ตอนที่ 6 ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ
“ร่างกายคุณไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยังจะพันผ้าเช็ดตัวเดินเตร็ดเตร่อยู่ท่ามกลางหิมะอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ” ลี่หนานเสวียนปั้นหน้าเคร่งขรึมพลางจ้องเข้าไปในผ้าเช็ดตัว
ลู่โจวสังเกตเห็นสายตาของอีกฝ่าย ใบหน้าพลันร้อนผ่าว รีบหดขากลับเข้ามาทันที
ลี่หนานเสวียนยิ้มมุมปาก เขาถอดเสื้อคลุมทหารลายพรางออกอย่างรวดเร็วแล้วนำไปห่อหุ้มร่างกายลู่โจว จากนั้นพาอีกฝ่ายกลับห้อง
หลังจากลู่โจวเปลี่ยนชุดนอนเสร็จก็เห็นลี่หนานเสวียนยังยืนอยู่ในห้องของเขาก็ถาม “ดึกขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่ไปอาบน้ำนอนอีก”
ลี่หนานเสวียนไม่มีทีท่าว่าจะเดินออกไป เขายืนพิงกรอบประตูพลางมองไฟสีเขียวด้านนอก “คืนนี้คุณเจอเื่แปลกๆ บ้างหรือเปล่า”
“ไม่นะ” ลู่โจวไม่ได้ตั้งใจจะบอกเื่ที่ลี่หนานอีส่งคนแกล้งเป็ผีมาหลอกเขาและแอบดูเขาอาบน้ำ
“คุณไม่คิดว่าไฟสีเขียวข้างนอกมันแปลกเหรอ”
ลู่โจวพยักหน้า “ก็ค่อนข้างแปลกนะ ไฟสีเขียวไม่เหมาะสำหรับให้แสงสว่างเลย พรุ่งนี้คุณสั่งให้ลุงตี๋ส่งคนมาเปลี่ยนเป็ไฟสีขาวเถอะ”
คำพูดของเขาราวกับเป็เื่ขบขันที่ทำให้ลี่หนานเสวียนหัวเราะออกมา “ได้”
ลู่โจวถามอย่างสงสัย “คุณหัวเราะอะไร”
“ไม่มีอะไร” ลี่หนานเสวียนกลั้นหัวเราะ ทว่าในดวงตาสีนิลยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ลู่โจวอ้าปากหาว “ผมจะนอนแล้ว”
“นอนเถอะ” ลี่หนานเสวียนปิดประตูห้อง จากนั้นถอดเสื้อตัวนอกพลางเดินไปที่เตียงนอน
ลู่โจวพลันได้สติ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก “คุณจะทำอะไร”
ลี่หนานเสวียนตอบอย่างใสซื่อ “ก็นอนน่ะสิ”
“คุณไม่กลับไปนอนห้องตัวเองเหรอ”
“นี่คือห้องของผม” ลี่หนานเสวียนกางแขนออกแล้วล้มตัวลง พร้อมถือโอกาสกดลู่โจวนอนลงบนเตียง
“คุณ...”
“วันนี้ผมเหนื่อยมาก มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้นะ” ลี่หนานเสวียนกอดเขาแล้วหลับตา ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็มีเสียงกรนดังขึ้นเบาๆ
ลู่โจวมองเห็นรอยคล้ำใต้ตาลี่หนานเสวียนจึงไม่ได้ปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มด้านข้างมาคลุมบนตัวพวกเขาอย่างเบามือจึงไม่ทันได้เห็นคนข้างกายยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
คืนนี้ผ่านไปอย่างเงียบสงบ ตอนที่ลู่โจวตื่นนอนตอนเช้า ลี่หนานเสวียนก็กลับมาจากการออกกำลังกายพอดี
กฎการรับประทานอาหารของตระกูลลี่มีไม่มากนัก หากไม่ใช่่วันหยุด ไม่จำเป็ต้องทานมื้อเช้าหรือทานอาหารพร้อมกัน เช่นเดียวกับมื้อเย็นเมื่อวาน ที่ภรรยาของท่านจอมพลไม่ได้เชิญเขาไปทานอาหารด้วยกันเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัด
เช้านี้ก็เช่นเดียวกัน ลู่โจวกับลี่หนานเสวียนทานมื้อเช้าง่ายๆ ที่บ้านหยางเหมินก่อนจะออกจากบ้าน
เมื่อขึ้นรถเรียบร้อย ลู่โจวก็ถาม “คุณจะพาผมไปไหน”
ลี่หนานเสวียนตอบตามตรง “ผมได้ยินคุณปู่บอกว่าคุณร่างกายอ่อนแอและขี้โรคมาั้แ่เด็ก มักเจ็บป่วยเล็กน้อยจนถึงรุนแรงเสมอ พออายุสิบแปดปีถึงดีขึ้นมาหน่อย เมื่อวานผมนัดเพื่อนที่โรงพยาบาลไว้ วันนี้จะให้เขาช่วยตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียด”
ลู่โจวตกตะลึงเล็กน้อย ในใจเกิดความรู้สึกซาบซึ้งอยู่เล็กๆ “ไม่มีประโยชน์หรอก เมื่อก่อนผมเคยตรวจร่างกายอย่างละเอียดมาแล้ว แต่ก็ตรวจไม่พบอะไร”
ลี่หนานเสวียนจ้องอีกฝ่าย “คุณไม่น่าจะเป็คนที่มีร่างกายอ่อนแอนะ”
“คุณหมายความว่ายังไง”
ลี่หนานเสวียนไม่ตอบ เปลี่ยนหัวข้อสนทนาแล้วถามต่อ “ผมได้ยินมาว่าคุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาตลอด แต่ไม่เคยสอบผ่านเลยใช่ไหม”
ลู่โจวรู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อลี่หนานเสวียนเอ่ยถึงเื่นี้ ทั้งๆ ที่เขาคะแนนดีมาก เป็อันดับหนึ่งของชั้นปี แต่ทุกครั้งที่ถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าเขาไม่เกิดอุบัติเหตุบนถนนจนพลาดการสอบ ก็ต้องเป็ตอนที่ส่งกระดาษคำตอบแล้วกลายเป็กระดาษเปล่าอย่างไม่มีเหตุผล หรือไม่ก็มีคนแอบแก้ไขบางคำตอบของเขา เขาเคยสงสัยว่ามีใครบางคนจงใจแอบเล่นงานเขาจึงส่งคนไปตรวจสอบ แต่กลับไม่พบเบาะแสอะไรแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายได้แต่สรุปว่าเขาโชคร้ายเกินไป
ั้แ่เด็กเขาโชคร้ายมาตลอด ไม่ประสบอุบัติเหตุรถชนตอนออกจากบ้าน ก็โดนปล้นตอนออกจากบ้าน พอโชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดก็ชินไปเอง
“ใช่ ผมสอบมาแปดปีแล้ว แต่ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำที่ผมอยากเข้าไม่ได้สักที”
ลี่หนานเสวียนเห็นท่าทางห่อเหี่ยวของอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นลูบผมลู่โจว “มีผมอยู่ทั้งคน รับรองว่าปีหน้าคุณจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้แน่นอน”
ั์ตาลู่โจวเปล่งประกายขึ้นมา “จริงเหรอ”
ลี่หนานเสวียนกล่าวแฝงความนัย “รอให้คุณแต่งเข้าตระกูลลี่ก่อน จะได้รู้ว่าจริงหรือไม่จริง”
ลู่โจว “...”