แล้วสิ่งที่มนัส้าก็กลายเป็จริงบ่ายวันศุกร์ระหว่างที่ทหารฝึกซ้อมตามปรกติ ทหารรับใช้ทุกรายรวมทั้งพ่อครัวร่างโตได้มารวมตัวหลังเรือนอาหารหลังคามุงจาก เพื่อชมการสาธิตวิธีปรุงอาหารจากเนื้อไก่ อาทิตย์หน้ามีการรับสมัครทหารรุ่นใหม่กำลังพลในค่ายเพิ่มมากขึ้นเป็สองพันนาย ฉะนั้นเื่ไก่ต้องจัดการให้เสร็จในอาทิตย์นี้
ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เป็ภรรยาทำให้มนัสได้ที่เลี้ยงไก่ไม่ไกลจากค่าย ห่างทางเข้าเล็กน้อยติดไร่ชาริมถนนใหญ่ พ่อค้ารายหนึ่งกู้เงินแม่ทัพลู่ก่อนหนีไปเมืองอื่นโฉนดที่ดินซึ่งนำมาค้ำประกันจึงถูกเปลี่ยนมือ ขนาดประมาณครึ่งเฮกตาร์หรือสามไร่เศษสมัยก่อนเป็ฟาร์มเลี้ยงแพะป้อนให้เมืองเจียงหาว ยังคงมีเล้าแพะสภาพค่อนข้างดีจำนวนหนึ่ง
เนื่องจากครอบครัวตัวเองทำไร่ชาและปลูกผักแม่ทัพลู่กับลูกสาวไม่ได้ทำอะไรที่ดินแปลงนี้หลินเส้าเฟยให้สามีตัวเองยืมใช้งานชั่วคราว มนัสมีข้อเสนอควรเก็บค่าเช่าเหมาะสมกว่าแต่นางรีบค้านตามกฎหมายทำแบบนี้ไม่ได้ คิดจะยกที่ดินให้กับทางการไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเื่ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจมีปัญหาฟ้องร้องหรือถูกจับกุมในภายหลัง
มนัสไม่ค่อยสบายใจที่ต้องพึ่งพาภรรยาในใจคิดว่าขอยืมใช้ที่ดินเป็การชั่วคราว ภายในเดือนสองเดือนเขาจะหาสถานที่ใหม่ทำเื่เช่าระยะยาวหรือซื้อขาดเลยก็ได้ เพื่อตัดปัญหารวมทั้งคำครหาชาวบ้านที่ตอนนี้เริ่มมองเขากับทหารเป็ตัวประหลาด สาเหตุเกิดจากนำอาหารคนตายมาให้คนเป็ผู้คนในแคว้นเสียมส่วนใหญ่หัวอนุรักษนิยม กว่าจะยอมรับสิ่งเปลี่ยนแปลงใช้เวลานานมากจนตกเป็รองแคว้นเพื่อนบ้านซึ่งปรับตัวได้ดีกว่า
ชายหนุ่มสลัดความคิดวุ่นวายในหัวทิ้งบ่ายนี้ตัวเองมีภารกิจใหญ่หลวงต้องจัดการ อันเป็เื่ใหม่ั้แ่เกิดไม่เคยทำมาก่อนคือการเชือดไก่ตัวเป็ๆ เพื่อทำอาหาร หน้าที่นี้ตอนแรกตกเป็ของจ่าสะอาดโชคร้ายเมื่อวานขณะลำเลียงไก่เข้าสู่เล้า จ่าาุโโดนไก่จ่าฝูงจิกฝ่ามือจนเืสาดหน้าที่พลเชือดจึงตกเป็ของท่านแม่ทัพหนุ่ม
ท่ามกลางสายตาทหารรับใช้กับพ่อครัวมนัสถือมีดสั้นในมือเดินขาแข้งสั่นไม่หยุด ตรงเข้าหาโจวซื่อไห่ผู้ทำหน้าที่พลจับหมอนี่หน้าตาเฉยชาไม่กลัวไก่แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับอาฟู่ซึ่งยังคงปอดแหกไม่เลิกและตรงกันข้ามกับผู้เป็นายตัวเอง มนัสไม่เคยกลัวไก่รวมทั้งไม่เคยเชือดไก่ เห็นไก่ขนสวยหางยาวร้องเสียงแหลมพลันใจแป้วเขาใช้มือซ้ายจับคอเหยื่อแบบกล้าๆ กลัวๆ มีดในมือข้างขวาขยับเข้าใกล้สัตว์ปีกโชคร้ายซึ่งกำลังดิ้นรนสุดกำลังเพื่อเอาชีวิตรอด
“ทหารทุกนายต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนไก่คือทางแก้ปัญหาพวกเ้าเข้าใจใช่ไหม ตอนนี้เรามีเล้าไก่…”
ก่อนตัวเองจะปลิดชีวิตสัตว์ปีกตัวนั้นมนัสวางมีดในมือหันหน้ากลับมาเจื้อยแจ้ว สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนที่กำลังมุงดูผู้ชายใจมดรีบมองคนใกล้ตัวโดยฉับพลัน จ่าสะอาดตบกระบาลเบาๆ พร้อมก้มหน้า ส่วนโจวซื่อไห่มองแบบหยามเหยียดมาที่เขาหมอนี่ไม่ได้ทำหน้าแบบนี้ตั้งนานแล้ว คงผิดหวังผู้เป็นายมากซึ่งมันสมเหตุสมผล
แม่ทัพกำมะลอไม่สามารถเชือดไก่เขาใจเสาะเกินไปไม่เก่งกาจเหมือนคำพูด วิธีแก้ปัญหามีทางเดียวคือการสลับตัว ให้โจวซื่อไห่เป็พลเชือดส่วนตัวเองเป็พลจับทำแบบนี้การสาธิตจะไม่ล่มกลางทาง แต่ตัวเขาเองต้องอับอายขายหน้าประชาชีส่งผลให้มนัสยังตัดสินใจไม่ได้เสียที เอายังไงดี…เอายังไงดี…เอายังไงดี เอ็งนี่มันไม่ได้เื่เลยจริงๆ
“มีคนเข้ามาในค่ายขอรับข้าคิดว่าอาจเป็คุณหนู”
ระหว่างนั้นเองอาฟู่ะโเสียงดังขึ้นมามนัสมองตามเห็นม้าเทียมเกวียนเล่มหนึ่ง กำลังแล่นผ่านป้ายใหญ่ใกล้ผุพังเข้ามาในค่ายผู้เป็แม่ทัพพลันคิดถึงภรรยาผู้น่ารัก วันนี้หลินเส้าเฟยไปช่วยงานบุญสกุลมู่ซาน ฉลองให้แก่ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งซึ่งได้รับเครื่องราชเห็นว่ามีครูบาชื่อดังแคว้นพุกามมาร่วมงานมีขุนนางจากเมืองหลวงมาร่วมกินฟรีดื่มฟรี
ขณะจ้องมองม้าเทียมเกวียนวิ่งกุบกับๆในใจแม่ทัพหนุ่มเต็มไปด้วยคำถาม หลินเส้าเฟยมาที่นี่ตอนนี้ทำไม มีเื่ใหญ่โตเกิดขึ้นกับฮูหยินหรือเปล่าแต่ไม่น่าใช่ทำไมต้องใช้เกวียนเดินทาง ส่งเง็กลู่กังควบม้ามาแจ้งข่าวไม่ดีกว่าหรือ
ต่อมาไม่นานเมื่อเกวียนเล่มนั้นแล่นผ่านเรือนนอนอยู่ในระยะสายตามนุษย์มองเห็นชัดเจน ทุกคนพบว่าบนเกวียนมีสาวงามจำนวนสี่นาง สวยเปล่งปลั่งทุกนางแต่งตัวผิดแปลกคนแคว้นเสียมผู้มาใหม่หยุดเกวียนตัวเองหน้าเรือนอาหาร สาวงามนางหนึ่งหน้าตาสะสวยประหนึ่งนางฟ้ามุ่งตรงมาที่ผู้ชายกลุ่มใหญ่ซึ่งกำลังจ้องมองตาค้าง
“เ้ามาที่นี่ทำไม”
มนัสพุ่งเข้ามาต้อนรับพร้อมกับเอ่ยถามเขาแปลกใจมากที่เจอสาวงามอันดับหนึ่งของแคว้น เดินทางเข้ามาในค่ายหวางซื่อตามลำพังโดยไม่มีแม่นางจางลี่ผู้จัดการโรงละคร ส่วนสาวงามที่มาด้วยกันล้วนอายุใกล้เคียงนาง
“ได้ข่าวว่าท่านอยากทำอาหารจากไก่ข้าเดินทางมาช่วยเหลือท่าน” เหม่ยจูตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“ช่วยเหลือข้า…เ้าจะทำอย่างไร”
“ดูเหมือนท่านติดขัดปัญหาข้าจัดการให้เองโปรดหลีกทาง”
เ้าของเสียงหวานใบหน้างดงามเรือนร่างเต่งตึงส่งสัญญาณมือให้กับสาวงามสามนาง ก่อนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของใครของมัน มนัสซึ่งในตอนนี้เอาแต่ยืนเซ่อเห็นเหม่ยจูหยิบมีดปลายแหลมจากสะเอว เห็นสาววัยรุ่นซึ่งเคยเจอกันในตรอกโลกีย์ เดินมาแย่งสัตว์ปีกร้องกะต๊ากๆจากมือโจวซื่อไห่ จากนั้นเพียงครู่เดียวไก่บ้านตัวนั้นก็พลันชะตาขาด
นางละครใช้มีดในมือท่าทางคล่องแคล่วเหม่ยจูตัดเส้นเืใหญ่ที่คอไก่อย่างเหมาะเหม็ง พร้อมกับบีบเค้นให้เืหล่นใส่ชามสังคโลกเมื่อเืหมดตัวนางส่งไก่ให้สาวๆ อีกสองนาง นำมาต้มในน้ำร้อนเดือดจัดหม้อใหญ่ เพื่อจัดการถอนขนไก่จนสะอาดสะอ้านเืสดๆ ที่ได้จากไก่นำมาต้มในหม้อนึ่งกลายเป็เครื่องปรุงชั้นเลิศของต้มจืดหรือต้มยำ
ใช้เวลาแค่เพียงเศษสองส่วนสามชั่วยามไก่สี่ตัวค่อนข้างมีอายุและไม่ใช่ไก่ไข่ ได้ถูกแปรรูปพร้อมทำอาหารให้กับมนุษย์ ไก่สองตัวถูกแบ่งมาให้เหม่ยจูทำไก่ต้มใส่เครื่องเทศกับซุปไก่รสชาติกลมกล่อม ไก่ตัวที่สามจ่าสะอาดทำแกงไก่ใส่ฟักเขียวและไก่ตัวสุดท้ายมนัสนำมาทำผัดกะเพราไก่ โดยมีไข่ดาวแบบสุกพอดีไว้กินแนมหมั่นโถวร้อนๆ
เมื่ออาหารพร้อมจึงนำมาแจกจ่ายให้ผู้กล้าทหารรับใช้ทุกราย พ่อครัวจอมกตัญญู และทหาราุโจำนวนหนึ่งพากันนั่งหน้าสลอนในเรือนอาหารหลังคามุงจาก ทุกคนเป็หนูทดลองยาผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มนอกจากได้พบสาวงามโรงละครแบบใกล้ชิดแล้ว ยังได้กินอาหารรสเลิศฝีมือแม่นางเหม่ยจูต่อให้ตัวเองท้องร่วงจนหน้าซีดทุกคนขอสู้ไม่ถอย
ทหารส่วนใหญ่ชอบกินไก่ต้มเครื่องเทศมนัสลองชิมพบว่ารสชาติออกเค็มเล็กน้อย ถ้าได้ข้าวสวยร้อนๆ กับน้ำจิ้มแจ่วคงอร่อยกว่านี้เหม่ยจูชอบแกงไก่ใส่ฟักของจ่าสะอาด นายกองเพ้งลองชิมบ้างพลันสูดปากไม่เลิกส่วนผัดกะเพราซึ่งมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่สุด อาฟู่กับอาเ้าน้ำตาไหลพรากความเผ็ดขึ้นสมองต้องเอาใบหน้าแช่น้ำพร้อมกับเพื่อนๆ หลายคน
ผัดกะเพราถึงเผ็ดก็จริงแต่ขายดีมากเหม่ยจูกับสาวๆ ทุกนางหน้าแดงปากแดงแก้มแดง แต่ชมไม่หยุดปากว่าอร่อยเลิศกว่าอาหารนางทำให้มนัสดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้า เขายังพบอีกว่าอากัปกิริยาเวลากินอาหารรวมทั้งเวลาเขินอายเมื่อโดนใครก็ตามกล่าวชม เหม่ยจูช่างเหมือนคุณหญิงดุจดาวราวคนเดียวกัน
เคยคิดว่าตัวเองลืมคุณหญิงไปจากใจครั้นพอได้เจอใบหน้างดงามไร้ตำหนิ น้ำเสียงนุ่มนวลหวานละมุนรอยยิ้มเพียงครึ่งปากตามธรรมชาติ รวมทั้งดวงตาสวยซึ้งแฝงความหมองเศร้าผู้เดินทางมาจากแดนไกลใจสั่นทันที อารมณ์ดิ่งลึกลงเหวกินแกงไก่ใส่ฟักไม่อร่อยขณะที่เขากำลังนั่งจ๋องสาววัยรุ่นจากโรงละคร เดินเข้ามาพบสาวงามอันดับหนึ่งแบบเงียบกริบ
“นางชื่อซิ่วซิ่วเป็สาวใช้ข้า” คุณหนูโรงละครอธิบายเล็กน้อย ก่อนหันมาสอบถามคนของตัวเอง “เ้ามีอะไร”
“ข้ากับพี่ๆเก็บของเสร็จแล้วเ้าค่ะ”
“พวกเ้าทำดีมากรอครู่หนึ่งเดียวข้าตามไป”
สาววัยรุ่นก้มหัวเล็กน้อยก่อนหันหลังกลับมุ่งตรงมายังม้าเทียมเกวียนของโรงละคร อันมีสาวงามอีกสองนางนั่งรอคู่กันระหว่างนั้นเองมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ทำให้มนัสอดไม่ได้ที่จะนินทากับลูกน้องคนสนิท
“พี่โจวของผมดูแปลกไปแม่นางซิ่วซิ่วเดินผ่านทำเป็มองไม่เห็น”
“ผมว่ามันกลัวโดนควักไส้ควักพุงเด็กคนนั้นชำแหละไก่อย่างกับมืออาชีพ”
“แต่ผมกลัวมันคิดหมายปองลูกสาวแม่ทัพเจิ้ง”
“ของมันแน่อยู่แล้วหมวดเป็ผมผมก็เลือกคุณหนูผิง ต่างจากเง็กลู่กังหรือซิ่วซิ่วแบบฟ้ากับเหว”
“แหม่…ทำอย่างกับมันเลือกได้”
การนินทาคนรับใช้และสาวงามทั้งหลายจำเป็ต้องยุติลงเป็การชั่วคราว เมื่ออยู่ดีๆ เหม่ยจูลุกขึ้นยืนอวดความงดงาม นางชายตามองมาที่ท่านแม่ทัพทหารหวางซื่อก่อนเดินตัวปลิวเข้าใกล้ต้นหลิวหลังเรือนอาหาร มนัสเห็นเข้ารีบเดินตามหลังมาติดๆ หนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวยืนคู่กันไม่ไกลจอมปลวกใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นในวันท้องฟ้าแจ่มใส
“มีคนบอกว่าว่าท่านจำความไม่ได้” นางละครชิงเปิดคำถามแรกทันที
“อุ่ย!” มนัสได้ยินเข้าถึงกับสะดุ้งโหยง ในใจรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “เ้ารู้เื่นี้ด้วยหรือ”
“เมืองเจียงหาวไม่มีความลับ”
“แต่ทุกคนมักปิดปากเงียบ”
“นี่คือนิสัยประจำตัวท่านต้องหาวิธีทำให้พวกเขาพูด”
“และเ้าทำได้เก่งกว่าข้าเ้ารู้แม้กระทั่งเื่ทำอาหารวันนี้”
“ข้าคิดว่าท่านกำลังถ่อมตัวท่านทำให้คนแคว้นเสียมกล้ากินไก่” ฝ่ายสาวต่อปากต่อคำไม่เลิก
“เอาล่ะ…ข้ายอมแพ้” ฝ่ายชายถอนหายใจ “หลังจากหายป่วยข้าความจำเสื่อมเ้าอย่าบอกเื่นี้กับใครล่ะ”
มีการปะทะคารมแค่พอหอมปากมนัสรู้อยู่แล้วเื่ตัวเองไม่ใช่ความลับ เพียงแต่ไม่นึกว่าจะเลยเถิดได้ถึงขนาดนี้คิดไปคิดมาเหม่ยจูอาจรับรู้เร็วกว่าใคร นางเป็ถึงนางรำโรงละครชื่อเสียงโด่งดัง อันเป็ที่หมายปองของผู้ชายทั่วทั้งแคว้น
เขาพยายามปกปิดเป็ความลับก็จริงบังเอิญมีขุนนางระดับสูงจากเมืองหลวง เดินทางมาพบที่ค่ายหลังพิธีส่งตัวเข้าหอ เหม่ยจูคงรู้ทุกอย่างจากขุนนางกลุ่มนั้นแต่ทำไมนางอยากคุยเื่นี้กับเขา มนัสบอกกับตัวเองว่าไม่รู้อะไรเลยสักนิด
“ข้าไม่ได้มาหาเื่…ท่านอย่าเข้าใจผิด”
เหม่ยจูสร้างความประหลาดใจอีกครั้งนางผละออกมาจากจอมปลวกใหญ่ บริเวณใต้ต้นหลิวมีเก้าอี้ไม้สองตัวคู่กัน หญิงสาวเดินสวยสง่ามานั่งบนเก้าอี้ฝั่งขวามือเมื่อแม่ทัพหนุ่มนั่งเก้าอี้ฝั่งซ้ายนางเริ่มพูดคุยอีกครั้ง
“ข้าเป็คนแคว้นซ่งอพยพมาอยู่ที่นี่ระหว่างเดินทางถูกโจรป่ากลุ่มหนึ่งดักปล้น พวกมันฆ่าท่านพ่อท่านแม่และคนรับใช้ผู้ชายโชคดีนายกองวู่นำทหารเข้ามาช่วยเหลือ ข้ากับแม่นมจึงรอดตายมาอาศัยอยู่ที่นี่”
“แม่นม…” มนัสคิดถึงผู้หญิงแต่งหน้าจัดบุคลิกดี “ข้านึกว่าแม่นางจางลี่เป็น้าสาวเ้า”
“นางเป็ญาติห่างๆฝั่งท่านแม่ ท่านเรียกนางแบบนั้นได้เหมือนกัน”
“วันนี้แม่นมของเ้าไม่มาด้วยหรือ”
“ท่านอาไปเมืองหลวงเพื่อติดต่อเื่งาน”
ฟังคำอธิบายมนัสแปลกใจกว่าเดิมสรุปว่าเป็แม่นมหรือท่านอาหรือน้าสาว ดูเหมือนคนแคว้นซ่งใช้คำพูดแตกต่างออกไปช่วยกระตุ้นอาการปวดหัวได้เป็อย่างดี ชายหนุ่มเผลอมองเสื้อเกาะอกสีขาวลายลูกไม้ทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกันไม่มีผ้าคาดเอว ชายกระโปรงยาวพอดีพื้นมีซับในสีขาว วันนี้อากาศอบอุ่นเหม่ยจูจึงไม่สวมผ้าคลุมเผยเรือนร่างสมส่วนเต่งตึงแต่ไม่โป๊สักนิดเดียว นี่คงเป็เครื่องแต่งกายผู้หญิงแคว้นซ่งเหมือนนางละครบนม้าเทียมเกวียนกำลังสวมใส่
“ข้าอยากขอโทษท่าน”
ทันใดนั้นเองเหม่ยจูย่อตัวลงนั่งชันเข่าทำท่าคารวะพร้อมกับก้มหน้ามองพื้น คู่สนทนาใรีบนั่งชันเข่าตามกัน มนัสพยายามดันร่างสาวงามขึ้นมาจากพื้นแต่ผู้หญิงแคว้นซ่งไม่ยอมทำตามท่าเดียว นางยังคงก้มหน้าเพ่งมองต้นหญ้าต่อไป
“เ้าลุกขึ้นเถอะเสื้อผ้าเลอะหมดแล้ว” คนพูดสีหน้าหนักใจเหลือเกิน
“เมื่อรู้ว่าท่านจำความไม่ได้ข้าอยากบอกเื่นี้กับท่าน” เ้าของเสื้อเกาะอกลายลูกไม้พูดโดยไม่ยอมสบตา“สองปีที่แล้วมีพิธีลอยยี่เป็งที่เมืองเจียงสี่ ระหว่างจัดงานทหารแคว้นซ่งลอบเข้ามาโจมตีนายกองวู่นำกำลังทหารน้อยนิดเข้าปะทะ เปิดโอกาสให้ทุกคนหนีออกไปนอกเมือง คืนนั้นเขาตายอย่างสมเกียรติชายชาติทหารข้าอยากขอโทษท่านจริงๆ”
น้ำเสียงสาวงามทั้งแหบแห้งและสั่นไหวบนใบหน้าแสดงความเสียใจเ็ปรวดร้าว ส่งผลให้คู่สนทนาอ้ำอึ้งหนักกว่าเดิม มนัสรู้เื่นี้ได้สักพักหนึ่งแล้วจากการมานอนค้างคืนในเรือนทหาร เขายังรู้อีกว่าเมืองเจียงสี่ถูกแคว้นซ่ง แม้พื้นที่ส่วนอื่นยังเป็ของแคว้นเสียมก็จริงทว่าฝ่ายเรากลับไม่ส่งทหารเข้าไปดูแล ทำให้เกิดการปะทะกันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แต่สิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจเป็อย่างยิ่งก็คือเื่ทั้งหมดเป็การต่อสู้ระหว่างแคว้นสองแคว้น
“พ่อข้าตายเพราะรบกับทหารแคว้นซ่งเหตุอันใดเ้าถึงขอโทษข้า”
“ั้แ่นายกองวู่ตาย…ท่านไม่ยอมคุยกับข้าอีกเลย”
เ้าของตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดในแคว้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็บุตรชายผู้มีพระคุณ แววตาเธอคล้ายมีคำถามปะปนคำประท้วงถึงเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา เธอทำความผิดใหญ่หลวงใช่ไหมเธอไม่สมควรได้รับการอภัยใช่ไหม เธอเป็คนเลวน่ารังเกียจใช่ไหมแววตาสาวงามกำลังส่งข้อความพวกนี้มาที่ฝ่ายชาย
หนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวสบตากันแต่ไม่สื่อสารกันแค่เพียงไม่นานเหม่ยจูเช็ดน้ำตาอาบสองแก้ม นางลุกขึ้นยืนพร้อมผู้ที่นางอยากพบหน้าคารวะหนึ่งครั้งมองด้วยดวงตาเศร้าโศกหนึ่งครั้ง ก่อนหันหลังกลับมุ่งตรงมายังเกวียนโรงละคร
มนัสได้แต่ยืนมองสาวงามจากที่เดิมมองจนกระทั่งเกวียนเล่มนั้นหายลับตา ในใจอยากบอกผู้หญิงคนนี้เหลือเกินว่าเขาไม่คิดโทษเธอมันเป็เื่การทำา เธอไม่ใช่คนผิดไม่มีใครสักคนเป็คนผิดมีแค่คนที่ตายไปแล้วกับคนยังมีชีวิตอยู่ ฉะนั้นเธอไม่จำเป็ต้องก้มหัวให้ใคร โชคร้ายเหลือเกินคำพูดเหล่านี้ติดอยู่ในใจเนื่องจากตัวเองไม่ใช่บุตรชายนายกองวู่ตัวจริง เขาจึงไม่อาจเอ่ยปากแทนบุตรชายตัวจริงรวมทั้งไม่รู้สักนิดเกิดอะไรขึ้นกับหนุ่มสาวคู่นี้
ผู้เป็แม่ทัพยืนหน้ามุ่ยตามลำพังพร้อมกับเพ่งมองด้วยหางตามาที่ต้นหลิว ถ้าดูผิวเผินมันคือต้นหลิวธรรมดาทั่วไปแต่ถ้าสำรวจอย่างละเอียดลออจะพบว่า มีอะไรสักอย่างที่หนาๆ ตันๆ แฝงตัวอยู่บนลำต้น
“ออกมาได้แล้วเดี๋ยวมดกัดตาย”
สิ้นคำพูดพลันมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นจ่าสะอาดไม่รู้หยิบเสื้อคลุมสีเขียวจากที่ไหน เ้าตัวเสี่ยงตายปีนขึ้นไปเกาะกิ่งต้นหลิวเพื่อแอบฟังบทสนทนาระหว่างนายทหารไทย กับสาวงามแคว้นเสียมผู้เดินทางมาจากแคว้นซ่ง
“ไอ้มดเวร! พรุ่งนี้พ่อจับทำยำไข่มดแดง”
ทั่วเรือนร่างจ่าาุโมีแต่รอยแดงเป็จ้ำๆเกิดจากสัตว์ตัวเล็กสีส้มยาวแค่หนึ่งเิเเมื่อตัวเองเดินออกมาพบผู้เป็เ้านาย เห็นหมวดมนัสหน้าบึ้งคล้ายโดนทหารจีนโอบล้อมเจอหน้ากันคนอายุน้อยกว่าตั้งคำถามทันที
“จ่าคิดยังไงกับเื่นี้”
“ผมคิดว่า” ผู้าุโกว่าพยายามเรียบเรียงความคิด “แม่นางเหม่ยจูรู้จักท่านแม่ทัพพวกเขาน่าจะสนิทกันพอสมควร แต่ถึงขั้นรักใคร่ชอบพอกันหรือเปล่าเื่นี้คงไม่มีใครรู้นอกจากคนสองคน”
หลังพูดออกไปจ่าสะอาดยืนรอที่เดิมในใจคิดว่าหมวดมนัสต้องถามเื่ใหม่ ปรากฏว่าคิดผิดคู่สนทนาเอาแต่นิ่งเฉยไม่พูดอะไรเลยได้ยินแค่เพียงเสียงถอนหายใจ ทำให้ตัวเองพลอยนิ่งเงียบตามกันไปด้วยชายวัยกลางคนนึกย้อนกลับไปยังสองวันก่อน วันที่คุยกันเื่คุณหนูหลินแล้วพลันเศร้าสลดเขาเป็คนโยนะเิเวลาใส่แสกหน้าหมวด
ระหว่างผู้หญิงที่หลงรักหมดหัวใจกับผู้หญิงที่นอนข้างกายทุกค่ำคืน ถ้าเกิดขึ้นกับตัวเองคงเลือกไม่ถูกเหมือนกัน
-------------------------------
ปล.ผู้หญิงเขามาง้อนะท่านแม่ทัพนางง้อหนักเลยด้วยอย่าทำไขสือ