ตึบ!!
ลิ้นสีชมพูพุ่งผ่านหัวของควานไปและแปะไปที่ต้นไม้ข้างหลังของเขาและก็ถูกตึงกลับหายไปอย่างรวดเร็ว
“วะเหว๋อ!! เกิดอะไรหรอครับ”
ควานใทีจู่ๆนอสก็คว้าตัวเขาให้หลบลงไปที่พื้น และควานก็พยายามมองไปรอบๆเพื่อตามสถานการณ์ให้ทัน
นอสปล่อยควานและพูดกับควานด้วยความเร่งรีบ
“เตรียมตัวเองให้พร้อมได้แล้วครับคุณควานเหมือนเราจะเจอตอเข้าซะแล้วล่ะ”
“เจออะไรหรอครับ!? ผมไม่เห็นจะเจออะไรเลย”
ควานยังคงพยายามมองหาต้นตอของเื่ที่นอสบอกให้เจอ คงไม่แปลกที่ควานจะไม่เจอ เพราะมันดูเหมือนจะกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างดี และรอจู่โจมพวกนอสจากบางจุด ถ้าไม่ลองสังเกตดีๆก็จะไม่เจอตัวมันเลย
แต่เพราะนอสได้ใช้เนตรมนตราช่วยเลยมองเป็เป็ออร่าพลังเวทย์รอบๆตัวได้ นี่เลยเป็สาเหตุที่นอสมองเห็นได้โดยไม่ต้องเพ่งสายตาสังเกตมันและไหวตัวทันก่อนที่มันจะได้โจมตีควานเข้า
นอสมองกลับไปที่เดิมที่มันโจมตีมาแต่มันก็หายตัวไปแล้ว นอสพยายามมองรอบๆ เพื่อดูว่ามันไปไหนแล้วในระหว่างที่นอสมองหาอยู่นั้น จู่ๆมันก็พุ่งลิ้นจูโจมมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ได้เล็งไปที่ควานแต่เป็นอส
นอสที่มีเนตรมนตราพวกกับอัตราการตอบสนองทีค่อนข้างไวพอสมควร ก็เคลื่อนไหวหลบได้ทันทีที่ลิ้นพุ่งลงมา ในจังหวะที่ลิ้นสีชมพูตกลงมานอสเลยใช้จังหวะนั้นใช้แหว่งฟันไปที่ลิ้นนั้นทันที
ลิ้นขาดออกเป็สองส่วนเหมือนกับตัดกระดาษ เมื่อโดนตัดลิ้นเ้าตัวต้นเื่ก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมา
แคว้ก!!!
มันร้องและก็ตกลงมาจากต้นไม้ ร่างจริงถูกเปิดเผยออกมา มันคือคามิลเลี่ยนตัวสีเขียว นอสรีบตรงดิ่งไปหามันเพื่อจะรีบฆ่าไม่ให้มันมีโอกาสได้หนีรอด
ฉึบ!!
คามิลเลี่ยนป่า ระดับสีเหลืองถูกฆ่า
ไม่ได้รับอาวุธิญญา
ดูดซับผลึกเพื่อรับแกนเวทย์
หลังนอสฆ่าสำเร็จควานก็รีบวิ่งเข้ามาหาซากศำของคามิลเลี่ยนทันที
ควานที่ได้เจอเข้ากับตัวการก็เข้าใจได้ว่าทำไมตัวเขานั้นถึงมองไม่เห็นไม่ใช่เพราะว่าเขาอ่อนแอแต่เพราะในด้านการพรางตัวคามิลเลี่ยนนั้นอยู่ในระดับที่น่ากลัวเลยทีเดียว ถ้าไม่มีสายตาที่ดีในการเพ่งมองก็แทบจะแยกตัวของคามิลเลี่ยนกับสิ่งรอบข้างไม่ออกเลย
“ไอ้เ้าตัวเองหรอที่จ้องจะเล่นงานผม ขอบคุณคุณนอสอีกรอบนะครับคุณช่วยผมไว้อีกแล้ว”
“ไม่เป็ไรครับยังไงคุณควานก็ว่าจ้างผมไปแล้วผมก็ต้องปกป้องคุณอยู่แล้วครับ”
นอสพูดขึ้นพร้อมกับเดินตรงเข้าไปที่ซากศพของคามิลเลี่ยนและชำแหละมันเเพื่อเอาผลึกเวทย์ออกมา
ควานที่ด้อมๆมองๆนอสชำแหละซากอยู่ก็พูดขึ้นมา
“อ่านี่คุณนอสครับไหนๆก็เอาแกนเวทย์ไปแล้วซากมันคุณนอสคงไม่ใช้มันหรอกใช่ไหมครับผมว่าจะขอซื้อต่อจากคุณน่ะครับ”
“ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับผมให้ฟรีเลยก็ได้ แต่ว่าคุณควานจะเอาไปทำไมหรอครับ”
นอสถามกลับ
“อ้า~ ผมจะเก็บมันไว้ขายให้พวกช่างทำอาวุธไม่ก็พวกนักสะสมซากที่เมืองถัดไปดูน่ะครับ แล้วในฐานะพ่อค้าที่ซื่อตรงแบบผมแล้วล่ะก็ผมไม่ขอรับฟรีครับผมสัญญาว่าถ้าผมกลับไปที่บ้านได้ผมจะนำเงินมาให้แน่นอนครับ”
ควานพูดกับนอสด้วยความหนักแน่น
“แบบนั้นก็ได้ครับผมไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”
เหตุที่นอสไม่ลังเลที่จะให้หรือขายสิ่งนี้กับควานเพราะมันมีระดับแค่สีเหลืองเท่านั้นเอง สำหรับนอสซากของพวกมอนสเตอร์ที่จะเข้าตานอสได้ต้องอยู่ระดับสีส้มขึ้นไปแล้วตอนนี้
หลังจากพูดคุยและเก็บผลึกเวทย์กับซากศพกันแล้วพวกนอสก็ออกเดินทางต่อ ควานที่ดูจะอารมณ์ดีที่ได้ซากคามิลเลี่ยนไปก็เริ่มพูดกับนอส
“นี่คุณนอสครับ สนใจทำธุรกิจร่วมกับผมระหว่างที่เดินทางกลับไปไหมครับ”
“ธุรกิจหรอ?”
นอสทำหน้าสงสัยใส่ควาน
“แบบว่าถ้าคุณนอสฆ่าตัวอะไรได้ระหว่างเดินทางผมอยากจะขอซื้อต่อทั้งหมดเลยได้ไหมครับ ส่วนเื่ราคาผมจะให้ในราคาที่ดีที่สุดให้ครับ”
ควานพูดออกไปด้วยเสียงที่ดูจริงจังสมกับเป็พ่อค้า
“ก็ได้ครับยังไงก็ไม่ได้ใช้ แต่ถ้าเกิดผมฆ่าพวกระดับส้มขึ้นไปได้คงต้องขอบอกว่าผมขอไม่ขายละกันนะครับ”
นอสตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกลับควานไป
เมื่อได้ยินแบบนั้นควานก็ทำหน้าเซ็งๆเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับข้อเสนอนั้นของนอสเพราะอย่างน้อยตัวเขาก็ยังได้ระดับสีเหลืองไปอยู่
“ก็ได้ครับ….”
หลังจบบทสนทนากันได้สักพักลิลิธก็ปรากฏตัวออกมาจากจิตของนอสและลอยมาอยู่ข้างๆนอสด้วยตัวของเธอเอง
“ท่านนอสคะ ััได้หรือป่าวคะ?”
ลิลิธถามขึ้น
นอสทำท่าทีจริงจังขึ้นแล้วก็ตอบกลับลิลิธไป
“อืม เยอะพอสมควรเลยล่ะ”
ควานที่วิ่งตามมาข้างๆก็สงสัย
“คุยกับใครหรอครับคุณนอส?”
“อ่อเปล่าครับผมกำลังพูดกับตัวเองอยู่น่ะครับ แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อนแล้วเตรียมตัวให้พร้อมเลยครับเหมือนเราจะเจอเื่ซวยเข้าแล้วล่ะ”
นอสหันไปตอบควานด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ครับ!?”
ควานตอบกลับด้วยอาการงงๆรอให้นอสบอกสภาการณ์ตรงหน้า
“เหมือนว่าเราอาจจะเผลอเข้ามาในอาณาเขตของพวกคามิลเลี่ยนแล้วล่ะครับจากที่ผมััได้คร่าวๆอย่างต่ำก็10กว่าตัวได้”
นอสอธิบายให้ควานเข้าใจ
“เพราะงั้นหยิบอาวุธออกมาให้พร้อมด้วยครับเหมือนพวกมันแอบตามเรามานานแล้วด้วย มันอาจจะหาจังหวะโจมตีเราอยู่ก็ได้”
ควานทำท่าทีจริงจังขึ้นมาและพยักหน้าตอบกลับนอสไปและเรียกอาวุธออกมามันเป็ดาบยาวที่ควานได้มันมาจากศพของทอมเมื่อครั้งนั้น
นอสใช้เนตรมนตรามองไปรอบๆแล้วเหงื่อก็เริ่มไหล
“บ้าไปแล้วเ้าพวกนี้มันอยู่กันเยอะขนาดนี้เลยหรอ!”
ออร่าที่นอสเห็นหลังจากใช้วิชาไปนั้นตามต้นไม้ต่างๆนั้นนอสเห็นเป็ออร่าสิ่งมีชีวิตหลายๆตัวอยู่เต็มไปหมด
และเหมือนว่าแต่ละตัวจะอยู่ในระดับสีเหลืองซะส่วนใหญ่ด้วย นอสไม่ได้กลัวเ้าพวกนี้ขนาดนั้นเพราะเขามีเนตรมนตราอยู่ทำให้การหลบการโจมตีจากพวกนี้มันง่ายกว่าคนปกติมากแต่ตอนนี้เขาเดินทางร่วมกับควานที่ไม่ได้มีเนตรมนตราเหมือนตัวของนอสเอง
นอสเลยต้องคิดหาวิธีรอด เพื่อให้ควานและตัวนอสเองเดินทางออกจากอาณาเขตของมันออกไปได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด
“นี่คุณควานครับ อาจจะยากไปสำหรับคุณแต่คุณพอจะเคลื่อนไหวตามเสียงผมทันหรือป่าวครับ?”
นอสถามควานด้วยสีหน้าเร่งรีบ
“ก็น่าจะพอไหวครับ”
ควานตอบไปแบบไม่แน่ใจสักเท่าไหร่
“งั้นคุณต้องเคลื่อนไหวทุกอย่างตามที่ผมบอกนะครับห้ามลังเลเด็ดขาด”
นอสกำชับควานให้ทำตามที่นอสพูด
ควานที่ได้ยินก็ทำหน้าจริงจังและพยักหน้าไป หลังจากคุยกันเสร็จนอสก็เริ่มบอกให้ควานเริ่มเร่งความเร็วขึ้น
คามิลเลี่ยนทุกตัวที่คอยซุ่มตามพวกนอสอยู่เมื่อเห็นว่าพวกนอสจะรู้ตัวแล้วก็เริ่มเปิดฉากจู่โจมทันที
“หลบไปซ้าย3นาฬิกา!!”
นอสะโขึ้น ควานที่ได้ยินเสียงก็ใที่จู่ๆนอสก็ะโมาแต่ก็ะโหลบลิ้นไปได้อย่างเฉียดฉิว ไม่มีเวลาให้พูดคุยเมื่อมีหนึ่งตัวเริ่มเปิดตัวโจมตีตัวที่เหลือก็ทะยอยเริ่มโจมตีไปที่นอสบ้างที่ควานบ้าง
นอสนั้นหลบพร้อมไปได้อย่างง่ายๆพร้อมทั้งฟันลิ้นทิ้งทันทีที่มีโอกาสไปด้วย แต่นอสก็ต้องแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งเพื่อคอยบอกให้ควานหลบให้ได้
ควานที่มีปฏิกิริยาตอบสนองไม่เร็วเท่ากับนอสก็เลยได้รอยแผลถากๆจากลิ้นของพวกคามิลเลี่ยนไปมากทีเดียว แต่ก็มีบางทีที่ควานจะจับจังหวะเองได้และฟันลิ้นพวกมันตอบโต้ไปบางส่วน ทำให้นอสเบาใจขึ้นมาบางส่วน
“กลับไปฉันคงต้องทำบุญให้ตัวเองหน่อยแล้วมั้ง ไหงมันชอบซวยแบบนี้ตลอดเลย”
นอสบ่นพร้อมกับหลบไปด้วย
………….
ย้อนกลับไปจุดที่นอสปะทะกับพวกฉิง คนกลุ่มๆหนึ่งได้เดินออกมาจากป่าและชายคนหนึ่งก็เดินนำหน้าออกมา
“ทำงานชักช้านะครับ หมาที่ไม่ได้เื่แบบนี้ควรจะโดนลงโทษสักหน่อยแล้ว”
หวังลิ่วพูดพร้อมมองดูร่องลอยที่เหลืออยู่ และเวลาเดียวกันก็มีอีกคนเดินออกมาพร้อมกับศพของฉิงและทอม
“ท่านหวังครับ ดูเหมือนว่าเหยื่อเราจะรอดไปได้ครับ”
ลูกน้องที่ลากศพมารายงานให้หวังลิ่วฟัง
เมื่อได้ยินหวังลิ่วก็เริ่มมีเส้นเืปูดขึ้นที่ขมับ และหวังลิ่วก็เดินไปหาที่ซากศพของพวกฉิงและเตะศพของพวกเขารัวๆ
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์ แค่คนๆหนึ่งพวกแกยังจัดการไม่ได้เลย สวะเอ้ย!!”
หวังลิ่วขึ้นเสียงและเตะศพแรงขึ้นไปอีก
…………………