บทนำ
ในปี ค.ศ.2020 โลกได้ถูกรุกรานโดยอสุรกายใต้พิภพ พวกมันบุกขึ้นมาจากรอยแยกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ไม่นาน การมาของพวกมันช่างโหดร้ายและป่าเถื่อน เหล่าอสุรกายรูปร่างคล้ายอสูรตามตำนานญี่ปุ่นได้ฉีกทึ้งกัดกินมนุษย์คนแล้วคนเล่าราวกับไม่รู้จักอิ่ม
ฉันที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่ยืนมองเพื่อนของฉัน ครอบครัวของฉัน ผู้คนในหมู่บ้านถูกจับกินอย่าโเี้ พวกอสุรกายผุดขึ้นมาเพื่อฆ่าล้างบางมนุษย์โดยแท้จริง พวกมันฆ่าแล้วก็กิน ไม่มีแม้แต่อารมณ์สะใจ สนุก หรือสงสารเหยื่อ พวกมันแค่้ากิน กินอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภาพและเสียงกรีดร้องอันน่าสลดเ่าั้ไหลผ่านตัวฉันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น จนเมื่อเสียงกรีดร้องของน้องสาวฉันดังขึ้น ความโกรธในตัวฉันก็พุ่งถึงขีดสุด
ฉันคว้าก้อนหินแถวๆ นั้นขว้างใส่อสุรกายที่กำลังจะฉีดกินร่างน้องสาวฉัน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ระคายเคืองอะไรเลย มิหนำซ้ำมันยังหันมาสนใจฉันที่ยังมีชีวิตอยู่
“กรร!!”
อสุรกายร่างั์คำรามดั่งจะประกาศความแข็งแกร่งให้ฉันรับรู้ มันพุ่งเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว ใช้ฝ่ามืออันใหญ่โตนั้นฟาดฉันจนกระเด็นไปชนกับศาลเ้าประจำตระกูล เสียงโครมดังสนั่นและตัวฉันก็ถูกศาลเ้าถล่มทับ
อาการาเ็ทำให้ฉันแทบหมดสติ ฉันรวบรวมกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากซากปรักหักพัง เมื่อเห็นแสงสว่างฉันจึงเอื้อมมือคว้ามันเอาไว้ แต่สิ่งที่คว้าได้กลับเป็คันธนูไม้เก่าแก่ประจำตระกูล
ฉันมองคันธนู มองร่างน้องสาวของฉันที่ถูกอสุรกายกลืนลงท้องไปต่อหน้าต่อตา
“ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้พวกแก ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยกโทษให้!!”
ราวกับเทพเ้าตอบรับเสียงของฉัน เทวรูปประจำศาลเ้าทอประกายแสงออกมาจากซากปรักหักพัง และแสงสว่างนั้นได้ห้อมล้อมตัวฉันเอาไว้ ใน่เวลานั้นราวกับฉันถูกโอบกอดจากทวยเทพ ความอบอุ่นได้มอบพลังให้กับฉัน เมื่อฉันลืมตาขึ้นฉันััได้ถึงพลังที่เอ่อล้นเกินกว่ามนุษย์จะมีได้
หากเป็พลังนี้ ฉันอาจจะเอาชนะพวกมันได้!!
ฉันะโออกจากซากปรักหักพัง แล้วพุ่งเข้าไปหาอสุรกายที่ฆ่าน้องฉัน
“กรร!!”
มันขู่คำรามหมายจะทำให้ฉันกลัว แต่สำหรับฉันตอนนี้ เวลานี้ ฉันสามารถต่อกรกับมันได้!
“ตายซะเถอะแก ย้ากกก!!”
ฉันง้างสายธนู ชั่วอึดใจพลังงานบริสุทธิ์หลอมรวมกันในอากาศกลายเป็ลูกธนูขึ้นมา ฉันยิงออกไปสร้างความเสียหายให้กับอสุรกายได้สำเร็จ
“กรร!!!”
อสุรกายั์ทรุดลงกับพื้น มันร้องโอดโอยแล้วเริ่มสลายหายไป
“ธนูนี่มีพลังชำระล้างสินะ!”
ฉันหันเข้าประจันหน้ากับอสุรกายตัวต่อไป ใช้พลังที่ได้รับฝ่าวงล้อมไปช่วยเด็กหญิงวัยห้าขวบที่กำลังจะถูกฆ่า ฉันยิงธนูใส่พวกมันตัวแล้วตัวเล่า แต่ยิ่งฉันฆ่า พวกมันก็ยิ่งรวมตัวกันเพื่อกำจัดฉันมากขึ้น
“จับพี่ไว้นะ”
ฉันบอกเด็กหญิงคนนั้น ก่อนจะรวบรวมพลังแล้วยิงธนูนับสิบลูกลงพื้น สร้างแรงะเิบริสุทธิ์แผ่กระจายเป็วงกว้าง
บึ้ม!!
พวกอสุรกายกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร ฉันใช้โอกาสนี้ะโหนีโดยอุ้มเด็กหญิงไปด้วย
เมื่อฉันมาถึงหลุมหลบภัยของหมู่บ้าน ฉันพบว่ามีคนเหลือรอดอยู่พอสมควร หนึ่งในนั้นยังมีเพื่อนร่วมห้องของฉัน ‘ไมยะ’ อยู่ด้วย
“ในที่สุดเธอก็มา”
ไมยะเอ่ยกับฉัน
“เธอรู้?”
“ฉันได้ยินจากที่ไกลๆ เขาบอกให้ฉันพาทุกคนมาหลบภัยที่นี่ รอจนกว่าเธอจะมาแล้วให้ลี้ภัยไปจังหวัดใกล้เคียง”
“ทำไม”
“อืมมม จะอธิบายยังไงดีล่ะ เอาเป็ว่าเมืองของเราไม่มีเทพผู้คุ้มครองอีกแล้วน่ะ”
ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดนัก แต่ดูจากสถานการณ์ คงไม่มีอะไรอธิบายเหตุการณ์ประหลาดนี้ได้ดีกว่าคำพูดของไมยะอีกแล้ว
“ทุกคน เตรียมตัวให้พร้อมเราจะอพยพไปเมืองข้างๆ ภายในสิบนาที” ฉันะโบอกทุกคน
“ถ้าออกไป พวกเราก็ถูกจับกินน่ะสิ!!”
“ใช่ๆ อยู่ในนี้อย่างน้อยเราก็ปลอดภัย!!”
ทว่าเสียงคัดค้านดังขึ้นไม่ขาดสาย ฉันในตอนนี้ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาได้ แม้จะมีอาวุธที่สามารถต่อกรกับพวกอสุรกายได้ก็ตาม
“ทุกคนคะ ใจเย็นๆ กันก่อนนะคะ หากส่งเสียงดังไปมากกว่านี้ อสุรกายข้างนอกอาจจะหาเราเจอนะคะ”
คำพูดของไมยะช่วยเหลือฉันเอาไว้ ทุกคนเริ่มเงียบเสียงลง
“ที่ทุกคนพูดมันก็ถูกค่ะ หากเราออกไปอาจจะถูกจับกินก็ได้ แต่ว่านะคะ หลุมหลบภัยแห่งนี้ไม่สามารถคุ้มครองพวกเราไปได้ตลอดค่ะ เื่นี้ฉันมั่นใจ อีกไม่นานพวกอสุรกายจะตามหาหลุมหลบภัยแห่งนี้เจอ และพวกเราจะถูกจับกินจนหมด ดังนั้นหากยังอยากมีชีวิตรอด ได้โปรดเชื่อใจฉัน และคุณโนกิ ลูกสาวคนโตของตระกูลฮาซูโนะ ผู้ได้รับพลังจากเทพแห่งศาลเ้าด้วยเถอะค่ะ”
ไมยะโค้งคำนับเพื่อขอร้องทุกคน
เสียงพูดคุยหารือดังขึ้นชั่วครู่หนึ่ง แล้วทุกคนก็ได้ข้อสรุป
“พวกเราจะไปด้วย อย่างน้อยก็ดีกว่ารอความตายอยู่ในนี้”
“ชีวิตของพวกเรา ขอฝากไว้กับพวกเธอแล้วล่ะ คุณมิโนริ คุณฮาซูโนะ”
“วางใจเถอะ ด้วยเกียรติของตระกูลฮาซูโนะ ฉันจะไม่ยอมให้ใครตายเด็ดขาด!!”