บทที่ 28 ความรักอันบริสุทธิ์
เื้ัโทรศัพท์ หญิงสาวร้องไห้จนควบคุมตัวเองไม่ได้
เธออยากจะไปกับชายอันเป็ที่รักเหลือเกิน แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้
เพราะในร่างกายของเธอ ยังคงมีหัวใจของเขาเต้นอยู่ เธอจะปล่อยให้ร่องรอยสุดท้ายของเขาในโลกนี้หายไปไม่ได้เด็ดขาด...
ภายในห้องไลฟ์สด ซางเฟยหว่านได้เริ่มทำนายดวงครั้งสุดท้าย
การทำนายครั้งนี้ค่อนข้างง่าย เป็คำถามของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถามถึงเื่ของเธอกับแฟนหนุ่ม
หลังจากซางเฟยหว่านดูหน้าเธอเรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวว่า “เป็เนื้อคู่กัน รักกันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว”
หญิงสาวดีใจมากจึงมอบวาฬโบยบินให้เป็ของตอบแทน
เมื่อดูดวงครบสามคน การถ่ายทอดสดก็จบลง
ซางเฟยหว่านกำลังจะออกไปขึ้นเครื่องบินรอบดึก แต่กลับมีเสียงเคาะประตูเร่งรีบดังมาจากข้างนอก
เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นคุณชายรักอิสระยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยใบหน้าฟกช้ำ
ซางเฟยหว่านขมวดคิ้วแน่น “ฉันไม่ได้บอกนายให้พักอยู่แต่ในห้องวันนี้เหรอ?”
คุณชายรักอิสระจึงตอบว่า “ฉันฟังที่เธอแนะนำ ฉันเลยเปิดห้องพักในโรงแรมนี้ และตั้งใจที่จะรักษาาแให้หายดี พอดีฉันดูการไลฟ์สดของเธอเสร็จ แล้วรู้สึกหิว เลยสั่งอาหารขึ้นมา อาหารก็มาส่งเร็วมาก ใครจะไปรู้ว่า พอฉันเปิดประตูออกไปรับอาหาร รถเข็นอาหารดันเสียหลักพุ่งชนฉันเข้าอย่างจัง จมูกฉันถึงได้มีเืไหลแบบนี้ไง”
ตอนนี้อาถรรพ์ในโชคชะตาของเขารุนแรงขึ้นทุกวัน ถึงแม้ตอนนี้จะเป็แค่ภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่นานก็จะเริ่มาเ็หนัก และส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง
คุณชายรักอิสระไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เขาถือว่า ซางเฟยหว่านเป็ผู้ช่วยชีวิต ดังนั้นเขาจึงรีบมาหาอีกฝ่ายในทันที โดยไม่คิดที่จะเอาผิดกับพนักงานเสิร์ฟ
“คุณย่า ช่วยฉันด้วย ต่อไปฉันคงอยู่ไม่ได้แน่!”
ซางเฟยหว่าน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงหยิบใบไม้ใบหนึ่งออกจากปิ่นปักผมของตัวเอง แล้วยื่นให้คุณชายรักอิสระ
"ก่อนจะหาคนที่ขโมยโชคชะตาของนายเจอ โชคร้ายของนายก็จะยังคงทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ใบไผ่นี้ติดตัวฉันมาสองวันแล้ว ถือว่าซึมซับจิติญญาของฉันมาบ้าง นายพกติดตัวไว้ก็จะสามารถช่วยปัดเป่าภัยพิบัติไปได้ส่วนหนึ่ง ตราบใดที่นายไม่ตั้งใจหาเื่ตาย มันก็สามารถปกป้องนายได้อย่างรอบด้าน แต่จงจำไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ใบไผ่เหี่ยวเฉาลง พลังก็จะหายไปด้วย"
คุณชายรักอิสระรับใบไผ่มาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะจากไป
เมื่อกลับมาถึงห้อง เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จึงนึกออกว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน นี่มันใบไผ่สด ๆ นี่นา ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นเพียงแค่วันเดียวก็แห้งแล้ว สองวันก็ต้องเหี่ยวเฉา พลังก็ต้องหายไปแล้วสิ!
เขาไม่อยากซวยซ้ำซวยซ้อน จึงรีบกลับไปหาซางเฟยหว่าน
ทว่า ซางเฟยหว่าน ได้ออกจากห้องพักไปที่สนามบินแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ สายน้ำดุจหัวใจถือใบประกาศนียบัตรจบการศึกษาเมื่อหลายสิบปีก่อน เดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยของมารดาด้วยความโศกเศร้า
ซางเฟยหว่านให้เขาตัดสินใจเองว่าจะบอกความจริงกับแม่หรือไม่ เขาใช้เวลาครุ่นคิดทั้งวันทั้งคืน
จนกระทั่งค่ำคืนนี้เองที่หมอแจ้งกับเขาว่า อาการของแม่ทรุดหนัก เหลือเวลาอีกไม่มาก ให้ทางบ้านเตรียมใจเอาไว้
ความจริงแล้ว โรคที่แม่เป็ หากรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองก็มีโอกาสหายขาดสูงมาก
แต่แม่รู้ว่าเขาไม่มีเงิน จึงไม่ยอมไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่เด็ดขาด ท่านจึงทนทุกข์ทรมานอยู่ในโรงพยาบาลเล็ก ๆ ในเมืองแห่งนี้มานานกว่าครึ่งเดือน และในที่สุดก็ใกล้จะถึงวาระสุดท้ายแล้ว
สายน้ำดุจหัวใจ ก้มหน้าลงมองใบแจ้งผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งที่เหลืองซีดอยู่ในมือ ความเศร้าสร้อยก็กัดกินหัวใจของเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ชีวิตนี้ของแม่ ไม่น่าจะเป็แบบนี้เลย…
เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยอย่างแ่เบา
บางทีอาจเป็เพราะกำลังใจชั่วครั้งชั่วคราว แม่ที่ไม่ได้สติมาหลายวัน คืนนี้กลับดูสดชื่นผิดปกติ เห็นลูกชายเดินเข้ามาก็ยิ้ม แล้วพูดว่า "วันนี้แม่รู้สึกดีขึ้นมาก พรุ่งนี้ช่วยพาแม่กลับบ้านเถอะ นอนโรงพยาบาลมันเปลืองเงินมาก!"
สายน้ำดุจหัวใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยื่นใบแจ้งผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้แม่
ทันทีที่เห็นใบแจ้งผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดวงตาที่ขุ่นมัวของแม่ก็เปล่งประกายขึ้น
"นี่… นี่มัน… มหาวิทยาลัยของแม่เหรอ? ลูกไปเอามาจากไหน?"
ชายหนุ่มจึงตอบเสียงสั่นเครือ "ถูกขุดพบจากลานบ้านหลังเก่า"
คุณยายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ "ที่แท้ก็อยู่ที่นั่นนี่เอง... ที่แท้ก็เป็เขานี่เอง!"
"แม่เกลียดพ่อไหมครับ? ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อซ่อนใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยของแม่ไว้ แม่ก็คงไม่ต้องติดแหง็กอยู่แต่ในชนบทแบบนี้หรอก"
น้ำตาขุ่นมัวไหลรินลงมาจากดวงตาอันร่วงโรยของหญิงชรา ภาพเหตุการณ์ในอดีตมากมายผุดขึ้นมาในหัวสมอง
เธอส่ายหน้า "ชีวิตนี้มันก็ผ่านมาแล้ว พ่อของแกก็ไม่อยู่แล้ว จะโกรธจะเกลียดไปอีกก็มีประโยชน์อะไรกัน"
หญิงชราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะสิ้นลมหายใจไปในทันที
ใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่เดินทางมาถึงช้ากว่ากำหนดถึง 40 ปี ลอยหลุดออกจากมืออันไร้เรี่ยวแรง...
ชีวิตคนเรา แม้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเสียใจกลับไม่เคยจางหาย
…
ค่ำคืนนี้ ฟางเสี่ยวเหมยฝันอีกแล้ว
ฉากในความฝันคือห้องที่บ้านสามีของเธอ มีแสงสว่างเล็ก ๆ อยู่จุดหนึ่ง และเสี่ยวเป่าก็ยืนยิ้มอยู่ภายในนั้น พร้อมกับมองมาที่เธอ
แววตาไร้เดียงสาของเด็กน้อยเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา พ่วงด้วยความโศกเศร้าเกินวัย "แม่จ๋า แม่ทิ้งพ่อไปแล้ว หนูก็สบายใจแล้วล่ะ หนูจะไปแล้วนะคะ"
ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินซางเฟยหว่านพูดว่า เหตุผลที่ิญญาของเสี่ยวเป่ายังวนเวียนอยู่ไม่ยอมไปไหน เป็เพราะความแค้นที่เขามีต่อพ่อและย่า
ตอนนี้ ผู้ชายคนนั้นถูกตำรวจจับไปแล้ว เขาจะต้องชดใช้กรรมที่เขาก่อเอาไว้
ความแค้นของเสี่ยวเป่าจึงสลายไป และจากไปตามธรรมชาติ
แม้ว่าเธอจะใจหายมาก แต่เธอก็รู้ว่า การจากไปครั้งนี้ เป็จุดจบที่ดีที่สุดแล้ว
เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับการจากลาอีกครั้ง เธอก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"เสี่ยวเป่า..." หญิงสาวกางแขนออก "ลูกสาวของแม่ ขอแม่กอดลูกเป็ครั้งสุดท้ายเถอะนะ"
เสี่ยวเป่าร้องไห้ออกมาเช่นกัน เธอกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็แม่ทั้งน้ำตา
อ้อมกอดของแม่อบอุ่นจริง ๆ น่าเสียดายที่ตอนเธอมีชีวิต เธอได้นอนซุกอยู่เพียงแค่หกวันเท่านั้น
ใน่หลายวันที่ผ่านมา แม่มักจะตบก้นเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ พร้อมกับฮัมเพลงกล่อมว่า "ในโลกนี้มีเพียงแม่เท่านั้นที่ดีที่สุด ลูกที่ยังมีแม่อยู่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า…"
ราวกับเป็ความผูกพันระหว่างแม่ลูก ฟางเสี่ยวเหมยโอบกอดลูกสาวเอาไว้แนบอกแล้วฮัมเพลงเบา ๆ ต่อว่า "...เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของแม่ ความสุขจะไม่เลือนหาย..."
"เสี่ยวเป่า ลูกรัก แม่ขอโทษ แม่ปกป้องลูกเอาไว้ไม่ได้... แม่ขอโทษจริง ๆ"
เด็กน้อยในอ้อมแขนค่อย ๆ เล็กลง… เล็กลง… จนกลายเป็ทารกตัวน้อย ที่นอนหลับอย่างสงบสุขในอ้อมกอดของแม่
ในขณะเดียวกัน แสงสีทองก็ส่องประกายวาบหนึ่ง เด็กน้อยก็หายวับไปกับตา
ความแค้นทั้งหมดของเธอสลายหายไปในอ้อมกอดของแม่ ิญญาจึงกลับคืนสู่ปรโลกอย่างสงบ
แม้ในอ้อมแขนจะว่างเปล่า แต่แขนของฟางเสี่ยวเหมยกลับยังคงอยู่ในท่ากอด และปากพึมพำฮัมเพลงว่า "ในโลกนี้มีเพียงแม่เท่านั้นที่ดีที่สุด ลูกที่ยังมีแม่อยู่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของแม่ ความสุขจะไม่ขาดหาย..."
"แม่ขอโทษนะ ลูกสาวของแม่!"
"ในชาตินี้ แม่ไม่สามารถทำให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุขได้ แต่ชาติหน้า ลูกต้องดูให้ดี ๆ เลือกครอบครัวที่ดี มีพ่อแม่ที่รักลูกจริง ๆ ไม่ว่าลูกจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย พวกเขาก็จะรักลูกเหมือนแก้วตาดวงใจ…"