เสี่ยวเถามองใบหน้าของลู่ชิงชิงที่นั่งอยู่บนรถม้า คุณหนูหลับตานิ่งเงียบมาตลอดทาง นางมีคำถามมากมายที่จะถาม แต่ดูแล้วคุณหนูไม่อยากจะพูดอะไรออกมา นางจึงไม่กล้าเซ้าซี้ เพราะดูท่าทางของคุณหนูคงจะเหนื่อยไม่น้อย
"พวกเ้าห้ามพูดเื่ในวันนี้เด็ดขาด ข้าไม่อยากให้ทุกคนต้องเป็ห่วงเข้าใจหรือไม่? ข้าเป็ห่วงท่านแม่กลัวว่านางจะล้มป่วยรู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น"
"เ้าค่ะคุณหนูบ่าวจะไม่พูดเื่นี้เด็ดขาดเ้าค่ะ เดี๋ยวถึงจวนแล้ว บ่าวจะย้ำกับพี่อ้าวชงอีกที คุณหนูไม่ต้องเป็กังวลนะเ้าคะ แต่ว่า...คนผู้นั้นเป็ใครหรือเ้าคะ"
"ไม่ใช่ข้าไม่อยากบอกเ้า แต่ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็ใคร ช่างเถอะ เราคงไม่มีโอกาสเจอเขาอีกต่อไปแล้ว อย่าไปสนใจ เขาจะเป็ใครมาจากไหน ข้าไม่อยากจะรู้ ไม่อยากใส่ใจและข้าเองก็ไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกเหมือนกัน"
ลู่ชิงชิงหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ของตัวเองนางจับมือของตัวเองที่กำลังสั่นเทา หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ บอกตัวเองว่า ตอนนี้นางไม่เป็อะไรแล้ว นางกำลังกลับบ้านก่อนหน้านี้ นางหวาดกลัว วิตกกังวลไปหมดว่าจะถูกฆ่าปิดปากแล้วนางจะไม่ได้เจอกับครอบครัวอีก
เสี่ยวเถามองเห็นชุดคลุมสีดำ รวมถึงกวานของบุรุษผู้นั้น วางอยู่ข้างคุณหนูจึงหยิบขึ้นมาพับเก็บเอาไว้"คุณหนูจะให้ทำยังไงกับสิ่งนี้เ้าคะ"
ลู่ชิงชิงลืมตาขึ้นมามองเมื่อได้ยินคำถามของเสี่ยวเถา ก็พบว่าเสื้อคลุมของบุรุษผู้นั้นพร้อมกับกวาน เขาไม่ได้เอากลับไปด้วย นั่งครุ่นคิดอยู่ก็จะทำยังไงกับมันดีเพราะถ้าหากมีคนเห็น ต้องถามแน่ว่าเป็ของใคร
"เอาใส่ไว้ในหีบก่อนเอาไว้ด้านล่างนะคนพวกนั้นคงไม่กลับมาแล้วแหละถ้ามีโอกาสก็ทิ้งมันไปซะ"
หญิงสาวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ตอนนี้เขาคงไปไกลแล้วคงไม่คิดจะย้อนกลับมาเพื่อมาเอาของพวกนี้กระมัง หลังจากนั้นเสี่ยวเถาพ่อเอาชุดกวานวางไว้ใต้ก้นหีบแล้วเอาเสื้อผ้ามาปกปิดไว้แต่นางไม่กล้าทิ้งเพราะกลัวว่าหากคนผู้นั้นกลับมาถามแล้วไม่มีคุณหนูของนางก็จะเดือดร้อน
ทันทีที่รถม้ามาถึงจวน หลิวซื่อกับหลี่ซื่อและลู่เหวินหลาง ก็มารออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นว่าลู่ชิงชิงกลับมาแล้ว ต่างพากันโล่งอก อาการกระวนกระวายก่อนหน้านี้เริ่มดีขึ้น พวกเขาเป็ห่วงนางมากปกติแล้วนางไม่เคยกลับเวลานี้เลยสักครั้ง ลู่เหวินหลางกำลังจะสั่งคนเอารถม้าออกไปตามหานางอยู่แล้วเชียว
"วันนี้ทำไมกลับเย็นนักเล่า มืดจนมองไม่เห็นมืดแล้ว ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกแม่เป็ห่วงรู้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่ให้ไปทำงานอีกเลยเข้าใจไหมชิงเอ๋อร์"
ลู่เหวินหลาง สังเกตเห็นว่าลู่ชิงชิงมีสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก"มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทำไมถึงหน้าซีดเซียวแบบนี้"
พอได้ยินลู่เหวินหลางทักขึ้นมาทุกคนก็มองไปที่ลู่ชิงชิง ก็เห็นเป็ทางที่เขาว่าจริงๆ หลี่ซื่อก็เลยเดินมาลูบใบหน้าของนางอย่างเป็ห่วง
"เราอย่ายืนคุยกันตรงนี้เลย รีบไปอาบน้ำกินข้าวก่อน ชิงเอ๋อร์ เ้าหิวมากหรือไม่ พวกเ้ารีบหาคุณหนูไปอาบน้ำส่วนพวกเ้าที่ไปอุ่นอาหารร้อนๆมาให้คุณหนูเร็วๆเข้าอย่าชักช้า เพราะเราเข้าไปข้างในกันเถอะตอนนี้เริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย"
หลี่ซื่อประคองลู่ชิงชิง เข้าเรือนด้านใน ทุกคนต่างเข้าใจกันเป็อย่างดีเอาไว้ให้นางอาบน้ำกินข้าวก่อนแล้วค่อยสอบถามนางทีหลังก็ได้
"เดี๋ยวแม่ไปดูบ่าวเตรียมอาหารก่อนนะ" หลิวซื่อดึงแขนฮูหยินรองออกไปพร้อมนาง เมื่อนางสังเกตว่า ลู่เหวินหลางคงมีเื่จะคุยกับน้องสาวเพื่อถามอะไรบางอย่าง
ลู่ชิงชิง มองไปที่พี่ชาย นางอึดอัดไม่รู้ว่าจะบอกเขาว่าอย่างไร ลู่เหวินหลางเป็คนฉลาด เขาต้องรู้ว่านางโกหกเขาแน่นอนหากนางไม่พูดความจริง
"เ้ามีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังหรือไม่"แววตาที่มองสำรวจใบหน้าน้องสาว ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ลู่ชิงชิง ไม่เอ่ยวาจา ไม่ปริปากพูดจาไม่ออกแบบนี้มาก่อนด้วยวิสัยของนางแล้วเมื่อคิดอะไรก็จะพูดอย่างนั้นออกมาเลย
"ถ้าหากข้าเล่าให้พี่รองฟัง พี่ต้องสัญญากับข้านะเ้าคะว่าจะไม่บอกคนอื่น หากพี่ไม่สัญญาข้าก็จะไม่เล่าเด็ดขาด"
จากที่เคยใช้ชีวิต 2 คนด้วยกันมาก่อนเรารู้ดีว่านางไม่เคยที่จะปิดบังอะไรเขาได้เลย และเพราะความสนิทสนมกับเขาในชีวิตก่อนทำให้นางไว้ใจและสนิทใจเขามากกว่าทุกคนในบ้าน
"พี่สัญญา เ้าบอกพี่มาได้แล้วว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น"
ลู่ชิงชิงบอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นโดยไม่ปิดบัง ดวงตาขอเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเื่ราวของนางทั้งหมด ในใจรู้สึกผิดทันทีที่วันนี้ไม่ได้ไปร้านลู่หลินพร้อมกันกับนางไม่อย่างนั้นเขาคงจะช่วยนางได้ นางคงจะหวาดกลัวมาก ลู่เหวินหลางยื่นมือมาลูบศีรษะของนางเบาๆ สายตาของเขาบอกความรู้สึกชัดเจนว่าเขากำลังเป็ห่วงนาง
ร่างบางกอดแขนพี่ชายเอาไว้เอาหน้าผากของตัวเองแนบต้นแขนของพี่ชาย"พี่รองอย่าทำหน้าแบบนั้นสิเ้าคะ ข้าไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย แล้วไม่ใช่ว่าข้ากลับมาบ้านแล้วหรือเ้าคะ ต่อไปข้าจะระมัดระวังให้มากไม่กลับบ้านช้าแบบนี้อีกแล้ว"
"พี่ว่าั้แ่พรุ่งนี้เ้าพักผ่อนที่จวนก่อนเถอะยังไม่ต้องไปร้านลู่หลินระหว่างนี้ รอให้พี่สอบเสร็จกลับมาก่อน แล้วเ้าค่อยไปที่ร้านลู่หลินภายหลัง ต่อไปพี่จะได้เดินทางเป็เพื่อนเ้าตอนที่เ้าไปที่ร้าน"
ลู่ชิงชิงส่ายหน้าไปมากับต้นแขนของเขา ด้วยท่าทางน่ารัก จนทำให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างจนใจ ถึงนางจะน่ารักขึ้นใน่นี้ แต่นิสัยดื้อรั้นก็ยังติดตัวนางไม่หายไปไหน เขาไปสอบตั้งหลายวันกว่าจะกลับมา เพราะในระหว่างสอบต้องกินนอนในห้องสอบต่อเนื่องกัน 7 วัน 7 คืน แต่ก่อนฝ่าาขึ้นครองราชย์ใหม่ๆได้ยินว่าสมัยนั้นจัดสอบ 9 วัน 9 คืนจนมีบันทิตที่ไปสอบถูกหามออกมาจากห้องสอบจำนวนไม่น้อยเลยตอนนี้มีประกาศใหม่ให้สอบน้อยลงจนเหลือ 7 วันจะคืนแต่หลังจากรู้เื่ของนางวันนี้เขากลับรู้สึกว่าเวลา 7 วันมันช่างนานเหลือเกิน
หากวันนี้คนร้ายเลือกที่จะข้าปิดปากนาง ตอนนี้เขาคงไม่มีน้องสาวมายืนออดอ้อนเขาตอนนี้แล้ว สตรีที่เดินทางคนเดียวมันน่าเป็ห่วงถึงเขาจะไม่มีวิชาต่อสู้แต่อย่างน้อยเขาก็คงสามารถช่วยอะไรนางได้บ้าง
"ข้าไม่เป็ไรจริงๆเ้าค่ะพี่รอง คงไม่มีคนร้ายมาแบบนี้ทุกครั้งวันนี้เป็เพราะว่าข้ากลับมาเย็นเกินไปต่อไปข้าจะรีบกลับมาไม่อยู่นานแบบนี้อีกแล้ว พี่รองตั้งใจสอบเถิดเ้าคะ อย่าได้กังวลกับข้าเลย เอาตำแหน่งจอหงวนอันดับ 1 มาให้ข้าให้ได้ ข้าจะได้เอาไปอวดคนอื่นว่าพี่ชายรูปงามของข้าเป็ถึงจอหงวนอันดับ 1 เชียวนะ ข้าจะรอฟังข่าวดีที่บ้านนะเ้าคะ"
"แต่ว่า...ก็ได้ แต่เ้าต้องสัญญานะว่าจะรีบกลับ พี่จะเพิ่มคนดูแลให้เ้าอีก 3 คนห้ามปฏิเสธเด็ดขาดไม่อย่างนั้นพี่จะบอกเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ทุกคนรู้ทั้งหมดเลย"ลู่เหวินหลางยอมตามใจนาง ถึงแม้ว่าจะเป็ห่วง แต่ถึงเขาไม่ตามใจนางก็ต้องหาทางไปที่ร้านลู่หลินอยู่ดี จึงต้องขู่นางเอาไว้ก่อน
"ข้าสัญญาเ้าค่ะถ้าจะรีบกลับไม่ดื้อรั้นอยู่ต่อแน่นอน" ลู่ชิงชิงฉีกยิ้มจนตาปิด อารมณ์เริ่มกลับมาเป็ปกติแล้วหลังจากกลับมาถึงบ้าน พอได้เห็นคนคุ้นเคยนานก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นทันที
"งั้นถ้ารีบอาบน้ำก่อนดีกว่าเดี๋ยวท่านแม่กับแม่รองจะรอนาน พี่รองออกไปรอข้างนอกก่อนเ้าค่ะเดี๋ยวข้าจะตามออกไป" ฝ่ามือน้อยๆทั้งสองข้างผลักหลังพี่ชายของตัวเองออกไปจากห้อง ลู่เหวินหลางก็เดินไปหามารดา เพราะคุยธุระเสร็จแล้ว เสี่ยวเถาก็เดินเข้ามาช่วยนางอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะออกไปกินอาหารกับมารดา
พอไปถึงพี่รองช่วยนางบอกทั้งคู่ว่า วันนี้วันเกิดไม่สบายก็เลยแวะโรงหมอก่อน ก็เลยมาช้าแต่ตอนนี้นางอาการดีขึ้นแล้ว ไม่เป็อะไรมากทุกคนไม่ต้องเป็ห่วง ทั้งสองคนก็รีบตักอาหารของโปรดนาง เพื่อเอาใจ พร้อมทั้งบอกว่าอย่าลืมกินยาแล้วก็พักผ่อนให้เยอะๆอย่าได้ล้มป่วยไม่อย่างนั้นจะไม่ให้ไปทำงานที่ร้านลู่หลินอีกเลย
ลู่ชิงชิงแอบขยับริมฝีปากพูด ขอบคุณ แบบไร้เสียงกับลู่เหวินหลาง ก่อนจะชวนทั้งสองคนคุยเื่อื่นเพื่อเปลี่ยนเื่ โดยมีสายตาของพี่ชายที่แสนดีมองมาที่นางอย่างรู้ทันพร้อมกับยิ้มละมุนส่งมาให้นาง