“ทั้งสามคนด้านหลังคือหุ้นส่วนของข้าในกิจการนี้เ้าค่ะ ข้าคิดว่าข้อสงสัยของทุกท่านคงคลายลงไปแล้ว ส่วนเื่อื่นๆ นั้น คงนอกเหนือจากสิ่งที่ข้าจะตอบได้ เช่นนั้นข้าขออธิบายเื่ต่อไปนะเ้าค่ะ”
“ร้านคาเฟยหลิงจะมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกจะเปิดการขายตามปกติ ชั้นที่สองสำหรับลูกค้าที่้าความเป็ส่วนตัว และชั้นที่สามสำหรับลูกค้าที่ทำการจองล่วงหน้าเท่านั้น ”
“โดยทั้งสามชั้นจะมีเครื่องดื่มและอาหารให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็ชารสชาติต่างๆ กันไป รวมไปถึงรายการที่มีเฉพาะในร้านของข้าเท่านั้น และขนมหลากหลายชนิดที่ทุกท่านจะเห็นตามตู้โชว์ภายในร้านเ้าค่ะ และแผ่นกระดาษที่ทุกท่านจะได้รับเมื่อเข้ามาในร้านเ้าค่ะ”
รูปแบบการจัดร้านคาเฟยหลิงคล้ายกับร้านคาเฟ่ในปัจจุบัน ที่มีมุมนั่งเล่น และตู้ใต้ขนมเพื่อโชว์ให้ลูกค้าได้เห็นและเลือกทาน
“ไหนๆ ข้าดูสิ กระดาษอันใด”
ในระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจกับรายการอาหารและเครื่องดื่มต่างๆอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินสินเสียงประกาศบางอย่างออกมา
“ในกระดาษที่แจกทุกคนไปคือรายชื่อขนมและเครื่องดื่มที่ร้านของเราจะขายเ้าค่ะและแน่นอนว่าวันนี้เป็วันแรกที่เปิดกิจการ ลูกค้าท่านใดที่มาในวันนี้ เราจะแจกน้ำชาท้อ์ให้ทุกท่านคนละหนึ่งแก้ว เฉพาะสั่งทานที่ร้านของเราเ้าค่ะ”
เมื่อเอ่ยจบประโยคแรก เหล่าผู้คนที่กำลังส่งเสียงกันอยู่ ก็หยุดลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“นอกจากนี้ยังมีแบบสั่งกลับบ้านได้อีกนะเ้าค่ะ แต่ท่านที่สั่งกลับจวนในเื่ของเครื่องดื่ม จักได้เป็ผงพร้อมชง นำกลับไปผสมดื่มเองที่จวนเ้าค่ะ”
จากเสียงที่เงียบอยู่ กลับอือฮาขึ้นมาอีกรอบ การเจอท้อ์นั้นว่ายากแล้ว แต่การเอาท้อ์มาทำเป็ชาเล่นๆ แจกทุกคนเช่นนี้ พวกเขามิเคยเจอ
“บ้าไปแล้ว ชาท้อที่ไหนกัน พวกเ้าอย่ามาหลอก”
“ใช่ๆ ท้อ์หายากยิ่ง”
“ใช่ นอกจากจะหายากแล้วยังเป็พืชปราณอีก พวกเ้าจงใจหลอกลวงใช่หรือไม่”
“หลอกลวงหรือไม่เชิญทุกท่าน เข้ามาใช้บริการร้านของเราก่อนเถิดเ้าค่ะ นอกจากนี้หากเป็ของปลอมจริงๆ ข้ายินดีคืนเงินพวกท่านสามเท่าของค่าอาหารทั้งหมด” ไป่ฮวา กล่าวออกมาอย่างถือดี
เรียกว่ามีดีให้กล่าวเสียมากกว่า ระยะเวลาเพียงไม่นานนักหลังจากการออกจากกรงขังอย่างคฤหาสน์ไป๋ นางสามารถเรียนรู้งานและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตนเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ สหายทั้งสามอย่าง เป่ยจิน จินหลงและหยางคง ต่างมองมาที่นางด้วยความยินดี
“สามเท่าเช่นนั้นหรือ ไม่ได้การละ ข้าเองๆ” เสียงที่ว่าดังมาจากเหล่าชาวบ้านที่มารอชื่นชมและสอดส่องการเปิดร้านใหม่ นอกจากจะเป็คุณชายและคุณหนูแล้ว ยังมีเหล่าชาวยุทธ์ ชาวบ้านรอบข้าง นักเดินทาง และที่สำคัญ คือเหล่าขอทานและคนยากไร้
ตามธรรมเนียมของการเปิดร้านค้าแล้ว จะมีการทำทานให้แก่ขอทานยากไร้ เพื่อเสริมความมั่งคั่งให้่แก่กิจการเช่นนี้เสมอ เหล่าขอทานและคนยากไร้จึงรู้ดีเสมอว่าหาก้าของกินหรืออีแปะทำทาน สามารถหาได้จากที่ใดบ้าง
“ข้าด้วย ข้าขอเข้าไปสั่งคนแรก”
“ใช่ๆ”
และก่อนที่จะเกิดการถกเถียงกันไปมากกว่านี้
“มิใช่ว่าทุกท่านใช้ข้ออ้างจุดนี้มา เพื่อเข้าร้านข้าก่อนใครอื่นหรอกนะเ้าค่ะ” เป่ยจินที่กำลังยืนฟังอยู่เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างขบขำ
“เ้า บ้าไปแล้ว”
“ใช่ๆ พวกข้าเพียงอยากทดลองต่างหาก”
“เช่นนั้นให้คุณชายของข้าเป็คนทดลองดีหรือไม่” หนึ่งในชาวบ้านที่กำลังยืนฟังอยู่นั้นเอ่ยขึ้นมา
“พวกเ้าเป็ใครข้าจะเชื่อได้เช่นไร”
“ใช่ พวกข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเ้ามิใช่พวกเดียวกัน”
เหล่าชาวบ้านและคนที่ามยืนรอต่างเอ่ยค้านออกมา
“หืม คนจากหอการค้าเซี่ยงจ้าวหลงมีความจำเป็ต้องทำเช่นนั้นหรือ” เมื่ได้ยินเช่นนั้น คนที่คาดว่าจะเป็ข้ารับใช้จากจวนใดจวนหนึ่ง ก็เอ่ยออกมาและ หันนไปมองยังรถม้าของตนเอง
“อ่าาา นั้นรถม้าจากหอประมูลเซี่ยงจ้าวหลง” หนึ่งในเหล่าจอมยุทธ์เอ่ยออกมา ด้วยเคยเห็นมาก่อน
“แล้วนั้นมิใช่คุณชายจวินเทียนหลงหรอกหรือ” คุณชายตระกูลหนึ่งเอ่ยออกมาเช่นกัน ด้วยอำนาจและงานรื่นเริงของคนที่มีอำนาจทำให้ครั้งหนึ่งตนเองเคยมีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา และหนึ่งในนั้นคือคุณชายจวินเทียนหลง
“ตายแน่ๆ จบสิ้นแล้วร้านคาเฟยหลิงพวกเ้า” เมื่อคิดว่าชาดอกท้อ์นั้นเป็เื่หลอกลวง จึงเอ่ยออกมาอย่างดูถูก
เสียงผู้คนที่พยายามจะหลบเลี่ยงออกไปจากหน้าร้านคาเฟยหลิง เพื่อให้ผู้ยิ่งใหญ่ จากหอประมูลเดินทางเขาไปในร้านดังออกมา
เป่ยจิน หยางคง และจินหลงที่ได้ยินเสียงโวยวายจึงเดินออกมาดูเหตุการณ์ ด้วยคิดว่าหลังจากนี้ไป๋ฮวาจักควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จึงเดินเลี่ยงออกไป
เมื่อเดินกลับมาหน้าร้านกลับพบว่า บุคคลที่สร้างปัญหานั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็คนที่คุ้นเคยกันดี เป่ยจินที่เห็นภาพชายผู้นี้ ถึงกับมีอารมณ์ขึ้นมาทันที จึงสร้างภาพมายาจิตขึ้นมา เพื่อพูดคุยกับจวินเทียนหลงเพียงลำพังชั่วครู่นึง
“จวินเทียนหลงท่านกล้า” เป่ยจินเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างถือดี
“จินเออร์” จวินเทียนหลงที่รับรู้ได้ว่าเด็กน้อยของตน หงุดหงิดและโมโหยิ่งนักที่ตนเองหายหน้าไปเนิ่นนานแลจู่ๆ ก็โผล่มาในเหตุการณ์เช่นนี้
“จบเื่นี้ ท่านเจอดีแน่ หึ” เป่ยจินพยายามระงับอารมณ์ตนเองอย่่างเต็มที่
“พี่จะรออธิบายเหตุผลแก่เ้า ลูกแมวน้อยของข้า” จวินเทียนหลงนั้นมิได้สนใจ เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของคนที่ตนเองรอคอยมาตลอดสองภพ อีกครั้งก็เพียงพอแล้ว
หลังจากที่ใช้มายาจิตคุยกันแล้ว ทั้งคู่จึงกลับสู่เหตุการณ์ปกติ
“คารวะนายท่านเ้าค่ะ ข้าน้อยไป๋ฮวาเ้าของร้านคาเเฟยหลิง ส่วนทั้งสามคนด้านนี้คือ หุ้นส่วนของร้านข้า เป่ยจิน ท่านหยางคง และท่านจินหลงเ้าค่ะ” ไป่ฮวาเอ่ยออกมาทันที เพื่อเหตุการณ์กลับมาปกติ
แน่นอนว่าคนอย่างจวินเทียนหลงนั้นมิได้สนใจใครอื่นอยู่แล้ว จึงมิได้สนใจที่จะตอบรับออกไป จุดรวมของสายตานั้นอยู่บนใบหน้าของเป่ยจินแต่เพียงผู้เดียว
“หืม ข้าจะเข้าไปได้หรือยัง” จวินเทียนหลงเอ่ยออกมาเพียงหนึ่งประโยค
“เอ่อ ดะ ได้เ้าค่ะ เชิญเ้าค่ะ” ไป๋ฮวาที่มิได้รับรู้เบื้องลึกเื้ัใดๆ จึงได้รับเพียงความกดดันอยู่ภายใน และเอ่ยออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ
จวินเทียนหลงนั้นมิได้สนใจที่จะรับฟัง จึงเดินเข้าไปยังจุดที่เป่ยจินและคนอื่นๆ ยืนอยู่ หลายคนที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ต่างวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ
ไป๋ฮวาทำได้เพียงดึงสถานการณ์ให้กลับมาเป็ปกติ
“เช่นนั้นท่านใดที่อยากลิ้มลองรสชาติจากร้านของเราได้โปรดเดินเข้ามาตามลำดับและท่านใดที่ไม่อยากรอนานสามารถสั่งกลับบ้านได้เลยเ้าค่ะ”
“ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีต่อร้านข้าในวันนี้ ร้านคาเฟยหลิงของเรายินดีต้อนรับทุกคน ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
“ส่วนท่านจวินเทียนหลงมาคุยกับข้า” เป่ยจินเอ่ยออกมา