“ส่วนข้าชื่อ เทียนคง ยินดีที่ได้รู้จัก วิคทอเรีย” เทียนคงยิ้มรับก่อนจะโค้งตัว 45 องศาให้กับวิคทอเรีย
“ O_o !! ยินดีบ้าบออะไรเ้าจะให้ข้าทำอะไรถึงจะยอมปล่อยข้าไป ก็รีบ ๆบอกมาได้แล้ว” วิคทอเรียะโลงจากเตียง กระทืบเท้าอย่างโกรธเคือง ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นจากอาการาเ็ถึงตายเลยสักนิด
“มันเป็บทสนทนาพื้นฐานที่มนุษย์อย่างเราทำกันท่านอย่าเพิ่งใจร้อนสิ เพราะท่านไม่ได้กลับไปง่าย ๆหรอก” เทียนคงกล่าวต่อวิคทอเรียพร้อมกับส่งสัญญานให้เอวันและหุ่นตนอื่น ๆกลับไปทำงานต่อ จากนั้นระบบป้องกันภัยฉุกเฉินก็ปิดระบบลง เพราะตอนนี้เทียนคงมั่นใจแล้วว่าสตรีนางนี้คงไม่อาละวาดอะไรนับจากนี้
“เหอะอย่าให้ข้าออกไปได้เองแล้วกัน ว่าแต่เ้าโครงเหล็กเดินได้นี่มันอะไรกันเ้าเชิดหุ่นได้ด้วยรึ” การเคลื่อนไหวของเอวันทำให้วิคทอเรียเกิดความสนใจขึ้นมาเล็กน้อยเพราะมนุษย์สายเือสูรแทบไม่มีความสามารถในการใช้พลังในรูปแบบควบคุม เรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ นี่จึงเป็ครั้งแรกที่นางเห็นคนที่ใช้หุ่นเชิดเป็
“จากการประเมินของข้าท่านออกไปจากที่นี่ด้วยตนเองไม่ได้หรอกและอย่าได้ใช้กำลังเข้าโจมตีเพื่อทำลายกำแพงนี้ เพราะผลลัพธ์ที่จะได้ ท่านเคยประสบมาแล้วส่วนข้านั้นไม่ใช่นักเชิดหุ่น แน่นอนว่าเขา ไม่ใช่หุ่นเชิด เอาล่ะกลับมาที่คำถามของข้าถึงสิ่งที่ทำให้ข้าและท่านต้องมาคุยกันในวันนี้สัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ท่านว่านั้น มันคืออะไร ท่านช่วยอธิบายให้ข้ากระจ่างที”
ห้องพิเศษนี้ต้องใช้พลังอย่างน้อยระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงถึงจะสามารถทำให้เกิดการแตกร้าว และอาจจะต้องถึงระดับปรมจารย์ถึงจะทำลายได้ เทียนคงจึงมีความมั่นใจอย่างมากที่นางจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้หรือแม้แต่กำแพงพลังงานโปร่งใส่ที่รอบล้อมเตียงของนางนั้นก็ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาจากอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งโดยเทียนคง ที่เลียนแบบวิชาร่างระฆังทองขั้น 7 ปราณเวทะในพลังระดับเชี่ยญชาญขั้นต้นดังนั้นหากนางคิดที่จะใช้พลังเข้าทำลายกำแพงพลังงานนี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ต่างกับการปะทะกันกับเทียนคงในครั้งก่อน
“เ้าขู่ข้ารึ”
“ข้าไม่ได้ขู่ ข้าแค่เตือน เพราะหากท่านทำแบบนั้นก็จะเป็ข้าอีกที่ต้องรักษาท่าน และท่านคงไม่้าให้เป็เช่นนั้นอีกเช่นกันอย่าเสียเวลาอีกเลย ให้ความร่วมมือกับข้าแต่โดยดีเถอะ”
“โครกครากกก... =..=” ” เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังจากเทียนคงกล่าวจบพอดิบพอดี และทำให้ห้องพิเศษนี้เงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
“ ... เดี๋ยวข้ามา” เทียนคง เมื่อได้ยินเสียงท้องร้องของวิคทอเรียก็ตระหนักได้ว่านางเพิ่งจะได้สติ และไม่ได้ทานอาหารมากว่าหนึ่งเดือนซึ่งเขาก็เข้าใจจึงตัดสินใจพักการสนทนา เพื่อไปทำอาหารให้นาง เพราะอย่างไรเขาตอนนี้เขาก็ไม่มี อัญมณีไพลินอยู่แม้แต่ก้อนเดียว แต่ถึงมีเขาก็ไม่รู้ว่า สตรีนางนี้จะใช้อัญมณีนี้เป็หรือเปล่า
“ข้าตั้งใจจะจับเขาแต่กลายเป็ว่าข้าโดนเขาจับมาได้เสียนี่ บัดซบเอ้ย ...”วิคทอเรียสบถในใจ พร้อมกับแสดงท่าทางที่ช่างแตกต่างกับรูปร่างหน้าตาที่งดงามกระจ่างใสเสียจริง
หลังจากเทียนคงเดินออกจากโถงไปวิคทอเรีย จึงมีเวลาได้สังเกตสิ่งรอบข้างอย่างละเอียด และก็พบว่าสิ่งต่างๆภายในห้องพิเศษนี้เป็สิ่งที่นางคิดว่าเคยเห็นมาก่อนแน่ ๆ แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหนเมื่อนานมาแล้ว ทั้งโครงสร้างอาคาร การตกแต่ง เทคโนโลยีต่าง ๆ แต่ถึงจะบอกว่าเหมือนเคยเห็น แต่นางก็ไม่รู้หรอกว่าสถานที่แบบนี้คืออะไร สร้างได้ยังไง และมันดูตื่นตาตื่นใจเสียจริง นางจึงเกิดความสนใจเป็อย่างมาก จนไปกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นว่าสิ่งต่างๆภายนอกหุบเขานั้นเป็อย่างไรทวีความรุนแรงขึ้นภายในจิตใจ
เมื่อความอยากรู้อยากเห็นรุนแรงขึ้น ความฝันในวัยเด็กพลันปรากฏขึ้นในสายตา "ใช่แล้ว ข้าเคยเห็นที่ ที่คล้ายสถานที่นี้ในบันทึกโบราณเล่มหนึ่ง ..." วิคทอเรีย เกิดและโตมาในหุบเขาเผ่ามนุษย์สายเือสูร และเป็ชาวเผ่าที่เคร่งครัดเื่กฏระเบียบเป็อย่างมาก โดยเฉพาะเื่การออกนอกหุบเขาภายใต้อาณาเขตที่กำหนด นางฝันว่าอยากออกไปด้านนอกและสำรวจดูทุกซอกทุกมุมของดาว ต่อไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น และต่อ ๆไปไม่สิ้นสุด แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่การนั่งอ่านหนังสือ ที่ก็ไม่ได้มีมากมาย ซึ่งในวัยเด็กนั้น พูดได้เลยว่านางไล่อ่านไล่ดูหนังสือแทบทุกเล่มที่มีในเผ่าไปหมดแล้ว แม้บางเล่มจะอ่านไม่ออกเพราะตัวหนังสือพร่าเลือนไปหมด ด้วยกาลเวลาที่ผ่านมานาน แต่รูปภาพประกอบยังคงมองเห็นได้อยู่ และสถานที่เหล่านี้ในหนังสือนี่เองที่นางเคยดูผ่านตามา ซึ่งคล้ายคลึงกับสิ่งที่นางเห็นอยู่ตอนนี้
เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที เทียนคงก็มาพร้อมกับสำรับอาหารชุดใหญ่ชุดหนึ่งกลิ่นหอมหวนของอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ลอยตลบอบอวลภายในห้องพิเศษนี้
“อา หอมจัง ...” วิคทอเรีย ได้กลิ่นอาหารก่อนที่เทียนคงจะเข้ามาเสียอีกจากการที่ประสาทััของนางนั้นดีกว่ามนุษย์สายเือื่น ๆ ทำให้ตื่นจากภวังค์ในความฝันเมื่อสักครู่
“ข้าต้องขออภัย ที่ละเลยในเื่นี้พักการสนทนาของเราก่อน เชิญท่านรับประทานอาหารสำรับนี้ให้เต็มที่หาก้าสิ่งใดขอให้บอกข้า” เทียนคงวางสำรับอาหารไว้ที่โต๊ะตัวหนึ่งจากนั้นโต๊ะตัวนี้ก็ปล่อยพลังงานเช่นเดียวกันกับกำแพงพลังงานก่อนจะเคลื่อนที่ไปหาวิคทอเรียเมื่อบริการอาหารเรียบร้อยแล้ว เทียนคงก็เดินไปนั่งอยู่ข้างๆไม่ไกลจากเตียงของวิคทอเรียมากนัก
“ ... โครกกก โอ้ย ข้าไม่สนอะไรแล้ว ง่ำ ๆๆ ...อา วิเศษมาก” ภายในใจวิคทอเรียลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะทานอาหารตรงหน้าดีหรือไม่เพราะโดยสัญชาตญาณของมนุษย์สายเือสูร จะไม่เชื่อถือใครง่ายดายนักแต่ด้วยร่างกายของนางตอนนี้้าอาหารตรงหน้าอย่างมากนางจึงตัดสินใจรับประทานอาหารจากคนแปลกหน้านี้และนางก็ได้ัักับรสชาตที่วิเศษมากเป็ครั้งแรก
“สัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์มีขึ้นั้แ่สมัยท่านเ้ารุ่นที่ 7 ...”
“หือออ” เทียนคงรู้สึกแปลกใจ ที่สตรีที่ก่อนหน้านี้ดูอารมณ์ร้อนและคงจะไม่ยอมเผยข้อมูลอะไรให้กับเขาง่ายดายนักกลับเอ่ยปากพูดในสิ่งที่เขา้าทราบ
“ประมาณ 3,000 ปีที่แล้วพวกเรามนุษย์สายเือสูรกลุ่มหนึ่ง ได้ลี้ภัยา มายังดาวเคราะห์ดวงนี้และตั้งรกรากอยู่กันอย่างสงบ จนกระทั่งเวลาผ่านไป วันหนึ่งเมื่อประมาณ 1,000 ปีที่แล้วก็มีมนุษย์สายเืปีก์คนหนึ่งมายังดาวเคราะห์ดวงนี้ มันไม่พูดไม่จาใดๆทั้งสิ้น ลงมือสังหารพวกเรามนุษย์สายเือสูรไปมากกว่าครึ่ง”
“มนุษย์สายเืปีก์เพียงคนเดียวทำได้ขนาดนั้นเลยรึ”
“ใช่ หนึ่งคือเพราะเขามีความเข้มข้นของสายเืของเผ่าพันธ์ุสายเืแท้อยู่มาก และมีพลังถึงระดับตำนานขั้นกลาง สองพวกเราส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านและมีนักรบเพียงเล็กน้อย โดยที่มีระดับพลังสูงสุดเพียงระดับปรมจารย์ขั้นสูงนั่นก็คือท่านเ้ารุ่นที่ 7 เพียงคนเดียว และอีกเพียง 10คนที่มีพลังระดับปรมจารย์ขั้นต้นถึงกลาง จึงไม่มีทางที่จะรับมือมันได้”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“ท่านเ้ารุ่นที่ 7 ขอร้องมันผู้นั้น และได้เจรจาต่อรองถึงความ้าของมันจนมันยอมที่จะหยุดการล้างสังหารนั้น”
“ ... “ เทียนคงนิ่งเงียบ เขากำลังวิเคราะห์ว่าสิ่งที่วิคทอเรียเล่ามีความเป็ไปได้มากน้อยแค่ไหน
“และ ผลสรุปของการเจรจานั้นก็คือสัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์ที่เ้าถาม” วิคทอเรียพูดไปทานไปอย่างสบายอารมณ์
“แล้วสัญญาที่ว่านี้กล่าวไว้อย่างไร”
“มนุษย์สายเือสูรที่เหลือจะยังมีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ดาวเคราะห์นี้แต่จะต้องอยู่ภายในอาณาเขตหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาสูงนี้และห้ามออกนอกเขตนี้เด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษตายสถานเดียวและมนุษย์สายเืปีก์ก็จะไม่ก้าวล้ำเข้าไปในเขตนี้เช่นเดียวกัน ถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน”
“แล้วั้แ่นั้นมา ไม่เคยมีมนุษย์สายเืปีก์เข้าไปยังเขตของพวกเ้าเลยรึ”
“เท่าที่ข้ารู้ ไม่เคยมีบันทึกใดๆที่ระบุการมาของมนุษย์สายเืปีก์ จะมีก็คงเป็เ้าเป็คนแรกนี่ล่ะ”
“ไม่มีบันทึก ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีจริง ๆสินะ”เทียนคงครุ่นคิดในใจ
“แล้วมีคนของเ้าเคยออกจากเขตหุบเขานี้หรือไม่”
“แน่นอน ย่อมไม่ ...ว่าแต่ที่เ้าบอกว่าทางฝั่งของเ้าไม่รู้เื่สัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์มันหมายความว่าอย่างไร”
“นั่นแหละ คือสิ่งที่ข้า้าหาคำตอบเพราะสิ่งที่ข้ารู้ ไม่มีการกล่าวถึงสัญญาที่ว่านี้เลย มีเพียงเื่เล่าเกี่ยวกับพวกเ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
“เื่เล่าอันใด บอกข้าได้หรือไม่”ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ั้แ่ที่วิคทอเรียได้ทานอาหารของเทียนคง การพูดจาของนางดูเหมือนจะอ่อนน้อมลงอย่างเห็นได้ชัด
“ย่อมได้เื่เกี่ยวกับพวกเ้าที่พวกเรามนุษย์สายเืปีก์รับรู้คือ เมื่อประมาณ1,000 ปีที่แล้ว มนุษย์สายเืปีก์ได้มายังดาวนี้และได้พบกับพวกเ้ามนุษย์สายเือสูร เราได้สู้รบกันและมนุษย์สายเืปีก์เป็ฝ่ายได้รับชัยชนะจนสามารถขับไล่พวกเ้าออกไปจากดาวได้” เทียนคงเล่าเื่ที่เคยได้ยินมาจากเซียนอินให้วิคทอเรียได้รับรู้
“อืมมม ก็มีส่วนที่ตรงกันอยู่บ้างแต่อาจจะด้วยเวลาที่ผ่านไป ทำให้พวกเ้าลืมเลือนสัญญานี้ จนกลายเป็เื่เล่าไป”วิคทอเรีย พยักหน้าแสดงท่าทางเข้าใจสิ่งที่เทียนคงกล่าว
“มันก็จริงอย่างที่ท่านเข้าใจแต่มันมีจุดที่น่าสงสัยอยู่ ...”