เมื่อณิชาเยื้องกายลงจากรถม้า ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลถาโถมเข้าใส่ หญิงสาวถอนหายใจแ่เบา คิดถึงอ้อมกอดอบอุ่นของบิดามารดาที่รอคอยอยู่ภายใน ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้โลหิตในกายเย็นเยียบ
มิใช่เสียงหัวเราะหรือความอบอุ่น หากแต่เป็เงาทะมึนของกลุ่มทหารทะมัดทะแมงยืนประจำการอยู่ทั่วบริเวณบ้าน แสงจากคบเพลิงที่ปักเรียงรายส่องประกายวาววับบนใบหน้าเคร่งขรึมของพวกเขา หัวใจณิชาหล่นวูบ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนถึงภัยร้าย
ร่างสูงใหญ่ของนายทหารนายหนึ่งก้าวออกมา ใบหน้าคมสันไร้รอยยิ้ม ดวงตาจับจ้องมาที่ณิชาอย่างเ็า "ท่านณิชาใช่หรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจ
ณิชาพยักหน้าอย่างหวาดหวั่น "มีอะไรเกิดขึ้น?"
"เป็คำสั่งจากตระกูลวรกุล" นายทหารผู้นั้นกล่าวเสียงหนักแน่น
"บิดาและมารดาของท่านถูกควบคุมตัวไปแล้ว"
ความใแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธเกรี้ยว ณิชากำมือแน่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นคลอน
"ด้วยเหตุผลอันใด พวกท่านทำอะไรผิด?"
นายทหารผู้นั้นคลี่ม้วนกระดาษตราครั่งสีแดงสดออกมา อ่านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ประกาศจากตระกูลวรกุล ด้วยเหตุที่บุตรีแห่งตระกูล อุดมพิสุทธิ์ ไม่ได้ไปตามนัดหมายของคุณชายเจ็ดแห่งตระกูลวรกุลในครั้งก่อน บิดาและมารดาจึงต้องได้รับการเชิญมาเพื่อเจรจาต่อรอง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทั้งสองตระกูล ตระกูลวรกุลจึงขอประกาศให้นางสาวณิชาแต่งกายด้วยชุดแต่งงานที่เตรียมมาให้ และเดินทางมายังคฤหาสน์วรกุลด้วยรถม้าในวันพรุ่งนี้แต่เช้า หากมิปฏิบัติตาม ความปลอดภัยของบิดามารดาของท่านจะมิได้รับการรับประกัน"
สิ้นเสียงประกาศ ณิชารู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง ข้อความในตราสารนั้นชัดเจน พวกเขากำลังบังคับขู่เข็ญเธอให้แต่งงานกับคุณชายเจ็ดอะไรนั้น เพียงเพื่อผลประโยชน์ของ ตระกูลวรกุลไม่ได้แยแสต่อสิ่งใดเลย ความโกรธพลุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่ณิชาก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น หากนางขัดขืน บิดามารดาจะต้องตกอยู่ในอันตราย
"เราจะไป" ณิชาตอบเสียงแข็งกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง
'หากท่านพ่อท่านแม่ เป็อันตรายอะไรไป ตระกูลวรกุลจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำ' ณิชาสัญญากับตัวเอง
ข่าวการตอบรับของณิชาเดินทางถึงหูเ้าตระกูลวรกุลอย่างรวดเร็ว ชายชราผู้มีใบหน้าคมคายแต่แฝงไว้ด้วยความทะเยอทะยานยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
"ดีมาก ในที่สุดก็ยอมจำนน"
ถึงเ้าตระกูลวรกุล จะไม่ค่อยอยู่ในตระกูลใน่ที่ผ่านมา แต่ข่าวสารในตระกูลก็ถูกรายงานให้อย่างไม่ตกหล่น ดังนั้นเ้าตระกูลรู้ว่ามีข้อขัดแย้งระหว่างเ้าเจ็ดกับเ้าหกในการชิงผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ เื่นี้เป็ปกติของที่บ้านอยู่แล้ว แต่เขากลับเปลี่ยนใจในทันที หลังจากเปิดอ่านเอกสารบางอย่าง
เขาหันไปสั่งคนสนิท "เตรียมงานต้อนรับคุณหนูณิชาให้สมเกียรติ และไปเชิญตระกูลใหญ่ทั้งสี่มาเป็สักขีพยานในงานแต่งงานครั้งนี้ด้วย บอกพวกเขาว่าวันนี้จะเป็วันที่ตระกูลวรกุลของเราแสดงความยิ่งใหญ่ให้เป็ที่ประจักษ์"
เ้าตระกูลวรกุลวางแผนไว้แล้ว ต้องแสดงความเป็เ้าของก่อนที่ใครจะแย่งไป การแต่งงานครั้งนี้มิใช่เพียงแค่การได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง แต่ยังเป็การประกาศศักดาของตระกูลวรกุลให้เหนือกว่าตระกูลอื่น ๆ การได้หญิงสาวที่งามล่มเมืองเช่นณิชามาเป็สะใภ้ จะยิ่งเสริมส่งบารมีและหน้าตาของตระกูลให้โดดเด่นเป็สง่า
รุ่งเช้ามาถึง แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องลงบนคฤหาสน์วรกุลที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหราอลังการ แเื่จากตระกูลใหญ่ทั้งสี่ทยอยเดินทางมาถึง แต่ละคนแต่งกายด้วยอาภรณ์แพรพรรณล้ำค่า รถม้ามาจอดเรียงรายยาวเหยียด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโอ่อ่าและความคาดหวัง
เมื่อถึงเวลา เ้าตระกูลวรกุลปรากฏตัวพร้อมกับคุณชายเจ็ด บุตรชายคนเล็กผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แววตาหยิ่งยโส เ้าตระกูลกล่าวต้อนรับแเื่ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
ขบวนรถม้าคันแรกเคลื่อนเข้ามาใกล้ ทหารนายหนึ่งก็ประกาศเสียงดัง
"ขอเรียนเชิญ ท่านเ้าตระกูลรัชโยธินและสมาชิกตระกูลรัชโยธิน!"
ท่านผู้เฒ่ารัชโยธินเดินลงจากรถม้าพร้อมกับบุตรชายคนโต ตรงไปยังเ้าตระกูลวรกุลที่ยืนรอต้อนรับอยู่ทางเข้างาน ยื่นหีบไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงให้
"ขอแสดงความยินดีกับตระกูลวรกุลด้วย ของขวัญเล็กน้อยจากตระกูลรัชโยธิน ขอให้บ่าวสาวมีความสุขชั่วนิรันดร์"
"ขอบคุณท่านผู้เฒ่ารัชโยธินมากสำหรับน้ำใจอันงดงาม" เ้าตระกูลวรกุลรับมอบหีบนั้นด้วยความปลาบปลื้ม
ครู่ต่อมา ทหารก็ประกาศอีกครั้ง
"ขอเรียนเชิญ ท่านหญิงวรางตกุลและสมาชิกตระกูลวรางตกุล!"
ท่านหญิงวรางตกุลในชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ส่งมอบพานทองคำลงยาประดับอัญมณีให้เ้าตระกูลวรกุล
"ตระกูลวรางตกุลขอร่วมแสดงความยินดีด้วยใจจริง ขอให้การครองเรือนของทายาททั้งสองเต็มไปด้วยความรักและความเจริญรุ่งเรือง"
"ขอบพระคุณท่านหญิงวรางตกุลเป็อย่างสูง ของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ พวกเราซาบซึ้งยิ่งนัก"
จากนั้น เสียงประกาศของทหารก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ขอเรียนเชิญ ท่านขุนธีรเดชและสมาชิกตระกูลธีรเดช!"
ท่านขุนธีรเดชผู้มีท่าทีสงบนิ่งเดินเข้ามา มอบม้วนผ้าไหมลายัทองให้เ้าตระกูลวรกุล "ตระกูลธีรเดชขออวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่มั่นคงและมั่งคั่ง ดุจดั่งลายัที่แข็งแกร่งและสง่างามนี้"
"ขอบคุณท่านขุนธีรเดชสำหรับคำอวยพรและของขวัญอันเป็มงคลนี้"
และแล้ว ทหารก็ประกาศเป็ครั้งสุดท้าย
"ขอเรียนเชิญ ท่านขุนนันทกุลและสมาชิกตระกูลนันทกุล!"
ท่านขุนนันทกุลยิ้มบาง ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับมอบกล่องไม้หอมขนาดเล็กให้
"ตระกูลนันทกุลขอแสดงความยินดีด้วย ของขวัญชิ้นนี้เป็เครื่องหอมโบราณ ขอให้ความรักของทั้งสองหอมหวานและยืนยาวเช่นกลิ่นนี้"
"ขอบคุณท่านขุนนันทกุลสำหรับของขวัญอันมีค่าและความหมายลึกซึ้งนี้"
หลังจากกล่าวต้อนรับและรับมอบของขวัญจากทั้งสี่ตระกูลแล้ว
"สะใภ้ของเรา คุณหนูณิชา ธิดาแห่งตระกูล อุดมพิสุทธิ์ ความงามของนางนั้นระดับล่มเมือง วันนี้ทุกท่านจะได้เห็นกับตา ว่านางงามสง่าเพียงใด"
คำกล่าวโอ้อวดเกินจริงของเ้าตระกูลวรกุล ทำให้ผู้คนจากอีกสี่ตระกูลอดที่จะมองหน้ากันอย่างขำขันไม่ได้ พวกเขาก็ได้สืบมาจากสายของพวกเขา ความงามของณิชานั้นโดดเด่นจริง แต่การยกยอจนออกนอกหน้าเช่นนี้กลับดูเป็การอวดอ้างที่น่าหมั่นไส้
จากนั้นเ้าตระกูลวรกุลก็หันไปกล่าวชื่นชมบุตรชายตนเองอย่างไม่ขาดปาก
"และนี่คือคุณชายเจ็ด บุตรชายสุดที่รักของข้า รูปงามเฉลียวฉลาด เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่จะนำพาตระกูลวรกุลให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น"
การอวดโอ้อย่างโจ่งแจ้งทำให้บรรดาผู้นำตระกูลทั้งสี่เริ่มรู้สึกคลื่นไส้ พวกเขาแลกเปลี่ยนสายตาและเริ่มซุบซิบนินทาลับหลังถึงความโอหังและไร้มารยาทของเ้าตระกูลวรกุล
ในที่สุด รถมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูคฤหาสน์วรกุล ณิชาในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ก้าวลงมาจากรถ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่จับจ้องมาที่นาง แม้จะอยู่ในชุดเ้าสาว แต่แววตาของนางกลับแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว
ณิชายืนสง่าอยู่หน้าประตู มิได้แสดงท่าทีว่าจะก้าวเข้าไปข้างในแม้แต่น้อย นางกวาดสายตามองไปยังกลุ่มทหารที่ยืนเรียงราย ก่อนจะเปล่งเสียงดังฟังชัด
"เรามีเงื่อนไข หากพวกท่าน้าให้เราก้าวเข้าไปในคฤหาสน์แห่งนี้ เรา้าพบหน้าบิดาและมารดาของเราเสียก่อน เรา้าเห็นว่าพวกท่านปลอดภัยดี"
เสียงของณิชาดังก้องไปทั่วบริเวณ สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าทหาร หัวหน้าทหารขมวดคิ้วด้วยความเครียดเขาไม่มีอำนาจมากพอให้ตัดสินใจ ยิ่งไม่ความกล้ามากพอในการแตะผู้ที่จะมาเป็นายหญิงของตระกูลวรกุล เขาบอกกับณิชาว่าเดี๋ยวเขาจะไปแจ้งให้
ข่าวการเรียกร้องของณิชาถูกรายงานไปยังคุณชายเจ็ดที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องโถงใหญ่ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"บังอาจ! นางเป็ใครกันถึงกล้ามาต่อรองกับข้า?"
คุณชายเจ็ดลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห เดินออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังประตูหน้าคฤหาสน์ ภาพของหญิงสาวในชุดแต่งงานยืนหยัดอย่างท้าทายอยู่เบื้องหน้ายิ่งทำให้โทสะในใจเขาลุกโชน
"เ้า!" คุณชายเจ็ดตวาดเสียงลั่น
"คิดว่าตัวเองเป็ใครถึงกล้ามาตั้งเงื่อนไขที่นี่ รีบเข้ามาข้างในเดี๋ยวนี้!" เขาพยายามจะคว้าแขนณิชาเพื่อลากนางเข้าไป
ณิชามองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธของคุณชายเจ็ดด้วยสายตาเ็า นางสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณชายเจ็ดเสียหลักเซถลาไปชนกับเสาประตูอย่างแรง
"โอ๊ย!" คุณชายเจ็ดร้องออกมาด้วยความเ็ป ใบหน้าหล่อเหลาบูดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจขั้นรุนแรง เขาลุกขึ้นยืน ชี้หน้าณิชาด้วยมือสั่นเทา
"นางสารเลว! บังอาจทำร้ายข้า เ้าจะต้องชดใช้!"เขาหันไปสั่งทหารเสียงเกรี้ยวกราด
"จับตัวนาง! ลากนางเข้าไปข้างใน"