ตอนที่22 จอมิญญา
พื้นดินที่เต็มไปด้วยหญ้าและผืนป่าได้เลือนหายกลายเป็เศษฝุ่นในชั่วพริบตา เพราะแรงะเิของเพลิงสีดำได้เผาไหม้และทำลายสรรพชีวิตโดยรอบจนผู้รอดชีวิตต่างตกตะลึงและยืนทึ่งให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า
"หมดแล้วรึลูกน้องของเ้า "
น้ำเสียงอันทุ้มต่ำของชายผมขาวได้เรียกสติมัวรัสที่ยืนอ้าปากค้าง ก่อนเทียจะเดินหน้าเข้ามาใกล้จนมัวรัสเริ่มถอยห่างด้วยความหวาดกลัว
แต่ด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระรัวได้สั่งให้มัวรัสต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างองอาจ เพราะตนคือบุตรชายของจอมมารผู้เป็หนึ่งในใต้หล้า เขาจึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคเ่าั้ด้วยกำปั้นอันเปี่ยมล้นไปด้วยเปลวไฟ
แล้วมัวรัสก็ใช้พลังทั้งหมดเพื่อโจมตีเทียเป็ครั้งสุดท้ายโดยการชกเข้าขมับซ้ายก่อนจะเสยปลายคางและตามด้วยลูกถีบจนร่างของเทียกระเด็นหายไปด้วยความเร็วเสียง
ทำให้มัวรัสเผยรอยยิ้มออกมาอย่างสะใจก่อนจะถ่มน้ำลายพร้อมเสียงหัวเราะอันเย้ยหยันกับความอ่อนแอของยมทูตสีขาวแห่งพระเพลิงทมิฬ
"เป็อะไรไปเทีย ไหนเ้าบอกว่าวันนี้ข้าจะรู้จักกับความสิ้นหวังมิใช่รึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"การโจมตีของเ้าช่างน่าประทับใจ "
"..!!! .."
และในชั่วพริบตาเทียก็คว้าแขนซ้ายของมัวรัสจากด้านหลังโดยที่มันไม่ทันรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ
แล้วทันใดนั้นเทียก็ดูดกลืนพลังิญญาจนขาทั้งสองข้างของมัวรัสเริ่มอ่อนแรงลง และถึงแม้มันจะพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเงื้อมมืออันแข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจทำอันตรายจนชายผมขาวต้องปล่อยมือได้
"เ้าเป็เด็กหัวดีเสมอมัวรัส และสายตาของเ้ามันกำลังบอกข้า……ว่าเ้าเริ่มเข้าใจถึงความสิ้นหวังแล้ว"
ในวินาทีแห่งความตายก็ทำให้เื่ราวต่างๆ แล่นผ่านสมองของมัวรัส ก่อนมันจะล้มพับด้วยความเหนื่อยล้าพร้อมร่างกายที่เริ่มซูบผอม
แต่โชคชะตาก็ยังหาทางรอดให้มัวรัสเสมอ เมื่อไทฟอนปีศาจขั้นสูงได้หลุดพ้นจากการต่อสู้กับเฟดดี้เพื่อช่วยเหลือนายของมันด้วยการใช้ปีกสีดำโบกสะบัดสายลมอันคมกริบเข้าจู่โจมใส่แขนขวาซึ่งเป็ปัญหาต่อมัวรัส
เพียงแต่สายลมนั้นมันยังขาดความชำนาญในการแปรสภาพจนมิอาจตัดผ่านแขนสีขาวซีดของเทียได้
ทำให้ชายผมขาวต้องแสดงถึงประสบการณ์อันยาวนาน โดยใช้สองนิ้วชี้ตรงไปยังไทฟอนซึ่งกำลังโบยบินอยู่กลางอากาศ ก่อนมันจะถูกผ่าครึ่งและตายลงด้วยสายลมที่มิอาจมองทัน
แต่ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อการโจมตีจากปีศาจขั้นสูงอีกสามตนจะตามมาพร้อมความเกรี้ยวกราด เมื่อสหายถูกสังหารในขณะที่พวกตนต้องเสียเวลาต่อกรกับตัวประหลาด
"อย่าให้มันเข้าใกล้เทียได้ ช่วยสนับสนุนเขาอย่างเต็มกำลัง" ลีเดียรีบออกคำสั่งในทันทีที่ชายผมขาวกำลังถูกรุมทึ้ง ทุกคนจึงต้องงัดความสามารถทั้งหมดออกมาใช้สกัดกั้นเช่นเดียวกับลีเดียที่ปล่อยสายฟ้าเข้าโจมตีเหล่าปีศาจจนพวกมันเริ่มล่าถอย
แล้วชายผมขาวก็สามารถจดจ่อกับบุตรชายแห่งจอมมารอย่างไม่ต้องระวังหลังอีกต่อไป และทันใดนั้นมืออีกข้างของมัวรัสก็เปลี่ยนเป็คมดาบก่อนฟาดฟันแขนที่ถูกจับทิ้งพร้อมกับผลักตัวให้หนีออกจากอันตราย
"ยอมทิ้งแขนเพื่อรักษาชีวิต ช่างเป็การตัดสินใจที่กล้าหาญ……แต่จากนี้เ้าจะจำได้ขึ้นใจว่าไม่มีผู้ใดทรงพลังได้ยิ่งกว่าข้า แม้แต่จอมมารที่เ้าเคยคิดว่าคือความยิ่งใหญ่"
เทียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทุ้มต่ำอย่างผิดปกติ พร้อมพลังิญญาซึ่งกำลังเพิ่มพูนจนทะลวงขั้นสูงระดับสูงไปถึงขั้นที่น้อยคนจะเคยัั
"พลังของเ้า จอมิญญางั้นรึ!! "
มัวรัสเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบกับดวงตาของชายผมขาวซึ่งเคยฉายเป็สีแดงกลับแปรเปลี่ยนเป็สีส้มดั่งเปลวไฟพร้อมพลังิญญาที่กำลังเพิ่มอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง
แล้วทุกสิ่งก็พังทลายเมื่อความเจ็บราวกับถูกแผดเผาจากภายในจนทำให้เทียเผยเสียงร้องอันแสนทรมาน พร้อมพลังิญญาที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกายก่อนจะลอยขึ้นสู่ฟ้าและเลือนหายไปเช่นเดียวกับเมฆหมอกสีดำ
"นี่มัน..เกิดอะไรขึ้น..!! "
เทียกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งราวกับคนกำลังหมดแรง แล้วท้องฟ้าก็เผยแสงแดดของเช้าวันใหม่แต่ก็ไม่ทำให้ลีเดียและคนอื่นๆต่างรู้สึกดีใจ
เพราะเทียกำลังเสียพลังิญญาทั้งหมดไปอย่างไม่มีเหตุผลประหนึ่งว่าเขาถูกยึดคืนจากบางสิ่งที่อยู่เื้ั
จึงทำให้มัวรัสเผยเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดพลังพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อสูดอากาศให้เต็มปอด ก่อนจะใช้เปลวไฟโจมตีใส่กลุ่มลีเดียจนพวกเขาาเ็สาหัสโดยไม่ทันได้ตั้งรับ
แล้วชัยชนะก็หวนกลับมายังกลุ่มปีศาจ ซึ่งพวกมันก็พร้อมจะทำลายเมืองทราซินเวียให้สิ้นซากก่อนพระอาทิตย์จะตกดินอีกครั้ง