ปัง
เขาถูกยิงอีกแล้ว เฉินรุ่ยนอนจมอยู่บนกองเื เ็ปกับมันเนิ่นนานแต่ไม่อาจสิ้นใจในเวลาอันรวดเร็วหรือตื่นขึ้นจากฝันร้ายได้เหมือนเคย เขาหอบหายใจตักตวงอากาศเข้าปอด รู้สึกเหมือนจะขาดใจ
“เฉินรุ่ย” เสียงทุ้มเรียกเขาในความฝัน
เฮือก
ดวงตาเฉินรุ่ยเบิกกว้าง รูม่านตาหดแคบลง การหายใจของเขายังคงไม่กลับมาเป็ปกติ ไฟจากโคมข้างเตียงทำให้เห็นหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงได้ชัดเจน เฉินรุ่ยยกมือสองข้างขึ้นปิดตาตัวเองแล้วพลิกตะแคงนอนงอตัว เขาทรมานกับความฝันมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน แม้จะได้รายละเอียดบางอย่างกลับมา แต่สุดท้ายแล้วเขาก็จะถูกดึงกลับไปในเหตุการณ์ก่อนตายอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทรมานไม่น้อย ราวกับเป็ข้อแลกเปลี่ยนของโอกาสการมีชีวิตในครั้งนี้
คาร์ลลงมาเพราะเขานอนไม่หลับ หลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จจะกลับขึ้นไปนอนก็ได้ยินเสียงดังมาจากในห้อง ดูเหมือนจะฝันร้าย หลังจากเฉินรุ่ยถูกปลุกขึ้นมาก็มีท่าทางขดตัวคล้ายสัตว์ตัวเล็กกำลังาเ็และโอบกอดตัวเองเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย มันทำให้คาร์ลรู้สึกแย่ เขายังนั่งรอจนคนบนเตียงผ่อนคลายท่าที ลดอาการเกร็งลง
“ตีสี่หรือเปล่าครับ” เสียงนั้นดูแหบแห้งราวกับขาดน้ำ ถามทั้งที่ยังกอดตัวเองอยู่
“ใช่”
พอเขาตอบอีกคนถึงค่อยลุกขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเอง ก่อนจะยิ้มให้เขา เฉินรุ่ยทำท่าว่าจะลุกขึ้นคาร์ลจึงดึงให้เขานั่งอยู่ที่เดิม เมื่อคืนกว่าจะได้นอน แม้ว่าตัวเขาเองมักจะนอนไม่หลับ แต่เด็กที่กำลังโตควรพักผ่อนให้เพียงพอ
“นอนต่ออีกหน่อยสิ”
“ผมนอนไม่หลับแล้วครับ” ปกติก็ตื่นเวลานี้
“ฝันร้ายหรือ”
เฉินรุ่ยพยักหน้า บอกไปแล้วว่านอนไม่หลับแต่เขาก็ถูกผลักให้นอนลง คาร์ลจำได้ว่าครั้งแรกที่พาเฉินรุ่ยมาที่นี่ เขาที่ตื่นเช้ามากแล้วกลับเจออีกฝ่ายนั่งอยู่ในครัว
“ฝันแบบนั้นบ่อยไหม”
“ทุกวัน”
เฉินรุ่ยอยากจะลุกขึ้นแต่ถูกคาร์ลกดเอาไว้ เขาจึงนอนนิ่งไม่ต่อต้าน ไม่นานอีกคนก็นอนลง ตะแคงหันหน้ามาทางเขา
“คุณนอนไม่หลับบ่อยไหม” เฉินรุ่ยถาม
“ทุกวัน”
“ที่จริงผมนอนไม่หลับแล้ว” เฉินรุ่ยบอก
“ฉันอยากลองกล่อมเธอดู”
เสียงทุ้มนั้นทำให้เฉินรุ่ยนิ่งเงียบไป เขาเห็นอีกฝ่ายขยับเข้ามาก่อนจะเอื้อมมือมาคล้ายว่าจะกอด เฉินรุ่ยเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะผ่อนคลายลงเมื่อมือหนาตบลงบนหลังเขาเป็จังหวะเบาๆ
“หลับตาสิ” คาร์ลมองเด็กดื้อที่ตอนนี้หลับตาอย่างว่าง่าย เขายิ้มออกมาเมื่อเห็นแบบนั้น
มองสำรวจใบหน้าอีกคนในระยะใกล้ เวลาปกติคงไม่ได้มีโอกาสได้ทำแบบนี้ คิ้วพาดเฉียง ตาที่ปกติเวลาลืมตาขึ้นมาก็จะกลมโตเหมือนแมวตัวน้อย ริมฝีปากบางรับกับปลายจมูกที่เชิดรั้นขึ้น พอได้พิจารณาแบบนี้เขาจึงรู้สึกว่าเฉินรุ่ยหน้าตาน่ารักมาก แต่เพราะท่าทางที่แสดงออกมาและอุปนิสัยเเบบเก็บตัวทำให้ความโดดเด่นนี้ถูกกลบเสียมิด มองอีกฝ่ายผ่านแสงจากโคมไฟอยู่นาน จิตใจที่เครียดขึงของคาร์ลผ่อนคลายลงมาก ก่อนที่ดวงตาจะปิดลงและจมลงไปกับนิทรา
⚖️
ตอนแรกเฉินรุ่ยคิดว่าวิธีนี้มันจะไปได้ผลได้อย่างไร แต่กลายเป็ว่ามันได้ผลดีเกินคาด เขาทั้งคู่หลับยาวจนเกือบเที่ยง ตอนเฉินรุ่ยตื่นขึ้นมาศีรษะเขาหนุนอยู่บนแขนคาร์ลหน้าซุกอยู่ที่ซอกคอแถมยังถูกกอดไว้อย่างแ่า
เฉินรุ่ยกะพริบตาปริบ ความคิดแรกคือ ได้ผลว่ะ ความคิดที่สองคือ เขาตื่นได้โดยที่ไม่ต้องฝันร้าย พอสติกลับมาเต็มร้อยเขาถึงได้รู้สึกว่าท่าทางตอนนี้มันน่ากระอักกระอ่วนมากจึงขยับตัวเล็กน้อย ต่อให้เป็นักย่องเบาในตำนาน ถูกรวบไว้ขนาดนี้มันก็ยากที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายตื่น
คาร์ลลืมตาขึ้น เป็ครั้งแรกที่นอนจนแสงแดดรอดผ่านผ้าม่านเข้ามาขนาดนี้ มองคนที่ขยับยุกยิกในอ้อมแขนเขาแล้วก็ยิ้มออกมา คนที่บอกว่านอนไม่หลับอีกแล้ว ถูกเขากล่อมไม่นานก็สลบเหมือด
คาร์ลค่อยๆ คลายอ้อมแขนแล้วพลิกตัวนอนหงาย เฉินรุ่ยกลิ้งออกจากอ้อมแขนเขาก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองหน้ากัน ผมยุ่งชี้ไม่เป็ทรง แก้มกับปากบวมเล็กน้อย อีกฝ่ายขยี้ตาสองข้างก่อนจะมองเขาอีกครั้ง สายตาแบบนี้ใบหน้าแบบนี้พอมองมาแล้วทำให้คาร์ลเหมือนถูกดึงลงไปในหลุมลึก
“จะนอนต่อไหม” คาร์ลถาม เฉินรุ่ยส่ายหน้าแล้วหันไปหามือถือบนหัวเตียงฝั่งคาร์ล จึงคล้ายว่ากำลังมองอีกฝ่ายอยู่
“ผมอยากได้มือถือ”
อ้อ เพราะมือถือ คาร์ลเอื้อมมือไปหยิบให้อีกคน เฉินรุ่ยยังนั่งอยู่บนเตียง ขณะที่คาร์ลยังนอนอยู่ท่าเดิม
“จะเที่ยงเเล้วครับ คุณต้องไปหาคุณพ่อไม่ใช่เหรอ”
นี่ถือว่าเหนือความคาดหมายของคาร์ลไปไกลมาก เที่ยงเลยงั้นหรือ คาร์ลเด้งตัวลุกขึ้น
“เจอกันที่ห้องครัว” เขาบอก
“ครับ”
เฉินรุ่ยมองประตูที่ปิดลง ในหัวของเขาประมวลอะไรไม่ได้ไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่สาระสำคัญอะไร เขาลุกขึ้นจัดการตัวเองแล้วลงไปยังห้องครัว ไม่นานนักคาร์ลก็ลงมา เฉินรุ่ยมองไรผมเปียกชื้นนั่นก่อนจะถอนสายตาออกมา พอคาร์ลนั่งลง เขาก็นำกาแฟดำไปวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย จัดอาหารให้ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
“วันนี้ฉันจะให้คนส่งเธอกลับไปก่อน” คาร์ลเหลือบมองคนที่นั่งถัดไป เฉินรุ่ยยังคงนิ่งเฉย สายตาโฟกัสกับอาหารตรงหน้า พยักหน้ารับคำพูดของเขา ที่จริงคาร์ลอยากพูดอะไรให้มากกว่านี้ แต่เพราะท่าทางที่ดูไม่สนใจอะไรแบบนั้นทำให้สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลังจากทานเสร็จเฉินรุ่ยก็เก็บจานไปล้าง คาร์ลมองดูข้อความในมือถือ ดูเหมือนว่าคนของเขาจะทำงานเร็วกว่าที่คิด แม้ไม่ได้คนบงการที่แน่ชัด แต่ใช้เวลาไม่นานฝั่งนั้นจะต้องโผล่หางออกมาอย่างแน่นอน ระหว่างที่คาร์ลกำลังคิดอยู่ เฉินรุ่ยก็เดินมานั่งเล่นมือถือข้างๆ
“รถรออยู่ด้านนอกแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่ง” เฉินรุ่ยวางมือถือลง
“ไม่เป็ไรครับ ส่งตรงนี้เลยก็ได้” นี่ไม่ใช่การตัดความสัมพันธ์ในอนาคตใช่ไหม คาร์ลคิด
“มาเถอะ” เฉินรุ่ยมองตามคนที่เดินนำไปก่อน เขาเดินย้อนกลับไปยังห้องนอนหยิบกระเป๋าใบน้อยของตัวเอง มองเข้าไปในตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยชุดไซส์ขนาดเท่าตัวเอง ของใช้ที่ซื้อมาใหม่ ถ้าไม่ไม่โง่จนเกินไปดูก็รู้ว่าตั้งใจดูแลกันขนาดไหน หากไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เขาจะได้มาที่นี่ทุกสัปดาห์
รถจอดอยู่หน้าบ้านสองคัน ประตูรถถูกเปิดรอให้เขาเข้าไปนั่ง บริการดีกว่าเขาที่เป็คนขับรถตัวจริงเสียอีก เฉินรุ่ยมองคาร์ลที่ยืนกอดอกอยู่ มองส่งเขา ในสายตาคาร์ลบางทีอาจจะมองเขาเหมือนกับที่พี่เมิ่งเซียนมอง เขามองตามท่าทางนั้น เมื่อรถออกตัวเฉินรุ่ยก็พลิกตัวกลับไปมองผ่านกระจกด้านหลังจนออกจากเขตบ้าน
...ความเงียบในรถไม่ได้น่าอึดอัด...
เฉินรุ่ยนั่งหลับตาเคาะนิ้วลงบนเบาะ คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ถ้าเขาเป็คนที่ได้รับหน้าที่นี้มาหลังจากทำพลาดเขาจะทำอย่างไรต่อนะ เ้านายอยากให้เขาทำอะไรต่อกัน แล้วเขาจะทำอย่างไรเพื่อให้คำสั่งนั้นลุล่วงเสียที เขาหยุดเคาะนิ้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อันที่จริงเขาไม่จำเป็ต้องห่วง ดูจากทีมงานแล้ว เขาควรจะห่วงตัวเองมากกว่า
พอคิดได้ว่าเขาจำเป็ต้องห่วงทีมของตัวเองมากกว่า เฉินรุ่ยก็ลืมตาโทรติดต่อพี่เมิ่งเซียน
“ผมกำลังจะกลับครับ โรงเรียนทำอาหารที่พี่เคยพูดถึงรบกวนช่วยติดต่อให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
เขาไม่ได้จะเป็เชฟ แค่จะหนีจากการถูกเพ่งเล็ง ลาออกจากงานเดิมแล้วหายไปจากสายตาของทุกคน ต่อให้สืบหาก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเขามาก คนที่พวกนั้น้าชีวิตไม่ใช่เขา พวกนั้นจะไม่ทำอะไรนอกเหนือขอบเขต
นอกจากนี้ถ้าใครสักคนอยากเดินออกจากขอบเขตนั้นมา พ่อครัวก็เป็หนึ่งในไม่กี่อาชีพที่พกพาอาวุธได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เฉินรุ่ยเลียริมฝีปาก อุปกรณ์ทำครัวไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายนี่
นิคมองกระจกส่องหลัง ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังเส้นทางข้างหน้า จังหวะนั้นเฉินรุ่ยก็ตวัดสายตาไปมองนิคผ่านกระจกนั้น
คนนี้คือ ‘นิค คัทมานส์’ สินะ
⚖️
เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานในสัปดาห์ต่อมา เฉินรุ่ยออกจากบริษัทพร้อมกับเมิ่งเซียน ฮ่าวกงขับรถมาส่งที่ใต้คอนโด ก่อนจะขับวนออกไป
หลังจากที่มาถึงห้องเฉินรุ่ยก็เดินไปเปิดตู้เย็นเทน้ำสองแก้วแล้วนำไปยื่นให้เมิ่งเซียนแก้วหนึ่ง เธอโบกมือปฏิเสธ แล้วเดินไปหยิบเบียร์ออกมาสองกระป๋อง
“วันนี้ฉันหาข้อมูลโรงเรียนให้เธอแล้วนะ โทรไปสอบถามแล้ว ฉันคิดว่าการเรียนการสอนของที่นี่ก็ไม่เลว เรียนหนึ่งเทอม เต็มเวลา เรียนเสร็จสามารถเก็บชั่วโมงแล้วยื่นสอบขอใบประกอบอาชีพ” เมิ่งเซียนวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะหนึ่งกระป๋อง อีกกระป๋องก็ใช้มือเดียวในการเปิด มือที่เหลือก็กดส่งลิงค์การสมัครให้ เธอมองเด็กที่นั่งดูบนโซฟาก่อนจะเดินไปนั่งข้างกัน
“ผมต้องออกจากงาน”
“ใช่ เื่ค่าเทอมเดี๋ยวฉันช่วย”
“ผมพอมีเงินจำนวนนั้นอยู่ครับ พี่ไม่ต้องช่วยหรอก แค่ให้ผมอาศัยอยู่ด้วยทุกวันนี้ก็มากพอแล้ว” เฉินรุ่ยเปิดแล็ปท็อปคีย์ใบสมัคร จัดการโอนเงินค่าสมัครและส่งเอกสารต่างๆ ไปยังสถาบัน
“ที่นี่อยู่ไปไกลจากบริษัท อีกอย่างสะดวกต่อการเดินทาง คนที่จบจากที่นี่ส่วนใหญ่ไม่เปิดร้านเองก็ทำงานในภัตตาคารชื่อดัง ถ้าจบจากที่นี่เธอสามารถทำเงินได้มากกว่า 5,000 เหรียญต่อเดือน”
เฉินรุ่ยอยากบอกว่างานฟรีแลนซ์ปัจจุบันของเขา ถ้ารับทุกงานรายได้นั้นมากกว่า 5,000 เหรียญต่อเดือนเสียอีก เงินไม่ใช่ปัญหา ใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยต่างหากที่เป็ปัญหา เขาเหลือบไปมองต้นแคคตัสที่ถูกวางรับแสง ถ้าเดินเส้นทางเดิมเงินมากกว่าแสนเหรียญก็เป็ไปได้ แต่อย่างไรล่ะแบบนั้นเขาจะอยู่ห่างจากความเป็มนุษย์ออกไปทุกที มีอะไรคุ้มค่ากับการสูญเสียชีวิตไปกัน เงินมันก็เท่านั้น
“เดี๋ยวก่อนเรียนพี่จะให้ฮ่าวกงพาไปดูสถานที่เรียน อุปกรณ์ในครัวของเราหากมีอะไรที่ต้องใช้เพิ่มพี่จะพาไปซื้อ”
เฉินรุ่ยมองเมิ่งเซียนที่ทำตัวเป็แม่ยกใจป้ำ กระดกเบียร์อึกใหญ่ ก่อนจะเผลอสบเข้ากับสายตาของเฉินรุ่ย
“ไม่ว่าเธอจะคิดอะไร ฉันไม่ให้เธอดื่มหรอกนะ” ว่าเเล้วก็เลื่อนกระป๋องเบียร์บนโต๊ะอีกกระป๋องที่ยังไม่ได้เปิดไปชิดมุมโต๊ะฝั่งตัวเอง
“ผมไม่ดื่มหรอกน่า”
“เห็นเธอมองแบบนั้น”
“แค่ไม่เคยเห็นพี่ดื่ม งานมีปัญหาหรือ”
เมิ่งเซียนส่ายหน้าปฏิเสธ วางกระป๋องเปล่าไว้บนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วมองหน้าเฉินรุ่ย
“ฉันกำลังจะถูกย้ายให้ไปช่วยอเล็กเซย์ชั่วคราว ไม่รู้จักใช่ไหม เอาเป็ว่าเด็กคนนั้นดื้อกว่าเธอ 10 เท่า ภารกิจปั้นดินให้เป็ดาวแบบนี้น่าปวดหัวเป็บ้า”
เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เลยทำให้เมิ่งเซียนบ่นออกมามากกว่าปกติ กระป๋องแรกหมดเธอก็เปิดอีกกระป๋อง เฉินรุ่ยคว้ากระป๋องเปล่าลุกเข้าไปทิ้งในครัว เขายืนอยู่ตรงอ่างล้างจานนิ่ง ถ้าพี่เมิ่งเซียนถูกย้ายไปเพื่อช่วยปูทางให้
อเล็กเซย์ นี่คาร์ลกำลังเดินเข้าเส้นเื่เพื่อฆ่าตัวเองอยู่หรือไง ใบหน้าของคาร์ลตอนตื่นนอนฉายชัดในความทรงจำครั้งใหม่ของ เฉินรุ่ย ใบหน้าเฉินรุ่ยเครียดขึง คนที่เขารู้จักกำลังจะเดินลงหลุมกับดัก
อเล็กเซย์ โอเดนบรู๊ค... พวกโอเดนบรู๊ค งั้นหรือ เ้านายเก่าเขาทั้งนั้น เฉินรุ่ยยกมือขึ้นนวดขมับ ปวดหัวเป็บ้า โกลเดนเบิร์กควบคุมกิจการมากมายก่อตั้งมานานอิทธิพลแผ่ขยายในบริเวณกว้างเป็ดั่งแสงสว่าง เป็สิ่งล้ำค่าสำหรับใครหลายคน แน่นอนว่าหลายคนที่ว่าก็อยากยื่นมือเข้าไปคว้าส่วนแบ่งมหาศาลนี้
ส่วนหัสดินทร์ก็เป็เพียงธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวได้ไม่นานแม้จะได้ชื่อว่าเป็ยูนิคอร์นแต่เขารู้ดีว่าอีกไม่นานยูนิคอร์นที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วตัวนี้จะเดินช้าลงในที่สุด ตามเนื้อเื่สามภพไม่ใช่คนที่โจมตีโกลเดนเบิร์กั้แ่เริ่มแรก เขาทำมันเพื่อโต้ตอบอเล็กเซย์ อเล็กเซย์ที่สายเืครึ่งหนึ่งเป็โอเดนบรู๊คแล้วเข้ากอบกุมอำนาจของโกลเดนเบิร์กทั้งหมดไว้ในมือ
ใครๆ ก็รู้ว่าโอเดนบรู๊คนั้นเป็เหมือนงูพิษ เลี้ยงไม่เชื่องรอวันที่ใครสักคนล้มแล้วยื่นมือเข้าไปทำให้ทุกอย่างพังพินาศ เทคโอเวอร์กิจการเล็กใหญ่มากมาย ที่เติบโตขึ้นมามีหน้ามีตาอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเหยียบคนที่ล้มไปเท่าไหร่ นอกจากนั้นยังซ่องสุมกำลังคนที่เป็แบบเขาใน ZG0 ไว้นับไม่ถ้วน
“น่าโมโหเป็บ้า”
⚖️