เพียงไม่นานอสูรร่างใหญ่ก็พุ่งเข้ามากระแทกกับอีกด้านของเนินหิน เสียงฝีเท้าคล้ายมีร่างหนักหลงเหยียนเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย มือที่จับหลงหลิงท่วมไปด้วยเหงื่อ
เมื่ออสูรไม่พบพวกเขาจึงจากไปหลงเหยียนถอนหายใจเบาๆ คล้ายยกูเาออกจากอก ทว่าร่างกายยังสั่นเทาเพราะความกลัวในที่สุดเขาก็ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้แล้ว
“ข้าต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ขอแค่ข้ากลายเป็ผู้แข็งแกร่งจึงจะควบคุมทุกอย่างได้ หากอยากเก่งขึ้นข้าต้องกลับไปร่วมงานประลองแห่งตระกูล ต้องชิงตำแหน่งในตระกูลมาให้ได้เช่นนั้นข้าจึงจะได้รับวิชาหมัดสายฟ้าแปดทิศ แล้วยังต้องกลับไปล้างมลทินด้วย”
ในระยะเวลาสิบวันหลงเหยียนคำนวณเวลาไว้หมดแล้วเหมือนเขาจะปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ไม่ได้อีกวันนี้เขาต้องหาที่ปลอดภัยพักเอาแรงก่อนวันต่อมาค่อยเข้าไปตามหาหญ้าวิเศษในป่าลึกบนเทือกเขาหยุนหลัวต่อหลงเหยียนเชื่อว่าเขาต้องแกร่งขึ้นจงได้
...
แสงจันทราปกคลุมไปทั่วฟ้าพวกเขาสองคนนอนมองดวงดาวบนทุ่งหญ้า จมูกได้กลิ่นหอมจางๆทำให้ในใจเกิดความรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
“รั่วอี หรือไม่เ้ากลับไปดีกว่า ที่นี่อันตรายมากเกินไป”
นางหลับตาปี๋สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ หลงเหยียนลุกขึ้นมาประคองศีรษะมองนางเห็นหลงหลิงวางมือทั้งสองข้างไว้แนบตัว หันหน้าขึ้นฟ้าแล้วหลับไปผมสีดำของนางปล่อยสยายบนพื้น หน้าผากมีเหงื่อที่ยังไม่ได้เช็ดขนตางอนยาวสั่นกะพริบ ริมฝีปากงามได้รูป ปากน้อยๆ แลดูหวานฉ่ำนางเป็ผู้หญิงที่งดงามมากเหลือเกิน
หลงเหยียนนึกในใจหากนางเป็หญิงของตน เช่นนั้นคงมีความสุขมากสินะ สิบหกปีมานี้นางไม่เคยใกล้ชิดหรือัักายหญิงผู้ใดมาก่อนไม่แปลกใจเลยที่ชายหนุ่มจะเกิดความรู้สึกแบบนี้เมื่อเข้าใกล้หญิงสาวเป็ครั้งแรก
“ดูสิ คืนนี้ดวงจันทร์กลมและสว่างมากเลย งดงามจริงๆ”
หลงเหยียนจ้องไปที่นาง“นั่นสิ แต่ข้ากลับพบว่าเ้างดงามมากกว่าดวงจันทร์บนท้องฟ้า”
“ข้าต้องขอบคุณ?”
ดวงตาที่คมงามของหลงหลิงประกายความจริงตอนนั้นนางเกือบแต่งงานกับัเขียวที่ชำนาญในการทำศึกแล้วทางบ้านนางเป็คนจัดแจงแต่ก็ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน วันนี้ได้ใกล้ชิดหลงเหยียนนางกลับพบว่าตน้าความรักที่งดงามเช่นนี้
อีกทั้งนิสัยของหลงเหยียนก็ยังเป็ชายแบบที่นางชอบเป็พิเศษ...
เป็ค่ำคืนที่แสนยาวนานพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีความในใจ ไม่อาจสงบจิตข่มตาลงได้...เมื่อผ่านความเป็ความตายด้วยกันมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงแน่นแฟ้นขึ้นไม่น้อย
วันที่สองหลงเหยียนยืดเส้นยืดสาย ลุกขึ้นยืน
“ข้ามีความสุข มีความสุขมาก ถ้าข้าสามารถจับมือเ้าในทุกๆ วันอยู่เคียงข้างกันไปทั้งชีวิต ข้าว่ามันต้องเป็เื่ที่ดีมากแน่”
เมื่อเห็นหลงเหยียนมีความสุขมากหลงหลิงก็ทำปากจู๋ “ให้มันน้อยๆ หน่อย ประเดี๋ยวสัตว์ป่ามาอีก ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าเ้าจะหนีพ้นหรือไม่”
หลงเหยียนหันกลับไปมองนางแล้วยิ้ม “ถ้าข้าเป็อะไรไป ใครจะปกป้องเ้าเล่า”
พวกเขาสองคนเดินทางกันต่ออย่างระมัดระวังหลงหลิงส่งจิตออกไปััพลังิญญาทั้งหมดที่อยู่รอบข้างเพื่อจะหนีสัตว์อสูรได้ทันการ
นางไม่อยากให้หลงเหยียนถูกสัตว์อสูรเขมือบเร็วขนาดนั้นไม่ว่าอย่างไรเ้าหมอนี่ก็น่ารักดี อยู่กับเขาแล้วสบายใจไม่น้อย
“ข้าขอถามหน่อย ได้ยินมาว่าสำนักบงกชมารของพวกเ้าไม่เข้าใกล้ชายเพราะเหตุใดพวกเ้าจึงเกลียดแค้นผู้ชายเพียงนั้น? หรือมันเกี่ยวข้องอะไรกับหญิงชราในสำนักของพวกเ้า?”
หลงหลิงเหลือกตาใส่เขา“ข้าไม่รู้จักสำนักบงกชมารอะไรนั่นหรอก ข้าจะบอกให้ เวลาเดินหัดระวังหน่อยสังเกตให้มาก พูดให้น้อยหน่อย ข้าไม่อยากให้เ้าตายระหว่างเดินทาง”
...
ในเทือกเขาหยุนหลัวมีูเารายล้อม ยิ่งไปกว่านั้น ูเาบางลูกสูงจนคล้ายเชื่อมเข้ากับท้องฟ้าแล้วสูงจนมองไม่เห็นที่สิ้นสุด อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเสีย หลงเหยียนจับมือหลงหลิงแล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในป่าลึก
“ดูเหมือนที่นี่มีแต่ป่ารกร้างที่กว้างสุดลูกหูลูกตามีเพียงธาตุพลังจากธรรมชาติที่ช่วยให้พละกำลังของเขาเพิ่มเร็วขึ้นเมื่อไรที่ข้าฝึกจนถึงระดับชีพัขั้นที่ห้า จึงจะเอาชนะหลงอวี่ซีได้ทำให้นางไม่กล้าดูิ่ข้าอีก พละกำลังคือตัวชี้วัดทุกสิ่งคือสิ่งที่จะยืนยันการมีตัวตนของข้า”
หลงหลิงหยุดเดินกะทันหัน“เวลาสิบวัน? นี่เ้าบ้าไปแล้วหรือ สถานที่เล็กๆเช่นที่นี่ไม่มีทางมีธาตุพลังระดับสูงหรอก”
“นี่เ้ากำลังทำลายความหวังข้า? ตอนนั้นข้าใช้เวลาแค่หนึ่งวันในการขึ้นไปถึงขั้นที่สองและตอนนี้ข้าอยู่ในเทือกเขาหยุนหลัว ย่อมมีโอกาสมากกว่าอยู่แล้วเ้าคิดว่าข้าจะถอดใจหรือ คนเราอย่าด่วนตัดสินใครายังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร หากไม่มีความหวังแล้วจะสู้ต่อได้อย่างไรขอแค่ยืนในจุดที่สูงจึงจะได้ยินเสียงปรบมือเยินยอ จึงจะได้รับการเคารพนับถือข้าไม่มีทางถอดใจหรอก ไม่มีทาง เพราะข้าคือหลงเหยียน คือคนรุ่นต่อไปของตระกูลหลง”
เขามองไปเบื้องหน้าแล้วคำราม “ถ้าข้ายังไม่สามารถกำราบที่นี่ได้ แล้วข้าจะเอาอะไรไปกำราบคนที่เคยรังแกข้าข้าจะลบคำสบประมาทได้อย่างไร!” เขาคำรามด้วยความโมโหปลดปล่อยความในใจออกมาจนหมดสิ้น
ลำแสงที่ร้อนแรงประกายจากดวงตาหลงเหยียนนั่นก็คือพลังแห่งความไม่ยอมแพ้
หลงหลิงส่ายหน้า“ดูเหมือนเ้าหมอนี่จะบ้าไปแล้วจริงๆ”
หลงเหยียนมองนาง“จริงด้วย เมื่อครู่เ้าบอกว่าที่นี่ไม่มีทางมีธาตุพลังระดับสูงคำนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ฮ่าๆๆ แค่ดูก็รู้แล้วว่าเ้ามันเป็กบในกะลาเกรงว่าเ้าคงไม่เคยเดินออกจากเมืองนี้มาก่อนเลยใช่หรือไม่ โลกนี้กว้างใหญ่เพื่อตามหาเขา ข้าเคยท่องไปยังที่ต่างๆ เดินไปทั่วสามแดนเก้าพิภพที่นั่นมีเทือกเขาที่ทอดยาว ทุกที่ล้วนกว้างใหญ่กว่าที่นี่คล้ายเป็ป่าของพวกมารอสูร ที่นั่นเป็แดนของสัตว์เทพระดับสูงเป็ที่จองจำิญญาจำนวนมาก หากได้รับการถ่ายทอดจากผู้แข็งแกร่งระดับสูงชะตาก็จะเปลี่ยนไปทันที แถมยังมีอาณาจักรแห่งท้องทะเล ในนั้นมีิญญาสัตว์ปีศาจจุดรวมพลังของพวกเขาเป็เหมือนยาบำรุงชั้นเลิศสุดขอบฟ้าที่แห้งแล้งยังมีที่อาศัยของคนอสูร พวกเขาสามารถฝึกพลังเหมือนมนุษย์มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง หากชิงธาตุพลังของพวกเขาได้ พละกำลังจะเพิ่มทวีคูณที่ข้าพูดมา มีอะไรบ้างที่ไม่ใช่ยาบำรุงพลัง พวกเขาเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงอาศัยพลังคนอื่นมาเลื่อนขั้นพลังตัวเองเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองด้วยชีวิตคนอื่น โลกภายนอกนั้นโหดร้ายมากเป็โลกที่เหนือจินตนาการเ้า”
หลงเหยียนผงะไปแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“นี่เ้า... เ้าเห็นข้าเป็เด็กสามขวบหรือ จะหลอกใครก็หัดศึกษามาด้วยสิไม่แปลกใจเลยที่เ้ากล้าขโมยคัมภีร์ออกมาจากสำนักบงกชมาร เ้ารู้ไหมแคว้นหลงอู่ที่นั่นแข็งแกร่งแค่ไหน ยอดฝีมือระดับชีพัขั้นที่เก้ามีมากโข เล่ากันว่าในเมืองหยุนจงยังมีผู้แข็งแกร่งระดับชีพ์นั่นเป็ถึงบุคคลยิ่งใหญ่เสมือนเทพเ้าเชียวนะ”
หลงหลิงทำหน้าเบี้ยว...
“พูดเล่นยังน้อยไป ข้าจะบอกให้ แคว้นเล็กๆ อย่างแคว้นหลงอู่น่ะ ในสายตาข้าแค่เป่าทีเดียวก็สลายหายไปหมดแล้ว แคว้นเล็กๆ แห่งนี้ก็เป็เหมือนมดตัวน้อยในโลกที่แสนกว้างใหญ่และโลกที่กว้างใหญ่ในที่นี้ก็เป็เหมือนพื้นที่เล็กๆ ในสามแดนเท่านั้นเก้าพิภพกว้างใหญ่ยิ่งกว่า เ้าเข้าใจที่ข้าพูดไหมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถึงเป็ดินแดนที่กว้างใหญ่จริงๆ”
“ช่างเถิด ช่างเถิด ข้าพูดไปเ้าก็ไม่เข้าใจ ไม่ว่าอย่างไรชีวิตนี้เ้าก็คงไม่มีโอกาสก้าวเข้าไปถึงตำแหน่งที่สูงแบบนั้นหรอก”
หลงหลิงพูดจบก็เดินไปด้านหน้าหลงเหยียนชะงักไป มองแผ่นหลังของหลงหลิง จู่ๆ ก็เพิ่งพบว่านางรู้อะไรมากมายหรือว่านางจะไม่ใช่คนที่นี่?
ทันใดนั้นหลงเหยียนก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ตนช่วยชีวิตนาง นางบอกว่าตัวเองป่วยหนักทั้งที่สิ้นลมหายใจแล้ว แต่กลับยังรอดชีวิต อีกทั้งหลายวันที่อยู่ร่วมกันมามีเื่ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย นางกลับไม่รู้จักสำนักบงกชมารและไม่เคยพูดถึงวิชากายสุริยะที่เป็คนมอบให้ตนมาก่อนด้วยหลงเหยียนเกิดความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ สรุปแล้วไป๋รั่วอีใช่ตัวนางจริงหรือไม่หรืออาจเป็คนอื่น?
เมื่อนึกถึงตรงนี้หลงเหยียนก็ใ เหงื่อไหลท่วมตัว...
“นี่ เ้ารอข้าก่อนสิ” หลงเหยียนเดินตามไป
“พูดมาตามตรงนะเื่ที่เ้าพูดเป็แค่เื่ที่เ้าแต่งขึ้นมาเองใช่หรือไม่แค่เป่าแคว้นหลงอู่ก็สลาย มันเป็ทักษะขั้นไหนกันเื่ที่เ้าแต่งมาดูเหลือเชื่อกว่าข้าอีก! ถ้ามีจิตที่แกร่งกล้าเช่นนั้นจริงเพราะเหตุใดต้องมาหนีสัตว์ป่าอย่างอนาถในป่าแห่งนี้ล่ะ”
หลงหลิงหันกลับมาแล้ววางมือไว้บนไหล่เขา “เ้าหนุ่ม เ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ ไว้มีโอกาสข้าจะบอกเ้าเองว่าเหตุอันใดข้าจึงมาที่นี่”
--------------------