หลังจากพิชิตภารกิจไม้–ดิน เหอหลงอวี่และหยางอี้หลินได้รับคำเชิญจากสำนักดิน–ไฟ
สำนักนี้ตั้งอยู่กลาง หุบเขาไฟพสุธา พื้นดินแดงฉาน เต็มไปด้วยลาวาที่ไหลเป็สาย
อากาศร้อนแผดเผา ดวงตะวันเหนือศีรษะราวกับเสริมเพลิงให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เหอหลงอวี่ก้าวลงจากทางเขา
“เพลิงและดิน… หากข้าควบคุมได้ จะทำให้วิถีธาตุของข้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
หยางอี้หลินเช็ดเหงื่อพลางหัวเราะ
“เ้าคงเหมาะกับที่นี่มากกว่าข้า…ไฟกับเ้าเหมือนญาติสนิท”
ผู้าุโผู้เฝ้าประตูคือ เฟิงเหรินจวิ้น
ชายชราเคราสีแดง หน้าตาเคร่งขรึม
ดวงตาเปล่งประกายดั่งถ่านไฟ
เขากล่าวเสียงก้อง:
“ผู้ใดเข้าสำนักดิน–ไฟ ต้องพิสูจน์ว่าเปลวเพลิงไม่เพียงแต่ทำลาย…แต่ยังสร้างสิ่งมีค่าได้”
ต้อง กลั่นโอสถศักดิ์สิทธิ์ “โอสถเพลิงั”
โดยใช้หม้อยาลายัตั้งอยู่กลาง บ่อเพลิงลาวา
ผู้ทดสอบต้องควบคุมพลังไฟ–ดินร่วมกัน มิฉะนั้นหม้อและโอสถจะถูกทำลาย
เหอหลงอวี่สวมชุดป้องกันเพลิงแล้วก้าวเข้าสู่ แท่นลาวา
ความร้อนพุ่งแผดเผา ดวงตาแดงฉาน
เหงื่อท่วมร่าง แต่จิตใจกลับสงบนิ่ง
เขาวางสมุนไพรลงไป:
เกล็ดหินเพลิง
รากเพลิงแผดเผา
ผลไม้โลหิตดินแดง
หม้อยาลายัดูดเปลวเพลิงรอบ ๆ เข้ามา ร่างัทองบนหม้อเริ่มส่องแสงและขยับเหมือนมีชีวิต
“ไฟต้องคุมด้วยสติ น้ำต้องคุมด้วยใจ…แต่ดิน ต้องคุมด้วยความหนักแน่นมั่นคง”
“หากข้าไม่ผสานทั้งสาม ข้าจะไม่มีวันกลั่นโอสถนี้สำเร็จ”
ขณะเหอหลงอวี่กำลังควบคุมไฟ
ปรากฏ หวังหลี่ซวน ศิษย์ชั้นสูงของสำนักดิน–ไฟ
เขาอิจฉาที่ผู้าุโให้สิทธิ์เหอหลงอวี่ทำการทดสอบ
เขาปล่อย เปลวเพลิงสกัดกั้น แทรกซึมเข้าหม้อหวังให้โอสถะเิ
หยางอี้หลินร้องเตือน
“หลงอวี่! ระวัง!”
ในห้วงวิกฤต เหอหลงอวี่หลับตา
ดึง ธาตุน้ำ ที่เก็บซ่อนในแก่นพลังออกมา
สร้าง ม่านหมอกน้ำ ห่อหุ้มหม้อยา ทำให้เปลวเพลิงรุนแรงสงบลง
จากนั้นคุม ไฟของตนเองผสานกับดิน ทำให้หม้อเสถียร
หม้อส่องประกายสีทอง–แดง
โอสถเพลิงัสำเร็จ!
กลิ่นหอมปะปนควันพวยพุ่ง ออร่าเพลิงัหมุนวนรอบห้อง