ยิ่งนานนับวันที่ทาเมร่าได้เห็นมารดาอ่อนเปลี้ยลงกำลังใจของเธอก็ยิ่งกล้าแข็งขึ้นมันเป็ไปไม่ได้ที่จะสงสารใครสักคนที่ไม่ได้คิดสงสารตัวเองเลย แม่ของเธอเป็คนที่มีกำลังใจดีมาตลอด ตราบใดที่แม่ยังไม่ยอมแพ้ ทาเมร่าก็จะยอมแพ้ไม่ได้เช่นกัน
ใน่ 2-3 เดือนหลังนี้ อาการของแม่ทรุดลงอย่างรวดเร็วเหมือนที่หมอได้เตือนไว้แล้วก่อนหน้านี้ แม่ของเธอไม่อาจช่วยเหลือตัวเองแม้ในเื่เล็กๆน้อยๆได้อีกต่อไป และเพราะเหตุนี้เองทาเมร่าจึงจำเป็ต้องจ้างนางพยาบาลให้มาอยู่เป็เพื่อนมารดาในตอนกลางวันขณะที่เธออกไปทำงาน
ค่ารักษาพยาบาลที่ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงในวันใด,ค่ายา,เงินเดือนของซาดี้และบิลค่ารักษาต่างๆจากหมอ ทำให้เงินที่สะสมไว้ขาดมือลงไปนานแล้วและถึงกับต้องเอาบ้านไปจำนองไว้เต็มราคาของมัน แม้แต่เงินมรดกที่แม่ของเธอได้รับมาจากญาติห่างๆผู้หนึ่งเมื่อ 7 เดือนก่อนก็หมดลงแล้วเช่นกัน และเมื่อ 3 เดือนก่อน เมื่อทาเมร่าก็มาถึงจุดหนึ่งเนื่องจากไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครได้ และทางออกในการแก้ปัญหาเื่นี้ก็เสนอตัวของมันเองเข้ามาใน่ที่เธอจะต้องได้รับคำตอบในทันทีเสียด้วย ด้วยความฉลาดหลักแหลมที่เธอได้รับพรมาควบคู่กับความงามทำให้ทาเมร่ามั่นใจว่าเธอจะต้องได้รับคำตอบนั้นไม่ด้วยทางใดก็ทางหนึ่ง...
หญิงสาวผลักไสความคิดที่กำลังรบกวนอยู่ในสมองออกไป...
“หนูไม่ทราบว่าแม่จะว่ายังไงนะคะแต่ว่าหนูหิวจัง วันนี้แม่อยากทานอะไรพิเศษไหมคะ?”
“ก็...เอาสเต๊กสักชิ้นก็แล้วกันสุกปานกลาง แล้วก็มันฝรั่งอบราดด้วยครีมเปรี้ยว อ้อ...ของหวานขอเป็ชีสเค๊กสักชิ้นเถอะ” มารดาสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“โอเค...สเต๊กสุกปานกลาง...กำลังมาแล้วค่ะ”ทาเมร่าตอบด้วยน้ำเสียงติดตลก มันเป็เวลานานนักหนามาแล้วที่งบประมาณในการใช้จ่ายซื้อข้าวของและสเต๊กที่แม่อยากจะได้รับประทานเหลือเกินนั้นหมดลง จนทาเมร่าเองก็ให้สงสัยว่าเธอยังจำรสชาติของมันได้อยู่หรือเปล่า...เห็นจะมีก็แต่แฮมเบอเกอร์กับสตูว์เนื้อเท่านั้นที่พอจะหาซื้อกินกันได้ สลับกับปลาและไก่เป็บางครั้งบางคราว
“รอเดี๋ยวนะคะแม่หนูขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยก่อน”
“พักผ่อนเสียสักครู่ก็ได้นี่ลูกยังไม่ต้องรีบร้อนทำอาหารค่ำตอนนี้หรอก”
ซึ่งทาเมร่าก็ได้แต่ยิ้มแทนคำตอบเมื่อเธอกลับออกมาในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งนั้นซาดี้กำลังเตรียมตัวจะกลับอยู่แล้ว
“ขอบใจมากนะ ซาดี้ที่อยู่ช่วยจนป่านนี้”
“คุณไม่ต้องขอบใจดิฉันหรอกค่ะหน้าที่ของนางพยาบาลก็ต้องดูแลคนไข้อยู่แล้ว แต่คุณรู้ไหมคะว่ายิ่งนานวันเข้าดิฉันก็ยิ่งชอบคุณแม่ของคุณมากขึ้นทุกที อยากจะอยู่ให้เปล่าๆไม่เอาอะไรเลยด้วยซ้ำ”
“ฉันหวังว่ามันจะไม่ต้องถึงวันที่จะต้องขอร้องให้คุณทำอย่างนั้นหรอกค่ะ”ทาเมร่ารู้สึกรวดร้าวขึ้นมาในลำคอ
“เชิดหน้าไว้ค่ะ” ซาดี้ปลอบอย่างตั้งใจและด้วยความหวังที่จะให้กำลังใจนายจ้างสาว
และทาเมร่าก็ยิ้มให้นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างเชื่อฟัง
“เอาละค่ะแล้วพบกันพรุ่งนี้นะซาดี้”
หลังจากที่นางพยาบาลลากลับไปแล้ว ทาเมร่าก็เดินเข้าไปในห้องส่วนตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็กางเกงขายาวกับเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลสลับเหลืองเธอพยายามแต่งตัวให้ดูทันสมัยอยู่เสมอด้วยการแวะเข้าไปเยี่ยมเยือนตามร้านขายเสื้อผ้าลดราคาอยู่เป็ประจำรู้สึกอยากจะให้ตัวเองมีความสามารถในการใช้ด้ายกับเข็มเป็เพื่อจะได้ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุดหรือเปลี่ยนแบบให้ดูทันสมัยได้ด้วยตนเอง
เธอปลดปอยผมที่ขมวดมุ่นเป็มวยลงปล่อยให้พวงผมคลี่กระจายลงประบ่าซึ่งทำให้เปลี่ยนภาพของหญิงสาวผู้มีท่าทางชาเย็นอยู่เป็นิจให้ดูมีชีวิตจิตใจสดใสขึ้น แต่ทาเมร่าก็ไม่ได้บังเกิดความรู้สึกยินดีหรือแปลกตาในรูปโฉมโนมพรรณของตัวเองแต่อย่างใด
ขณะที่แฮมเบอเกอร์กำลังอุ่นอยู่ในตะแกรงทาเมร่าก็ช่วยประคองให้มารดาได้นอนลงในเตียงเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้กลับเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมถาดอาหาร ซึ่งก็เป็การจัดง่ายๆโดยมีแฮมเบอเกอร์,มันฝรั่งบด,เจลโลสลัดกับซุปถั่ว ทาเมร่าวางถาดอาหารของตัวเองลงไว้ก่อน ยกถาดอาหารของมารดาเดินเข้าไปในห้องทรุดตัวลงนั่งตรงขอบเตียงเพื่อช่วยป้อนอาหารให้ซึ่งการทำหน้าที่นี้ทำให้เธอยังกินอาหารของตัวเองไม่ได้
“เล่าให้แม่ฟังสิว่าวันนี้ที่ทำงานเป็ยังบ้าง?” มารดาชวนคุยขณะกินอาหารไปพลาง
ทาเมร่าออกจะลังเลอยู่แต่ในที่สุดก็คิดว่ามันน่าจะเป็การดีถ้าจะบอกให้มารดาได้รับรู้ไว้ก่อนเป็เลาๆว่ามันอาจมีอะไรเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
“วันนี้ตอบบ่ายมิสเตอร์สเตนเข้ามาหาหนูในห้อง แล้วก็บอกว่าบริษัทของเราได้รวมเข้ากับบริษัทเทย์เลอร์ บิสสิเนส แมชชีนส์แล้ว”
มารดาเงยหน้าขึ้นทันทีด้วยความประหลาดใจ...
“เมื่อไหร่กันล่ะ?”
“ก็คงประมาณปลายเดือนละมังคะหนูเดาเอาเองนะ” ทาเมร่าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเก็บงำความรู้สึกภายในไว้อย่างมิดชิด “หนูเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันที่จริงก็รู้อยู่หรอกค่ะ ว่ามิสเตอร์สเตนไม่
อยากดำเนินกิจการของบริษัทต่อไปเท่าไหร่นัก”เธอตักถั่วป้อนใส่ปากมารดา “ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วเขาก็เป็คนที่มีน้ำใจคนหนึ่งไม่เคยคิดที่จะปิดบังเื่ที่ตัดสินใจทำอะไรลงไปในครั้งนี้”
“แล้วหนูจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นอย่างนั้นหรือลูก?”
“ก็อาจจะเป็ได้ค่ะ” ทาเมร่าฝืนยิ้มอยากให้มารดารับรู้แต่เฉพาะเื่ดีๆเท่านั้น“หรือมิฉะนั้นก็อาจจะหมายถึงตกงานไปเลยก็ได้ผู้บริหารชุดใหม่เขาอาจจะกวาดหนูทิ้งเมื่อเข้ารับงานก็เป็ได้นะคะแม่”
“หนูคิดว่ามันจะต้องเป็อย่างนั้นจริงๆหรือลูก?”สีหน้าของมารดาบอกความไม่สบายใจขึ้นมาทันที
“มันก็อาจจะเป็ไปได้นี่คะแม่แต่หนูไม่ห่วงหรอกค่ะ ถ้ามันเกิดเื่อย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ”ทาเมร่ายืนยันเสียงแข็ง “มีข่าวลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์เยอะแยะไปที่เขาประกาศรักสมัครพนักงานทำบัญชี หนูหางานได้ไม่ยากหรอกค่ะ”
“จริงสินะ”มารดาเงียบไปเป็ครู่ก่อนจะถามต่อ “แล้วหนูจะรู้เื่นี้เมื่อไหร่ล่ะ?”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอกค่ะต้องรอจนกว่าจะถึงเดือนหน้า”
ทาเมร่าไม่ได้เล่าให้มารดาฟังถึงเื่ที่นายจ้างของเธอได้ให้คำมั่น รับประกันในเื่ตำแหน่งงานของเธอไว้ เพราะมันยังมีความจริงในอะไรบางอย่าง ที่เขายังไม่รู้นั่นเอง และก็เป็ความจริงเื่เดียวกันกับที่เธอไม่ได้บอกให้มารดารับทราบด้วยเพราะไม่้าให้ทุกข์ใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาเื่เงินๆทองๆที่กำลังขัดสนอยู่ขณะนี้แม่ของเธอมีความเชื่ออยู่เสมอว่าจนถึงขณะนี้แล้วก็ยังมีเงินจำนวนที่ได้รับมรดกมาเหลืออยู่ ไม่เคยมีโอกาสรับรู้เลยว่าความจริงทาเมล่าได้ใช้เงินไปมากกว่าเงินจำนวนนั้นมาก เกือบจะ 2 เท่าแล้วด้วยซ้ำด้วยการจ่ายบิลค่ารักษาพยาบาล
ทั้งเงินเดือน เงินที่ได้รับจากการรับจ้างพิมพ์งานเป็พิเศษตอนกลางคืน ไม่อาจพอเพียงกับค่าใช้จ่ายทั้งหลายในบ้านแต่ทาเมร่าก็แสร้งทำเป็ว่า เงินจำนวนนั้นยังคงเหลืออยู่พอที่จะใช้จ่ายเป็ค่ารักษาพยาบาลจริงๆซึ่งทำให้มารดาคลายใจลงมาก
“แม่เองบางครั้งก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกันนะลูก” น้ำเสียงของผู้เป็มารดาเศร้าๆซึ่งทำให้ทาเมร่ารู้สึกแปลกใจชะงักมือที่ป้อนอาหารค้างอยู่ “ที่ทำให้หนูต้องมาสูญเสียความสดชื่นของชีวิตวัยนี้ไป”
“โธ่ แม่คะ อย่าพูดอย่างนั้นเลย”เธอกล้ำกลืนก้อนแข็งๆลงในลำคอก่อนที่จะพูดต่อ “หนูยังไม่เคยบ่นอะไรสักนิดยังมีเวลาอีกทั้งชีวิตนะคะที่จะออกงานสังคม ไปเต้นรำให้สนุกได้”ทาเมร่าไม่อยากจะเอ่ยถึงเวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ พอที่จะได้เห็นหน้ากันประสาแม่ลูกได้เพราะโรคร้ายที่กำลังคุกคามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“แม่ขอบคุณพระเ้าจริงๆที่ได้หนูมาเป็ลูก”
หยาดน้ำตาหล่อรื้นขึ้นในดวงตาทาเมร่าเธอเบือนหน้าซ่อนหยาดน้ำตาไว้
“หนูก็เช่นเดียวกันค่ะแม่”เธอฝืนหัวเราะออกมา เพื่อจะเปลี่ยนอารมณ์มารดาในยามนั้นเสีย
“หนูน่ะใจแข็งจริงๆลูก”แม่ของเธอพลอยหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินทาเมร่าพูดอย่างนั้น
...