เปิดโอกาสให้หยวนิได้ทักท้วงอะไร
ชายหนุ่มมองส่งเธอไปจนลับสายตา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างจนใจ วางแอปเปิ้ลทั้งสองลูกไว้ข้างกาย ก่อนจะเอนตัวลงงีบหลับรอแตรสัญญาณ
ระหว่างที่เสวี่ยหงเดินกลับบ้าน เธอได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากแปลงนาที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อหันไปดูก็เห็นเหมือนคนกำลังทะเลาะกันอยู่ แต่ไม่ทราบว่าใคร เธอจึงเดินต่อ
“ฉันล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันหัก! สะใจจริงๆ สะใภ้ใหญ่หลี่ยังร้ายกาจเหมือนเดิมเลยนะ จัดการนางหวังอวี้ได้อยู่หมัดเลยเชียว”
คำพูดจากหญิงชาวบ้านคนหนึ่งทำให้เสวี่ยหงทราบว่าคนที่ทะเลาะกันอยู่เมื่อครู่เป็ใคร
เธอลอบแสยะยิ้ม ‘ได้ผลดีเกินคาดแฮะ’
“ฮ่าๆๆ ใครใช้ให้นางเห็นแก่ตัวและอกตัญญูกันล่ะ ถ้าเมื่อวานแบ่งเนื้อกวางไปที่บ้านใหญ่สักหน่อย วันนี้ก็คงไม่เกิดเื่หรอก ตอนนี้เลยต้องเสียเนื้อตั้งครึ่งหนึ่ง!”
เสวี่ยหงฟังแล้วอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เหมือนคุณป้าคนนั้น
เธอขอยกนิ้วให้กับความสามารถของป้าสะใภ้ใหญ่ สงสัยเธอควรจะต้องศึกษาทักษะนี้จากป้าสะใภ้ใหญ่เสียแล้ว
ตอนบ่าย เสวี่ยหงนำเสื้อผ้าเก่าของตนออกมาปักชุน ทำให้เธอปลดล็อกทักษะตัดเย็บและได้คะแนนมา 2 คะแนน
ตอนแรกเธอคิดที่จะนำผ้าที่อยู่ในมิติมาตัดชุดให้ตัวเองและหยวนิ แต่เธอกลัวว่าจะกะขนาดตัวของเขาผิดไป อีกอย่าง การจะซื้อผ้าใหม่ในสมัยนี้ยังต้องใช้คูปองผ้าด้วย ซึ่งในตัวเธอไม่มีคูปองเลยแม้แต่เหลี่ยงเดียว ไม่ว่าจะคูปองเนื้อ คูปองอาหาร หรือคูปองผ้า
ถ้าเธออยากได้คูปอง ก็ต้องทำงานในไร่นา แต่กว่าจะได้รับก็คือ่สิ้นปี ทั้งยังเป็ส่วนแบ่งอันน้อยนิด ไม่แน่ว่าเธอต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเก็บสะสมคูปองผ้าได้ครบจำนวน
มันจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่ตอนนี้เธอจะนำผ้าใหม่ออกมาตัดเย็บได้
สุดท้ายเธอจึงเก็บความคิดนั้นไปก่อน ไว้ค่อยหาลู่ทางจากการเข้าไปในตัวเมืองในภายหลังแล้วกัน
เวลาที่เหลือจึงหมดไปกับการอ่านตำรารวมสมุนไพร ซึ่งนั่นทำให้เธอค้นพบว่าพืชที่เธอเก็บมาเมื่อเช้านี้เป็สมุนไพรชนิดใด ไม่ว่าจะเป็ลำต้น ใบ หรือรากก็สามารถนำไปใช้เป็ตัวยาได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ เสียก่อน
เสวี่ยหงคัดแยกสมุนไพรชนิดต่างๆ ออกมา นำไปล้างให้สะอาด จากนั้นก็นำบางส่วนไปตากแห้งตามที่ระบุไว้ในตำรา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ส่วนรากและผล
ดอก ลำต้น และใบที่เธอเก็บมา บางชนิดยังไม่ถึงระยะเวลาที่สมควรเก็บเกี่ยว มันจึงมีสรรพคุณทางยาที่ด้อยกว่า เธอจึงนั่งศึกษาวิธีขยายพันธุ์ เผื่อว่าเธอจะลองปลูกเองดู
ขณะที่เสวี่ยหงอ่านทวนตำราเป็รอบที่สอง จู่ๆ เสียงของระบบก็ดังขึ้น
ติ๊ง!
ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์ศึกษาองค์ความรู้ด้านสมุนไพรในระดับพื้นฐานทั้งหมดแล้ว
ทำการปลดล็อกทักษะเสริม
โหลดข้อมูล…10%...30%...50%...80%...100%
จากนั้นหน้าต่างโฮโลแกรมก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า ครั้งนี้มันแสดงเพียงหน้าทักษะเท่านั้น
ทักษะปลดล็อก:
ทั่วไป
สมุนไพร (วิชาชีพ)
“โอ้!” เสวี่ยหงอุทานออกมาหลังจากอ่านเสร็จ “หรือจะเป็เพราะว่าฉันอยากเรียนหมอกันนะ?”
‘ใช่แล้วค่ะ เป็เพราะจิตของโฮสต์ตั้งมั่นว่าอยากจะเรียนรู้ทางการแพทย์ ระบบจึงสนับสนุนวิชาชีพของโฮสต์ไปในทิศทางนั้นค่ะ’ หลิงปาตอบ
เสวี่ยหงยิ้มกว้างจนเจ็บแผลที่มุมปาก แต่เธอก็หยุดยิ้มไม่ได้จริงๆ
‘แล้วฉันจะได้รางวัลอะไรไหมหลิงปา’ เธออดถามไม่ได้ ก็เธอปลดล็อกทักษะเสริมถึง 4 ทักษะในคราวเดียวเลยเชียวนะ
‘เนื่องจากเป็เพียงความรู้พื้นฐาน จึงยังไม่มีรางวัลค่ะ แต่ถ้าโฮสต์พัฒนาความรู้ที่มีต่อไปได้ ระบบมีของรางวัลให้แน่นอนค่ะ’
‘โธ่ งกชะมัด ตอนนี้ฉันยังมีแต้มแค่ 100 แต้มเองนะ อย่างน้อยให้แต้มมาบ้างก็ยังดีนี่นา’ เสวี่ยหงโอดครวญ
แทนที่ระบบจะกลายเป็สูตรโกงของเธอ มันกลับกลายเป็เหมือนครูฝึกสุดโหดที่คอยกระตุ้นให้เธอฝึกฝนหนักกว่าเดิมอยู่เสมอ
‘ทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ ค่ะ โฮสต์พยายามเข้านะคะ รีบเพิ่มทักษะทำความสะอาดกับทำอาหารเถอะค่ะ ของที่สามารถสุ่มรับมีแต่ของดีทั้งนั้นเลยนะคะ’
‘เดี๋ยวนี้รู้จักพูดจาชักจูงกันแล้วเหรอ โอเคๆ ได้เวลาทำอาหารเย็นพอดี’
เสวี่ยหงได้แต่ทำใจยอมรับ และลุกขึ้นไปเตรียมทำอาหารเย็น