ตอนที่4 : คำพิพากษา
บัลลังก์ที่ 505คือห้องพิจารณาคดีของคดีหมายเลขดำที่ 445/50 ระหว่างอัยการเขตประจำเมืองยอร์คโจทก์ และ อันโตนิโอ มาร์เซโล่ จำเลยภายนอกห้องพิจารณาเต็มไปด้วยผู้คนและนักข่าวหนังสือพิมพ์ ดูเหมือนคดีนี้จะเป็หนึ่งในคดีที่ผู้คนในเมืองยอร์คให้ความสนใจไม่ใช่น้อย
นิโคลัสหยุดยืนเช็คประกาศซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าห้องพิจารณามีคดีของเขาเพียงคดีเดียวที่มีนัดในวันนี้เขาคิดว่าตนเตรียมความพร้อมและอ่านสำนวนมาจนครบถ้วนแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่รอเวลาตามนัดรวมถึงลูกความของเขาอันโตนิโอ
ก่อนออกมาจากที่บ้านเขาได้ลองติดต่ออันโตนิโอไปทางเบอร์โทรศัพท์ที่มีอยู่ในรายชื่อติดต่อในแฟ้มสำนวนของเขาแต่เนื่องจากไม่มีผู้ใดรับสาย ทำให้เขาต้องรีบเดินทางออกมาที่ศาลก่อน
ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องพิจารณาสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบุคคลที่กำลังเดินผ่านฝูงชนมาพร้อมกับบอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่อันโตนิโอแต่งกายในชุดสูทสีขาวที่คอประดับด้วยโบว์หูกระต่ายสีดำใบหน้าของเขายิ้มแย้ม บนริมผีปากไว้หนวดเล็กน้อย เขากำลังพูดคุยกับชายใส่สูทภูมิฐานอีกคนที่ดูเหมือนกับชนชั้นสูงนักข่าวจำนวนมาเดินตามเขาพร้อมกับปากและสมุดโน๊ตในมือเหมือนกำลังพยายามขอสัมภาษณ์เขา แต่อันโตนิโอเมินเฉย
เมื่ออันโตนิโอเดินมาถึงด้านหน้าห้องพิจารณานิโคลัสจึงเดินเข้าไปหาเขาเพื่อทักทายและสนทนาเกี่ยวกับคดีตามประสาทนายความแต่ทันทีอันโตนิโอสบตากับนิโคลัส อันโตนิโอกลับชะงักอยู่กับที่ดวงตาของเขาก็เบิกโพล่งขึ้น สีหน้าแสดงถึงความตื่นตระหนกจนหยุดหายใจไปชั่วหนึ่ง นอกจากนี้นิโคลัสยังมองเห็นความกลัวที่แฝงอยูในแววตาของเขามันเหมือนกับว่าอันโตนิโอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบนิโคลัสที่นี่
นิโคลัสสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายจึงมีท่าทีเช่นนั้นการพบเจอกับทนายของตัวเองที่ศาลไม่น่าจะเป็เื่ที่ทำให้อันโตนิโอมีปฏิกิริยาเช่นนี้บางทีการตายของ ‘นิโคลัส’ อาจมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับอันโตนิโอก็เป็ได้
“สวัสดียามเช้าครับ คุณมาร์เซโล่”นิโคลัสยิ้ม พร้อมกับยื่นมือออกไปหาคนเบื้องหน้า
อันโตนิโอชะงักค้างไปพักใหญ่ก่อนจะเรียกสติของตนกลับมาได้ เขาส่งเสียงในลำคอเล็กน้อยก่อนจัดชุดสูทและท่าทางของตัวให้กลับมาเป็ปกติ แล้วยื่นมือมาจับกับนิโคลัส
“อรุณสวัสดิ์ คุณพาร์เลย์ขออภัยที่ผมเสียมารยาทเมื่อครู่ พอดีผมไม่ทราบว่าคุณจะมาวันนี้”
“เป็หน้าที่ของผมในฐานะทนายที่จะมาในวันนัดอยู่แล้วครับหรือคุณมาร์เซโล่มีเหตุผลที่จะคิดว่าผมไม่สามารถมาในวันนี้ได้เหรอครับ?”
นิโคลัสตอบและถามกลับไปเขา้าสังเกตสีหน้าและท่าทางของอันโตนิโอจากคำถามนี้
“ฮะฮืม.... ไม่ผมคิดว่าคุณทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม คุณพาร์เลย์”
อันโตนิโอกระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนกล่าวชมเชย
“อ้อ... เกือบลืมไป นี่ท่านบารอนเกรลนายกเทศมนตรีเขตเหนือภายใต้คำสั่งของมาร์ควิสสเติร์นเบรดท่านบารอนเดินทางมาเพื่อเป็สักขีพยานในคำตัดสินของคดีนี้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมในวันนี้”
อันโตนิโอกล่าวแนะนำ พร้อมผายมือไปทางชายที่อยู่ข้างๆนิโคลัสแนบมือไว้ที่อก ก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนกล่าวแนะนำตัวเอง
“เป็เกียรติที่ได้พบท่านบารอน กระผมนิโคลัสพาร์เลย์”
“โฮะๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอกพ่อหนุ่มข้ารู้ชื่นมื่นทุกครั้งที่ได้เห็นคนหนุ่มไฟแรงเช่นเ้า....”บารอนเกรลกล่าวอย่างอบอุ่นแต่ทว่าสายตาของเขาเรียบเฉยแสดงให้เห็นถึงความหยิ่งทนงในความเป็ขุนนาง
“ดูเหมือนพวกเ้าจะมีเื่ต้องคุยกันอีกมากเอาเป็ว่าข้าขอตัวเข้าไปข้างในก่อนก็แล้วกัน”
บารอนเกรลพยักหน้าให้อันโตนิโอ ก่อนจะขอตัวเดินเข้าไปด้านในห้องพิจารณาทันทีที่ร่างของบารอนหายลับไปเื้ัประตูบรรยากาศที่อึมครึมก็เขาปกคลุมคนทั้งคู่
ตอนแรกนิโคลัสคิดว่าตนเพียงต้องทำตัวเป็ปกติให้เหมือนกับ‘นิโคลัส’ อย่างน้อยๆก็เพื่อให้เขาผ่านพ้นวันนี้ไปได้โดยไม่ผิดสังเกตแต่กลายเป็ว่าเพียงแค่เขาปรากฏตัวขึ้นในวันนี้ก็ทำให้ตนดูมีพิรุธแล้ว
ขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้นก็มีร่างของชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้างนิโคลัส
“ช่วยกรุณาหลีกทางด้วย พวกคุณกำลังยืนขวางประตูห้องพิจารณาอยู่”
เสียงเคร่งขรึมดังขึ้นทำให้นิโคลัสตื่นจากภวังค์แล้วหันมองไปด้านข้าง
‘โรเมโร่อันเชเลอตติ’ คืออัยการเขตผู้ฟ้องคดีหมายเลขดำที่445/50 เขาเตี้ยกว่านิโคลัสเล็กน้อย อายุรุ่นราวประมาณ 30 ปีใบหน้าของเขาคมเรียบเฉย จมูกโด่ง รูปร่างสันทัด เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสวมเน็คไท ในมือขวาถือแฟ้มเอกสารบางอย่างส่วนมือขวาถือชุดครุยสำหรับพนักงานอัยการ
“แหม แหมเป็คำทักทายที่แปลกใหม่ดีนะครับ ยินดีที่ได้พบเช่นกัน ท่านอัยการเขตโรเมโร่”
อันโตนิโอกล่าวยิ้มเยาะมุมปากของเขาแสยะขึ้นเล็กน้อย ส่วนนิโคลัสเพียงค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็การทักทาย
“นี่ก็ใกล้เวลาเริ่มกระบวนพิจารณาแล้ว พวกคุณทั้งสองในฐานะจำเลยและทนายจำเลยก็ควรจะอยู่ในห้องพิจารณาแล้วถ้าหากคณะลูกขุนและท่านผู้พิพากษามาถึงบัลลังก์ก่อนก็จะเป็การไม่ให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้”
อัยการโรเมโร่กล่าวสีหน้าของเขานิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะได้ยินคำพูดเสียดสีของอันโตนิโอ
“แล้วก็คุณพาร์เลย์ผมรบกวนให้คุณช่วยดูแลลูกความของคุณให้ดีด้วยผมเป็กังวลเื่การวางตัวของเขาในศาล....” เขาหันมากล่าวกับนิโคลัสแม้ใบหน้าของเขาจะไม่แสดงความรู้สึกใดๆแต่น้ำเสียงและคำพูดนั้นเป็การเสียดสีอันโตนิโออย่างชัดเจน
“...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว” พูดจบโรเมโร่แทรกตัวเดินแหวกกลางระหว่างนิโคลัสและอันโตนิโอเข้าไปภายในห้องพิจารณา
นิโคลัสรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นของอันโตนิโอดูเหมือนคำกล่าวเมื่อสักครู่ของอัยการโรเมโร่จะทำให้เขาหัวเสียไม่ใช่น้อย
แต่มีบางเื่ที่น่าแปลกนิโคลัสรู้สึกว่าตนสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์และคาดเดาความคิดจาก สีหน้า ท่าทางและน้ำเสียงของบุคคลที่เขาพบนับแต่ตนถูกส่งมายังโลกนี้แน่นอนว่าการที่เขาเคยเป็ทนายมาก่อนมีส่วนช่วยในเื่นี้แต่เขารู้สึกว่าตนไม่เคยรับรู้ได้อย่างชัดเจนเช่นนี้มาก่อน ไม่ผิดแน่...มีบางอย่างในตัวเขาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
“เชิญด้านในครับ คุณมาร์เซโล่”
นิโคลัสผายมือไปที่ประตู เสียงของเขาทำให้อันโตนิโอสงบลงเขาจัดแจงชุดสูทของตนให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องพิจารณา
ด้านในห้องพิจารณาบริเวณม้านั่งสำหรับประชาชนมีคนจำนวนมากนั่งอยู่การพิจารณาคดีอาญาส่วนใหญ่นั้นเปิดเป็สาธารณะซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามารับฟังการพิจารณาได้
ระบบกฎหมายของโลกนี้มีความคล้ายคลึงกับระบบกฎหมายในโลกที่นิโคลัสจากมาเป็อย่างมากถ้าจะให้เปรียบเทียบ ระบบกฎหมายของที่นี่เป็ระบบซีวิลลอว์[1] ที่มีการผสมผสานกับระบบคอมมอนลอว์[2] บางส่วนกล่าวคือมีการใช้คณะลูกขุนเข้ามามีส่วนร่วมกับการพิจารณาที่อาศัยหลัดกฎหมายที่ระบุไว้อยู่ในประมวลคลายคลึงกับระบบกฎหมายของประเทศสหรัฐเมริกาในรัฐต่างๆอย่างไรก็ตามยังมีความแตกต่างบางจุดอยู่ ที่สามารถเห็นได้ชัดแจ้ง คือการที่คณะลูกขุนส่วนใหญ่นั้นถูกคัดเืมาจากตระกูลชนชั้นสูงหรือขุนนางแตกต่างจากประเทศเสรีที่คณะลูกขุนนั้นเป็ประชาชนทั่วไป
นิโคลัสสวมชุดครุยทนายนั่งอยู่ทางด้านขวาของบัลลังก์ซึ่งถูกจัดเป็ที่นั่งของทนายจำเลยโดยมีอันโตนิโอนั่งอยู่ที่นั่งด้านหลังพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน โดยในคดีปกติ หากจำเลยเป็ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ถูกพนักงานสอบสวนจับกุมก็จะถูกล่ามโซ่ใส่กุญแจข้อมือเอาไว้แต่ในกรณีของอันโตนิโอนั้นได้รับการประกันตัวจึงไม่ถูกพันธการไว้แต่อย่างใด
อัยการโรเมโร่สวมชุดครุยอัยการนั่งอยู่ตรงข้ามกันกับนิโคลัสที่บริเวณด้านซ้ายของบัลลังก์ที่นั่งด้านหลังของเขาซึ่งเป็ที่นั่งของผู้เสียหายว่างเปล่าซึ่งนิโคลัสเองก็รู้ถึงสาเหตุว่าทำไมเป็เช่นนี้
ภายหลังนั่งอยู่ได้ครู่หนึ่งประตูด้านหลังบนบัลลังก์ก็ถูดเปิดออกเ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์สั่งให้ทุกคนยืนขึ้นเพื่อเคารพศาลคณะผู้พิพากษาทั้งสามคนเดินเข้ามาก่อนจะขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ส่วนคณะลูกขุนจำนวน 12คน ก็เข้านั่งประจำที่นั่งของตนเอง
ปัง!
เสียงเคาะของค้อนประธานดังขึ้นเป็การเปิดการพิจารณา
ผู้พิพากษาหญิง ‘เพอร์นิล มิเชลเซ่น’ เป็ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในการพิจารณาครั้งนี้จากที่นิโคลัสได้ยินและศึกษามา เธอเป็ผู้พิพากษาที่ขึ้นชื่อเื่ความเถรตรงและเที่ยงธรรมในความคิดของนิโคลัสผู้พิพากษาเพอร์นิลถือเป็ตุลาการน้ำดีคนหนึ่งแต่น่าเสียดายที่ในการตัดสินคดีครั้งนี้เสียงของเธอเพียงเสียงเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะแก้ไขผลของคดี
“คดีหมายเลขดำที่ 445/50ระหว่างอัยการเขตประจำเมืองยอร์ค โจทก์ กับ อันโตนิโอ มาร์เซโล่จำเลย วันนี้มีผู้ใดมาศาลบ้าง” เสียงของท่านผู้พิพากษาเพอร์นิลกล่าวเรียกขึ้น
นิโคลัสลุกขึ้นก่อนขานรับว่ามีทนายจำเลยเลยจำเลยมาศาลในขณะอัยการเขตโรเมโร่ก็ลุกขึ้นขานรับเช่นกัน
“วันนี้เป็วันนัดฟังคำพิพากษาซึ่งศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว โดยทางคณะลูกขุนทุกคนได้อ่านร่างคำพิพากษาเบื้องต้นแล้วตามระเบียบแต่ก่อนที่จะให้คณะลูกขุนลงความเห็นประกอบการอ่านคำพิพากษาองค์คณะศาลมีความเห็นว่าสมควรให้ตัวแทนพนักงานอัยการและทนายจำเลยขึ้นกล่าวปราศรัยกับคณะลูกขุนเป็ครั้งสุดท้าย....ศาลขอเชิญตัวแทนโจทก์ท่านอัยการก่อน”
เมื่อได้ยินดังนั้นอัยการโรเมโร่ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปที่แท่นพยานแล้วหันหน้าไปทางเหล่าคณะลูกขุนก่อนจะเริ่มกล่าวคำปราศรัยของตน เขาพรรณนาหลักความยุติธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก่อนจะพูดถึงคดีความ พยานหลักฐานที่ตนได้นำสืบ ความไม่ชอบมาพากลของลักษณะในคดีนี้เขากล่าวอ้างถึงกรณีการหายตัวไปของผู้ร้องทุกข์และพยานที่จะมาให้ปากคำในคดีตลอดจนเบื้องลึกเื้ัของอันโตนิโอ ซึ่งนิโคลัสก็จำต้องลุกขึ้นคัดค้านต่อศาลถึงการใช้คำพูดลักษณะนี้เนื่องจากเป็การชี้นำที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดีซึ่งศาลก็มีคำสั่งไม่อนุญาตให้อัยการโรเมโร่กล่าวถึงประเด็นนี้ต่อ
อัยการโรเมโร่หันขวับมามองนิโคลัสเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปกล่าวปราศรัยเพื่อชี้นำเหล่าคณะลูกขุนอย่างเต็มที่ต่อ
นิโคลัสนั่งลงในใจเขารู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าเป็เพราะตนจะต้องขึ้นกล่าวต่อหน้าคณะลูกขุนต่อจากนี้หรือเป็เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ตนทำอยู่ไม่ใช่เื่ที่ถูกต้อง
“...ผมหวังว่าคณะลูกขุนจะตัดสินใจได้ถูกต้องและขจัดความอยุติธรรมไปได้เพื่อประโยชน์โดยรวมของเมืองยอร์คแห่งนี้ขอบคุณ”
อัยการโรเมโร่ค้อมตัวให้ดับคณะลูกขุนเล็กน้อยและกล่าวปิดการปราศรัย
ถึงคราวที่นิโคลัสจะต้องกล่าวกับคณะลูกขุนบ้างนิโคลัสยังครุ่นคิดไม่ตกว่าตนควรจะกล่าวอะไรทันใดนั้นเขากฎนึกถึงบทเรียนให้หนังสือกฎหมายที่โลกเดิมของเขา เมื่อตกลงปลงใจได้เขากฎค่อยๆสืบเท้าเดินไปยังคอกพยาน
“สวัสดีคณะลูกขุนผู้ทรงเกียรติทุกท่านกระผมนิโคลัส พาร์เลย์ ในฐานะตัวแทน ทนายความผู้รับมอบอำนาจจำเลยขออนุญาตกล่าวกับท่านสักครู่...”
นิโคลัสเริ่มจากการแนะนำตัวอย่างสุภาพจากนั้นจึงเริ่มบรรยายเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคดี พยานหลักฐานที่ไม่ชัดเจนของโจทก์พยานจำเลยที่ช่วยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของจำเลย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเวลา สถานที่และความไม่แมตช์กันของระยะเวลาเกิดเหตุ กับระยะเวลาที่มีคนพบเห็นอันโตนิโอ
ขณะที่กล่าวไปความรู้สึกแน่นและร้อนรุ่มภายในอกก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมันแผดเผาภายในของตัวเขา จนแผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกบ่งบอกว่าเขาััได้ถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้องแต่เขาก็ต้องกัดฟันทนแล้วกล่าวปราศรัยต่อไป
“...เคยมีนักกฎหมายที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า‘การปล่อยคนผิดไป 100 คน ยังดีกว่าปะาชีวิตผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว’ผมเห็นว่านี่คือคติที่เหล่าผู้พิพากษาและเหล่าผู้ใช้กฎหมายทุกๆคนควรที่จะยึดถือไว้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอันจะทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไปโดยไร้ค่า...”
ความจริงแล้วนิโคลัสไม่ได้เห็นด้วยกับคตินี้เสียทีเดียวบางครั้งแม้ในการพิสูจน์คดีจะไม่สามารถพิสูจน์ชัดจนทุกอย่างลงตัวอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้แต่หากมีพฤติการณ์บางอย่างที่ทำให้สามารถมองเห็นถึงความผิดที่มีอยู่ บางทีอาจจะเป็การดีกว่าถ้าจะตัดสินโทษกับผู้ต้องหาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายกับผู้อื่นต่อไปไม่ใช่ว่านั่นคือเหตุผลที่การพิจารณาคดีเหล่านี้มีการนำเอาคณะลูกขุนเข้ามาเพื่อถ่วงดุลและป้องกันการคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้นในกระบวณการทางกฎหมายหรอกหรือ
อาการปวดหัวของนิโคลัสรุนแรงขึ้นโดยเฉียบพลับเขารู้สึกถึงผลข้าวเคียงบางอย่าง ก่อนที่ตนจะสูญเสียสติเขาต้องรับจบการปราศรัยครั้งนี้
“ผมหวังว่าเหล่าคณะลูกขุนผู้ทรงเกียรติทุกท่านจะให้ความยุติธรรมกับคุณมาร์เซโล่ ลูกความของผมด้วย”
เขากล่าวปิดแล้วก้มศีรษะลงก่อนจะเดินออกมาล้มฟุบอยู่ที่โต๊ะทนาย
เขารู้สึกถึงมือที่เอื้อมมาจับที่บ่าของเขาซึ่งเป็มืออันโตนิโตที่อยู่ด้านหลัง
“กล่าวได้ยอดเยี่ยมมาก คุณพาร์เลย์”
อันโตนิโอฉีกยิ้มออกมาสายตาจับจ้องไปทางอัยการโรเมโร่ที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
นิโคลัสไม่ได้สนใจเื่ที่เกิดรอบตัวเขาอาการปวดกัวและเจ็บหน้าอกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังจบการปราศรัยก็เป็่เวลาที่คณะลูกขุนจะลงความเห็น
15 นาทีต่อมาเมื่อองค์คณะผู้พิพากษาได้รับความเห็นแล้ว ร่างคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ก็เสร็จสิ้นผู้พิพากษาเพอร์นิลเคาะค้อนประธานเรียกความสนใจของทุกคน ก่อนจะเริ่มอ่านคำพาพากษาสีหน้าของหล่อนดูจะไม่ชอบใจกับผลของคำพิพากษาที่ออกมานัก
เธอเริ่มอ่านคำพิพากษาซึ่งระบุรายละเอียดของคดีนับแต่ต้นพยานหลักฐาน รวมถึงข้อเท็จจริงที่ได้มีการพิสูจน์กันในชั้นศาล เหตุผลของการตัดสินและท้ายที่สุดคือใจความสำคัญของคำพิพากษา
“...พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบยังไม่เพียงพอชี้ให้เห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็ผู้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องเมื่อพิจารณาร่วมกับความเห็นของคณะลูกขุนที่อยู่ร่วมฟังตลอดการพิจารณาทุกนัดและได้ลงความเห็น10 จาก 12 เสียงว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด เช่นนี้จึงยกประโยชน์แห่งข้อสงสัยให้แก่จำเลยพิพากษาว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 วรรค 2 และมาตรา 88 วรรค5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็พับ”
ปัง!
หลังเสียงค้อนประทานปิดคดี ก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องไม่พอใจกับคำตัดสินของประชาชนที่เข้ามารับฟังการพิพากษาสถานการณ์ค่อนข้างโกลาหลจนเ้าหน้าที่คุมศาลต้องเข้ามาจัดการอันโตนิโอมีสีหน้ายิ้มแย้มหันไปจับมืออย่างสนิทชิดเชื้อกับบารอนเกรลอัยการโรเมโร่ยังคงมีสีหน้าปราศจากอารมณ์เช่นเคย เขายืนเก็บเอกสารของคดีอยู่ที่โต๊ะฝั่งตนอย่างเงียบๆ
ส่วนนิโคลัสขณะนี้เอามือกุมไว้ที่หน้าอกใบหน้าของเขาซีดเซียว ท้องใส้ปั่นป่วนจนอยากอาเจียนแต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง ความมืดเข้าครอบงำจิดใจ แผ่นหลังของเขาเย็นเยียบความคิดขาวโพล่งเหมือนถูกดึงดูกเข้าสู่ห้วงอวกาศ นี่ความรู้สึกที่เขาลืมมันไปขั่วขณะความทรงจำของเขาเหมือนจะค่อยๆกลับมาทีละน้อย เขารู้สึกเหมือนกับวันที่เขาถูกส่งมายังโลกใบนี้
สายตาของนิโคลัสเหลือบมองขึ้นช้าๆท่ามกลางความอลม่านภายในห้องพิจารณา เขามองเห็นร่างของชายในชุดคลุมสีดำสวมหมวกซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าประตูห้องพิจารณาใบหน้าของคนผู้นั้นปกคลุมไปด้วยความมืดแต่เขารู้สึกได้ว่าดวงตาสีแดงภายใต้เงามืดนั้นกำลังจับจ้องมาที่เขา กระจกสีเทาที่ถูกเก็บเอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อของนิโคลัสสั่นไหวอย่างรุนแรงบางที...
บางทีความตายอาจอยู่ใกล้ตัวเขากว่าที่คิด
12.10.550
Nicolas Parlay
Crooked attorney
[1] ระบบกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร
[2] ระบบกฎหมายจารีตประเพณี