แหวนภัสดา

    ฝากฝังช่วยดูแล

                    ด้านคุณหลวงภัสดาอุ้มเกตุแก้วมายืนลังเลอยู่หน้าห้องของลำเภาชายหนุ่มยืนคิดสักพักก็ตัดสินใจไปที่ห้อง ห้องหนึ่ง คุณหลวงพาเกตุแก้วเข้าไปในห้องนั้นซึ่งไม่ใช่ห้องส่วนตัวเขาและของลำเภา  ห้องนี้โอ่โถงเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเงาวับเพราะถูกดูแลอย่างดีเตียงขนาดใหญ่สง่างาม พร้อมด้วยมุ้งสี่เสาที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

                   เมื่ออุ้มเกตุแก้วมาถึงเตียง บุญอิ่มที่ตามมาติดๆ ก็รีบปูผ้ารองอีกชั้นเพื่อไม่ให้แผลติดบนที่นอน ทั้งยังสงสัยในใจ ‘ห้องนี้เชียวรึ’คุณหลวงวางเกตุแก้วลงอย่างเบามือร่างของหญิงสาวเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราย ใบหน้าซีดเซียวหล่อนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อแผ่นหลังสัมผัสผ้าปูรองบนเตียงนอนบุญอิ่มถือยาที่เตรียมไว้ยื่นให้คุณหลวง คุณหลวงรีบรับยามาจากบุญอิ่ม

                   “ทำอย่างไร?” เอ่ยถามด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆบุญอิ่มเห็นว่าเกตุแก้วยังเจ็บหนักถ้าคุณหลวงทำแผลตอนนี้กลัวว่าจะพลั้งมือทำให้ยิ่งเจ็บกว่าเดิมจึงขออาสาทำเป็นตัวอย่างให้ดูก่อน คุณหลวงภัสดาดูวิธีประคบแผลอย่างตั้งใจเมื่อบุญอิ่มประคบยาไปที่ผิวหนังที่ขึ้นรอยช้ำเลือดของเกตุแก้ว หญิงสาวสะดุ้งทันที

                   “โอ๊ยยย!” เสียงเบาอ่อนแรง

                   “เจ็บรึ?” บุญอิ่มหน้าเสีย

            “ทนหน่อยนะ” บอกอย่างเห็นใจคุณหลวงภัสดาผุดลุกผุดนั่งชายหนุ่มสงสารเกตุแก้วและรู้สึกผิดกว่าทุกครั้งที่ได้เคยก่อกรรมกระทำต่อหล่อนแม้เมื่อครั้งที่พลั้งมือลงโทษพ่อกับแม่ของหล่อนคุณหลวงยังมิเคยได้รู้สึกผิดเท่าครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย

                   “หล่อน...” น้ำเสียงเบาโหวงตีบตันในลำคอ

                   “เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณท่าน” บุญอิ่มบอกเมื่อทำแผลให้เกตุแก้วเสร็จเรียบร้อยคุณหลวงภัสดายืนคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น

                   “มีอะไรก็ไปทำเถิด ฉันจะดูแลแม่เกตุแก้วเอง” เป็นครั้งแรกที่คุณหลวงเอ่ยเรียกเกตุแก้วว่า‘แม่เกตุแก้ว’ บุญอิ่มรับคำแล้วออกจากห้องไปเมื่อบุญอิ่มไปแล้วคุณหลวงรีบเข้ามาหาเกตุแก้ว กุมมือหญิงสาวไว้แน่นน้ำใสๆ ร่วงหล่นจากสองตาความเข้มแข็งที่เคยมีมาหายไปสิ้นเขาตัดสินผิดพลาด และที่สำคัญ กับหล่อนเสียด้วยคุณหลวงจับมือของเกตุแก้วมาแนบแก้มถ่ายทอดความรู้สึกสำนึกผิดที่ออกมาจากใจ

                   เกตุแก้วพอจะรู้สึกตัวเลือนราง หญิงสาวชักมือกลับทันทีน้ำตาไหลรินหยดแหมะใส่ผ้าปูรองนอน เท่าไหร่กันแล้วที่โดนทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล

                   “อิฉันไม่ใช่คนผิด คุณหลวงทำร้ายอิฉัน” หญิงสาวร้องไห้ด้วยความเสียใจ

                   “โปรดอภัยให้ฉันด้วยเถิดแม่เกตุแก้ว ฉันขอขมาต่อหล่อน ตรงนี้เดี๋ยวนี้  ทำอย่างไรให้หล่อนหายโกรธเคืองฉันหล่อนบอกฉันฉันจะรีบทำให้หล่อนอย่างไม่รีรอหล่อนได้ยินรึไม่?” น้ำเสียงเว้าวอนเกตุแก้วเงียบฟัง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างอ่อนระโหยโรยแรง

                   “สักวันอิฉันจะจากไปไม่จากเป็นก็จากตายและเมื่อจากกันไป อิฉันจะไม่ขอพานพบแม้เลือดเนื้อหรือวิญญาณของคุณหลวงอีกเลยโปรดจำคำสัจนี้ไว้เถิดคุณหลวงภัสดา!!” เป็นคำกล่าวที่เครือสะอื้นแต่ทว่ามุ่งมั่นจริงจังเสียจนคนฟังอดหวั่นใจมิได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงเข้าสักวัน เขารีบพูดสวนขึ้นทันที

                   “ต่อให้หล่อนไปไกลจากฉันขนาดไหนฉันก็จะไปอยู่กับหล่อนไปดูแลหล่อนทุกหนทุกแห่ง ได้ยินฉันไหมแม่เกตุแก้ว” เสียงอ่อนหวานละห้อยราวกับเด็กน้อยที่สำนึกผิดแต่ก็ยังแอบดื้อรั้นอยู่มิปาน…

                   “ใจร้าย ใจดำที่สุด!” เสียงวีนจากโลกปัจจุบันแทรกผ่านเสียงเล่าของอดีตชาติอย่างไม่พอใจเล็กน้อยซึ่งในปัจจุบันเมขลาต่อว่าดวงวิญญาณของคุณหลวงภัสดาด้วยสำเนียงที่ไม่จริงจังเท่าไรนักแต่กระนั้นเจ้าตัวก็หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างตั้งใจวิญญาณคุณหลวงภัสดายังคงยืนอยู่ที่กรอบหน้าต่างเหมือนเดิมแต่ตอนนี้เขาหันหน้ามองกลับมาทางหญิงสาวตรงๆแววตาแฝงความเศร้าแห่งความผิดที่ได้เคยกระทำไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

                   “หล่อนยังโกรธฉันอยู่รึไม่?” คำถามกังวล

                   “ฉันขอถามอะไรคุณหลวงได้ไหมคะ?” เมขลาพูดขึ้นหลังจากครุ่นคิดมานาน

                   “ถามมาสิ ฉันจะตอบหล่อนทุกเรื่อง” คุณหลวงภัสดาพร้อมที่จะตอบทุกคำถามที่เมขลาสงสัย

                   “ทำไมคุณหลวงยังไม่ไปเกิดใหม่คะ? วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่ทรมานหรือคะ?”ถามออกมาตรงๆ

                   “ไปได้อย่างไร...” ตอบนิ่งๆ

            “ฉันตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนสิ้นลมหายใจว่าอย่างไรเสียจะรอคอยหล่อนอยู่ที่นี่มิไปไหนเพราะจิตใจของฉันผูกพันกับหล่อนตั้งแต่แรกเห็นเสียแล้ว อีกอย่างฉันทำผิดต่อหล่อนหลายครั้งหลายคราเหลือเกินต่อให้ต้องทรมานกว่านี้ฉันก็จะทำเพื่อให้หล่อนกับฉันได้มาพบกัน ให้หล่อนอโหสิกรรมต่อฉันและให้เราครองคู่กันให้จงได้ เพราะอะไรหล่อนรู้รึไม่?” คุณหลวงถามกลับบ้าง

                   “เพราะอะไรคะ?” เมขลาอยากรู้ทันที

                   “เพราะ ฉันรักหล่อน” คำตอบแสนสั้นตรงไปตรงมาแต่ทว่ามันซาบซึ้งเข้าไปถึงหัวใจคนฟังคำว่ารักที่ไม่หวือหวาแต่ทำให้เมขลาหวั่นไหวและเขินอายเป็นที่สุด

                   “แต่ตอนนี้เราอยู่กันคนละภพ คนละชาติแล้วเราครองคู่กันไม่ได้นี่คะคุณหลวง” เมขลาแย้ง คุณหลวงภัสดายิ้มแต่มิได้ตอบกระไรเขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน ฤาสุดท้ายจะต้องพลัดพรากจากกันอีกแล้วหนอเมื่อคิดดังนี้ก็ใจหายวับแทบทันทีการพลัดพรากมันเป็นเรื่องที่ทรมานที่สุดเขารู้ซึ้งดี

                   “หล่อนยังมิได้ตอบคำถามฉัน” คุณหลวงวกกลับมายังคำถามที่ถามค้างไว้

            “หล่อนยังโกรธฉันอยู่รึไม่?”พร้อมกับถามซ้ำเพื่อทวนความจำของหญิงสาว แล้วเงียบรอฟังคำตอบเมขลายิ้มๆ แต่คุณหลวงภัสดาสีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเขาทำกับหล่อนเสียขนาดนี้แต่แล้วจู่ๆ มาขอให้หล่อนอภัย ไม่น่าถามหล่อนขึ้นมาเลย

                   “ฉัน...” เมขลาเดินไปยืนที่บริเวณหน้าต่างกรอบเดียวกันเอามือจับผมทัดที่หูเผยให้เห็นหน้าเรียวนวลขาวใส

            “ไม่ได้โกรธอะไรคุณหลวงแล้วค่ะสบายใจได้นะคะ ฉันยกโทษให้ค่ะ” พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจากใจจริงวิญญาณของคุณหลวงภัสดาอิ่มเอิบเขารับรู้ได้ถึงการอโหสิกรรมของเมขลา ชายหนุ่มค้อมศีรษะให้หญิงสาวอย่างสุภาพพร้อมกล่าวขึ้นอย่างซาบซึ้ง

                   “ขอบใจหล่อนนัก” เมขลายิ้มให้บางเบาแล้วหันหน้ามองออกไปนอกกรอบหน้าต่างคุณหลวงมองหน้านวลลออนิ่งก่อนเอ่ยเสียงเบา

                   “เมขลา...” เมขลาหันมาสบตาก็เจอสายตาหวานซึ้งของอีกฝ่าย เธอรู้สึกวูบวาบ แก้มร้อนขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

                   “คะ” ขานรับอย่างขาดความมั่นใจ

                   “ฉัน... เอ่อ...” อีกฝ่ายก็อึกอักอีกฝ่ายก็รอฟัง

                   “ขอกอดหล่อนสักนิดได้ไหม?” พูดขอดื้อๆคนฟังหน้าแดงราวลูกตำลึงสุก

            “ฉันคิดถึงจริงๆ” สารภาพในที่สุด หญิงสาวใจเต้นแรง แต่ก็ตัดสินใจในที่สุด

            “อืม...” เมขลาพยักหน้าหงึกหงักชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายก็คิดถึงเช่นกัน.. หญิงสาวก้มหน้างุดดูสิผู้ชายมีเลือดมีเนื้อไม่เคยมีใครเข้าถึงตัวได้แต่ตอนนี้วิญญาณดวงนี้ที่พร่ำบอกว่าเป็นสามีของเธอตั้งแต่ตอนชาติปางไหนก็ไม่รู้กำลังสวมกอดเธอแผ่วเบา แม้จะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของวิญญาณที่ไร้ลมหายใจแต่น่าแปลกที่ในหัวใจกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น สองหัวใจราวกับจะสื่อถึงกันความพลัดพรากที่รอการพบเจอตอนนี้มันคุ้มค่าเสียเหลือเกินกับการรอคอย

                    “หัวใจหล่อนเต้นแรกนัก”คุณหลวงภัสดาพูดขึ้นเบาๆก่อนปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอดอย่างสุดแสนเสียดาย

                     “อายฉันรึ?”เมขลาไม่ได้ตอบเธอเดินลิ่วไปนั่งบนเตียงคุณหลวงยิ้มด้วยแววตาคมกริบอย่างรู้ทัน เมขลาหยิบหมอนขึ้นมาวางบนตักแล้วรีบหาเรื่องมาคุยกลบเกลื่อน

                    “หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นคะ?”ทำเป็นถามเลี่ยงไปถึงเรื่องในอดีตซึ่งคุณหลวงภัสดาก็รู้ทันแต่มิได้เอาความ เขาย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตอีกครั้ง...

                   ภายในห้องนอนอันโอ่โถงเกตุแก้วนอนจับไข้ทั้งคืนหล่อนรู้สึกว่ามีคนคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ตลอดเวลาที่จับไข้มิได้หลับได้นอนหญิงสาวฝันเห็นพ่อกับแม่ผู้ล่วงลับเข้ามาลูบศีรษะพร้อมด้วยแววตาเอ็นดูเกตุแก้วเอื้อมคว้าหาพ่อกับแม่เพ้อพกว่าอยากจะไปอยู่ด้วยแต่ทว่ามีมือหนาๆของใครคนหนึ่งมาจับเอาไว้พร้อมพร่ำกอดเรียกชื่อให้ตื่นอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งผ่านไปสักพัก เกตุแก้วก็ฝันอีก แต่คราวนี้ฝันเห็นชายหญิงคู่หนึ่งดูมีอายุแต่ลักษณะภูมิฐานบ่งบอกถึงความเป็นผู้ดี ‘ใครกันหนอ’ ทั้งสองเดินมาลูบศีรษะของเธอจับมือปลอบใจ

                    “ไม่เป็นไรมากหรอกนะแม่หนูรุ่งสางก็สร่างไข้แล้ว” เสียงทุ้มใหญ่บอกอย่างมีเมตตาแต่สำเนียงการพูดจาดูคล้ายใครบางคนเสียจริง

                    “ฝากลูกชายฉันด้วยอย่าเอาโทษเอาความกับเขาเลยนะ แต่ไหนแต่ไรเขาก็มุทะลุใจร้อนเกินใครอย่าถือสาลูกชายฉันเลยนะ” เสียงผู้หญิงพูดขึ้นบ้างเกตุแก้วยิ่งงง

                    “พวกฉันต้องไปแล้วจริงๆฝากพ่อภัสไว้กับแม่หนูด้วยนะลูก” ทั้งสองพูดพร้อมยิ้มอ่อนโยนก่อนจะลอยออกไปในลำแสงสีทอง

                    “คุณท่าน...คุณท่านเจ้าคะ กลับมาก่อนเจ้าค่ะ” เกตุแก้วรีบเรียกเอาไว้แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับมา

                    “แม่เกตุแก้วแม่เกตุแก้ว” เสียงใครเรียก คนถูกเรียกปรือตาขึ้นมองสายตาพร่ามองอะไรไม่ค่อยชัด หญิงสาวหอบหายใจหล่อนเพ่งมองจนสายตาปรับชัดต่อการมองเห็นใบหน้าขาวสะอาดที่คุ้นเคยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คุณหลวงภัสดา

                    “รู้สึกตัวแล้วรึกินยาเสียก่อนหล่อนจับไข้ทั้งคืน” เสียงพึมพำเบาแต่รับรู้ได้ถึงอาการของความดีใจเกตุแก้วมองหน้าคนถามนิ่งก่อนจะพลิกตัวหันหนีไปอีกด้านเพราะยังโกรธที่โดนลงโทษโดยไร้เหตุผล คุณหลวงภัสดารู้ตัวดีว่าหล่อนคงจะรังเกียจเขาไปอีกนานแต่ก็ไม่ยอมแพ้เดินอ้อมเตียงมาด้านที่หญิงสาวหันหน้ามาเมื่อสักครู่เขาจ้องมองหน้าเกตุแก้วนิ่ง ก่อนเอ่ยชัดเจนจริงใจ

                    “ฉันขอโทษโปรดให้อภัยฉันเถิดแม่เกตุแก้ว” เกตุแก้วนอนน้ำตาร่วงอาการเจ็บป่วยปางตายที่หล่อนไม่เคยเป็นมาก่อนหล่อนควรจดจำ หญิงสาวขยับปากยากเย็น

                    “คุณหลวงเจ้าคะ”คุณหลวงภัสดาดีใจที่เกตุแก้วพูดคุยกับตน

            “อิฉันขอฝากไปขอบพระคุณคุณหลวงธรรมธรท่านที่เข้ามาช่วยอิฉันก่อนที่จะโดนเฆี่ยนจนครบสิบไม้เจ้าค่ะ”พูดน้ำเสียงนิ่ง แต่คนฟังใจหายเสียงของหล่อนดูห่างเหิน ชายหนุ่มไม่โทษใครนอกจากความเขลาของตัวเองเขาวางชามข้าวต้มลงเบาๆ

            “ประเดี๋ยวจะไปบอกให้” พูดจบก็เดินออกจากห้องไปเพราะรู้ตัวดีว่าหญิงสาวคงไม่อยากเห็นหน้าและพูดจาด้วย...

    คล้ายกับเรื่องแหวนภัสดา ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786