นักพรตชุดดำ กับนักพรตชุดขาว ทั้งสองรับคำก็พุ่งกระบี่ กลายเป็นแสงสีขาวกับสีดำพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียน เป้าหมายอยู่ขาทั้งสองข้างตามคำสั่ง เด็กชายวัย 12
“ พลังเซียนจักรพรรดิระดับสูงเชียวรึ?” เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ว่าทั้งสองคนมีพลังเซียนระดับสูง สามารถออกคำสั่งเซียนจักรพรรดิได้ เด็กน้อยนี่ต้องไม่ใช่ไก่กา ธรรมดาแน่ เสี่ยวเทียนใช้มือซ้ายยกขึ้น ปล่อยพลังทัณฑ์อัสนีเซียน พุ่งเข้าใส่กระบี่ทั้งสองสาย จนแตกสะบั้นไปทั้งหมด แล้วพุ่งไปกระแทกเข้าใส่นักพรตหยินหยาง จนหงายหลังลอยไปกองกับพื้น ทั้งสองคนเอายาเม็ดใส่ปาก ร่างกายกลับมาเป็นปกติ
แล้วนำกระจกสีขาว กับ สีดำออกมาอีก แล้วปล่อยแสงออกมา กลายเป็นภาพหยินหยาง พุ่งใส่เสี่ยวเทียน คล้ายว่าจะเอามาสู้กับ พลังทัณฑ์อัสนีเซียนโดยคิดว่าจะใช้พลังจากกระจกสะท้อนพลังอัสนีกลับไป
“ฮึ นักพรตใช้หยินหยางสำหรับปราบปีศาจมาใช้กับข้าเลยรึ อืมถ้าเช่นนั้น ลองเจอพลังมารภูตทมิฬของข้าดูบ้าง”
เสี่ยวเทียนปล่อยพลังมารภูตทมิฬออกไปกลายเป็นควันสีดำพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว นักพรตหยินหยางเห็นกลุ่มควันสีดำภูตทมิฬ ก็รีบใช้กระจกขาวดำเข้าต้าน
แต่ไม่สามารถต้านได้ ถูกพลังมารภูตทมิฬเข้าไปในร่าง พิษภูตทมิฬทำงานทันที ร่างกายนักพรติเริ่มมีฝีแผลฝีหนองเกิดขึ้นเต็มตัวไปหมด ก่อนที่จะระเบิดตาย เสี่ยวเทียนก็ดึงพลังมารภูตทมิฬออกมาเสียก่อน ทำให้นักพรตทั้งสองรอดตายหวุดหวิด
เสี่ยวเทียน วาร์ป เข้าไปหา เด็กน้อยวัย 12 ขวบที่สั่งการอย่างอัมหิตออกมา
“ แก อย่าเข้ามานัก ข้าคือ...” ไม่ทันได้บอก เสี่ยวเทียนก็ตบปากเข้าไปที ฟันร่วงลงไปหลายซี่ แล้วใช้แส้ตีม้าออกมาจาก รถม้า แล้วฟาดใส่เด็กวัย 12 ปีต่อหน้าชาวบ้าน เด็กน้อยร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวดหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยความแค้น เสี่ยวเทียนไม่สนใจฟาดไป สิบทีก็หยุด
“ คราวหน้าเข้ามาในย่านชุมชน ก็รู้จักชลอความเร็วลงซะบ้าง จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้อีก” นักพรตหยินกับนักพรตหยาง รีบมาหิ้วปีก เด็กชายผู้สูงศักดิ์ ก่อนจากไปทิ้งคำพูดกับเสี่ยวเทียนว่า
“ เจ้ากล้าทำร้ายองค์ชายน้อย เรื่องไม่จบแค่นี้แน่ เจ้าไม่ตายดีแน่”
เสี่ยวเทียนส่ายหัว ไม่เคยกลัวคำขู่แม้แต่น้อย ขณะกำลังจะเดินจากไป แต่ไม่ทันได้ไปไหน ก็มีหลวงจีนสี่รูป ลอยลงมาขวางหน้าเสี่ยวเทียนเอาไว้
“ ประสกน้อย เจ้ามีความสัมพันธ์ใดกับจอมมารปรมันต์” หลวงจีนคนหนึ่งเอ่ยด้วยเสียงอันแข็งกร้าว
“ ข้าไม่รู้จัก จอมมารปรมันต์ที่ท่านพูดถึง”
“ เมื่อสักครู่ อาตมาเห็นประสกน้อย ใช้พลังมารปรมันต์กระแทกใส่นักพรตหยินหยางคู่นั้น ประสกยังจะปฏิเสธอีกเหรอ?” ทันใดนั้นศิษย์พี่รองก็เดินออกมาช่วยอธิบายอีกคน
“ หลวงจีนทั้งสี่ โปรดฟังก่อน พวกเรามาจากแดนบูรพาเทวะ เป็นศิษย์ของท่านมู่หวายอิงแห่งสำนักปราชญเทวะ ท่านคงจะเข้าใจผิดแล้ว”
“ หากเป็นเช่นนั้นจริง ขอเชิญกลับไปกับพวกอาตมา ไปอธิบายให้ท่านเจ้าอาวาสฟัง ว่าทำไมศิษย์สำนักปราชญ์เทวะ ถึงได้ฝึกวิชามารเช่นนี้ได้”
หลวงจีนทั้งสี่ยังคิดจะพาเสี่ยวเทียนไปให้ได้
“ หลวงจีนหน้าเหม็น พูดจาไม่รู้เรื่อง คงต้องสั่งสอนซะหน่อยแล้ว” เสี่ยวเทียนเตรียมตัวจัดการกับหลวงจีนทั้งสี่
“ เสี่ยวเทียนอย่าเสีย มารยาท” ศิษย์พี่รองเอ่ยปรามเสี่ยวเทียน
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะไปพบกับท่านเจ้าอาวาสของท่านก็ได้” ศิษย์พี่รองคิดว่าไปคุยกับเจ้าอาวาสน่าจะพูดง่ายกว่านี้ หากปะทะกันไปไม่รู้ว่า จะมีกองกำลังที่ไหนมาช่วย พวกเขาอีกก็ไม่รู้ เสี่ยวเทียนเข้าใจศิษย์พี่รอง เลยไม่พูดต่อ เดินตามหลวงจีนทั้งสี่กลับไป
ณ วัดเทียนหลง เสี่ยวเทียนเวลานี้นั่งยืนอยู่ตรงกลาง วิหารที่องค์พระใหญ่ตั้งตระหง่านปางสมาธิปราบมาร ด้านหน้ามีหลวงจีน หัวหน้าหอทั้งสิบ แล้วรองเจ้าอาวาสทั้งสี่ ยืนด้านข้างเจ้าอาวาสวัดเทียนหลง นามว่า อู่หมิง
ทุกคนกำลังยืนมองหน้าเสี่ยวเทียนที่ยืนกลางวิหารกับศิษย์พี่รอง โดยมีศิษย์หลวงจีนถือไม้กระบองอรหันต์ยืนรอบ ๆ อีก แปดสิบคน
“ จัดการหลวงจีนสี่คนตอนนั้นซะก็จบแล้ว มาคราวนี้มากันเป็นร้อย หากเกิดเรื่องขึ้นจะหนียังไงละที่นี้” เสี่ยวเทียนเอ่ยเบาๆ กับศิษย์พี่รอง
“ ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรหรอกน่า” ศิษย์พี่รองตบไหล่เสี่ยวเทียนเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องกังวล แต่ในใจนี้เต้นแรงกว่า เสี่ยวเทียนเสียอีก
“ ข้ามู่เอ้อ และ นี่ศิษย์น้องข้า เฉินเสี่ยวเทียน ขอคำนับท่านเจ้าอาวาสและท่านผู้อาวุโสทุกท่าน” เสี่ยวเทียนประสานมือคารวะตาม
“ ประสกน้อย เฉินเสี่ยวเทียน อาตมาอยากให้เจ้าแสดงพลังมารปรมันต์ออกมาให้ชมหน่อย ไม่ทราบว่า เจ้าจะแสดงให้พวกเราดูได้ไหม เพื่อความสบายใจของทุกๆฝ่าย” เจ้าอาวาส อยากเห็นวิชามารภูตทมิฬ เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอินว่าควรทำเช่นไรดี
“ พูดตามที่ข้าบอกก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนตั้งสติได้ก็เริ่มพูดตามอาจารย์ลู่เอินทันที
“ เฮ้อ..ความจริงข้าเองก็ไม่อยากจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่ในเมื่อพวกท่านให้ข้ามาถึงที่นี่ ก็คงต้องบอกความจริงกันแล้ว ที่แท้แล้วข้าคือศิษย์องค์พระยูไล ลำดับที่ 4 นามว่า เฉินเทียนซือ ได้จุติกำเนิดใหม่เพื่อมาทำภารกิจปราบมารร้าย 99 ตน แล้วจะได้กลับไปสวรรค์ ตัวข้าปราบปีศาจมาร้ายไปแล้ว 20 กว่าตน เหลืออีกเจ็ดสิบกว่าตน ท่านเจ้าอาวาส ท่านเชื่อข้าหรือไม่?” ศิษย์พี่รองหันขวับมองเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจ ! ส่วนเจ้าอาวาสและคนอื่นๆ ก็เริ่ม หัวเราะออกมา
“ เจ้าเด็กน้อย เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นศิษย์พระยูไล เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ ข้าชื่อ หวายคงหัวหน้าหอคัมภีร์ ฝึกฝนวิชาฝ่ามือยูไล พันมือ สิบแปดท่า ถ้าเจ้าเป็นศิษย์พระยูไลจริงข้าอยากขอทดสอบฝีมือสักหน่อยจะได้ไหม” หลวงจีนหัวหน้าหอคัมภีร์หัวเราะออกมากับคำพูดของเสี่ยวเทียน
“ ถ้าเช่นนั้น ก็เชิญ” เสี่ยวเทียนหลับตาพริ้ม แล้วลอยตัวออกไปด้านนอกวิหาร นั่งสมาธิกลางอากาศ หลวงจีนหวายคงพุ่งร่างตามออกไป แล้วขยับตัวปล่อยฝ่ามือยูไลพันมือออกไปใส่เสี่ยวเทียนที่ลอยกลางอากาศทันที ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!
เป็นภาพเงาฝ่ามือยูไลพุ่งออกไปนับพันจริงๆ แต่ไม่สามารถ กระทบร่างของเสี่ยวเทียนได้เลย เพราะเสี่ยวเทียนได้ปล่อยรัศมีพลังอัฐิธาตุของพระโมคลาณะออกมา แผ่พลังกระจายต้านเอาไว้ หัวหน้าหอคัมภีร์ถึงกับต้องถอยหลังผงะ ออกมาหลายก้าว
แล้วทันใดนั้น ด้านหลังของเสี่ยวเทียนก็ปรากฏร่างของพระยูไล นั่งปางสมาธิลอยตัวอยู่ด้านหลัง ทุกคนเริ่มได้ยินบทสวดมนตร์บูชาพระตถาคต ที่สถาบันสงฆ์ทุกท่านรู้จักดี แล้วเห็นเสี่ยวเทียนยกมือขวาทำท่าคล้ายกับพระยูไล แล้วปล่อยฝ่ามือลงมาเบาๆ กลายเป็นเงา ฝ่ามือพระยูไล ที่ใหญ่เท่าฝาบ้าน ลอยลงมาอย่างช้าๆ แต่หลวงจีนหวายคงซึ่งได้แต่มองนิ่ง ไม่สามารถขยับตัวไหนได้เหมือนโดนสะกด แต่ว่าไม่ทันที่ ฝ่ามือยักษ์จะถึงตัวหลวงจีนหวายคงก็หยุดนิ่ง สิ่งแวดล้อมรอบๆหลวงจีนหวายคงถูกพลังทำลายไปสิ้น แต่ชุดจีวรและร่างกายของ หลวงจีนหวายคงกลับเป็นปกติทุกอย่าง พื้นศิลารอบ ๆ ยุบลึกลงไปกลายเป็นรอยฝ่ามือยักษ์ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับทุกคนยิ่งนัก หลวงจีนหวายคง ถึงกับคุกเข่าพนมมือ ด้วยความเคารพขั้นสูงสุด
เสี่ยวเทียนค่อยๆลงมาจากฟากฟ้า ร่างกายเปล่งแสงแห่งพุทธะออกมา กลิ่นไออัฐิธาตุพระอรหันต์ ส่งกลิ่นกระจายไปทั่ว เดินลงมาที่พื้นศิลา แล้วก้าวเท้าไปทีละก้าวจนครบ เจ็ดก้าวแล้วหยุด พื้นศิลากลายเป็นรอยเท้าของเสี่ยวเทียนเป็นรอยหลุมลึกลงไป เหล่าหลวงจีนทั้งหลาย ใครได้สัมผัสพลังแสงแห่งพุทธะ และกลิ่นไออัฐิธาตุพระอรหันต์ พลังเซียนก็เพิ่มขึ้น คนละสี่ ห้าระดับ เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนักทำให้ทุกคนเลื่อมใส เสี่ยวเทียนมากขึ้น ถึงกับพร้อมใจกันคุกเข่า ยกพนมมือเหมือนกับหลวงจีนหวายคง ที่บัดนี้ขั้นเซียนได้ขึ้นเพิ่มขึ้นไปอีก ห้าระดับ จากขั้นเซียนจักรพรรดิ ระดับ 60 พุ่งขึ้นข้ามเป็นขั้นเซียนฟ้า ระดับ ที่ 65 ในทันที
“อมิตตาพุทธ” ทุกคนเอ่ยออกมาพร้อมกัน เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมา ทันที
“อาจารย์นี่ท่านทำได้อย่างไรกันเนี่ย” เสี่ยวเทียนให้อาจารย์ช่วยแสดงพลังพระยูไลขั้นสูงออกมาให้ทุกคนชม แต่ไม่คิดว่าจะมีพลังพลานุภาพปานนี้
“ ก็ไม่เห็นจะยาก แค่ปล่อยพลังอัฐิธาตุ พร้อมกับพลังแห่งพุทธะ ของพลังพระยูไล ระดับสูง ออกมาแค่นั้น พวกที่ฝึกฝนแนวทางสถาบันสงฆ์ ก็สามารถรับพลังกันได้ทันที ไม่ได้ยุ่งยากอะไร” อาจารย์ลู่เอินพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ
“ ประสกน้อย ที่แท้ท่านเป็นพระอรหันต์จุติมาทำภารกิจจริงๆ อาตมาเลื่อมใสยิ่งนัก ที่ผ่านมาต้องขออภัยด้วย” เจ้าอาวาสเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมกว่าเดิม
“ ไม่เป็นไร ทุกคนเข้าใจผิดกันได้ ส่วนพลังภูตปรมันต์ที่พวกเท่านคิดกันนั้น เป็นพลังของ จอมเทพภูเตศวร เป็นเทพปกครองภูตผีในอดีต พอดีข้าปราบปีศาจรัตติกาลที่กำลังจะยึดร่างของข้า แต่กลับถูกข้ากลืนกินวิญญาณของมันแทน พลังภูตทมิฬของมัน จึงไหลเข้ามาสู่ตัวข้า
ดังนั้นข้าถามท่านพระอาจารย์ยูไล ท่านเลยให้เคล็ดวิชาของท่านมหาเทพภูเตศวรมาให้ข้า ใช้ปราบมารปีศาจ ท่านลองดู”
เสี่ยวเทียนใช้มือขวาปล่อยพลังภูตทมิฬ ใส่ไปที่ต้นไม้ ทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉาลงทันที แล้วก็ดึงพลังกลับ ต้นไม้ก็กลับมามีชีวิตได้ดังเดิม ทุกคนมองแล้วอ้าปากค้างไม่คิดว่า จะมีวิชาปราบมารเช่นนี้ด้วย ยิ่งเคารพนับถือเสี่ยวเทียนมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะ หลวงจีน สี่รูป ที่เชิญตัวเสี่ยวเทียนมา เข้ามาคุกเข่าขออภัยที่ล่วงเกินเสี่ยวเทียนทันที
“ ลุกขึ้นเถอะ เรื่องนี้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ขอให้เรื่องนี้เก็บเป็นความลับ หากพวกมารปีศาจรู้เข้า จะพลอยหนีหายไปหมด ส่วนจอมมารปรมันต์นั่น หากพวกท่านพบเบาะแสก็ขอให้แจ้งข้ามาได้เลย ข้าจะไปจัดการกับมันเอง” เสี่ยวเทียนอาสาช่วยปราบให้
“ ถ้าเช่นนั้น อาตมาขอเชิญ ท่านอรหันต์น้อย พักเสียที่นี่ดีกว่า หากว่าท่านต้องการอะไร ก็ขอให้บอก ทางวัดจะได้จัดหามาให้ท่านทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ”
เจ้าอาวาสเรียกเสี่ยวเทียน อรหันต์น้อยไปแล้ว ศิษย์พี่รองถึงกับสะดุ้ง ! แต่ยังไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา เสี่ยวเทียนหันไปขอความคิดเห็นกับ ศิษย์พี่รองซึ่งก็พยักหน้า พักที่นี่ก็ดี จะได้สืบเรื่องท่านพ่อ ที่กรมราชทัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
แล้วในที่สุด เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รอง ก็ได้พักอยู่ที่วัดหลงเทียน อย่างอาคันตุกะผู้มีเกียรติ โดยมีหลวงจีนทั้งสี่ คอยให้ความดูแลทุกอย่าง
ณ หอสวดมนตร์ วัดหลงเทียน
“ วันนี้ทุกท่านคงได้ประจักษ์ต่อสายตาแล้วใช่ไหม ข้าได้สัมผัสถึงกลิ่นไอพระอรหันต์ที่หนาแน่น จากเฉินเสี่ยวเทียน แล้วยังได้แสงแห่งพุทธะ ที่มีแต่พระอรหันต์เท่านั้นที่ปล่อยออกมาได้ แล้วยังฝ่ามืออรหันต์ยูไลนั่นอีก ข้าเชื่อว่าเขาพูดเรื่องจริงที่ เขาจุติมาเกิดเพื่อปราบมารปีศาจ ทุกท่านคิดเช่นไร”
เจ้าอาวาสเรียกประชุมลับ เพื่อขอความคิดเห็นทุกๆคน
“ แรก ๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อ แต่ได้เห็นกับตา แล้วยังสัมผัสได้ด้วยกายและใจ ทำให้พลังเซียนของข้าทลายพุ่งขึ้นสู่เซียนฟ้า ต้องสำเร็จอรหันต์แล้วเท่านั้นที่ทำได้ ข้าเชื่อว่า เขาเป็นพระอรหันต์กลับชาติมาเกิดอย่างแน่นอน” หลวงจีนหวายคง ปล่อยพลังเซียนฟ้าให้ทุกคนสัมผัส ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ ใช่แล้ว การใช้วิชาอัญเชิญพระยูไลออกมาเช่นนี้ มีแต่ศิษย์พระยูไลเท่านั้นที่ทำได้ ในตำราก็บ่งบอกเอาไว้ชัดเจน แล้วยิ่งปล่อยพลังพุทธะออกมาได้อีก ยิ่งตอกย้ำได้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของพระยูไลไม่ผิดแน่นอน ท่านเจ้าอาวาสต้องรั้งท่านอรหันต์น้อย ให้อยู่ที่วัดเราให้นานที่สุด ข้าขอแค่อยู่ใกล้ชิดท่านนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ข้าอาจได้รับ รัศมีพลังอาจบรรลุเป็นอรหันต์ได้อย่างท่านบ้าง” หัวหน้าหอฝึกจิตกล่าวอย่างมีความหวัง
“ ในเมื่อทุกคนเห็นด้วยเช่นนี้ พรุ่งนี้ข้าจะเจรจาขอให้ท่านอรหันต์น้อยได้อยู่ที่วัดของเราให้นานที่สุด” เจ้าอาวาสสรุปเรื่องทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน ศิษย์พี่รองก็ร้อนใจขึ้นมา
“ เสี่ยวเทียนนี่เจ้า เป็นอรหันต์กลับชาติมาเกิดจริงหรือเปล่า?” ศิษย์พี่รองกล่าวอย่างไม่มั่นใจ
“ ข้าจะไปรู้ได้ยังไง นั่นเป็นเรื่องเมื่อชาติก่อนนะ”
“ อ้าว! แล้วเจ้าไปบอกเจ้าอาวาสเช่นนั้นทำไม ถ้าหากท่านรู้ความจริงจะทำอย่างไร”
“ อย่าห่วงเลย อาจารย์เซียนสวรรค์ของข้าเขาจัดการได้อยู่แล้ว” เสี่ยวเทียนมั่นใจว่าอาจารย์ลู่เอินเอาอยู่ ในขณะที่ศิษย์พี่รองร้อนใจยิ่งนัก
รุ่งเช้า เจ้าอาวาสกับรองทั้งสี่ก็มาหา สอบถามถึงจุดประสงค์ของการมาแดนประจิมเทวะแห่งนี้
“ ข้ามาตามหาท่านพ่อของข้าในชาตินี้ ข้าไม่อยากทิ้งเรื่องไม่สบายใจ หลังจากขึ้นไปอยู่บนสวรรค์แล้ว พวกท่านรู้จักกรมราชทัณฑ์ไหม ช่วยข้าสอบถามให้หน่อยซิ” เสี่ยวเทียนถือโอกาส หลวงจีนพวกนี้สืบเรื่องนี้ให้เลย
“ ได้ อาตมาจะทำตามที่สั่ง ว่าแต่ท่านอรหันต์น้อย พอมีเวลาบ้างไหม ทางเหล่าศิษย์ทั้งหลาย อยากให้ท่านอรหันต์ช่วยแสดงธรรมมะ ให้พวกเราฟังด้วย”
“ ข้าไม่ใช่สายธรรมะ ข้าเป็นสายปราบมาร แต่ก็พอมีวิธีที่จะทำให้พวกท่านเข้าถึงพลังแห่งพุทธะมากขึ้น อีกเจ็ดวันข้าจะปลดปล่อยพลังแสงแห่งพุทธะอรหันต์ให้ พวกท่านก็ใช้โอกาสนี้รับพลังนี้ไปก็แล้วกัน ”
เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่อาจารย์ลู่เอินบอก
“ขอบคุณท่านอรหันต์น้อย หากอาตมาได้ข่าวแล้วจะรีบมาบอกท่านทันที” เจ้าอาวาสกับรองทั้งสี่รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมีอรหันต์ที่ยังมีชีวิต ตัวเป็น ๆ มาเผยแพร่พลังพุทธะอรหันต์ให้
ณ ร้านขายถ้วยชามแห่งหนึ่ง หลังร้านมีชายวัย 40 ปีนั่งดื่มชาอย่างเงียบสงบ
มีชายที่เป็นเถ้าแก่ร้าน เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า
“ เรียนนายท่านเก้า พบเฉินเสี่ยวเทียนแล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่วัดหลงเทียนขอรับ”
“ดี ข้าจะจัดการต่อเอง ! เจ้าตำหนักเก้ามังกร ถึงขนาดกำชับให้ข้าลงมือด้วยตนเอง เจ้านี่ได้รับ เกียรติเกินไปจริง ๆ พรุ่งนี้ข้าจะไม่ให้เจ้าเห็นเดือนเห็นตะวันขึ้นอีกต่อไป” นายท่านเก้า หยิบกระบี่ออกมา แล้วกรีดมิติหายวับไป....