9 สิงหาคม
คริสศักราช 2049
ฟ้ารุ่งสางเป็เวลาที่เมืองเซนต์อาเรนเริ่มตื่นขึ้นจากความฝันร้าย แต่สำหรับผม, ไซลัส โรม, การหยุดพักไม่เคยมีในสมอง ผมยังคงเดินทางในความมืดของจิตใจตัวเอง หยดน้ำฝนที่เปื้อนฝุ่นจากการต่อสู้เมื่อคืนนี้ยังคงหลงเหลือบนเสื้อคลุมสีดำของผม แต่ไม่มีสิ่งใดที่อาจทำให้ผมหวั่นไหว
ผมเดินเข้าสู่ใจกลางเมืองที่ซึ่งตึกสูงเสียดฟ้ากลายเป็สัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่ง ในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้ ถนนเต็มไปด้วยผู้คนที่รีบเร่งไปทำงาน หน้าจอขนาดใหญ่ฉายโฆษณาสินค้าต่าง ๆ และข่าวที่ถูกเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวดของรัฐบาล แต่อีกฟากหนึ่งของจอภาพนั้น เป็เงามืดของอาชญากรรมและความรุนแรงที่ซ่อนเร้นอยู่
ผมเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกข้างถนนใหญ่ ที่นี่คือที่เดียวที่ผมยังสามารถหาความสงบได้ แม้จะเป็เพียงชั่วคราวก็ตาม ร้านกาแฟนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ให้ความสงบที่จะไม่ได้รับจากโลกภายนอก
“กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล” ผมพูดกับบาริสต้าหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเริ่มชงกาแฟให้ผม
ขณะที่ยืนรอ ผมหยิบแผ่นกระดาษบาง ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ดวงตาสีฟ้าของผมจับจ้องไปยังข้อมูลที่ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษนั้น มันเป็รายงานจากเมื่อคืนที่ผมได้รับจากแหล่งข่าวของผมเมื่อคืนนี้ เนื้อหาของรายงานเต็มไปด้วยข้อมูลลับเกี่ยวกับองค์กร Aegis Corp ซึ่งเป็องค์กรที่มีอำนาจลึกลับเหนือรัฐบาลและควบคุมหลายส่วนของเมืองเซนต์อาเรน
**Aegis Corp** ไม่เพียงแต่เป็บริษัทเทคโนโลยีทั่วไป พวกเขายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองมนุษย์ การวิจัยและพัฒนาอาวุธขั้นสูง และการกดขี่เสรีภาพของประชาชนในรูปแบบที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การกระทำของพวกเขาทำให้ทุกอย่างในเมืองนี้เป็เพียงหมาก ที่พวกเขาควบคุมอยู่เื้ั และผมรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับพวกเขาก็คงเป็เื่แทบเป็ไปไม่ได้
“กาแฟของคุณค่ะ” เสียงของบาริสต้าเรียกสติของผมกลับมา ผมรับถ้วยกาแฟจากเธอแล้วนั่งลงที่โต๊ะใกล้ ๆ หน้าต่างที่มองออกไปยังถนนใหญ่
ในขณะที่ผมพยายามจะรวบรวมสมาธิ ความสงบของผมถูกขัดจังหวะโดยเสียงกริ่งของประตูร้านที่เปิดออกมา หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา ผมสีขาวของเธอที่ดู สื่อถึงความเป็อิสระ ดวงตาเงาจับจ้องมาที่ผมด้วยความแน่วแน่
“คุณไซลัส โรม”** เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ผมเงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟและจ้องมองเธออย่างสงบ แต่ในใจกลับมีความกังวลเล็ก ๆ แฝงอยู่
“ใช่ แล้วคุณ?” ผมตอบเสียงเรียบเฉย
เธอทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามผม โดยไม่รอให้ผมเชิญ “ฉันชื่อ **ลีน่า โวลคอฟ** และฉันมีข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะ คุณไมซ์โทร”
ชื่อของเธอไม่คุ้นหูสำหรับผมเลย ทั้งที่ผมอยู่ที่นี่มานาน “มันยังไงล่ะ?”
ลีน่าหยิบแผ่นกระดาษบาง ๆ ออกมาจากกระเป๋าของเธอ และวางลงบนโต๊ะ มันคือรายงานเดียวกับที่ผมถืออยู่ในมือ แต่ของเธอมีหลายแผ่นซึ่งบ่งบอกได้ชัดว่าเธอต้องมีอะไรมากกว่านั้น
“ฉันมีเหตุผลที่้าจัดการกับ Aegis Corp เหมือนคุณ และฉันคิดว่าเราควรร่วมมือกัน” ลีน่าพูดอย่างตรงไปตรงมาและไม่อ้อมค้อม
ผมจ้องมองเธอด้วยความสงสัย “และทำไมต้องเป็ผม..?”
“จำเป็ต้องพูดด้วยหรอคะ?” ลีน่าตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ “แหม ไม่เอาก็ได้นะคะ ฉันก็มีคนหลายคนที่น่าสนใจให้เลือกอยู่นะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอันไร้กังวล ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มบาง ๆ อย่างผู้ที่รู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
ผมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้ดีว่าการทำงานร่วมกับคนที่ไม่รู้จักเป็เื่เสี่ยง ถึงท่าทางของเธอจะดูไม่น่าไว้ใจ แต่ความเสี่ยงที่เธอเสนอช่างดึงดูด
“โอเค” ผมกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ หลังจากไตร่ตรอง เหมือนนักพนันที่รู้ดีว่าความเสี่ยงทำให้ชีวิตน่าตื่นเต้น
"แต่ผมมีเงื่อนไข คุณต้องบอกทุกอย่างที่คุณรู้ ไม่มีความลับระหว่างเรา"
ลีน่ายิ้มบาง ๆ “ตกลง แต่ฉันก็มีเงื่อนไขเช่นกัน เริ่มด้วยการเจาะลึกข้อมูลของโครงการลับของ Aegis Corp ที่ชื่อ 'โอเมก้ารูบี้'”
เมื่อทั้งสองตกลงที่จะร่วมมือกัน พวกเขาก็เริ่มวางแผนการที่จะนำพาเมืองเซนต์อาเรนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะเกิดขึ้น ผมและลีน่าไม่รู้เลยว่าเส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่นั้นจะพาไปสู่การต่อสู้ที่ไม่มีทางกลับหลัง แต่เรารู้เพียงอย่างเดียว—เส้นทางนี้จะพาเราไปพบกับความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดของเมืองนี้
ลีน่าและผมเคลื่อนตัวผ่านทางเดินแคบใต้ดิน เสียงฝีเท้าของเราถูกกลบด้วยเสียงเครื่องขุดแม่เหล็กไฟฟ้าที่เพิ่งถูกปิดลง ความเงียบแผ่ซ่านไปทั่ว เราสื่อสารกันผ่านท่าทางโดยไม่ใช้คำพูด ลีน่าชี้ไปที่มุมหนึ่งซึ่งมีช่องระบายอากาศ เราทั้งคู่รู้ว่ามันเป็ทางเข้าที่นำไปสู่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก
ลีน่าดึงเครื่องมือพกพาขึ้นมาตรวจสอบระบบสัญญาณในพื้นที่ "ไม่มีสัญญาณกล้องที่นี่ เรามีเวลาไม่มากที่จะผ่านตรงนี้ไป" น้ำเสียงของเธอยังคงเยือกเย็นและหนักแน่น
ผมพยักหน้าและเดินตามเธอไปอย่างระมัดระวัง ลีน่าเริ่มทำงานกับแผงควบคุมเล็ก ๆ ที่เธอพกมา มันคือเครื่องแฮกอัตโนมัติที่สามารถเจาะระบบล็อคและระบบรักษาความปลอดภัยได้ในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่เธอทำงาน ผมยืนคอยระวังหลังให้เธอ
ในขณะนั้นเอง แสงสีแดงเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนแผงควบคุม มันเป็สัญญาณเตือนอันตรายที่ไม่ควรเกิดขึ้น ลีน่าขมวดคิ้วขณะที่เธอพยายามปรับแต่งเครื่องมือเพื่อยับยั้งการทำงานของระบบเตือนภัย แต่มันกลับไม่สำเร็จ
"เราเจอปัญหาใหญ่แล้ว ผมว่าเราโดนจับได้" ผมกระซิบบอกลีน่า ขณะที่เธอยังคงพยายามอย่างสุดความสามารถ
"ฉันรู้" ลีน่าตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ขณะที่เสียงเตือนภัยเริ่มดังขึ้นทั่วบริเวณ
ไฟสีแดงส่องสว่างไปทั่วทางเดิน เสียงสัญญาณเตือนดังสะท้อนก้องไปมา ทำให้ความเงียบสงัดที่เคยมีถูกทำลายสิ้น ผมรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไปแล้ว เราต้องเตรียมตัวต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะมาถึง
ทันทีที่เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น แสงไฟสีแดงวาบทั่วทางเดินราวกับเป็การท้าทายให้เราเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ฉันขยับไปที่แผงควบคุม ส่วนไซรัสปล่อยให้ดาบ ‘Plasma Edge’ ของเขาแผ่พลังงานพลาสมาออกมา แสงสีฟ้าจากดาบส่องสว่างในความมืด พร้อมกับความร้อนที่สามารถหลอมละลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของทหาร Aegis Corp ดังขึ้นจากระยะไกล ไซรัสััได้ถึงการเคลื่อนไหวของพวกเขาผ่านระบบเสริมในร่างกาย สัญญาณชีพจรและข้อมูลการเคลื่อนไหวถูกแสดงบนหน้าจอภายในตาของเขา เขารู้ได้ทันทีว่ามีทหารกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางเรา
"ผมจัดการเอง ลีน่า คุณทำในสิ่งที่ต้องทำเถอะ" ไซรัสพูดเสียงเยือกเย็น ขณะที่ฉันพยักหน้าตอบและหันไปตั้งใจจัดการกับแผงควบคุม
ทันทีที่ทหารกลุ่มแรกปรากฏตัว ไซรัสก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาในเสี้ยววินาที ดาบ ‘Plasma Edge’ ฟันผ่านเกราะหนักของพวกเขาราวกับตัดผ่านกระดาษ ทุกครั้งที่ดาบััร่างกายของศัตรู เสียงโลหะที่ถูกละลายและกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อสดฟุ้งกระจายไปทั่ว
ทหารคนแรกที่พยายามยิงไซรัสต้องพบกับความเร็วที่เขาไม่ทันจะรับรู้ว่าตัวเองถูกโจมตีแล้ว ไซรัสเคลื่อนตัวไปข้างหลังเขาในพริบตา ฟันดาบลงกลางลำตัวจนร่างแยกเป็สองส่วนก่อนที่เขาจะทันได้ล้มลง
"ก็เก่งสมคำร่ำลือนี่หน่า" ลีน่าพูดโดยไม่ละสายตาจากแผงควบคุม
"นี่เพิ่งเริ่มเท่านั้น" ไซรัสตอบพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าหาทหารอีกกลุ่มที่กำลังวิ่งเข้ามา
พวกมันพยายามระดมยิงไซรัสด้วยอาวุธหนัก แต่ด้วยระบบเสริมประสาทที่ช่วยในการรับรู้และตอบสนอง ทำให้ไซรัสสามารถหลบเลี่ยงะุเ่าั้ได้อย่างง่ายดาย เขาขยับตัวไปทางซ้ายและขวาอย่างรวดเร็ว พลางฟันดาบสับทุกสิ่งที่ขวางทางออกเป็ชิ้น ๆ
ทหารนายหนึ่งพยายามโจมตีไซรัสด้วยอาวุธประชิด แต่ไซรัสเขาจับข้อมือของทหารก่อนที่จะบิดมันอย่างแรงจนกระดูกหักเสียงดัง ‘กร๊อบ’ ก่อนที่เขาจะใช้เข่ากระแทกที่หน้าท้องอย่างจังจนร่างกระเด็นไปชนกับกำแพง
ไซรัสไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาพุ่งตัวเข้าหาทหารอีกสามนายที่เหลือ พลาสม่าจากดาบทำให้พวกมันไม่ทันจะสู้ได้เลย ทุกการเคลื่อนไหวของไซรัสเต็มไปด้วยความแม่นยำและความบ้าระห่ำ ความเร็วและพลังที่ผสมผสานกันทำให้พวกเขาไม่ทันตั้งตัว เสียงร้องของทหารเ่าั้ถูกกลบด้วยเสียงดาบที่ฟาดฟันผ่านเนื้อและกระดูก
"ประตูเปิดแล้ว!" ลีน่าะโขึ้นเมื่อสามารถปลดล็อกประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ได้
ไซรัสมองดูซากร่างทหารที่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ทางเดิน ก่อนจะหันมามองที่ลีน่าที่เริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เขากระตุกยิ้มเบา ๆ "เรียบร้อย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
ลีน่าหันมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ "ก็ไม่แย่นะ" ฉันพูดขณะที่เราทั้งคู่ก้าวเข้าไปในห้องเซิร์ฟเวอร์ ข้างในห้องเต็มไปด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง พวกมันเป็หัวใจสำคัญของระบบที่เรากำลังจะทำลาย
ไซรัสเดินไปยังคอมพิวเตอร์หลักที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องเต็มไปด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่และจอภาพที่แสดงข้อมูลไหลรินอย่างรวดเร็ว เขาหยิบอุปกรณ์แฮ็กเกอร์ที่ติดตัวมาด้วยออกมา และเริ่มเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์ ระบบรักษาความปลอดภัยของ Aegis Corp ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน แต่ไซรัสไม่เสียเวลามาก เขาเริ่มพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว
“ระบบนี้มีการป้องกันหลายชั้น” ไซรัสพูดระหว่างที่เขากำลังทำงาน “คงต้องใช้เวลานานหน่อยนะ”
ลีน่าสแกนไปทั่วห้อง ตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักรและระวังการเคลื่อนไหวของกล้องรักษาความปลอดภัยที่อาจเปิดใช้ได้ทุกเมื่อ เสียงเตือนภัยที่เป็ไปได้ทำให้หัวใจของลีน่าเต้นเร็วขึ้น ลีน่ามองไปที่ไซรัสและเห็นเขาทำงานอย่างรวดเร็ว เขาใช้คอมพิวเตอร์ย่อยในการแทรกซึมเข้าไปในระบบหลักและปลดล็อกการป้องกัน
“เกือบจะถึงจุดสำคัญแล้ว” ไซลัสพูด ขณะที่เขาหมุนลูกบิดที่เป็โลหะหนักและกรอกรหัสผ่านที่ซับซ้อนลงในแป้นพิมพ์ เขาทำงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำ รหัสที่เขากำลังป้อนนั้นประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่สุ่มและยากต่อการคาดเดา ขณะเดียวกันเขายังตรวจสอบหน้าจอที่แสดงผลลัพธ์ของการป้อนข้อมูล รหัสผ่านที่เขากรอกได้เพิ่มระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น
“อีกไม่กี่วินาที” ไซลัสกล่าวเสริม โดยไม่ละสายตาจากหน้าจอและทำการปรับปรุงการเข้ารหัสที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เขามีสมาธิอย่างเต็มที่ในกระบวนการนี้
ฉันยืนอยู่ข้างๆ และคอยสังเกตความผิดปกติในระบบไฟฟ้าและการทำงานของเครื่องจักรใหญ่ที่อยู่รอบๆ ห้อง ฉันตรวจสอบสายไฟและค้นหาจุดที่อาจทำให้เกิดการบรรจุหรือเสี่ยงต่อการถูกจับได้
“ระบบความปลอดภัยจะเริ่มตอบสนองในอีกไม่กี่วินาที” ฉันเตือนไซรัส ขณะที่ไฟในห้องเริ่มกระพริบและเสียงเครื่องจักรดังขึ้นเรื่อยๆ
“ทำตามแผน” ไซรัสกล่าว ขณะเขาพิมพ์คำสั่งสุดท้ายบนแป้นพิมพ์และปลดล็อกชั้นสุดท้ายของระบบป้องกัน เสียงเตือนที่เกิดจากการทำงานของคอมพิวเตอร์เริ่มเพิ่มขึ้น ระบบรักษาความปลอดภัยของ Aegis Corp กำลังระดมกำลังการตรวจสอบ
ทันใดนั้น ไฟในห้องเริ่มกระพริบและระบบของคอมพิวเตอร์หลักเริ่มล่มสลาย ข้อมูลสำคัญและการเชื่อมต่อทั้งหมดเริ่มล่มลง ชุดคำสั่งที่ไซรัสส่งไปทำให้ระบบหลักของ Aegis Corp เริ่มการทำลายล้าง
“ทำลายการเชื่อมต่อให้หมด!” ลีน่าะโขึ้น ขณะที่เราทั้งคู่เริ่มวิ่งไปที่ทางออก
ไซรัสพยักหน้าและขยับไปยังทางออก พร้อมกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและรวดเร็ว เขาพร้อมที่จะต่อสู้หากมีการตอบสนองจากฝ่ายรักษาความปลอดภัย ลีน่ารีบทำลายสายเชื่อมต่อเพิ่มเติมที่อาจมีการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
“ทางออกอยู่ข้างหน้า!” ไซรัสเรียกขณะเราวิ่งออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์ การทำลายระบบที่เราได้กระทำจะทำให้เรามีเวลาเพียงพอในการหลบหนี แต่ต้องรีบไปให้เร็วที่สุด
เราผ่านทางวิ่งที่มีไฟกระพริบและสัญญาณเตือนภัยเริ่มดังก้องไปทั่วบริเวณ ไซรัสก้าวยาวและรวดเร็ว ขณะที่ลีน่าติดตามเขาอย่างใกล้ชิด เราเผชิญกับการป้องกันสุดท้ายที่พยายามจะหยุดเรา แต่ไซรัสใช้ทักษะการต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบได้ เพื่อจัดการกับศัตรูที่พยายามจะขัดขวางเรา
ในที่สุด เราทั้งคู่หลุดพ้นจากพื้นที่ของ Aegis Corp และออกมาสู่คืนที่มืดมิด แต่เรารู้ว่าเป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เราจะนำมาให้ โลกของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว และเราเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหญ่ที่จะเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่และการทำลายล้างที่เราตั้งใจไว้