ฟางเสวี่ยเฟยยามนี้เมื่อได้พบเจอ กลับมีหลายสิ่งเหนือความคาดหมายนัก...
บุคลิกภายนอกของบุรุษผู้นี้ อาจไม่แตกต่างจากมันคาดคิดไว้ นาคามูระโยชิอินับเป็ยอดฝีมือ ซึ่งยากพานพบจริง ๆ เพียงตบะสมาธิซึ่งแสดงออกก็แทบไม่เคยพบพานผู้ใด เทียบบุรุษผู้นี้ได้ ทว่านี่มิใช่เื่เหนือความคาดหมาย สิ่งซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่ฟางเสวี่ยเฟยกลับเป็วาจาท้าทายของบุรุษผู้นี้
คำถามหนึ่ง พลันบังเกิดขึ้น ในห้วงความคิดประมุขตระกูลฟาง
‘เหตุใดคนผู้นี้ คล้ายไม่รักถนอมชีวิตตนเอง? คล้ายจงใจก้าวเดินเข้าสู่ห้วงความตายตลอดเวลา วันนี้มันยังยืนหยัดอยู่ได้หากสักวันต้องไม่เป็เช่นนี้แน่ สิ่งเหล่านี้นาคามูระ โยชิอิ ย่อมรู้ดีกว่าใครถ้าอย่างนั้นทำไมมันกระทำเช่นนี้? หรือในชีวิตมันไม่มีสิ่งใดให้อาลัยอาวรณ์แล้ว?’
ดรุณีน้อยเ้าของแววตาขึ้งโกรธ จ้องหน้าโยชิอิเขม็ง
“เช่นนี้แสดงว่า เ้ามั่นใจ...สามารถชนะพวกเราได้”
“หากพวกท่านร่วมมือกัน คาดว่าในปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถชนะได้”
“แต่เ้ายังท้าให้พวกเราเข้ามาพร้อมกัน...พี่จวี๋ฮวาพี่ฝูหรงเราช่วยกันสั่งสอน เ้าคนยโสนี่กันเถอะ”
หลินจวี๋ฮวากับติงฝูหรง ต่างนั่งนิ่ง คล้ายไม่ได้ยินคำพูดของหลินอิงฮวา
ดรุณีน้อยขยี้เท้าอย่างขุ่นเคืองใจ
“ไฉนพวกท่าน ไม่คิดจัดการมัน”
นาคามูระ โยชิอิเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าพเ้าทราบ ด้วยฐานะพวกท่าน ย่อมไม่กลุ้มรุมผู้ท้าประลองยุทธ์กับท่านพร้อม ๆ กัน เช่นนี้หากต้องสู้กับพวกท่านแต่ละคนข้าพเ้ากลับมีความมั่นใจอยู่บ้าง”
หลินอิงฮวาหน้าเสียทันที นางลืมคิดถึงเื่นี้เสียสนิทบัดนี้จึงเข้าใจว่าเหตุใดคนผู้นี้ กล้าท้าประลองกับทุกคนพร้อมกันเ้าปีศาจตนนี้ทั้งไม่บ้า ไม่โง่ทั้งยังฉลาดอย่างยิ่ง
“ที่แท้เ้าคาดการณ์ไว้แต่แรก พวกเราต้องไม่ร่วมมือกันแน่แต่หากพวกเราผลัดเปลี่ยนกันประลอง เ้าต้องพ่ายแพ้แน่นอน”
“อย่างนั้น พวกท่านผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเถอะ”
ติงฝูหรงขมวดคิ้วอย่างคาดไม่ถึง เมื่อแรกได้ยินคนผู้นี้กล่าววาจาท้าทายยังเข้าใจว่านาคามูระ โยชิอิ เพียงพูดด้วยความทะนง ถือดีในฝีมือตนเองเท่านั้นยามนี้จึงทราบว่า ประเมินผู้อื่นต่ำเกินไปแล้ว
นางกล่าวแทรกขึ้นอย่างสุขุม
“ท่านโยชิอิได้คำนวณไว้แต่แรก ด้วยฐานะของพวกเรา ไหนเลยเอารัดเอาเปรียบท่านไม่มีทางกลุ้มรุมท่านผู้เดียว ในการประลองยุทธ์แน่ ๆ การใช้วิธีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันต่อสู้ นับเป็การเอารัดเอาเปรียบอย่างหนึ่ง พวกเราไหนเลยจะกระทำเช่นนั้นแท้จริงท่านประเมินอยู่ก่อนแล้วว่า จะได้ประลองกับพวกเรา เพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้นใช่หรือไม่? ท่านคิดประลองกับผู้ใด?”
หลินอิงฮวาเกิดประกายตา วาบขึ้นในทันที
“ที่แท้เ้าเพียงพูดประโคมโหม กลับคิดไว้แต่แรกถึงอย่างไรก็ต่อสู้กับพวกเรา เพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น”
“ข้าพเ้ามิได้ประโคมโหมข้าพเ้า้าประลองกับทุกท่านจริง ๆ แต่ข้าพเ้าคาดคิดได้เช่นกันว่าพวกท่านต้องไม่เอารัดเอาเปรียบข้าพเ้า”
“เช่นนั้นข้าพเ้า จะประลองกับเ้าเอง” หลินอิงฮวาทำท่า จะลงไม้ลงมือจริง ๆแล้ว
ฟางเสวี่ยเฟยหันมองหน้า ผู้คนซึ่งพูดกันอยู่สลับไปมา รับฟังคำสนทนาจนขมวดคิ้วมุ่น สมองครุ่นคิดพฤติกรรมของนาคามูระ โยชิอิ ฉับพลันเงาทะมึนวูบหนึ่งแวบเข้ามาในห้วงความคิด!
อาการเมามาย อันหลงเหลือมลายไปสิ้น ดวงตาคล้ำยังแดงก่ำหากแววตาไม่เหมือนเดิมแล้ว!
สมองแจ่มใสตื่นตัว รีบกล่าวแทรกขึ้นในทันที
“เดี๋ยวก่อน...หากน้องอิงฮวาหรือน้องจวี๋ฮวาเสียชีวิตในการประลองจะเป็เช่นไร”
หลินอิงฮวาหันมาตอบอย่างมั่นใจยิ่ง
“พวกท่านย่อมต้องแก้แค้น ให้เราพี่น้องแน่นอน”
“อืมม์...เราต้องไม่นิ่งดูดาย อย่างแน่นอน” ติงฝูหรงพยักหน้ารับเช่นกัน
ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง
“พวกท่านไม่คิดถอนตัวหรือ หากมีใครเสียชีวิต ยังต้องประลองต่อหรือ”
“หากเราคนใดเสียชีวิต ใต้คมดาบท่านโยชิอิ เ้ายังคิดถอนตัวหรือ?”
ฟางเสวี่ยเฟยถอนหายใจ ยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
“ข้าพเ้าถอนตัวไม่ได้จริง ๆ”
ประโยคต่อไป ยิ่งกล่าวยิ่งจริงจังกว่าเดิม
“ถ้าเช่นนั้น...คนเข้าประลองคนต่อไป ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”
ทุกคนหันมาจับจ้อง เ้าของคำพูดประโยคนี้เป็ตาเดียว
สีหน้าหลินอิงฮวา ฉงนฉงายอย่างยิ่ง
“ไฉนเป็เช่นนั้น? หลังจากต่อสู้แม้มันชนะย่อมเสียพละกำลังไม่น้อย โอกาสจะชนะติดต่อกัน ไม่น่าเป็ไปได้หรือพี่เสวี่ยเฟยคิดว่า พลังฝีมือพวกเราห่างชั้นกับคนผู้นี้มาก”
ฟางเสวี่ยเฟยส่ายหน้า พลางกล่าวอธิบายว่า
“พลังฝีมือไม่ห่างชั้นกันแน่นอน แต่เพราะผู้เข้าประลองคนที่สองย่อมต้องพุ่งเข้าใส่ด้วยโทสะ บวกกับความกระวนกระวายแม้ท่านโยชิอิสูญเสียกำลังไปมาก ยังสามารถฉกฉวยช่องโหว่เอาชัยได้”
“ถ้าอย่างนั้น ยังมีคนที่สามประลองอีกล่ะ”
“โอกาสชนะของคนที่สาม มีน้อยกว่าคนที่สองอีกกว่าครึ่ง”
หลินอิงฮวารับฟังจนมึนงง ไหนเลยยอมรับเื่เหล่านี้ได้
“ไฉนเป็เช่นนั้น ตบะสมาธิของพวกพี่ ไหนเลยถูกโยกคลอนได้โดยง่าย?”
ฟางเสวี่ยเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาอบอุ่นอ่อนโยน หันไปมองสตรีทั้งสามซึ่งอยู่รอบกายตน จากนั้นสายตาแน่วนิ่ง กลับไปจับจ้องนาคามูระ โยชิอิด้วยความรู้สึกยอมรับนับถือ
“นั่นเป็เพราะท่านโยชิอิ ทราบความสัมพันธ์ของพวกเราดีพวกเราสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้อง หากผู้หนึ่งเห็นใครเสียชีวิตไหนเลยคงความเยือกเย็นไว้ได้ ย่อมต้องเกิดช่องโหว่ ให้ท่านโยชิอิสามารถฉกฉวยได้”
หลินอิงฮวาถึงกับเหงื่อซึม เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้จับจ้องบุรุษผู้อยู่เบื้องหน้า แววตาประหวั่นพรั่นพรึง บัดนี้นางจึงยอมรับคนผู้นี้เป็คู่มือผู้น่ากลัวจริง ๆ ไม่เพียงพลังฝีมือล้ำเลิศยังมีกลยุทธ์ร้ายกาจอย่างยิ่ง!
สถานการณ์ขณะนี้กลายเป็ว่า ผู้ประลองเป็คนแรกกลับเป็ผู้มีโอกาสชนะมากที่สุด
หากใครเล่าจะมั่นใจสามารถเอาชนะมือสังหารไร้รักได้...
ติงฝูหรงกล่าวน้ำเสียงกระด้างขึ้น
“พวกเราไม่มีความแค้นกับท่าน ทำไมจึงต้องประลองกันด้วย?”
“เพราะพวกท่าน ้าไปหมู่ตึกพันอักษร”
“หรือการไปหมู่ตึกพันอักษร นับเป็ความผิด?”
“ไม่ผิด แต่ข้าพเ้า้าคัมภีร์พันอักษร”
“ใคร ๆ ล้วน้าคัมภีร์พันอักษร หรือท่านต้องฆ่าให้หมดทุกคน?”
“ไม่จำเป็ต้องฆ่าทุกคน เพียงฆ่าผู้มีความสามารถแย่งชิงกับข้าพเ้าได้เท่านั้น”
“หากท่าน้าประลอง ไยไม่รอให้ถึงหมู่ตึกพันอักษรก่อน?”
“ข้าพเ้าเห็นว่า นั่นกลับไม่จำเป็”
“เรา้าไปหมู่ตึกพันอักษร แต่ไม่คิดแย่งชิงกับผู้ใด”
หยางป๋อหูรีบกล่าวเสริมอย่างรวดเร็ว
“ข้าพเ้าด้วยเช่นกัน”
“วันนี้พวกท่านยังไม่้าผู้ใดประกันได้ว่าอีกครึ่งเดือน...หนึ่งปีพวกท่านจะคิดเช่นเดิม”
ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าติงฝูหรงแล้ว น้อยครั้งนางจะรู้สึกหงุดหงิดเช่นนี้
นางถามตัวเอง คนผู้นี้ไม่รู้จักคำว่า เหตุผลบ้างหรืออย่างไร
น้ำเสียงราบเรียบของนาคามูระ โยชิอิยังคงกล่าวถาม
“ผู้ใดจะประลองกับข้าพเ้าเป็คนแรก”
“ยังคงเป็ข้าพเ้า!” หลินอิงฮวาก้าวออกมา ยืนเผชิญหน้ากับนาคามูระ โยชิอิ
แววตาเคืองแค้น จางหายไปบางส่วน หากแววเ้าเล่ห์แสนกล กลับเปี่ยมล้นดวงตา
“ผู้อื่นไม่มีความแค้นกับเ้า แต่ข้าพเ้ามี!เื่วิทยายุทธ์ข้าพเ้าสู้ไม่ได้ แต่สามารถประลองอย่างอื่นได้เ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่”
“ข้าพเ้าตกลง”
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ ปนกระหยิ่มยิ้มย่อง เกลื่อนใบหน้า
“เ้าไม่ทันถามไถ่ กลับตอบรับอย่างง่ายดาย ไม่กลัวข้าพเ้าแข่งทำอาหารปลูกต้นไม้หรือไง”
“เ้าไม่ประลองทำอาหาร ปลูกต้นไม้แน่นอน...ปีศาจพนันน้อยย่อมต้องแข่งทอดลูกเต๋า เล่นไพ่เก้า”
หลินจวี๋ฮวาและคนอื่น ๆ คาดอยู่แล้วว่า สิ่งที่หลินอิงฮวาจะประลองคือการเล่นพนัน ทุกคนรู้ดีนางมั่นใจ ฝีมือการพนันของตนยิ่ง กระนั้นในใจแต่ละคนแฝงความประหลาดใจยิ่ง แม้แต่เื่นี้นาคามูระ โยชิอิยังคาดการณ์ได้บุรุษผู้นี้ตระเตรียมรับมือ ทุกผู้คนมาดียิ่งจริง ๆ
หลินอิงฮวายิ้มอย่างมีเลศนัย ขอเพียงนาคามูระ โยชิอิยอมรับวิธีประลองนางมั่นใจต้องได้ชัยอย่างแน่นอน ดรุณีน้อยหยิบไพ่ออกจากห่อผ้า นำมาตัดอย่างชำนาญ
“ว่าอย่างไร...ถ้าเ้าไม่กล้า เลือกวิธีอื่นก็ได้นะ”
“ข้าพเ้ากล้า...แต่ข้าพเ้าเล่นไพ่ไม่เป็”
“อย่างนี้เป็ไร ใครแต้มมากกว่าชนะ” หยางป๋อหูรีบหยิบ ลูกเต๋าสามลูกออกจากในเสื้อ ยื่นให้หลินอิงฮวา
มันกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ใจจดจ่อกับลาภลอยอันไม่คาดคิดเื่ราวในวันนี้ต้องขายดียิ่ง บทประโคมโหมล้วนอยู่ในสมองมันแล้ว...
หลินอิงฮวาเพ่งมองลูกเต๋าในมือ ครุ่นคิดครู่หนึ่งค่อยปรายหางตาไปยังนาคามูระ โยชิอิ
“เราประลองกันสองครั้ง ผู้ชนะในแต่ละครั้ง สามารถสั่งให้ผู้แพ้ทำงานให้ตนได้หนึ่งเื่ ท่านยอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่”
ฟางเสวี่ยเฟยอมยิ้ม เด็กน้อยคนนี้ฉลาดยิ่ง หากประลองเพียงครั้งเดียวในเื่การพนันถึงจะมั่นใจ แต่ผู้ใดสามารถกะเก็งได้ว่า จะชนะอย่างแน่นอนถ้าหากประลองมากครั้ง เรามีโอกาสมากขึ้น ผู้อื่นย่อมมีโอกาสมากขึ้นเช่นกันดังนั้นการประลองเพียงสองครั้ง นับเป็วิธีที่ดีที่สุดนางถือเป็ปีศาจพนันน้อยจริง ๆ
ฟางเสวี่ยเฟยยังมองออกถึงเหตุผลสำคัญอีกประการ ซึ่งหลินอิงฮวาเลือกประลองลูกเต๋าแทนที่จะสู้กับท่านโยชิอิ ด้วยฝีไม้ลายมือแท้จริง
การประลองด้วยพลังฝีมือ อาวุธไม่มีตา หากพ่ายแพ้ย่อมจบชีวิตภายใต้คมดาบยาวแน่ ทว่าหากพนันลูกเต๋า ถึงแพ้ก็แค่ทำงานให้ท่านโยชิอิเท่านั้นปิดประตูตายไว้เรียบร้อย แม้แพ้ยังไม่ขาดทุนจนหมดตัว หากชนะยิ่งได้กำไร
นาคามูระ โยชิอิเพียงพยักหน้า
หลินอิงฮวาไม่พูดพร่ำทำเพลง ลูกเต๋าซึ่งกำไว้ในฝ่ามือ พลันพุ่งฝ่าอากาศซัดตรงเข้าใส่นาคามูระ โยชิอิอย่างรวดเร็ว นางถึงกับดีดลูกเต๋าทั้งสามด้วยพลังดรรชนีพิรุณคลุมฟ้า!
“เชิญท่านทอดก่อน!”
ลูกเต๋าเปี่ยมพลังดรรชนีพุ่งใส่หว่างคิ้ว นาคามูระ โยชิอิ รวดเร็วปานสายฟ้ารุนแรงดุจะุเหล็ก!
นาคามูระ โยชิอิกลับไม่ใส่ใจ สภาวะร้อนแรง ดั่งอาวุธซัดเบื้องหน้ามันยืนนิ่งรอกระทั่งเต๋าทั้งสามลูก เข้ามาถึงระยะ่แขน ค่อยใช้มือซ้ายตวัดฝักดาบหมุนเป็วงกลม พริบตานั้น เต๋าทั้งสามลูกถูกแรงหมุนดึงดูด เบี่ยงเบนหันเหทิศทางพลังดรรชนีอันแฝงมากับเต๋าทั้งสาม ถูกสลายสิ้นโดยพลัน!
บัดนี้ลูกเต๋าทั้งสาม กลับคล้ายถูกดูดติด กับฝักดาบก็มิปาน!
นาคามูระ โยชิอิ หมุนฝักดาบเป็รอบที่สอง ลูกเต๋าทั้งสามยังควงหมุนวนกลางอากาศอีกรอบ ก่อนตกลงบนพื้นอย่างแ่เบา เต๋าทั้งสามตกลงเบื้องหน้าหมุนติ้วอยู่เนิ่นนาน สายตาแน่วนิ่งยังคงจับจ้อง ใบหน้าหลินอิงฮวาอย่างเลื่อนลอยมันไม่สนใจแม้แต่น้อยว่า ลูกเต๋าเหล่านี้จะได้แต้มเท่าไหร่
สอง สาม สี่ บวกแล้วได้เพียงเก้าแต้ม มันทอดได้แต้มน้อยอย่างยิ่ง!
รอยยิ้มเย้ยหยัน เปี่ยมใบหน้าดรุณีน้อย กระบี่ในฝักสีดำสนิทฝังมุกมณีซึ่งห้อยอยู่ข้างเอว พลันหลุดจากฝัก พุ่งตรงไปยังทรวงอกนาคามูระ โยชิอิด้วยระดับความเร็ว ไม่ด้อยกว่าลีลาดีดลูกเต๋าเมื่อครู่!
ประกายคมกระบี่ราวรุ้งขาว พุ่งวาบแน่วนิ่งไม่เบี่ยงเบน จวนเจียนเจาะทะลุทรวงอกฝ่ายตรงข้าม!
ทว่าฉับพลัน เมื่อคมกระบี่เข้าถึง ระยะดาบของนาคามูระ โยชิอิกระบี่ยาวพลันคลายสภาวะ ลำกระบี่ตวัดลงเบื้องล่าง ปลายกระบี่ช้อนเต๋าทั้งสามลูกม้วนขึ้นกลางอากาศ จากนั้นตกลงพื้นหมุนติ้ว เบื้องหน้าคนทั้งสอง
ลูกเต๋าออกหก ทั้งสามลูก! นางหัวเราะ ตบมืออย่างดีใจ
“ข้าพเ้าชนะหนึ่งครั้งแล้วนะ”
นาคามูระ โยชิอิเพียงพยักหน้าแขนเสื้อยาวข้างขวา โบกขึ้นวูบหนึ่ง ลูกเต๋าทั้งสามบนพื้น ถูกพลังแขนเสื้อม้วนวูบลอยกลางอากาศ ทว่าฝุ่นทรายรอบบริเวณนั้น มิได้ฟุ้งกระจายขึ้นแม้ธุลีเดียว!