สายลมที่พัดกระทบใบหน้ามาพร้อมกับกลิ่นเค็มของท้องทะเล เสียงคลื่นที่สาดซัดใส่หน้าผาเบื้องล่างดังมาให้ได้ยินอยู่เนื่องๆ เมื่อรวมเข้ากับบรรยากาศพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแบบนี้
...มันสวยมากเลยล่ะ
เป็ความสวยงามที่ถูกสรรค์สร้างโดยธรรมชาติ
บรรยากาศที่ราวกับต้องมนต์ทำให้มี่เจินหลงใหลไปกับมันได้ไม่ยากเย็น เธอเหม่อมองอยู่แบบนั้น แม้ตนจะยืนชิดริมผาก็หาได้หวาดกลัวว่าจะพลาดพลั้งตกลงไป ดวงตากลมสวยคู่นั้นหม่นแสง เธอหลับตาลงอย่างไม่ขอท้าสู้ต่อแสงอาทิตย์สุดท้ายที่แผดกล้า ริมฝีปากบางแย้มยิ้มในขณะที่น้ำสีใสได้ไหลลงมาจากดวงตาที่ปิดสนิท
เพียงชั่วอึดใจ...ทั้งร่างก็ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
นำพาเธอลงสู่ผืนน้ำที่เย็นเยือกเบื้องล่าง
มี่เจินไม่คิดจะหันกลับไปมอง้า เธอไม่อยากเห็นหน้าคนที่ผลักเธอสู่ความตาย
ไม่อยากต้องรับรู้...ว่าตนถูกคนที่รักและไว้ใจหักหลัง
พอเถอะ...ให้มันจบลงเสียที
ตู้ม!
ร่างกระแทกผืนน้ำอย่างรุนแรง ความเ็ปที่ร่างกายได้รับยังไม่มากเท่าความทรมานจากการหายใจไม่ออก มันอึดอัดเสียจนร่างกายต้องดิ้นรนไขว่คว้าอากาศ สองมือสองเท้าแหวกว่ายพาร่างขึ้นเหนือน้ำ ทั้งๆ ที่มั่นใจในฝีมือการว่ายน้ำของตนเอง แต่ความไร้เรี่ยวแรงทำให้ร่างกายนี้จมลงใต้น้ำอีกครั้ง
ไม่ไหวแล้ว
เหนื่อยจนไม่อยากขยับดิ้นรนอีกแล้ว เดิมก็ไม่คิดปฏิเสธความตาย แล้วตอนนี้ไยต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยเล่า
เมื่อตัดสินใจปล่อยวาง นางจึงปล่อยให้ร่างกายจมลงสู่ใต้น้ำ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดซ่อนแสงกลับเห็นมือคู่หนึ่งที่เอื้อมมาฉุดรั้ง
ทำไมก่อนตายต้องเห็นมือปริศนา?
ทำไมไม่เห็นภาพความสุขเมื่อยังมีชีวิตบ้างนะ?
แม้กว่าครึ่งชีวิตจะทนทุกข์เจ็บช้ำใจ แต่มี่เจินก็มั่นใจว่านางยังหาความสุขให้ตนได้
พรึ่บ!
“เฮือก!”
ลมหายใจที่ใกล้หมดคล้ายได้รับโอกาส มี่เจินสูดอากาศเข้าเต็มปอดจนสำลักทั้งน้ำทั้งอากาศ นางไอจนหน้ามืดหัวสมองมึนเบลอ ภาพที่เห็นก็เลือนรางเสียจนมองสิ่งใดไม่รู้เื่ รับรู้เพียงร่างกายถูกอุ้มพาขึ้นฝั่งโดยใครสักคน
“แม่นาง...ทำใจดีๆ เอาไว้” เสียงทุ้มดังแว่วทั้งๆ ที่อยู่ใกล้กันเพียงนี้ น่ารำคาญเสียจริง...เหตุใดจึงไม่พูดให้ดังหน่อย เสียงคล้ายกระซิบเช่นนี้ใครจะฟังรู้เื่
“ท่านอ๋อง! ปลอดภัยหรือไม่พะยะค่ะ?”
“กลับวัง”
“พะยะค่ะ”
เสียงน่ารำคาญนั่นเงียบไปแล้ว มี่เจินพอใจกับมันยิ่งนัก นางพยายามมองฝ่าความพร่าเลือนเมื่ออยากรู้ว่าใครกันที่ช่วยนางเอาไว้ เ้าของเสียงทุ้มคือใครกันนะ? แม้ไม่อยากได้ยิน แต่ยิ่งได้ฟังเสียงนี้กลับคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมมาบีบรัดหัวใจ ในอกเจ็บหน่วงรวดร้าว ตะกอนในใจที่นอนนิ่งมานานถูกตีฟุ้งอีกครั้ง
“นั่ว...หลิว” น้ำเสียงเบาหวิวดังออกมาจากริมฝีปากบาง แต่กลับทำให้ร่างกายสูงใหญ่ชะงักหยุดนิ่ง ก้มหน้าลงมองร่างบอบบางในอ้อมแขน
และนั่นทำให้นางมองเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เป็เขาจริงด้วย...นั่วหลิว
ดวงตาหม่นแสงฉายแววคิดถึง ทั้งยังปนความเศร้าตัดพ้อ มืออ่อนแรงยกขึ้นััใบหน้าที่ก้มต่ำลงมา
“นายกลับมาแล้วใช่ไหม?”
“...”
“นายกลับมาแล้ว...นั่วหลิว”
แม้อยากจะมองใบหน้านั้นให้นานกว่านี้ แต่นางก็ไม่อาจฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งต่อไปได้ ก่อนสติจมสู่ความมืด นางได้แต่หวังว่า...เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาจะเจอเขาอีกครั้ง