กลางดึกคืนนี้ ขณะที่ดวงจันทร์ลอยสง่าอยู่กลางท้องฟ้าเ้าหกลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วปีนลงจากเตียงเพื่อไปทำน้ำแกงโสมเหมือนเช่นเคย ครั้นทำเสร็จเรียบร้อยก็แอบย่องไปยังห้องทิศตะวันตกทว่าครั้งนี้ประตูห้องกลับถูกลงดาลจากข้างใน
นางชะงักนิ่งไปชั่วขณะอย่างทำสิ่งใดไม่ถูกเหตุใดประตูถึงถูกลงดาลจากข้างในได้ แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจขัดขวางนาง เ้าหกจึงเดินไปที่หน้าต่างซึ่งไม่ได้ลงกลอนเอาไว้และปีนเข้าไปในห้องจากทางนี้แทนแต่ปรากฏว่าด้านข้างพี่ชายมีกู้ซีนอนอยู่!
นางรู้สึกโมโหยิ่งนักพี่ชายเป็ของนางต่างหาก เป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว!
เ้าหกเดินไปที่เตียงก่อนจะอุ้มกู้ซีขึ้นมาแล้วแบกไปยังห้องทิศตะวันออกอีกฝ่ายหลับสนิทประหนึ่งหมูตายขนาดถูกนางแบกไปทิ้งไว้บนเตียงอีกห้องก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา
เช้าวันถัดมาหลังจากกู้อวี้ลืมตาตื่นขึ้นเขาััได้ถึงความเปียกชื้นที่แขน และทันทีที่หันไปมองก็ถึงกับเืลมขึ้นไฉนคนที่นอนอยู่ด้านข้างถึงกลายเป็เด็กหญิงผู้นี้ไปได้ แล้วกู้ซีอยู่ที่ใด?
ณ ภายในห้องทิศตะวันออกกู้ซีตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้ามึนงง เมื่อคืนเขานอนอยู่บนเตียงของพี่ชาย เมื่อตื่นก็ควรต้องอยู่บนเตียงของพี่ชายสิแต่ไฉนถึงมาโผล่บนเตียงในห้องนี้ได้ ความที่สงสัยจึงรีบวิ่งไปที่ห้องทิศตะวันตกโดยไม่แม้แต่จะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียก่อนเมื่อเข้าไปก็ต้องเจอกับสายตาต่อว่าต่อขานจากพี่ชาย ครั้นเลื่อนสายตาไปยังด้านข้างก็พลันเห็นใครคนหนึ่งนอนหลับสนิทส่งเสียงกรนออกมา
“ท่านพี่ ไม่ใช่ฝีมือข้านะขอรับข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอันใดขึ้น”
กู้เอ้อร์หลางเอามือเคาะศีรษะตัวเองไม่แรงนักหรือเขาจะเห็นผี?
“ท่านพี่ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ข้าจะเปลี่ยนเป็เฝ้าท่านแทน จะไม่นอนหลับ”กู้เอ้อร์หลางรับปากเป็มั่นเป็เหมาะ ในขณะที่กู้อวี้ยังคงมีสีหน้าถมึงทึง เพียงหลับตาทว่าไม่กล่าวคำใดออกมาสักคำ
ตกกลางคืนทั้งสามพี่น้องรวมตัวมาเฝ้ากู้อวี้ด้วยไม่เชื่อว่าหากมีพวกเขาทั้งสามคอยเฝ้าอยู่เช่นนี้ พี่ชายผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องจะถูกเ้าหกเอาเปรียบเช่นก่อนหน้าได้อีก!
เพียงแต่ที่ทั้งสามคนไม่รู้คือทุกวันพวกเขากินอาหารที่ต้มจากน้ำอาบของเ้าหกน้ำที่ดื่มก็เป็น้ำต้มซึ่งมาจากน้ำอาบของเด็กหญิงตัวน้อย หากใครได้ดื่มน้ำอาบของนางแล้วสิ่งที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือจะนอนหลับสนิทในตอนกลางคืนด้วยเหตุนี้วันต่อมาเมื่อทั้งสามคนตื่นขึ้นก็พบว่าตัวเองมิได้อยู่ที่ห้องของพี่ชายแต่กลับอยู่ที่ห้องทิศตะวันออกอีกแล้วส่วนกู้อวี้พอตื่นขึ้นก็ยังคงเจอเ้าหกนอนหลับสนิทอยู่ด้านข้างเหมือนเดิมอีกเช่นกัน!
ความรู้สึกจนปัญญาผุดขึ้นมาในใจเขาโดยพลัน
กลางวันกู้อวี้นำเื่นี้ไปปรึกษามารดา เพื่อขอให้นางส่งเ้าหกกลับไปมิใช่ว่าเขาไม่อยากให้เด็กหญิงผู้นั้นอยู่ที่นี่ แต่ตอนกลางคืนนางมักจะชอบแอบย่องเข้ามานอนกับเขาเลยอยากให้นางกลับไปนอนที่บ้านของนางในตอนกลางคืน ส่วนเวลากลางวันค่อยมาที่นี่เื่อาหารการกินหรือเสื้อผ้าอาภรณ์ทางสกุลกู้ของเขาจะเป็คนดูแลเอง
ทว่าเพียงเพิ่งเอ่ยปากมารดากลับร่ำไห้ยกมือปาดน้ำตาปรอยๆ ก่อนกล่าวตัดพ้อว่า “แม่อยากได้บุตรสาวมานานแล้วหากน่าเสียดายที่ร่างกายไม่เอาไหนจึงไม่อาจมีลูกสาวได้ ไม่ง่ายเลยกว่าที่แม่จะมีลูกสาวน่ารักเช่นนี้กับเขาสักคนแต่ลูกๆ ของแม่กลับไม่ยอมรับ”
ไม่เพียงแค่นี้มารดากู้ยังพร่ำพรรณนาอีกว่า“เ้าหกเพิ่งจะอายุแค่สี่ขวบเท่านั้น ในฐานะพี่ชายไม่สมควรดูแลนางหรอกหรือให้นางนอนด้วยจะเป็อันใดไป เ้าหกยังเด็กมิรู้ความ หากโตขึ้นนางก็จะดีขึ้นเองที่สำคัญคือยิ่งนางไม่รู้ความ ในฐานะพี่ชาย ลูกไม่ยิ่งต้องอบรมสั่งสอนนางหรือ”
นอกจากนี้กู่ซื่อยังกล่าวอีกว่า “เ้าหกน่าสงสารมากหากส่งกลับไปที่บ้านสกุลหยวน ก็มีแต่จะถูกบ้านใหญ่ใช้ให้ทำงานสารพัดเป็วัวเป็ม้าให้เ้าใหญ่ ทั้งยังบอกอีกว่าเขาใจร้ายใจดำ...”
เขาที่เพิ่งจะเริ่มเกริ่นจึงได้แต่จนปัญญาช่างเถิด อย่าพูดเื่นี้อีกเลยจะดีกว่า
“จะว่าไปแล้วเ้าหกเป็ดาวนำโชคของสกุลกู้เราโดยแท้ แม้นางเพิ่งเข้ามาอยู่ในสกุลเ้าก็ฟื้นขึ้นมาเ้าคงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ท่านหมอได้บอกให้พ่อกับแม่เตรียมจัดการเื่งานศพให้เ้าไว้แล้วแต่พอเ้าหกยินยอมแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคล เ้าก็ฟื้นขึ้นมาทันทียามนี้นางประหนึ่งดวงใจของแม่ ใครก็ห้ามให้นางไปไหนเด็ดขาด หรือหากมีใครมาพานางไปก็เหมือนควักเอาหัวใจของแม่ไป”
“ท่านแม่ ท่านมิต้องพูดแล้วต่อไปข้าจะไม่พูดเื่นี้อีก” กู้อวี้กล่าวด้วยสีหน้าจนใจครั้นกู่ซื่อได้ยินประโยคนี้สีหน้าที่เดิมโศกเศร้าก็แปรเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างทันใด
ตกกลางคืนกู้อวี้สั่งให้กู้ซีลงดาลห้องจากข้างในและข้างนอกทว่าเช้าวันถัดมาเขายังคงพบเ้าหกมานอนอยู่ข้างกายเช่นเคยกู้ซีบอกว่าประตูยังคงลงดาลเอาไว้ ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าหรือเ้าหกจะแอบปีนเข้ามาทางหน้าต่าง? เช่นนั้นคืนนี้เขาเลยสั่งให้น้องรองลงดาลทั้งประตูและหน้าต่างแต่อย่างไรก็ไม่อาจขัดขวางเ้าหกมิให้ย่องเข้ามาในห้องเขาได้อยู่ดี
คล้อยหลังเ้าหก น้องรองเข้ามาในห้องแจ้งว่า“ดาลประตูได้ถูกปลดออก!” กู้อวี้หลับตาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะเอ่ยว่า “เ้าออกไปเถอะ”
ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็มิอาจขัดขวางเ้าหกได้เลยเขาขบคิดอย่างหนัก หาก้าหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เป็อยู่ในเวลานี้คงต้องสอนให้เ้าหกรู้จักหลี่อีเหลียนฉือสถานเดียว หากแต่เื่นี้เขาคงหวังพึ่งสกุลหยวนมิได้ส่วนท่านแม่ยิ่งพึ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ ยามนี้นางให้ความรักและเอ็นดูเ้าหกมากอย่างกับอะไรดี
ท่านพ่อยิ่งแล้วใหญ่แม้จะรู้จักหลี่อีเหลียนฉือ แต่ทว่ากลับกลัวท่านแม่อย่างกับอะไร เมื่อขบคิดไปมาคงเหลือแต่เขาที่ต้องเป็คนสอนน่าเสียดายที่เขาไม่ทราบว่ายามกลางวันเ้าหกไปเล่นอยู่ที่ใด นางไม่เคยมาปรากฏตัวให้เขาเห็นสักครามีแค่ยามราตรีเท่านั้นที่มักแอบย่องเข้ามานอนบนเตียงของเขา
ด้านสองสามีภรรยากู้ซึ่งเพิ่งจะดื่มยาเสร็จก็ให้หมอตรวจวัดชีพจรให้ หมอเอามือจับชีพจรอยู่ชั่วครู่แล้วสีหน้าก็แสดงความยินดีออกมา“ร่างกายของพวกท่านดีขึ้นมาก”
“แสดงว่ายาของท่านได้ผลหรือหลายวันมานี้ข้ารู้สึกดีขึ้น เมื่อวันก่อนก็สามารถเดินได้มากกว่าเดิมหลายก้าวโดยไม่มีอาการหอบเหนื่อยเลยอีกทั้งเวลานี้ข้ายังสามารถทำงานต่อเนื่องได้ครึ่งชั่วยามโดยไม่ที่รู้สึกเหนื่อย”กู่ซื่อยิ้มพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีเช่นกัน
หมอส่ายศีรษะ“พวกท่านดื่มยาที่ข้าจัดมาให้ก็นานแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่เห็นได้ผลนอกจากยาที่ข้าจัดให้แล้วหลายวันที่ผ่านมาพวกท่านได้กินหรือดื่มอะไรที่นอกเหนือจากนี้หรือไม่”
กู่ซื่อกับกู้ซิ่วไฉกล่าวปฏิเสธ ทั้งคู่ในเวลานี้ต่างรู้สึกประหลาดใจยิ่ง
“เช่นนั้นก็น่าแปลกแล้ว”หมอกล่าวอย่างแปลกใจ
“ความจริงหมออย่างข้าไม่ควรงมงายเื่การแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคลทว่านับแต่ที่เ้าหกมาอยู่ที่นี่ บุตรชายของท่านไม่เพียงฟื้นขึ้นมา แม้แต่พวกท่านทั้งสองเองก็ยังร่างกายดีขึ้นนอกจากเป็เพราะได้เ้าหกมาอยู่ที่นี่ ข้าก็คิดหาเหตุผลอื่นไม่ออก”
“ความหมายของท่านคือ?” กู่ซื่อกล่าวถามด้วยสีหน้างุนงง
กู้ซิ่วไฉมองอย่างรอคอยเช่นกันหากเป็ไปได้ ผู้ใดจะอยากตาย
หมอยกมือลูบเครา ยิ้มพลางกล่าว“เดิมทีข้าวินิจฉัยว่าพวกท่านน่าจะอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้ทว่ายามนี้หากพวกท่านรักษาสุขภาพร่างกายอย่างดีก็อาจกลับมาแข็งแรงเช่นคนปกติการให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงดังเดิมนั้น ท่านต้องใช้โสมร้อยปีมาต้มยาทว่าโสมร้อยปีมิได้หากันง่ายๆ อีกทั้งอาการป่วยของพวกท่านทั้งสองคนหากใช้แค่เล็กน้อยย่อมไม่เพียงพออย่างน้อยต้องใช้ทั้งต้นจึงจะเห็นผล”
โสมร้อยปีมิใช่สมุนไพรที่จะหาได้โดยง่ายราคาจึงแพงหาก หากไม่มีเงินถึงสองสามร้อยตำลึงอย่าหวังว่าจะซื้อหามาได้เลย ซึ่งสามีภรรยาสกุลกู้ก็ไม่รู้จหาเงินมากถึงสองสามร้อยตำลึงมาจากที่ใดจะขายที่ก็ไม่ได้ ด้วยเพราะที่ดินเ่าั้คือที่อยู่อาศัยของบุตรชายทั้งสี่ในอนาคต
“เช่นนั้นเอาแบบนี้ข้าจะช่วยซื้อโสมธรรมดามาให้ก่อน ถึงแม้คุณภาพจะด้อยกว่าโสมร้อยปีเล็กน้อยแต่ก็ได้ผลเช่นกัน อย่างไรเสียก็ขอให้พวกท่านรักษาสุขภาพจนสามารถผ่านพ้นฤดูหนาวปีนี้ไปให้ได้”หมอเข้าใจความลำบากของสองสามีภรรยากู้ดีจึงเสนอเช่นนี้ออกมา
ครั้นส่งหมอกลับไปแล้ว กู้ซิ่วไฉไปยังห้องหนังสือหยิบภาพวาดหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะแล้วจ้องมองอย่างเสียดาย
กู่ซื่อเดินเข้ามาครั้นเห็นภาพที่สามีกำลังจ้องมองอยู่ก็เอ่ยใ “ท่านพี่ ท่านคิดจะขายภาพนี้หรือแต่ภาพนี้เป็ภาพที่บิดาของท่านทิ้งไว้ให้มิใช่หรือ”
กู้ซิ่วไฉนำภาพวาดขึ้นมาม้วน“สิ่งของเป็ของนอกกาย คนต่างหากคือสิ่งมีชีวิตหากภาพนี้สามารถต่อชีวิตพวกเราไปได้อีกครึ่งปีข้าก็ยินดีอย่างน้อยยามนั้นข้าก็ยังอยู่สามารถพาต้าหลางไปหาหมอรักษาขาที่ในเมืองได้
“แม้จะมีเงินก็ไม่แน่ว่าจะหาซื้อโสมร้อยปีได้ร้านยาที่ใดมีย่อมส่งไปให้ผู้สูงศักดิ์ที่รู้จักไม่มีทางตกมาถึงมือชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราข้าจำได้ว่าคหบดีจางที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ชื่นชอบภาพนี้มาก เช่นนั้นจะนำภาพนี้ไปแลกกับโสมร้อยปีถึงเขาไม่มี แต่ด้วยความสามารถของเขาจะต้องหาซื้อมาให้พวกเราได้อย่างแน่นอน”