ตอนที่ 30: กลับคืน
“ิญญาออกจากร่างรึ ? ” หลินอี้รู้สึกเบาไปทั้งตัวเมื่อเขาก้มหน้าลงก็พบว่าร่างกายเขาโปร่งใสราวกับิญญา
“รึว่าท่านเซียนมองออกว่าข้ามาจากโลกอื่น และ้าจะลบตัวตนของข้า ? ”
พรึบ...เมื่อคิดถึงความเป็ไปได้นี้ หลินอี้ก็ขนลุกไปทั้งตัวเขาเงยหน้าขึ้นมองเงาของเซียนบนเมฆวรรณกรรมที่เข้ามาใกล้เข้าเรื่อย ๆ
พรึบ...ตอนนั้นเงาของเซียนก็ได้ยกกระบองในมือขวาขึ้น ก่อนจะวาดกระบองมาที่ิญญาของเขา
จากมุมมองของหลินอี้ มันราวกับขุนเขาที่กำลังกดทับเข้าใส่ตัวเขาเขาไม่อาจจะหายใจได้เลย
ติ๊ง...กระบองแตะที่หน้าผากหลินอี้ ร่างของหลินอี้แข็งทื่อแต่ไม่ได้เ็ปเลย
มันเหมือนกับ.....การลงโทษด้วยการดีดหัว
ตอนนั้นหลินอี้รู้สึกว่าิญญาถูกชะล้าง เขารู้สึกดีจนน่าเหลือเชื่อ
“กลับไป ! ” เสียงของเซียนดังก้องในหัวเขาความรู้สึกเบากระจายไปทั่วร่าง ก่อนที่หลินอี้จะรู้สึกว่าโลกรอบตัวนั้นหมุนวน
ต่อมาหลินอี้ก็ลืมตาขึ้นและพบว่าิญญาเขากลับมาที่ร่างแล้วเขาได้ยินเสียงของโลกรอบตัวอีกครั้ง
“เกือบไป ! ”หลินอี้ถอนหายใจออกมา
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งก็พบว่าเงาของเซียนนั้นหายไปแล้วเมฆวรรณกรรมก็หายไปด้วย
“ท่านเซียนจากไปแล้ว ข้ารอดแล้ว ! ” เจิ้งจือชิวตาเป็ประกาย สุดท้ายเขาก็วางใจได้เสียที
เฮ้อว่านเฉิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมย
“ท่านเซียนคงี้เีจะลงโทษเ้าเ้ามันเกินเยียวยา... ” ψ(`Д´)ψ
เซียนควรลงโทษชายคนนี้จริง ๆ
ไม่มีเกียรติแม้แต่น้อย !
“คณบดี ศิษย์รู้ความผิดของตัวเองแล้ว ! มอบโอกาสให้ศิษย์ได้กลับตัว ศิษย์ยอมทำงานเหมือนม้าในสำนักศึกษาจวินจี๋โดยไม่ขออะไรตอบแทน! ” ซูหลี่เหรินคุกเข่าลงกับพื้นยอมรับความผิดเขาคำนับพยายามขอโอกาส
เหอเหวยจวินยังยืนนิ่งและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ็า “เมื่อครู่นี้เ้าบอกให้ท่านเซียนตัดสินข้าทำไมเ้าถึงเปลี่ยนใจ ? ”
“ศิษย์ทำไปเพราะกลัว ! ”
“ไม่แปลกที่เ้าจะกลัว ! ”
เหอเหวยจวินมองไปที่หลินอี้และพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง “หลินอี้ท่านเซียนตัดสินแล้วว่าซูหลี่เหรินมีความผิด !”
“เข้าใจแล้ว ! ”หลินอี้พยักหน้าก่อนจะเดินไปหาซูฉางหยู่
“ท่านเซียนบอกว่าพี่ข้ามีความผิด มิใช่ข้า เ้ากล้าฆ่าข้ารึ ? ” ซูฉางหยู่ลนลานเขาพยายามขู่หลินอี้
เขายกไม้เท้าค่อย ๆ กระเถิบถอยกลับไป เหงื่อเขาชุ่มไปทั้งตัวเพราะความกลัว
“เหตุใดจะไม่กล้า ? ” หลินอี้จ้องไม่ละสายตา พลังไหลไปรวมที่หมัดเขารู้สึกได้ถึงพลัง เขาได้ก้าวออกไปและต่อยเข้าใส่หน้าผากของซูฉางหยู่
ตูม...
ปั๊ก....หัวของซูฉางหยู่เอนกลับหลัง เขาร่วงลงไปกับพื้นพร้อมกระอักเืออกมา สภาพไม่ต่างจากคนตายเลยแม้แต่น้อย
“ท่านเซียนพูดถึงความผิด มิใช่ซูหลี่เหริน... ” หลินอี้เข้าใจแบบนั้น
เขามองซูฉางหยู่ที่กระอักเือยู่ด้วยสายตาเ็าจากนั้นเขาก็มองไปที่ซูหลี่เหริน “หากไม่ใช่เพราะข้าปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้แผนของเ้าอาจจะสำเร็จ โชคร้ายที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ! ”
สายตาของหลินอี้ไม่มีความลังเลอยู่เลยแม้แต่น้อย
ในใจเขามีแต่ความแค้นเคือง หากไม่ใช่เพราะเขาปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้หากเขาไม่ได้พบกับฟางฉิงเสวี่ย เขาคงโดนสองพี่น้องนี่ฆ่าไปนานแล้ว นอกจากนี้เขากับสองพี่น้องตระกูลซูก็อยู่ในสถานการณ์ที่ว่าไม่เขาหรืออีกฝ่ายก็ต้องตายเขาจะไม่มีทางปล่อยให้อันตรายแบบนี้มีชีวิตอยู่ต่อ
“หึหึ” ซูหลี่เหรินพยายามลุกขึ้น เขาปาดเืที่หน้าผากพร้อมกับเลียปาก“เ้าคิดจะฆ่าข้าเหมือนสุนัขรึ ? ”
พรึด....อยู่ ๆ คัมภีร์ก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อมันคลี่ออก พลังวรรณกรรมได้ไหลเข้าไปในคัมภีร์ก่อนจะกลายเป็มีด ซูหรี่เหรินจับมีดไว้แน่นและแทงเข้าใส่หลินอี้
“บังอาจ ! ”
“บัดซบ ! ”
“หาที่ตาย ! ”
เมื่อเจิ้งจือชิว, เฮ้อว่านเฉิง และเหอเหวยจวิน เห็นแบบนั้น พวกเขาก็พากันหงุดหงิดขึ้นมาพวกเขาะโกันสุดเสียงและพุ่งเข้าหาซูหลี่เหริน
พวกเขาต่างก็อึ้ง
ซูหลี่เหรินซ่อนคัมภีร์เอาไว้ ตอนนี้พวกเขากลัวว่าหลินอี้อาจจะถูกแทงตาย
หากหลินอี้ตาย มันคือความสูญเสียของจังหวัดหนานเซียงมันคือการสูญเสียของโลกวรรณกรรม
มันคือการบกพร่องในหน้าที่ของพวกเขา
“เสี่ยวอี้ ! ”ซูหวายจื้อกลัวจนแทบสลบ หากไม่ใช่เพราะเฉินจิ้นเป่ยคอยประคองอยู่ เขาอาจจะล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว
ฉึก ฉึก...
ซูหลี่เหรินใช้มีดแทงเข้าใส่ท้องน้อยของหลินอี้และพูดขึ้นมา “หากเ้าอยากให้ข้าตายเ้าเองก็ไม่รอดเช่นกัน ข้าจะแทงเ้าจนตาย ข้าจะแทงเ้าจนตาย ! ”
หลินอี้แปลกใจอย่างมาก ใจเขาเ็าขึ้นมา
เหอเหวยจวินไม่ได้ผนึกพลังชายคนนี้เอาไว้รึ ?
แต่สิ่งที่แปลกคือหลินอี้ไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด มันราวกับการเกาเมื่อก้มหน้าลงมอง...เขาก็ต้องอึ้ง มีดของซูหลี่เหรินกลับเปลี่ยนเป็คัมภีร์ดังเดิม
อีกฝ่ายกลับถือกระดาษเอาไว้...และใช้กระดาษแทงเขาอย่างต่อเนื่อง
“ .... ” หลินอี้ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเขาสงสัยว่าเป็เพราะเซียนใช้กระบองฟาดหน้าผากเขาเมื่อครู่รึไม่ หลินอี้มองไปที่ซูหลี่เหรินด้วยสายตาเ็า
“เ้าแทงพอรึยัง ? ”
ซูหลี่เหรินอึ้ง เขาก้มหน้าลงมองคัมภีร์พร้อมขนที่ลุกไปทั้งตัว
“เป็แบบนี้ได้อย่างไร ?พลังของภาพหายไป ไม่มีทาง เมื่อครู่ข้าเรียกมันออกมาแล้ว.... ”
เขาไม่เข้าใจ
ตูม...
แกร๊ก...
อึก....
แต่ต่อมาคณบดีทั้งสามก็โผล่มาคั่นกลางระหว่างเขากับหลินอี้
“อ๊า... ! ” ก่อนที่ซูหลี่เหรินจะรู้ตัวเขาก็พบว่าฉากรอบตัวเขาหมุนวนอย่างรวดเร็วร่างเขากระเด็นกลับไปราวกับลูกศรที่ถูกยิงจากคัน
แกร๊ก...กระดูกทั่วร่างเขาหัก เขานอนอยู่กับพื้นไม่ไหวติง
หลังจากที่เจิงจือชิว, เฮ้อว่านเฉิง และเหอเหวยจวิน โจมตีซูหลี่เหรินพวกเขาก็ได้ไปล้อมหลินอี้เอาไว้ด้วยสีหน้ากังวล
เจิ้งจือชิวรีบล้วงเอายาจากแขนเสื้อและพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “หลินอี้ เร็วเข้ารีบกินห้ามเืซะ เ้าจะเป็อะไรมิได้ ! ”
“ยาห้ามเืของข้าดีกว่า กินยานี่เร็ว ! ” เฮ้อว่านเฉิงเอายาเม็ดใหญ่กว่าออกมาและปัดยาในมือเจิ้งจือชิวทิ้ง
“เ้าเฒ่า เ้าหมายความว่ายังไง ? ”
“สำนักศึกษาผิงโจวจะมีอะไรดี เ้ามีแต่ทำให้อาการาเ็ของหลินอี้แย่ลง ”
“เ้าอยากมีเื่รึ ? ”
“มาสิ ! ”
เจิ้งจือชิวและเฮ้อว่านเฉิงพากันม้วนแขนเสื้อเตรียมที่จะสู้กันอีกครั้ง
“มีข้อห้ามที่ปัญญาชนจะฆ่ากันเองที่นี่ ! ” เหอเหวยจวินมองไปที่ทั้งสองคนด้วยสีหน้าว่างเปล่าในพริบตาร่างของทั้งสองก็เหมือนกับโดนพลังที่มองไม่เห็นกักตัวเอาไว้พวกเขายังยืนอยู่ท่าม้วนแขนเสื้ออยู่
“หลินอี้าเ็หนักเพราะซูหลี่เหริน แต่พวกเ้ายังมาเถียงกันอีกพวกเ้าไม่รู้รึว่าเื่ไหนสำคัญกว่ากัน ? ” เหอเหวยจวินดุทั้งสองคนทั้งสองคนใจเย็นลงและพากันหันกลับมามองหลินอี้
“ข้าไม่เป็อะไร ! ”หลินอี้เห็นแบบนั้นก็ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาพร้อมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ
เจิ้งจือชิวและเฮ้อว่านเฉิงจริงใจกับเขาจริง ๆ แน่นอน...มันเพราะคุณค่าของเขา
“เ้าทนไปก็ไม่มีอะไรดี ! ”เหอเหวยจวินเอายาออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนที่เขาจะเอายาให้กับหลินอี้เขาก็ต้องคิ้วขมวด
หลินอี้ไม่มีเืไหลออกมาเลย สีหน้าของหลินอี้ยังดูดี หลินอี้ไม่ได้ดูาเ็เลยแม้แต่น้อย
“ภาพนั่นทำอะไรเ้ามิได้รึ ? ” เหอเหวยจวินมองไปที่คัมภีร์ที่เท้าหลินอี้ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูจากนั้นเขาก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา
“พลังของภาพหายไปหมดแล้วมันกลายเป็คัมภีร์ธรรมดา... ”
แปลก !
แปลกมาก !
พลังที่หายไปนั้นหมายความว่าภาพนี่ได้แสดงพลังของมันออกมาแล้ว แต่หลินอี้ไม่ได้าเ็เลย
นอกซะจากว่ามีพลังของปัญญาชนระดับ 3 ‘กลับคืน’ ที่ทำให้พลังวรรณกรรมนั้นหายไป
ไม่งั้นแล้วคงยากจะอธิบายได้
“รึว่า.... ” เหอเหวยจวินสีหน้าเปลี่ยนไป เขาคิดว่าหลินอี้คงจะเป็....