ฟ็อกซ์อาศัยความเร็วโดดหลบไปเรื่อยๆ พลางใช้เวทย์ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อเช็คดูจำนวนอสูรทั้งหมด ก็พบว่ามีมากถึง 103 ตัว แบ่งเป็น 4 ประเภทได้แก่ โจมตีทางกายภาพ พิษ เกราะแข็ง และความเร็ว ยังดีที่พวกมันต่างเผ่าพันธุ์กัน ถึงได้ไม่มีการร่วมมือกันโจมตี มิเช่นนั้นพวกเขาคงถูกบดขยี้ไปเรียบร้อยแล้ว
นั่นก็เพราะฟ็อกซ์กับซารีน่าไม่ได้ร่วมมือกันโจมตีอย่างมีแบบแผน แถมซารีน่าออกไปทางบ้าพลังกึ่งโง่ เธอเน้นการโจมตีเวทย์ที่รุนแรง แต่ดันเลือกไปโจมตีพวกอสูรเกราะแข็งกับอสูรความเร็ว ซึ่งไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าตีไม่เข้ากับหลบได้ ยังดีที่เธอใช้พลังไปแค่สามส่วนแต่ผลลัพธ์ที่ได้คือฆ่าอสูรได้แค่สามตน
นอกเหนือไปจากนั้นพวกอสูรมันยังมีทีท่ายั่วยุซารีน่าอีก ยิ่งทำให้เธอโกรธจนบ้าคลั่งและอัดพลังให้รุนแรงขึ้น คาดว่าอีกไม่นานเธอก็คงหมดสภาพในการต่อสู้แล้วล่ะ ฟ็อกซ์ได้แต่ส่ายหัวอย่างเพลียๆ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
"ซารีน่า มานี่..เดี๋ยวนี้!!"
ในตอนแรกซารีน่าจะหันไปต่อว่าสวนกลับที่มีคนขัดจังหวะเธอ แต่เมื่อพบกับสายตาที่ชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านคู่นั้นของฟ็อกซ์ มันเหมือนกับตอนที่เขาลงมือฆ่าเธอในเกมส์ DOG ความกลัวฝังใจทำให้เธอรีบพุ่งตัวไปหาฟ็อกซ์โดยเร็วทันที ก่อนที่ฟ็อกซ์จะเอ่ยต่อ "นี่เป็นศึก 2 ต่อ 100 อย่าบ้าพลังให้มากนัก มันจะทำให้พวกเราตายทั้งคู่"
"คะ..ค่..ะ" ซารีน่าตอบรับด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น แม้ฟ็อกซ์จะแปลกใจเล็กน้อยกับอาการของซารีน่า แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีเวลามาคิดไร้สาระ พลางเอ่ยถามต่ออย่างรวดเร็ว
"เธอมีเวทย์เฉพาะด้านใดเป็นหลัก"
"โจมตีเดี่ยวกับโจมตีวงกว้าง"
"ดี..งั้นทำตามนี้.........." ฟ็อกซ์เริ่มอธิบายแผนการอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ทั้งคู่ต้องคอยโดดหลบอสูรไปมาอยู่ตลอด
เมื่อการอธิบายเสร็จสิ้น ฟ็อกซ์ก็ขยายเวทย์ตรวจสอบของเขา พร้อมกับผสานเป็นหนึ่งเดียวกับซารีน่า และเริ่มเปิดฉากการโจมตีทันที โดยที่เขาเน้นไปที่อสูรจำพวกพิษก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการใช้เวทย์สลับไปมาหลากหลายธาตุ คล้ายกระสุนเวทย์ยิงไปที่จุดอ่อนของพวกมัน เสมือนการวางสัญลักษณ์บนตัวตามธาตุที่พวกมันแพ้ทาง
เพื่อให้ซารีน่าที่มีพลังเวทย์แข็งแกร่งกว่าเขาโจมตีแบบทีเดียวจอด เพราะการใช้เวทย์โจมตีเดี่ยวนั้นพวกเขาไม่ต้องใช้คำร่าย ทำให้มันรวดเร็วพอที่จะจัดการศัตรูได้ และยังเสียพลังเวทย์น้อยกว่า หากใช้เวทย์เดี่ยวโจมตีมั่วๆ แบบโดนบ้างไม่โดนบ้าง มันก็เปลืองพลังโดยใช่เหตุ
อีกอย่างถึงโจมตีโดนเต็มๆ แต่ถ้าไม่ใช่จุดอ่อนของพวกมัน หรือไม่ใช่ธาตุที่พวกมันแพ้ทาง นอกจากจะสร้างความเสียหายได้ไม่มากแล้ว อาจส่งผลให้พวกอสูรเข้าสู่โหมดบ้าคลั่งได้ [อสูรที่ใกล้ตายจะเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง] จากการผสานการโจมตีของฟ็อกซ์กับซารีน่า แค่เพียงไม่นานก็เหลืออสูรเพียง 4 ตนเท่านั้น
ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือพวกอสูรทั้ง 4 ตนนั้น ตั้งแต่เริ่มต้นการต่อสู้พวกมันเอาแต่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ราวกับว่าไม่อยากจะลงมือ ก่อนที่ฟ็อกซ์จะเริ่มทำการประเมินอสูรทั้ง 4 ตนตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่พวกมันกลับสามารถปกปิดกลิ่นอายพลังได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขาไม่สามารถคาดเดาความแข็งแกร่งของพวกมันได้
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการต่อสู้คือการที่ไม่อาจคาดเดาความแข็งแกร่งของศัตรูได้ แถมฟ็อกซ์กับซารีน่ายังสูญเสียพลังไปไม่น้อยกับการสู้ศึกใหญ่เมื่อสักครู่ เมื่อฟ็อกซ์ไม่อาจที่จะประเมินพลังของอสูรทั้ง 4 ตนได้ เขาจึงจำต้องเข้าไปจู่โจมเพื่อลองหยั่งเชิง โดยเลือกอสูรตัวที่ว่องไวที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก
"!!!!?"
"ตู้มมมมม!!"
ทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงกว่าคืออสูรตนนั้น มีความเร็วเหนือกว่าฟ็อกซ์หลายเท่าตัวนัก ฟ็อกซ์ทำได้เพียงแค่โจมตีภาพติดตาของมัน และโดนสวนกลับในจังหวะเดียวกัน จนกระเด็นไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง แต่ที่น่าตกใจกว่าคือเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่รู้สึกเหมือนกับโดนอะไรสะกิดจนเสียจังหวะไปเล็กน้อย
"นี่มันอะไรกันเนี่ย!?" ฟ็อกซ์ได้แต่พึมพัมอยู่ในใจ ถึงแม้อสูรที่โจมตีเขาจะเป็นสายความเร็ว แต่มันน่าจะมีผลกับร่างกายของเขาบ้างสิ ระหว่างชั่งใจคิดอย่างมึนงงเพียงชั่วครู่ เขาก็เริ่มทดสอบใหม่อีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขาเลือกไปที่อสูรสายโจมตี
"ตู้มมมมมมมมมม!!"
ในคราวนี้ฟ็อกซ์โจมตีโดนมันเต็มๆ แต่เหมือนพละกำลังเขาจะไม่เพียงพอ ทำให้มันถอยหลังได้เพียงไม่กี่ก้าว และโดนมันโจมตีสวนกลับ ทว่าคราวนี้ฟ็อกซ์ปลิวไปกว่าครั้งแรกที่โดนอสูรสายความเร็วโจมตีเสียอีก แต่ร่างกายของเขาก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บเช่นเดิม เพียงแค่รู้สึกว่ามันแรงกว่าการสะกิดขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น
หากแต่สิ่งที่น่าแปลกใจกว่าคืออสูรทั้ง 4 ตนนั้น ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันจะตอบสนองเฉพาะเวลาที่มีคนไปโจมตีมัน ก่อนที่เฟียสจะค่อยๆ ร่อนลงมาจากฟ้าอย่างช้าๆ
"เฮ้อออ!! เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วยสินะ" เฟียสเอ่ยพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ทำเอาฟ็อกซ์ได้แต่ขมวดคิ้วก่อจะถามกลับ
"เป็นแบบไหน!?"
"ลองมองดูที่นิ้วมือเจ้าสิ" เฟียสเอ่ยเพียงสั้นๆ
เมื่อฟ็อกซ์มองดูที่นิ้วมือของเขาก็พบว่า แหวนแรงโน้มถ่วงทั้ง 10 วง ที่เฟียสให้เขาใส่เพื่อเพิ่มพลังกายนั้น ถูกปลดออกไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ก่อนจะได้ยินเฟียสเอ่ยต่อ
"ตัวเจ้าสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับรู้ความเจ็บปวดไปหมดแล้ว มันทำให้เจ้าไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดในร่างกายเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะนับว่าเป็นผลดีก็ได้แต่ผลเสียมันก็มีไม่น้อยเช่นกัน"
"ยังไง" ฟ็อกซ์ถามต่ออย่างไม่เข้าใจ
"ในการใช้แหวนแรงโน้มถ่วงเพิ่มพลังกายจำนวนมาก เมื่อปลดมันออกร่างกายของสิ่งมีชีวิต จะต้องได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพื่อแลกมากับพลังมหาศาล แต่ตัวเจ้าไม่ได้รับผลเหล่านี้ อาจพอนับว่าเป็นข้อดีได้"
"แล้วข้อเสียมันล่ะ" ฟ็อกซ์ยังคงถามต่อพลางคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม
"ก็แบบนั้นไง" เฟียสเอ่ยพลางชี้ไปที่รอยของมีคมที่ปรากฏตรงช่วงเอวของฟ็อกซ์ ซึ่งดูท่าเจ้าตัวจะไม่ได้รู้สึกเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะพูดขึ้นต่อ "หากอาวุธที่ทำร้ายเจ้านั้นอาบยาพิษ เจ้าคงตายไปโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ"
ฟ็อกซ์ถึงกับเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา เพราะถ้าหากมันเป็นแบบนั้นจริงๆ นับว่าเป็นผลเสียที่ร้ายแรงอย่างมาก โดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บ มักจะมีความรู้สึกเจ็บปวด แต่มันก็ทำให้รู้ว่าอาการบาดเจ็บนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร หากแต่ตัวของเขาในเวลานี้ ยามถูกโจมตีกลับไม่รู้สึกถึงอาการใดใดออกมาเลย
มันอาจจะเป็นผลดีสำหรับเขาเมื่อต้องต่อสู้แบบแลกชีวิต แต่ถ้าสู้กับศัตรูที่ใช้พิษหรือพวกลอบโจมตี เขาอาจตายได้โดยไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ พลางเริ่มนึกเอะใจอะไรขึ้นมาได้
"หรือว่า....."
"ใช่แล้ว!! ไม่ใช่ว่าพลังของเจ้าไม่เพิ่มขึ้น แต่มันเพิ่มขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่ตัวเจ้าไม่มีความรู้สึก พอที่จะสัมผัสถึงมันได้ก็เท่านั้น ตัวเจ้าอาศัยการจดจำรูปแบบพลังของตัวเองแบบเดิมซ้ำๆ ในการต่อสู้ ถึงได้ดูเหมือนกับไม่มีการพัฒนาขึ้นมาไง และหากเจ้าใช้พลังมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ร่างของเจ้าก็จะระเบิดออกทันที" เฟียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ทำเอาฟ็อกซ์ช็อคค้างนิ่งอึ้งไปทันที การสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับรู้ความเจ็บปวด มันส่งผลที่ร้ายแรงมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ เขาเคยคิดว่าการไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดต่างๆ มันมีผลดีต่อเขาอย่างมากมาย เฉกเช่นตอนที่เขาถูกเฟียสทรมานอย่างแสนสาหัสตอนพบกันครั้งแรก ทว่าในเวลานี้เขากลับอยากมีความรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง
เฟียสที่เห็นฟ็อกซ์นิ่งอึ้งไป พลางยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"ข้ามีวิธีรักษาเจ้า แต่มีข้อแลกเปลี่ยน"
"ว่ามา ถ้าทำได้ฉันจะทำให้อย่างเต็มที่" ฟ็อกซ์ที่สูญเสียความเยือกเย็นไป เมื่อได้ยินข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง เพราะหากเป็นเวลาปกติฟ็อกซ์คงไม่ตกปากรับคำง่ายๆ แบบนี้แน่นอน
"ข้อแลกเปลี่ยนของข้าก็ง่ายๆ เพียงแค่....." เฟียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดผ่านความคิดเพื่อให้รับรู้เพียงแค่สองคนแทน "ข้าต้องการให้เจ้าคลายผนึกความคิดของเจ้าทั้งหมด จากนี้ไปห้ามผนึกความคิดตัวเองอีก และห้ามมีเรื่องใดใดปิดบังข้าเด็ดขาด"
"ขะ..ข้า..ตกลง!!" ฟ็อกซ์ได้แต่กัดฟันพูดอย่างอดกลั้น เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด ไม่ใช่การฝึกซ้อมบ้าบออะไรทั้งนั้น เพียงแค่ต้องการให้เขารู้ถึงผลเสียของร่างกายตนเอง เพื่อที่เฟียสจะเอามาเป็นข้อต่อรองในการบีบบังคับเขาเท่านั้นเอง
"ก็แค่นั้นเอง!!" เฟียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับผู้ชนะ พลางหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ
ผิดกับฟ็อกซ์ที่หน้าดำคร่ำเครียดเพราะเสียรู้ให้กับเฟียส ส่วนซารีน่าที่คอยเฝ้ามองอยู่ห่างๆ กำลังมึนงงกับสิ่งที่ทั้งสองคุยกัน แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปก้าวก่าย แม้จะฟังเรื่องที่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ที่เธอมั่นใจแน่ๆ ก็คือ อาจารย์ของเธอเป็นฝ่ายชนะ เธอจึงได้แต่อมยิ้มที่เห็นฟ็อกซ์กำลังหัวเสีย เพราะเธอเองก็อยากแก้เผ็ดเขาอยู่เหมือน เพียงแต่ตัวเธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำก็เท่านั้นเอง
---------------------------------------------------------------------
"แจ้งข่าว!!" ไรต์ไม่อยู่หลายวันฉะนั้น วันพุธกับวันศุกร์นี้ อาจไม่ได้มาอัพเพิ่มให้นะครับ ยังไงก็ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และขอขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านที่ติดตามผลงานนะครับ