หยางเฉิงกับลูกๆ ออกเดินทางเข้าเมืองพร้อมกับพ่อตาและน้องเขย คนตัวเล็ก 5 คนบนเกวียนส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวพูดกันอย่างมีความสุข
“เดี๋ยวพ่อกับน้าเ้าต้องไปทำงาน เ้าไปซื้อของกับตา อย่าซนนะ เอาเงินนี่ติดตัวไว้ เผื่อพวกเ้าอยากได้อะไร” หยางเฉิงพูดพร้อมส่งเงินให้เด็กๆ คนละ 10 อีแปะ เด็กๆ รับเงินมาแล้วนั่งคิดกันว่าอยากซื้ออะไร
“เดี๋ยวข้าจะซื้อถังหูลู่ให้พวกเ้าทุกคนนะ” ลู่คงหันไปบอกน้องๆ
ลู่เหลียนกับลู่เอินปรึกษากันสักครู่ก็ตกลงกันได้ “ข้ากับน้องสาวจะซื้อปิ่นปักผมให้ท่านแม่”
“น้องเล็กเ้าจะซื้ออะไร” ลู่เสียนถามน้องชาย
“ข้ายังนึกไม่ออก”
“ฮ่าๆ ข้าก็เหมือนกัน งั้นเราค่อยคิดตอนไปถึงในเมืองดีกว่า” ลู่เสียนพูดจบก็นั่งซุบซิบกับลู่เหวินสองคน
เมื่อมาถึงตำบลหวงเจียง หยางเฉิงกับเย่ไห่ก็แยกตัวไปทำงาน ปล่อยให้เด็กๆ ไปซื้อของกับผู้เป็ตา
“เกวียนวัวจะรออยู่ที่นี่ หากซื้อของเสร็จแล้วก็พักรอพ่อที่เกวียนนะ เราจะกลับบ้านกันตอนยามเซิน พวกเ้าต้องเชื่อฟังท่านตานะ”
เด็กๆ คุยกับพ่อมาแล้วว่าวันนี้ต้องซื้ออะไรบ้างเลย ชวนกันไปซื้อข้าวของต่างๆ
ณ สถานที่ก่อสร้าง กลุ่มคนงานกำลังเลื่อยท่อนไม้พลางพูดคุยกัน
“อาไห่ จริงหรือที่พ่อเ้ากับหลานๆ ขายของทะเลได้เกือบ 8 ตำลึง เงินมากมายขนาดนั้นเราต้องทำงานกันเกือบครึ่งปีเลยนะ ข้าล่ะอิจฉาเ้าจริงๆ” ชายหนุ่มจากหมู่บ้านชิงไห่เอ่ยถามลูกพี่ลูกน้อง
“เมื่อวานท่านพ่อโชคดีเจอคนจากเหลาอาหาร ไปรับซื้ออาหารทะเลพอดีน่ะ”
หยางซานและหยางโป ได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองหน้ากัน
“น้องสาม ลูกๆ เ้าช่วยพ่อน้องสะใภ้ขายของ ก็ต้องได้ส่วนแบ่งใช่ไหม”
ยังไม่ทันที่หยางเฉิงจะตอบคำถามของหยางซาน หยางโปก็ถามขึ้นมา
“ไม่ใช่ว่าวันนี้ลูกเ้าเข้ามาซื้อของกันหรอกเหรอ ส่วนแบ่งอย่างน้อยๆ ต้อง 4 ตำลึง ค่าหมอลูกเ้า 2 ตำลึง ที่เหลือต้องเอากองกลาง แล้วพวกเ้ามาซื้อของอย่างนี้ เ้าคิดจะยักยอกเงินกองกลางหรือน้องสาม”
“หากพ่อตาข้าพาหลานๆ ไปเที่ยวเล่นแล้วหาเงินได้ ข้าต้องไปขอส่วนแบ่งจากเขา งั้นวันนี้ตอนพี่ใหญ่กับพี่รองกลับบ้านก็บอกท่านแม่ให้คิดเงินส่วนที่ต้องแบ่งให้บ้านเดิมของภรรยาข้าด้วยเถิด”
หยางเฉิงจ้องหน้าคู่กรณีทั้งสองที่ตอนนี้ก้มมองแต่ปลายเท้าตนเอง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็น้องชาย
“ตอนที่ท่านพ่อของข้าป่วย ท่านพ่อของพี่เขยมอบเงินให้เขานำมาช่วยเหลือพวกเรา พวกเ้าคัดค้านหัวชนฝาบอกว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับบ้านข้าอีก แล้ววันนี้พวกเ้ากลับหน้าด้านหน้าทนจะมาขอส่วนแบ่ง เฮอะ..หากวันนี้พวกเ้าสามารถมาแบ่งเงินจากบ้านข้าได้ งั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะพาชายหนุ่มจากหมู่บ้าน ไปถามหาส่วนแบ่งที่พี่เขยและพี่สาวข้าต้องทำงานให้ บ้านพวกเ้าดูสักหน่อยแล้ว” เย่ไห่ตอกหน้าสองพี่น้องบ้านหยางกลับไป
สองพี่น้องหยางเมื่อเห็นว่าตนสู้ไม่ได้ก็ก้มหน้าทำงานแล้วไม่พูดอะไรอีก
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน หยางเฉิงกับเย่ไห่ก็เดินมายังเกวียนที่จอดรออยู่ เย่ไห่เห็นของบนเกวียนก็ตกตะลึง
“ทำไมซื้อมากมายขนาดนี้เล่าขอรับท่านพ่อ”
เฒ่าเย่ หันไปมองหน้าหลานชายหลานสาว แล้วถอนหายใจ
“เฮ้อ..เ้าตัวเล็กๆ พวกนี้น่ะ เข้าออกร้านค้าเหมือนลูกเศรษฐี เข้าไปสั่งของแล้วจ่ายเงิน ให้เขามาส่งที่เกวียน พอกลับมาถึงเกวียนก็อย่างที่เ้าเห็นนี่แหละ”
เด็กๆ หันไปหัวเราะกันคิกคัก หยางเฉิงเห็นแล้วก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย ให้พวกเขาเที่ยวเล่นสักสองสามวันค่อยพากลับไปคุยเื่แยกบ้านละกัน
ปกติเกวียนวัวเดินได้ช้าอยู่แล้ว นี่บรรทุกของเต็มเกวียนจนหยางเฉิงและเย่ไห่ ต้องลงมาเดินข้างๆ ด้วยเกรงใจเ้าของวัว เมื่อพ้นปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เจอผู้คนที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่
“ไอ้หยา เฒ่าเย่ ดีจริงที่เ้าหาเงินได้เยอะ ถึงได้ซื้อของมากมายขนาดนี้ บ้านข้าข้าวสารไม่พออยู่พอดี ลูกชายก็ไม่ได้เข้าไปซื้อในเมือง ไว้ข้าค่อยเข้าไปยืมบ้านเ้าละกันนะ” หญิงชรารูปร่างซูบผอม พยายามเข้ามาดูว่าพวกเขาซื้ออะไรมาบ้าง
“ข้าซื้อมาข้าวสารมาเยอะแยะเลยขอรับท่านตา หากท่านยายคนนี้ข้าวที่บ้านไม่พอก็ขายให้เถอะ ท่านยายจะเอาเท่าไหร่ก็คิดตามราคาร้านบวกค่าขนส่งอีก 3 อีแปะก็พอ ราคานี้คุ้มมากเลยนขอรับ ท่านยายไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองให้เหน็ดเหนื่อย” ลู่เหวินหันไปบอกหญิงชรา
“เ้าเด็กนี่ คิดจะขายของผู้าุโได้ยังไงกัน ข้าแค่หยิบยืม ไม่ได้ซื้อ เมื่อข้ามีข้าค่อยคืนอย่างไรเล่า เห็นแก่เ้ายังเล็ก เลยไม่รู้ความพูดแทนผู้ใหญ่ ข้าจะบอกตาเ้าไม่ให้ทุบตีเ้าแล้วกัน” หญิงชราจางซื่อ หันมาถลึงตาใส่เด็กน้อย
“ทำไมข้าต้องทุบตีหลานข้าด้วย เสี่ยวเหวินพูดถูกแล้ว หากบ้านเ้าข้าวไม่พอพวกข้าย่อมขายให้ในราคาเดิม คิดค่าเดินทางแค่เล็กน้อย แต่นี่เ้าคิดแต่จะหยิบยืม โดยที่ของเก่าก็ยังไม่คืนให้บ้านข้าเลย เ้าเป็ผู้าุโบ้านข้าหรือจางซื่อ ข้าถึงต้องคอยเลี้ยงดูพวกเ้า” เฒ่าเย่มองหญิงตรงหน้าอย่างเอือมระอา แล้วพาลูกหลานกลับบ้าน
“ไอ้พวกวัวลืมตีน มั่งมีเข้าหน่อยก็ดูถูกคนอื่น” จางซื่อะโด่าตามหลังด้วยความอิจฉาและอับอาย
เมื่อถึงหน้าบ้าน ก็ช่วยกันยกของเข้าบ้านไป โดยไม่ลืมจ่ายค่าเกวียน นางเย่เห็นของที่ขนเข้ามาก็ทำอะไรไม่ถูก
“ไอ้หยา พวกเ้ายกตลาดกันมาหรือไร ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับเงินเลยซื้อของพวกนี้มาแทนหรอกนะ”
“ซื้อไว้เยอะๆ ดีแล้วขอรับ พวกเราหลายคน อีกทั้งใกล้จะหน้าหนาวแล้วมีอาหารเยอะๆ ย่อมดีกว่าขอรับท่านแม่” หยางเฉิงบอกแม่ยาย
“จ่ายเงินไปมากขนาดนี้ เวลาพวกเ้ากลับไป จะกินอยู่กันอย่างไรเล่า” แม่เซี่ยเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล อีกสามวันข้าจะพาเมียและลูกกลับไปคุยเื่แยกบ้านขอรับ”
“ท่านแม่ ข้ากับน้องสาวซื้อให้ท่านเ้าค่ะ”
หยางเหลียนหยิบปิ่นไม้ที่แกะสลักเป็รูปดอกไม้ขึ้นมามอบให้เย่ซื่อ
“พวกเ้าสิ้นเปลืองจริงเชียว แม่จะเก็บไว้ให้พวกเ้านะ”
เย่ซื่อน้ำตาคลอเบ้า ยื่นมืออันสั่นเทาไปรับปิ่นจากลูกๆ
“พวกข้ามีตั้งสองคน ปิ่นอันเดียวจะแบ่งกันยังไงเ้าคะ อันนี้ท่านแม่ต้องเก็บไว้ใส่เอง ของพวกข้า ข้าจะให้น้องเล็กซื้อให้ใหม่ น้องเล็กน่ะหาเงินเก่งจะตาย มีความรู้แปลกๆ ในหัวเยอะแยะ ใช่ไหมเ้าตัวเล็ก”
พูดจบก็หันไปหยิกแก้มหยอกล้อลู่เหวิน
“ใช่แล้ว ข้าจะซื้อของให้ทุกคนเลย พี่ใหญ่ซื้อถังหูลู่ให้พวกเราคนละไม้ พี่หญิงใหญ่และพี่หญิงรองซื้อปิ่นปักผมให้ท่านแม่ ในบ้านมีผู้หญิงสามคน ท่านแม่ได้ปิ่นไปแล้ว ข้ากับพี่รองก็มีของให้ผู้หญิงในบ้านด้วยเช่นกันขอรับ”
ลู่เหวินยิ้มตาหยี พลางยื่นที่ติดผมให้พี่สาวทั้งสองคน ลู่เหลียนกับลู่เอิน เห็นที่ติดผมก็ตะลึงในความงดงาม ที่ติดผมรูปผีเสื้อทำจากผ้า แม้จะไม่หรูหราในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเด็กทั้งสองคน มันช่างสวยที่สุด เมื่อทั้งสองเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม แล้วเข้ามากอดน้องชายทั้งสองคน
“ฮือ..ขอบใจเ้าทั้งสองมากๆ เลย”
ทุกคนมองดูเด็กๆ กอดกันด้วยด้วยความสุข พวกเขาแม้จะยากจน แต่ก็ร่ำรวยความรัก แม้จะยากลำบาก หากแต่เต็มไปด้วยกำลังใจ