เฟยหรงกล่าวด้วยความรู้สึกกล้ำกลืนออกมาหากเขาทำได้คงไม่จมปลักอยู่ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้เป็แน่คงพยายามที่จะไขว่คว้าพลังเพื่อพบเจอกับนาง
แต่ด้วยพร์ที่ต่ำต้อยของตน ที่ไม่สามารถที่จะทะลวงผ่านไปยังระดับที่สูงกว่าได้แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างหนัก ตลอด่เวลาที่ผ่านมาอย่างไม่ย่อท้อแต่ก็เพียงทำให้ระดับพลังเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเฟยหรงรู้สึกอยากที่จะปลิดชีพตนเอง ในความไร้พร์ของตน
“เป็ดั่งที่นางกล่าวข้าไม่มีวาสนานั้นจริงๆ...”
เฟยหรงทำได้เพียงกล่าวกับตนเองภายในด้วยความรู้สึกเสียใจเมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว จึงเริ่มกล่าวออกมาอีกครั้ง
“นางได้มอบจี้หยกดำนี้ไว้ให้แก่เ้า...และได้ทิ้งบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ภายในป่าลมหวน ในที่ที่เ้ากำลังจะเดินทางไปตัวเ้าที่กล่าวขึ้นมาด้วยตนเอง ว่า้าที่จะเดินทางไปยังที่แห่งนั้นเมื่อเริ่มฝึกยุทธได้เพียงไม่นาน... ช่างราวกับกับโชคชะตาได้ชี้นำทางยิ่งนัก!”
ครั้งแรกที่ได้ยินบุตรชาย้าไปยังป่าลมหวน มันลอบตกตะลึงอยู่ภายในไม่น้อย เพราะบุตรของตนได้เริ่มฝึกฝนลมปราณเพียงไม่นานกลับ้าไปยังที่ที่มารดา ได้ทิ้งบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ให้ทันทีโดยที่ตัวเขาไม่ได้บอกกล่าวสิ่งใดออกไป
“มารดาเ้าได้บอกกล่าวแก่ข้าไว้ในอดีต...ว่าหากเ้านำจี้หยกดำติดตัวไปยังสถานที่แห่งนั้น จะสามารถทำให้เ้าได้พบเจอกับสิ่งที่นาง้าทิ้งเอาไว้ให้”เฟยหรงกล่าวพร้อมมองไปยังจี้หยกดำที่อยู่ในมือของบุตรชายตน
“เป็เช่นนี้นี่เอง...”
“ท่านพ่อหากข้าสามารถพบเจอท่านแม่ได้ ข้าจะทำทุกหนทางเพื่อให้นางกลับมาเจอท่านอีกครั้งอย่างแน่นอน! ” ตัวเขารับรู้ได้ถึงความรัก ที่บิดามีต่อมารดาอย่างชัดเจน
ถึงจิติญญาหลักของจูเยว่จะพบเจอกับบิดาได้เพียงไม่นาน แต่ความรู้สึกที่เขาได้รับจากอดีตจิตวิญาณที่หลอมรวมเข้ากับตนเองก็มีไม่น้อย จูเยว่รู้สึกเคารพในบุรุษผู้นี้เสมือนเป็บิดาของตนเองจริงๆ จึง้าทำอะไรสักอย่างเพื่อการตอบแทน
เฟยหรงได้มองไปยังบุตรชายของตนด้วยดวงตาที่ชื้นขึ้นมาราวกับเข้าใจความนึกคิดของบุตรชาย ที่้าตอบแทนบางสิ่งบางอย่างแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์แล้วกล่าวออกมา
“เ้าอย่าพึ่งคิดในเื่นำมารดาของเ้ากลับมาหาข้าแต่อย่างใด มันคงหาได้ง่ายดายเช่นนั้นถ้ามารดาเ้าสามารถกลับมาได้ เช่นนั้นนางคงรีบกลับมาเพื่อพบเจอหน้าเ้าแล้ว...”เฟยหรงกล่าวเตือนออกไป ว่าเื่ราวดังกล่าวอาจไม่ง่ายดายอย่างที่บุตรชายตนเองคิด
“ถึงแม้มันจะยากเพียงใดข้าจะทำมันให้สำเร็จให้จงได้!!” จูเยว่กล่าวขึ้นมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่
เฟยหรงอดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขขึ้นมาไม่ได้แม้ตนเองจะไม่ค่อยได้พบเจอกับบุตรชายบ่อยนักเพราะต้องคอยดูแลตระกูลและฝึกฝนตนเองอย่างหนักแต่ก็รู้สึกได้ว่าบุตรชายตนเติบโตขึ้นอย่างมาก
“เอาเถอะสมควรได้เวลาที่เ้าต้องไปแล้ว”
ขณะที่เขากำลังจะกล่าวบอกบุตรชายให้ออกเดินทางก็มีเสียงหนึ่งร้องะโดังขึ้นมาจากภายนอก
“ข้าหลี่ฮุ่ยเหอ!้าพบกับเ้า ผู้นำตระกูลเฟย!!”
เสียงเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นดังขึ้นมาจากหน้าประตูตระกูลเฟย จนมาถึงภายในที่ที่เฟยหรงอยู่
ตอนนี้เฟยหรงคิ้วค่อยๆย่นติดกันเพราะเมื่อครู่ตัวเขารู้สึกมีความสุขเป็อย่างมาก ในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่บุตรชายที่เคยไม่เอาไหน กลับมีความคิดที่เติบใหญ่ขึ้นมากแต่กลับต้องมาอารมณ์ขุ่นมัวเพราะมีใครบางคนมาส่งเสียงะโเรียกชื่อตนเองอยู่ภายนอก
ตอนนี้เฟยหรงอยากจะพุ่งไปที่หน้าประตูแล้วจัดการเลาะฟันของผู้ที่ะโอยู่นี้ให้หมดปาก!
“เอ่อ... ท่านพ่อผู้ที่ะโอยู่นั้นรู้สึกว่า... จะเป็ผู้นำตระกูลหลี่ใช่หรือไม่?”ในตอนที่บิดาของเขากล่าวถึงหลี่ฟางซิ่นเขาได้อ่านความทรงจำที่ผ่านมาในอดีตในเื่ของนาง ทำให้ทราบว่าบิดาของนางเป็ผู้นำตระกูลหลี่ มีนามว่าหลี่ฮุ่ยเหอ
เฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบออกมา
“ไม่ว่ามันจะเป็ผู้ใด!วันนี้หากมันไม่มีคำอธิบายที่ดีพอละก็... ข้าจะทำให้มันไม่สามารถมาส่งเสียงร้องที่หน้าประตูตระกูลเฟยของข้า ได้อีกเป็ครั้งที่สอง!”
เมื่อกล่าวจบจึงปรับอารมณ์ให้สงบเช่นเดิม
“ข้าจะออกไปดูว่ามัน้าสิ่งใด”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปชมดูเื่ราวด้วยเช่นกัน” เขายกยิ้มขึ้นมาอย่างสนุกสนานแล้วกล่าวราวกับจะไปชมการแสดงอะไรบางอย่าง
เฟยหรงหันมาทางบุตรชาย พร้อมกับพยักหน้าตอบรับ
เมื่อเฟยหรงได้เดินมาถึงหน้าประตูตระกูลของตนก็พบเจอกับผู้นำตระกูลหลี่ยืนอยู่ที่ด้านหน้า ห่างออกไปจากบริเวณทางเข้าประมาณ 4-5จั้งสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจ้องมองมายังตน แต่เมื่อหลี่ฮุ่ยเหอสังเกตุเห็นบุคคลที่ติดตามตนเองมา สายตาของผู้นำตระกูลหลี่ กลับพุ่งเป้าความโกรธแค้นทั้งหมดไปยังคนผู้นั้นในทันที! ซึ่งบุคคลนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาอีกทั้งยังรู้สึกดุร้ายยิ่งกว่ายามเมื่อจ้องมองมาที่มัน
จูเยว่ที่เดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีตามหลังบิดาออกมากลับรู้สึกถึงสถานการณ์ที่ไม่ปรกติอย่างรวดเร็ว เพราะสายตาที่ผู้นำตระกูลหลี่จ้องมายังตัวเขานั้น ราวกับ้าฉีกตนออกเป็ชิ้นๆ! และรับรู้ได้ทันทีว่าเื่สนุกที่เขาคิดจะมารับชม คงหาได้สนุกอย่างที่คิด เพราะมันคงเป็เื่ที่จิติญญาในอดีต เป็ผู้ก่อเป็แน่!ตอนนี้จูเยว่รู้สึกเสียใจขึ้นมา จึงได้แต่กล่าวโทษตนเองอยู่ภายใน
“ทำไมเมื่อครู่...ข้าถึงไม่รีบออกเดินทาง ไปยังป่าลมหวนในทันทีกัน!”
เพราะเขาจะได้ไม่พบเจอกับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจเช่นนี้แต่มาคิดเสียใจในตอนนี้ก็คงไม่ทันการ
ห่างออกไปประมาณครึ่งลี้มีฝูงชนมารวมตัวกันเพราะได้ยินสียงะโของผู้นำตระกูลหลี่เมื่อครู่และเริ่มที่จะกล่าวสนทนากัน
เสียงคนผู้หนึ่งดังลอดออกมาด้วยความสงสัยท่ามกลางฝูงชน
“ดูเหมือนผู้นำตระกูลหลี่จะโกรธแค้นเป็อย่างมากถึงได้มาะโร้องเรียกผู้นำตระกูลเฟยที่หน้าประตูเช่นนี้...ข้าละสงสัยจริงๆว่าเป็เื่ราวอันใดกัน?”
เสียงอีกเสียงได้กล่าวแนะนำออกไปหลังจากที่ได้ยินคำที่บุคคลก่อนหน้ากล่าวไว้
“เ้าจะรีบร้อนสงสัยไปใยผู้นำตระกูลเฟยออกมานู่นแล้ว ประเดี๋ยวเ้าก็จะทราบเองหลังจากที่ผู้นำทั้งสองนั้นได้พูดคุยกัน”
น้ำเสียงของบุคคลที่กล่าวสงสัยเื่ราวในตอนแรกดังขึ้นอีกครั้ง
“สหายเ้าช่างฉลาดยิ่งนักเช่นนั้น... ข้าคิดว่าเราควรที่จะรอชมเื่ราวในครั้งนี้กันต่อเถอะ!