ในเสี้ยววินาทีที่คาเมเลียสได้เห็นชัดเต็มตาว่าโคแวนไม่มีทางที่จะพลิกตัวหลบใบมีดติดปลายเท้าของนางได้ทันแน่ๆ แต่แล้วเขาก็กลับใช้สองมือของตนตบตะปปประกบไปที่ใบมีดติดปลายเท้าของนางไว้ได้อย่างทันที โดยที่ไม่เปลี่ยนท่าร่างไปจากเดิมแม้แต่น้อย !และพริบตาต่อมาโคแวนก็ได้ใช้แรงส่งจากร่างของคาเมเลียสเพื่อดึงใบมีดปลายเท้าให้เบี่ยงไปทางขวาของร่างเขาอย่างแรง และนั่นก็เป็นผลให้ทั้งขาและลำตัวของนางโดนกระชากติดไปด้วย แต่ทว่านั่นก็หาได้ทำให้นางเสียการทรงตัวไม่ เพราะจังหวะนั้นนางก็ตัดสินใจหมุนร่างกลางอากาศไปทางขวาตามแรงเหวี่ยงของโคแวนและนั่นก็ทำให้ทั้งโคแวนและคาเมลียสต่างก็หมุนตามแรงเหวี่ยงกันไปคนล่ะรอบ และเมื่อโคแวนตั้งหลักเงยหน้าขึ้นมา เขาก็พบว่ามีดที่ติดปลายเท้านั้นกลับหลุดออกมาอยู่ในมือของเขา ขณะที่คาเมเลียสก็กลับไปตั้งหลักได้อีกครั้ง"ความไวของท่านมันน่าเหลือเชื่อจริงๆเลยโคแวน" คาเมเลียสพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย "แต่ถึงจะไวไม่น้อยไปกว่าข้า ทว่ามือทั้งสองของท่านเล่า บัดนี้มันไม่กลายเป็นสีม่วงไปแล้วหรอกรึ ? ฮ่าฮ่าฮ่า"สิ้นคำพูดและเสียงหัวเราะของคาเมเลียส โคแวนก็ยกมือทั้งสองของตัวเองขึ้นมาดู และจริงอย่างที่นางว่า ขณะนี้ฝ่ามือทั้งสองของเขาก็ค่อยๆกลายเป็นสีม่วงอย่างเห็นได้ชัด"พิษจากอสรพิษเจ็ดสีจากบ้านเกิดของข้าถือได้ว่าเป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งในดาราจักรแห่งนี้นะโคแวน" ทั้งดวงตาและรอยยิ้มของคาเมเลียสยิ่งดูยั่วเย้าชั่วร้าย"ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที ระบบประสาทของท่านจะเป็นอมพาต และหลังจากนั้นเนื้อเยื่อต่างๆในร่างท่านจะยุ่ยสลายลงไปภายในสิบนาทีโดยเริ่มจากที่มือทั้งสองของท่านก่อน ดังนั้นข้าขอแนะนำว่า ตอนนี้ท่านควรจะเร่งลงมือตัดมือของท่านเองเพื่อจะได้รักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ก่อนจะดีกว่าต้องมากลายเป็นปุ๋ยอยู่แถวนี้จะดีกว่ากระมังท่่านขุนพลเอก ฮ่าฮ่าฮ่า"คำแนะนำที่ดูเหมือนจะปารถนาดีแต่ที่จริงเต็มเปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายไม่ได้ทำให้โคแวนเสียขวัญ แม้ว่าเขาจะค่อยๆรู้สึกชาขึ้นมาตามลำแขน ขณะที่มือทั้งสองของเขาก็หมดความรู้สึกไปเรื่อยๆ นี่นับว่าพิษของอสรพิษเจ็ดสีนั้นรุนแรงร้ายกาจสมคำร่ำเลือจริงๆ ราชสีห์โลกันต์ที่ขณะนั้นยืนอยู่ที่ด้านหลังคาเมเลียสเพื่อรอจังหวะสำคัญที่จะโจมตีโคแวนก็รีบเดินขึ้นมาอยู่ข้างๆนางทันที"ร้ายกาจจริงๆ ข้าเองไม่นึกเลยว่า อันเล่ห์กลร้อยเหลี่ยมมายาของเจ้า จะสามารถเอามาใช้ผสมกับการต่อสู้อันว่องไว จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะโคแวนได้อย่างไม่ยากเย็นเช่นนี้" มันกลับกล่าวชมคาเมเลียสอย่างจริงใจ"ร้อยทักษะแห่งการยุทธโดยไร้ซึ่งเล่ห์กลหรือจะสู้หนึ่งทักษะแห่งการยุทธที่อาบด้วยพิษของเล่ห์กลอันร้อยแปดได้ หึหึ" คาเมเลียสพูดขึ้นอย่างยิ้มๆ"ฮ้า คำกล่าวนี้ไม่รู้ว่าเจ้าเอามาจากไหน แต่ข้าก็ชอบนะ คราวนี้เราก็ลงมือตัดหัวของมันได้แล้วกระมัง ?" ราชสีห์โลกันต์ว่าแล้วก็เตรียมจะเข้าไปตะปปหัวของโคแวนให้หลุดติดมือ แต่แล้วมันก็แทบตาเหลือกถลน และชงักท่าร่างอยู่กับที่ทันที !เพราะจากที่ตอนแรกมันก็มองเห็นแล้วว่า โคแวนกำลังจะทรุดร่างลงไปเพราะเริ่มเป็นอัมพาต แต่ขณะนี้มันกลับเห็นว่าโคแวนกำลังค่อยๆยืดตัวกลับมายืนหยัดตัวตรงได้เหมือนเดิมราวกับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยนิด สิ่งผิดแปลกที่มันเห็นเพียงอย่างเดียวก็คือ ที่มุมปากของโคแวนเหมือนจะมีเลือดไหลซิมออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมันรีบหันไปมองหน้าคาเมเลียส ก็เห็นสีหน้าของนางหยุดค้างนิ่งราวกับจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นเช่นกัน"ตะลึงอะไรกัน ?" โคแวนกล่าวขึ้น "อ้อ พวกเจ้าคงกำลังสงสัยว่าทำไมข้าถึงไม่กลายเป็นอัมพาตจนร่างกายเปื่อยยุ่ยไปใช่ไหม ?"เขาถามอย่างหน้าตาเฉย ขณะที่ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากของตน ก่อนจะกล่าวต่อไป"ข้าจะบอกให้พวกเจ้ารู้เลยก็แล้วกันว่า ไม่ว่าจะพิษที่มีคุณสมบัติร้ายกาจแค่ไหนในดาราจักรแห่งนี้ ข้าก็ได้ศึกษามาทั้งหมดแล้วก่อนที่ข้าจะได้รับตำแหน่งเป็นขุนพลเอกแห่งแอนโดร่าเสียอีก และข้าก็ถึงกับทดลองใช้ร่างกายตัวเองให้ได้รับพิษที่ร้ายกาจมาแทบทุกชนิด และได้ใช้วิชา'มหาโอสถทิพย์'ผสานเข้ากับพลัง'ปราณไฟ'เพื่อขับพิษเหล่านั้นออกมาได้ทั้งหมด ดังนั้นแล้ว'พิษอสรพิษเจ็ดสี'ของเจ้าก็หาใช่สิ่งใหม่สำหรับข้าแต่อย่างใดไม่"คาเมเลียสฟังคำพูดนั้นด้วยสีหน้าทึ่งๆเล็กน้อย แต่ถึงแม้ว่าจะยังทำอะไรโคแวนไม่ได้เหมือนอย่างที่คาด แต่นางก็ยังสามารถยิ้มขึ้นมาได้"งั้นก็หมายความว่า พิษ'อสรพิษเจ็ดสี'ของข้านั้นทำอะไรเจ้าไม่ได้แม้แต่น้อยสินะ ?"โคแวนไม่ตอบคำถามนี้ แต่การนิ่งนั้นก็คือการยอมรับว่า'ใช่'นั่นเอง จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบตรีสูรอสุนีบาตรขึ้นมาจากพื้น"ท่านโรมิยาส" เขาหันไปทางโรมิยาสที่ยังต่อสู้กับหมาป่ายมราชยังไม่เสร็จสิ้น "เลิกเสียเวลากับเจ้านั่น และรีบรับสิ่งนี้ไปจัดการมันซะ !"กล่าวจบ ตรีสูรอสุนีบาตรที่อยู่ในมือเขาก็ถูกเหวี่ยงไปทางโรมิยาสทันทีและแม้จะต่อสู้ติดพันกับหมาป่ายมราช แต่โรมิยาสก็สามารถหมุนร่างรอบหนึ่งเพื่อรับตรีสูรอสุนีบาตรได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงราวกับเขาและโคแวนได้เคยซ้อมไว้มาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อคาเมเลียสมองเห็นแล้วว่า โคแวนได้ส่งอาวุธตนเองไปให้โรมิยาสใช้ และเขาเองก็ไม่มีทีท่าที่จะใช้พลองทองแดงอันเป็นอาวุธวิเศษที่ยังคงถูกวางไว้กับพื้น นางก็ส่งสัญญาณทางสายตาให้ราชสีห์โลกันต์ครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะพร้อมใจกันทะยานเข้าโจมตีเขาอย่างเร็วแรง !มาที่หมาป่ายมราช เมื่อมันได้เห็นอาวุธคู่กายของโคแวนมาอยู่ในมือของคู่ต่อสู้ข้างหน้าแล้ว มันก็ถึงกับชงักร่าง และอดจะขยับถอยหลังไปเล็กน้อยไม่ได้มันได้เคยเห็นมาแล้วว่า อาวุธคู่มือชนิดนี้ของโคแวนร้ายกาจแค่ไหน"เห็นทีว่า แส้อสูรหมาป่าของข้าอันนี้จะรับมือเจ้าไม่ได้แล้ว..." มันกลับกล่าวอย่างครั้นคร้ามอยู่ไม่น้อย จากนั้นก็วางแส้อสูรหมาป่าของมันลงกับพื้น ก่อนที่จะดึงดาบเปลวอัคคีออกมาจากด้านหลังของมันอีกครั้งและเมื่อดาบได้ถูกดึงออกจากฝักแล้ว เปลวเพลิงอันเจิดจ้าก็ลุกพรึบไปรอบๆคมดาบทันที"อาวุธที่คู่ควรกับตรีสูรนั่น มันต้องเป็นดาบเปลวอัคคีเล่มนี้ เหอ เหอ เหอ"มันหัวเราะเสียงประหลาด ราวกับจะปลอบขวัญกำลังใจของตนเอง ขณะที่ตั้งท่ากระชับดาบเปลวอัคคีในมือของตนเองไว้ ราวกับกลัวมันจะหลุดจากมือไป แต่นั่นก็สกิดใจของโรมิยาสเข้าพอดี"ข้าพอจะรู้แล้ว ว่าทำไมเจ้าถึงไม่เอาดาบเปลวอัคคีมาใช้บ่อยๆ เมื่อข้าได้เห็นท่าในการจับดาบของเจ้าเช่นนี้แล้ว ทำให้ข้าหวนนึกถึงตำนานอันประหลาดของดาบเปลวอัคคีนี้ได้พอดี" หางตาข้างหนึ่งของหมาป่ายมราชอดจะกระตุกขึ้นมาไม่ได้"เจ้า... เจ้ารู้อะไรกันล่ะ ?"โรมิยาสจับตรีสูรขวางไว้ด้านหน้าแต่ยังไม่จู่โจม "ดาบเปลวอัคคีในเรื่องเล่าที่ข้าพอจำได้ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'ดาบมารวิปลาส' ใช่หรือไม่ ?"คราวนี้หางตาอีกข้างหนึ่งของหมาป่ายมราชก็กระตุกตามมา"แล้วไง เจ้ายังรู้อะไรอีก...?""คำว่า'ดาบมารวิปลาส'ที่เป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งของ'ดาบเปลวอัคคี'นี้ กล่าวกันว่า หากผู้ครอบครองไม่ใช่ผู้ที่มีพลังมารขั้นสูงนำมาใช้เป็นอาวุธโดยไร้พลังในการควบคุมด้วยพลังมารแล้วล่ะก็ มันผู้นั้นจะค่อยๆวิปลาสไปอย่างที่แทบไม่รู้สึกตัว และท้ายสุดมันก็จะวิปลาสจนจำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งตัวของมันเอง เพราะมันจะถูกพลังมารในดาบนั้นควบคุมจนกลายเป็นทาสดาบผู้คลุุ้มคลั่ง และมันจะหลุดจากอำนาจแห่งการควบคุมนั้นก็ด้วยการถูกสังหารจากผู้ที่สามารถเอาชัยมันได้เท่านั้น"โรมิยาสหยุดไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าให้หมาป่ายมราชด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสมเพช"หึหึ ข้าเองอยากจะรู้ซะจริงๆว่า ตอนนี้เจ้าได้วิปลาสไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว หมาป่ายมราช ?""ยังหรอกโว๊ย !!" เสียงตอบด้วยโทสะยังไม่ทันขาดคำดี ดาบเปลวอัคคีในมือของหมาป่ายมราชก็พุ่งทะลวงไปยังร่างของโรมิยาสพร้อมกับเปลวไฟที่เจิดจ้าร้อนแรง !เปรี้ยง !!เปรี้ยง !!เปรี้ยง !!เสียงดาบเปลวอัคคีได้ปะทะเข้ากับตรีสูรอสุนีบาตที่อยู่ในมือของโรมิยาสอย่างต่อเนื่องถึงสามครั้งคราจนเกิดสันดาปเป็นเปลวเพลิงที่ยิ่งร้อนแรงและกระจายออกไปรอบด้าน ทว่าท่าทางของโรมิยาสก็ดูจะไม่ได้สะทกสะท้านกับการโจมตีครั้งนี้ เเละเขาก็สามารถใช้อาวุธของโคแวนได้ราวกับเป็นอาวุธของตนเองแม้ว่าพลังปราณในการต้านรับของเขาจะยังอ่อนกว่าโคแวนอยู่เล็กน้อยก็ตาม แต่ที่จริงลึกๆแล้ว ตัวเขาเองก็กลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันหรือแรงผลักอันร้อนแรงจากดาบเปลวอัคคี จนร่างของเขาแทบจะถดถอยไปด้านหลังในทุกครั้งที่ดาบได้ฟาดเข้ามาปะทะกับตรีสูญและแม้ว่าพลังปราณของเขาจะอ่อนกว่าโคแวนอยู่บ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพละกำลังในการเคลื่อนไหวและท่าร่างอันรวดเร็วของเขานั้นจะด้อยกว่า เพราะแท้ที่จริง เมื่อเขาได้ใช้ตรีสูรด้วยพลังและลีลาท่าร่างของตัวเองแล้ว ก็กลับมีความกลมกลืน และมีความรวดเร็วดุดันไปอีกลีลาหนึ่งอย่างน่าตื่นตา !หมาป่ายมราชที่ตอนแรกได้เห็นว่า ดาบเปลวอัคคีนั้นดูจะสร้างความกดดันให้กับโรมิยาสอยู่ไม่น้อย แต่แล้วพลังของดาบเปลวอัคคีนั้นก็เริ่มดีดสะท้อนกลับอย่างสะเปะสะปะหลังจากที่ได้ปะทะกับตรีสูรอสุนีบาตรในสี่ห้าครั้งถัดมา และนั่นก็ทำให้มันต้องกระโดดถอยมาข้างหลังอย่างหน้าตาตื่นส่วนโรมิยาสเองก็ไม่ได้ปล่อยให้หมาป่ายมราชตั้งหลักได้ เขารุกเข้าหามันและใช้ตรีสูรทั้งฟาดทั้งแทงเข้าไปยังร่างของมันอย่างถี่ยิบ และแม้ว่ามันจะสามารถใช้ดาบเปลวอัคคีมาตั้งรับตรีสูรได้ทุกครั้ง แต่สีหน้าของมันกลับแทบจะไร้สีเลือดลงทุกขณะเมื่อเห็นว่าหมาป่ายมราชกำลังจะเพลี่ยงพล้ำไปทุกขณะแล้ว โรมิยาสก็ยิ่งใช้ตรีสูรทะลวงเข้าไปยังร่างของมันอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมพร้อมอัดพลังปราณในร่างของตนเข้าไปที่ตรีสูรอย่างเต็มที่จนปลายตรีสูรก็ส่องประกายออร่าสีฟ้าออกมาพร้อมเสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะแต่วินาทีต่อมานั้น โรมิยาสกลับได้เห็นว่า เปลวอัคคีที่อยู่รอบๆคมดาบนั้น กลับลุกโหมเจิดจ้าจนแทบแสบตาและมีพลังแห่งความร้อนที่รุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม !ขณะที่นัยตาของหมาป่ายมราชในตอนนี้นั้น ก็เริ่มเปลี่ยนสีไปเป็น'สีแดงเพลิง'อย่างรวดเร็ว เสี้ยววินาทีนั้น โรมิยาสก็พลันนึกถึงอะไรขึ้นมาได้สีของนัยตาแบบนั้น กล่าวกันมาแต่อดีตว่า ความวิปลาสกำลังเข้าครอบงำเจ้าของร่างแล้ว ?พลันดาบเปลวอัคคีนั้นก็เสือกแทงพุ่งเข้าไปยังร่างของโรมิยาสทันที !และขณะที่โรมิยาสกำลังตวัดปลายตรีสูรเพื่อสกัดปลายดาบเปลวอัคคีนั้น พลังงานมหาศาลจากปลายดาบก็พุ่งเข้าสู่กลางลำตัวของเขาซะก่อน !และร่างของโรมิยาสก็กระเด็นถอยไปด้านหลังอย่างทันทีเช่นกันก่อนที่เขาจะกระอักโลหิตคำใหญ่ออกมาเมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขาก็มองเห็นร่างของหมาป่ายมราชก้าวย่างเข้ามาหาเขาพร้อมพลังแห่งการกดดันชนิดหนึ่งที่กระจายออกมาจากร่างมันไม่ใช่... นั่นไม่ใช่พลังแห่งการกดดันที่มาจากร่างของมัน พลังปราณของโรมิยาสสัมผัสได้ทันทีในขณะนั้นว่า พลังนั้นมาจากดาบเปลวอัคคีที่ได้เข้าควมคุมร่างของหมาป่ายมราชโดยสมบูรณ์แล้ว !หมาป่ายมราชในขณะนี้จึงมีลักษณะ'วิปลาส' เพราะได้เป็นข้าทาสแห่งดาบเปลวอัคคีไปแล้วนั่นเองแล้วโรมิยาสก็พลันกระอักโลหิตออกมาอีกคำ พร้อมกับพลังปราณที่หดหายไปครึ่งค่อน !
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)