The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 129 การต่อสู้ยกที่สาม


    เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

          ทุกคนในที่นั้นถึงกับนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก ส่วนทางด้านเทพศาสตรา ดูเหมือนว่าจะมีรอยยิ้มน้อยๆประดับที่มุมปาก ซึ่งไม่ผิดอะไรกับอากิเนะที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                 


           มาวินยืนแอ็คท่าเท่ๆด้วยการเท้าสะเอว พร้อมยืดอกเล็กน้อย ใบหน้าเชิดสูงและดูเย่อหยิ่งจนชวนหมั่นไส้ ครู่หนึ่งก็พยักพเยิดไปทางเทพศาสตรา


    “ เป็นไงมั่ง ลุงแกนดัฟต์ ชั้นชนะมาสองครั้งแล้วนา มิหนำซ้ำยังคว้าชัยอย่างง่ายดาย ทางที่ดี ปล่อยให้ชั้นไปลุยกับเจ้าซวยเยอะซวยน้อยดีกว่า ” 

                  


           เทพศาสตราที่นั่งเป็นประธานยิ้มนิดนึง ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนไร้ความรู้สึก 


    “ ยังเหลือคู่ต่อสู้อีก 2 คน เจ้าต้องชนะคนพวกนั้นให้ได้ซะก่อน ”  


    “ งั้นส่งมาเลย ชั้นจะรีบเตะก้นมันให้วิ่งโร่ไปฟ้องแม่ แล้วจะไปเขกกระบาลเจ้าซวยเยอะซวยน้อยต่อ” มาวินกำลังได้ใจสุดๆ ท่วงท่าที่ออกมาจึงเปล่งประกายอหังการ ทว่าอากิเนะกลับทำหน้ามุ่ย เพราะเด็กหนุ่มไม่เคยจำชื่ออสูรร้ายที่เฝ้าประตูทางเข้าได้ซักที

                  


            เทพศาสตรามองมาที่มาวินอยู่สองสามอึดใจ ก่อนเอ่ยถามถึงบางสิ่งที่ชวนสงสัย


    “ ก่อนจะสู้ต่อ ข้าขอถามข้อหนึ่ง เจ้ารู้ได้ยังไงว่าอาเบะมีจุดอ่อนที่ศีรษะ ” 


    “ ฮะๆ เพราะชั้นเก่ง ชั้นเทพยังไงเล่า ฮะๆ ” มาวินตอบกลับทันควันพร้อมหัวเราะร่า ราวกับคนบ้า 

              


           ท่าทางยโสของมาวิน ทำให้เหล่าลูกศิษย์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปตามๆกัน ทว่าส่วนหนึ่งในใจล้วนอึ้ง เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนว่าอาเบะมีจุดอ่อนที่ศีรษะ ทั้งที่เคยร่วมฝึกซ้อมกับชายร่างอ้วนมาหลายปี 

               


           ชายชราผมขาวปล่อยให้มาวินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไปอีกพักใหญ่ ในที่สุดเด็กหนุ่มก็หันมาเหนื่อยหอบ นั่นจึงเป็นเวลาที่เทพศาสตราจะถามต่อ


    “ ตกลงเจ้ารู้จุดอ่อนของอาเบะได้ยังไง ” 


    “ แฮ่กๆ บอกก็ได้ เหอๆ ” มาวินตำหนิด้วยสายตาโทษฐานที่เทพศาสตราไม่ยอมหยุดความบ้าจนเป็นเหตุให้เขาเหนื่อยหอบ          

           


            มาวินสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายที
     พอกลับมาเป็นปกติเขาก็เริ่มอธิบาย


    “ คืองี้…...ที่รู้เพราะตอนที่ใช้กระบวนท่า "เสือดาวไล่เหยื่อ"ชั้นเห็นเจ้าอ้วนหลบแค่หมัดคู่ที่กำลังกระแทกกลางกระหม่อม เลยสงสัยว่าบริเวณนั้นน่าจะเป็นจุดอ่อน  ” 

                


           เหตุผลที่เด็กหนุ่มอธิบาย ฟังดูง่ายอย่างเหลือเชื่อ คำตอบก็แค่หญ้าปากคอกที่ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่ทุกคนกลับไม่รู้ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เทพศาสตราผู้เงียบขรึมถึงกับออกปากชม 


    “ ไม่เลวนี่ เจ้ามีไหวพริบที่ดีเยี่ยม ” 


    “ ฮะๆ ไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรหรอกน่า ” มาวินเกาหัวสลับหัวเราะเขินๆ พร้อมกล่าวถ่อมตัว อันขัดต่ออุปนิสัยอย่างรุนแรง แต่ต่อมา เขาก็เริ่มแสดงท่าทางหยิ่งผยองตามสันดาน 


    “ แต่มันสุดยอดต่างหากเล่า ตาลุงแกนดัฟต์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

                


           ทั้งคำตอบและเสียงหัวเราะของเด็กหนุ่ม ทำให้ลูกศิษย์ทุกคนนึกอยากเป็นคู่ต่อสู้รายที่สาม แต่พวกเขากลับนิ่งเฉยและข่มความโกรธไว้ภายใน ด้วยเกรงใจเทพศาสตรา

                


          เทพศาสตราเอามือลูบเครา ท่าทางครุ่นคิด จากนั้นก็หันหน้าไปทางชายร่างล่ำ ผู้ทำหน้าที่หยิบอาวุธให้คู่ประลอง 


    “ เอาล่ะ งุยโฮ ข้าขอเลือกเจ้าเป็นคู่ต่อสู้คนต่อไป ” 

                 


           ชายร่างล่ำผู้มีนามว่า "งุยโฮ" ดูงงนิดๆ แต่พอปรับอารมณ์ได้ เขาก็ลุกขึ้นยืนและก้าวเข้าสู่ลานประลอง

                 


           มาวินมองงุยโฮด้วยอาการสงบ เขาไม่แสดงกิริยากวนๆใส่เพราะรู้สึกว่าคู่ต่อสู้รายนี้ดูจะมีฝีมืออยู่พอสมควร แต่ไม่ว่ายังไง ก็ไม่อาจหยุดยั้งสกิลปากดีของพระเอกหนุ่มมาดลิง


    “ เฮ้ นายดูเก่งกว่าเจ้าผอมกับเจ้าอ้วนนี่นา แต่จะต้านทานยอดฝีมือแบบชั้นได้หรือ ” มาวินพูดจบ ก็แกล้งเบ่งกล้ามขู่ด้วยท่าทางที่ดูตลก ทำให้ทุกคนในที่นั้นเกือบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ 

                


           งุยโฮยังคงสงบนิ่ง เขามองมาวินด้วยประกายตาที่เยือกเย็นและไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ท่วงท่าดูสุขุมลุ่มลึกเป็นยิ่งนัก 


    “ เอาล่ะ เริ่มการต่อสู้ยกที่สามได้ ” เทพศาสตราป่าวประกาศ 

                


         สิ้นเสียงสัญญาณ งุยโฮก็ดึงมีดสั้นสองเล่มที่ทำด้วยไม้ขึ้นมากวัดแกว่งเขาควงได้อย่างรวดเร็วราวจักรผันจนทุกคนในที่นั้นมองตามไม่ทัน ไม่เว้นแม้แต่มาวินซึ่งมีดวงตาที่แหลมคม สิ่งนั้นสร้างความหวาดผวาให้แก่เด็กหนุ่มเป็นอันมาก 


    “ อึ้ย หมอนี่ดูคล่องบรรลัย มองมีดสั้นในมือของมันไม่ทันเลย ยุ่งแล้ว ”  

                 


           เหมือนเทพศาสตราจะอ่านความคิดของมาวินออก ชายชราจึงเสนอทางเลือกหวังให้เด็กหนุ่มมีโอกาสชนะบ้าง 


    “ ท่าทางงุยโฮจะได้เปรียบตรงที่มีอาวุธ เจ้าจะไม่เอาอาวุธมาใช้บ้างเหรอ ” 

                


            เด็กหนุ่มหัวเขียวหันกลับไปมองเทพศาสตรา เขายิ้มแหยๆ พร้อมตอบซื่อๆ


    “ เหอๆ ชั้นเคยฝึกพื้นฐานการใช้ดาบแบบง่ายๆมาแค่สามวันเท่านั้นเอง ดังนั้นถึงมีอาวุธอยู่ในมือ ก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ ” 


    “ อืม......ก็จริง งั้นคงต้องแพ้แล้วล่ะมั้ง และการออกไปต่อสู้กับซวงเย่ คงจะเกินความสามารถของเจ้า ” เทพศาสตรากล่าวเนือยๆสีหน้าที่นิ่งเฉยแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะเล็กน้อย ทำให้อากิเนะประหลาดใจ


    “ เอ๊ะ ท่านปู่ทำสีหน้าแบบนั้นได้ด้วยเหรอ ” 

                


           มาวินรู้สึกขัดเคือง ทว่าทุกสิ่งที่ชายชรากล่าวเป็นความจริง เขาเลยจำใจต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่ในใจกลับขบคิด 


    “ ถ้าชั้นออกจากดินแดนแห่งนี้ได้ เห็นทีต้องฝึกวิชาดาบกับโจจี้อย่างจริงจังซะแล้ว ” 

               


            เด็กหนุ่มจับจ้องสองมือของงุยโฮที่กำลังควงมีดสั้น พร้อมตั้งกระบวนท่าที่ดูรัดกุม อันบ่งบอกว่าเขาน่าจะเป็นฝ่ายตั้งรับ 

                 


            อึดใจต่อมา งุยโฮก็เปิดเกมด้วยการเสือกมีดจากมือขวา จุดหมายคือหน้าอก แต่ก่อนจะเข้าเป้าเพียงครึ่งก้าว มาวินก็ฉากหลบออกข้างพร้อมตะโกนดังด้วยความดีใจ 


    “ เสร็จล่ะนายถลำเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว ” 

                 


           สิ้นเสียงตะโกน มาวินก็ทิ่มศอกสั้นไปที่ขมับแต่ก่อนจะทำสำเร็จ เด็กหนุ่มก็รู้สึกถึงแรงลมที่พุ่งปราดมายังยอดอก นั่นทำให้เขาล้มเลิกการโจมตี พร้อมถีบตัวไปข้างหลังสุดกำลัง


    “ ฉั้ว ” 

                


           แรงลมปริศนาทำให้เนื้อผ้าตรงบริเวณหน้าอกฉีกขาดไปนิ้วเศษ เมื่อมาวินเหลือบมองสิ่งที่เฉือนผิวกาย ก็พบว่า……มันคือมีดไม้อีกเล่มของงุยโฮ 


    “ เฮ้ย นี่มัน ” มาวินดูอึ้งๆเพราะขนาดอาวุธที่ทำจากไม้ ยังมีความคมถึงเพียงนี้ ถ้าเป็นของจริงมีหวังได้เลือดไปแล้ว นับว่าฝีมือการใช้มีดสั้นของงุยโฮอยู่ในระดับที่สุดยอด 

               


           งุยโฮหันกลับมาประจันหน้า เขาดูตื่นเต้นและเริ่มตั้งท่าต่อสู้ที่รัดกุมมากขึ้น ภายในใจแอบขบคิด


    “ หมอนี่ท่าทางเอาเรื่องแฮะ ถ้าเราไม่เหวี่ยงมีดอีกเล่มมาป้องกันตัว มีหวังถูกน็อคด้วยศอกสั้นไปแล้ว ” 

                 


            ทั้งสองรับรู้ถึงความน่ากลัวของอีกฝ่าย จึงยืนคุมเชิงอยู่เกือบนาที ในที่สุด ก็เป็นฝ่ายมาวินที่เปิดเกมก่อน


    “ ย่ะ ” มาวินแย็บหมัดขวา เพื่อหยั่งเชิง แน่นอนว่างุยโฮสามารถปัดป้องได้อย่างไม่ยาก ทว่าเด็กหนุ่มก็ตามติดด้วยการแย็บต่ออีกสี่หมัด 


    “ ย่ะ ย่ะ ย่ะ ” 

                 


           งุยโฮปัดป้องได้ทุกดอก ท่าทางจะชำนาญการต่อสู้ประชิดตัวอยู่ไม่น้อย เมื่อมาวินหมดมุก ก็เป็นทีของอีกฝ่าย เขาจึงสวนกลับด้วยการใช้มีดคู่ทิ่มแทง


    “ รับไปพายุคมมีด ” 

                 
           เงามีดนับสิบพุ่งเข้าใส่มาวิน แต่ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว ทำให้เขาโยกหลบได้เกือบทั้งหมด มีเพียงไหล่ซ้ายและขวาที่โดนคมมีดแบบถากๆ


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน