ท้องฟ้ากว้างใหญ่มีมังกรเทียมรถม้ากำลังบินอยู่????
อู๋เซียนกับหลันฮวากำลังมุ่งหน้าไปหาเทพวิหคไฟพวกเขามีเวลาเหลือไม่มากจึงต้องรีบเร่งเดินทาง
"หลันฮวาใกล้ถึงทางเข้าป่ามีชีวิตแล้วเจ้าต้องอดทนนะ"
"ท่านพี่อู๋เซียน หลันฮวาจะทำได้หรือเจ้าค่ะหลันฮวาไม่มีผู้ติดตามแล้ว"
"หลันฮวาก็มีพี่อู๋เซียนคนนี้ไงเจ้าลืมพี่แล้วหรืออย่ากลัวไปเลยพี่จะช่วยเจ้าเอง"
อู๋เซียนปลอบสาวน้อยทั้งยังส่งพลังปราณเข้าประคองอาการของนางเด็กสาวช่างเข้มแข็งหนักสามารถอดทนจนถึงป่านนี้ได้
"หลันฮวาเชื่อท่านพี่อู๋เซียน"
นางเอ่ยบอกก่อนจะหลับตาพักพร้อมกับเดินพลังที่ได้รับไปทั่วร่างนางต้องเก็บพลังเอาไว้ใช้ในยามที่ต้องเข้ารับการคัดเลือกเพราะจิ้นไม่สามารถบินผ่านป่าแห่งชีวิตได้
ป่าแห่งชีวิตคือป่าที่อยู่อาศัยของเทพวิหคไฟป่าแห่งนี้มีอาถรรพ์ยิ่งนักต้นไม้มีชีวิตสามารถเดินเหินเองได้หากใครที่ไม่รู้ทางคงต้องจบชีวิตลงที่นี่อย่างแน่นอน
จิ้นร่อนลงที่ชายป่าทางเข้าก่อนที่จะกลับคืนร่างเขารีบระวังภัยให้เจ้านายทันทีที่นี่ไม่อาจจะไว้ใจสิ่งใดได้
อู๋เซียนประคองร่างหลันฮวาเดินตามหลังจิ้นไปแม้เขาจะช่วยประคองแต่ระยะการเดินก็ต้องรีบอยู่ดีหากมืดค่ำจะเป็นอันตรายยิ่งกว่านี้เส้นทางที่เดินเข้าไปเริ่มมีต้นไม้สูงใหญ่ตลอดรอบๆทางยิ่งมองยิ่งน่ากลัวยิ่งเดินลึกเข้าไปต้นไม้ยิ่งมีขนาดใหญ่โตแถมรกทึบขึ้นเรื่อยๆ
"หลันฮวาไหวหรือไม่อดทนอีกนิดพี่จะหาที่พักที่ปลอดภัยให้"
สีหน้าสาวน้อยเริ่มซีดเซียวเหงื่อเริ่มผุดเต็มหน้าร่างกายแสดงอาการว่าไม่ไหวอู๋เซียนยิ่งร้อนใจกลัวนางจะทนไม่ได้เสียก่อน
"ข้ายังไหวท่านพี่อู๋เซียนไม่ต้องห่วงเราต้องรีบไปหาท่านเทพโดยไวเพราะทางเจี่ยเจียทั้งสองนั้นน่าเป็นห่วงยิ่งกว่านักแม้แต่ท่านพี่ของหลันฮวาก็อาจต้องประสบภัยเช่นกัน" นางตัดสินใจบอกชายตรงหน้าเพราะคิดว่าเขาต้องห่วงทางนั้นเหมือนกัน
"เรื่องอื่นอย่าพึ่งพูดถึงสิ่งสำคัญในตอนนี้คือชีวิตของเจ้าหากข้ารักษาไว้ไม่ได้ข้าคงต้องถูกทุกคนตำนิแน่"เขาเอ่ยพลางลูบผมนางเบาๆ อู๋เซียนเชื่อมั่นในตัวน้องทั้งสองว่าจะไม่เป็นไรแน่นอนต่างกับเด็กสาวที่ตอนนี้แทบจะสิ้นหวัง
"นายท่านขอรับเราถึงหุบเขาหมื่นราตรีแล้วขอรับ"จิ้นรีบรายงาน
เบื้องหน้าคือสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีผู้คนต้องมาจบชีวิตที่นี่มากมายแต่หากใช้ปัญญาแก้ไขก็ย่อมมีทางให้ผ่านไปโดยง่ายเช่นกัน
"เจ้าเรียกไท้สือให้ออกมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าก่อน"
นางพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเรียกคู่พันธะออกมาอู๋เซียนเดินออกมาไม่ห่างนักก่อนจะหยุดนิ่งแล้วใช้ตาที่สามสอดส่องไปทั่วพื้นที่
"อ่า........ดูเหมือนข้าต้องเหนื่อยซะแล้ว"เขายกยิ้มมุมปากกับผู้ที่จะมาทดสอบพวกเขาหากผ่านด่านนี้ไปได้พวกเขาก็ไม่กังวลใจสิ่งใดแล้ว
ทางด้านสองสาวและสองหนุ่มก็ได้ใช้จางฝูเป็นพาหนะเดินทางพวกเขาเร่งรีบมาตามเส้นทางที่หลันฮวาได้เขียนแผนที่ไว้ให้
"ทางข้างหน้านี้เราต้องลงเดินเท้าแล้วนะ"หลงเยี่ยนหันมาบอกทุกคน
"เราต้องเก็บหิ่งห้อยแห่งแสงเข้าไปด้วยแต่จงระวังให้ดีพวกนั้นดูไร้พิษสงแต่ก็ร้ายนัก" เขายังจำตอนที่เดินทางอยู่เขตป่าชั้นสองได้มันคือตัวร้ายที่เข้ามาก่อกวนพวกเขาโดยแท้
"อ่า......ข้าชักอยากจะเห็นอสูรหิ่งห้อยที่โลกนี้แล้วละท่านพี่"ซีเหมยหันไปพูดกับซีซีอย่างซุกซนเจ้าตัวร้ายที่แท้จริงคือนางมากกว่าซีซีคิดพลางส่ายหัวอย่างปลงๆ
เมื่อลงสู่พื้นข้างล่างทุกคนก็เรียกสัตว์อสูรประจำกายทันทีตามที่หลันฮวาแนะนำ
"เจ้านายผิงผิงคิดถึง"
ผิงผิงดูผิดไปจากที่เห็นครั้งก่อนมากนางดูโตขึ้นและดูสวยงามราวกับหญิงงามล่มเมืองแต่ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือนางยังคงรักและชอบออดอ้อนซีซีอย่างที่สุด
"อาหลินเจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ" ซีเหมยหันไปถามสัตว์อสูรของนางบ้างพร้อมส่งสายตาอย่างน่าสงสารอาหลินถึงกับตั้งหลักไม่ทัน นางนิ่งคิดสักครู่จึงเดินมากอดเจ้านายของตน
"อาหลินคิดถึงและเป็นห่วงเจ้านายที่สุดเจ้าค่ะ"ซีเหมยยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับอกของอาหลิน
'อืม....นิ่มอย่างที่คิดไว้เลยเหมือนมนุษย์ทุกระเบียบนิ้ว'
ทางหลี่ฟงกับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะหึงนางก็ไม่ใช่จะอิจฉาก็ไม่เชิงแต่ที่รู้เขาอยากมีโอกาสได้กอดนางอย่างนั้นบ้างสักครั้งหากถึงตอนนั้นเขามั่นใจว่านางจะไม่เรียกหาอ้อมกอดใครอื่นอีกแน่นอน
เมื่อทักทายกันเรียบร้อยก็เร่งเดินทางพวกเขาใช้เวลาไม่นานก็สังเกตเห็นแสงตามต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้า
"ถึงที่ที่พวกหิ่งห้อยแห่งแสงอยู่แล้วล่ะ"หลงเยี่ยนส่งสายตาให้หลี่ฟง
หลี่ฟงก็พยักหน้ารับพวกเขาเคยเจอมันมาแล้วทำไมจะไม่รู้ว่าต้องจัดการเช่นไร
"ต้ามูเจ้าไปอีกด้านพอข้าให้สัญญาณเจ้าค่อยซัดพลังเข้าไปยังต้นไม้นั่น"
ต้ามูรีบไปตามที่นายท่านสั่งอย่างรวดเร็วรอเพียงเวลาเท่านั้นส่วนสองสาวรับหน้าที่กางพลังป้องกันทุกคนคอยเป็นแนวหลังให้
"วี๊ดดดดดด"
เสียงเป่านกหวีดแผ่วเบาที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นจึงจะเข้าใจความหมายของมัน
"บึ้มมมมมม"
เสียงพลังของต้ามูปะทะเข้ากับต้นไม้ดังสนั่นทั่วป่าพวกหิ่งห้อยต่างแตกรังมันรีบบินเข้าหาทิศทางที่โดนโจมตี
"เริ่ม!!!!"
จ้าวหลงเยี่ยนให้สัญญาณอีกครั้งหลี่ฟงและเขาก็พุ่งตัวออกไปทันที
พวกเขาใช้โคมแดงที่มีอักษรคำว่า ’สว่าง’เขียนเอาไว้ไล่จับพวกมันที่ยังหลงเหลือเฝ้าต้นไม้พวกเขาทั้งสองจับมาได้คนละสิบตัวก็ร่นถอยออกมา
"วี๊ดดดดดด"
หลี่ฟงส่งสัญญาณอีกครั้งทุกคนก็รีบไปจุดที่นัดกัน
"อ่าา.....ข้าลุ้นแทบหยุดหายใจนึกว่าจะไม่ทันเสียแล้ว"หลี่ฟงถอนหายใจเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
"รีบไปที่ถ้ำกันเถอะเรายังมีอย่างอื่นที่ต้องทำกัน"
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับความคิดนี้ของหลงเยี่ยนพวกเขาจึงได้เร่งรีบเดินทางไปข้างหน้าจนลืมมองตรวจสอบข้างหลัง
ฝูงอสูรหิ่งห้อยแห่งแสงได้แอบบินตามมาเพราะพวกมันกลับไปยังรังแล้วไม่เห็นนางพญาจึงได้พากันตามหาจากกลิ่นที่นางพญาได้ปล่อยออกจากตัวมัน
เสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่พยายามเดินมุ่งหน้าเข้าสู่วิหารของท่านเทพวิหคเพลิงนางได้เหลือบมองไปยังร่างของอู๋เซียนที่ยังหลับใหลบนหลังของจิ้นตอนนี้เขายังคงใช้กำลังต่อสู้กับมารฝันอยู่อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้
บรรยากาศโดยรอบเริ่มเย็นขึ้นเสียงของเหล่าสัตว์อสูรเริ่มหายไปมันเงียบสงบจนผิดสังเกต
"หลันฮวาไม่ว่าจะเกิดเหตุใดเจ้าต้องมุ่งหน้าเดินต่ออย่าได้กังวลสิ่งใด"อู๋เซียนเอ่ยบอกนางตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อไม่อยากให้นางตกใจกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น
" ฮ่า ฮ่า ฮ่าอืมดูเหมือนข้าจะได้พบท่านเจ้าปีศาจจากดินแดนนอกป่า...ดี...ดียิ่ง..ท่านคงรู้บททดสอบของข้านะ"
มารฝันยอมปรากฏตัวหลังจากที่มันได้แอบมองทั้งสองอยู่นานตัวมันคือผู้เฝ้าทางเข้าของวิหารใครที่ต้องการผ่านป่านี้ต้องผ่านการทดสอบจากมันก่อน
อู๋เซียนค้อมหัวให้เขาเตรียมรับมือแล้ว
"เจ้าไม่ต้องห่วงรีบมุ่งหน้าเดินไปทิศเหนือทันทีที่ข้าส่งสัญญาณ"
อู๋เซียนเดินออกไปข้างหน้าอย่าสง่างามก่อนจะเข้ามิติประลองพื้นที่มิติประลองจะเป็นเขตกั้นไม่ให้คนด้านนอกหรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาแต่คนข้างนอกสามารถมองเข้ามาได้
หลันฮวาเห็นทั้งสองเริ่มพูดคุยกันก่อนจะเริ่มประลอง
อู๋เซียนปลดพลังออกสามส่วนก่อนจะลงมือเขาช้าไม่ได้ต้องรีบจบเรื่องให้เร็วที่สุดทางมารฝันก็หาได้ยินยอมไม่เขาก็มีพลังและฝีมือเช่นกันมารฝันลงมือรุนแรงแต่ก็ยังยั้งมือเพราะเขาไม่ได้ต้องการสังหารเพียงแค่ต้องทดสอบ
พวกเขาใช้พลังปราณสู้กันชิงไหวชิงพริบก่อนที่อู๋เซียนจะได้จังหวะที่มารฝันเข้าใกล้ชิงป้ายหยกที่ห้อยอยู่เข็มขัดออกมา
"ข้าแพ้แล้ว.....เชิญพวกท่านผ่านได้"
มารฝันยุติการประลองเขาผายมือไปด้านข้างก็ปรากฏเส้นทางเข้าสู่วิหารมองจากตรงนี้ยังเห็นวิหารอยู่ไม่ไกลนัก อู๋เซียนรีบหันหลังเดินไปหาหลันฮวาทันที
"รีบไปกันเราเจอเส้นทางไปวิหารแล้ว"
ไท้สือรีบพยุงนายให้ลุกขึ้นอาการของนางเริ่มทรุดลงอีกแล้วสัตว์อสูรทั้งสองพยายามถ่ายปราณให้แต่ก็ช่วยได้ไม่มากพวกมันยังไม่ถึงขั้นที่จะใช้ปราณฟ้าดินได้อย่างถนัด
"ข้ายังไหวเจ้าค่ะท่านพี่อู๋เซียน"
อู๋เซียนเข้าใจนางดีนางคงไม่อยากให้เขาต้องเป็นห่วงพวกเขาพากันรีบเดินทางไปตามเส้นทางที่เห็นตรงหน้าอู๋เซียนใช้ตาที่สามสำรวจเส้นทางตรงหน้าอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของจริง
"ท่านลืมคืนของให้ข้านะ"มารฝันท้วงติงอู๋เซียนทันทีที่เห็นเขากำลังจะจากไป
"หากพวกข้าพ้นเขตแดนจึงจะมอบคืนให้"เขากล่าวโดยไม่มองหน้าเพราะมารฝันเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสิ่งใดการเดินทางแม้จะเร่งรีบแค่ไหนแต่ก็ยังต้องหยุดพักอยู่ดี
"นั่งบนหลังของข้าก็ได้ขอรับนายท่าน"ไท้สือกล่าวอ้อนวอนออกมาอย่างที่สุด เขาทนเห็นสภาพของเจ้านายที่เป็นแบบนี้ไม่ได้
"อย่าเลยพวกเจ้าต่างก็แทบจะไม่มีแรงเดินแล้วเพราะต้องถ่ายพลังให้ข้าตอนนี้หลันฮวายังไหวเจ้าค่ะ"
ประโยคสุดท้ายนางหันไปบอกอู๋เซียน
"งั้นก็รีบเดินทาง"
"ฟิ้วววว"
เสียงแหลมเล็กที่แหวกอากาศเข้ามาด้านหลังหลันฮวาอู๋เซียนที่สังเกตได้ทัน ก็รีบดึงนางให้หลบแต่สิ่งนั้นยังตามมาเขาจึงใช้ตัวเองป้องกันสาวน้อยเอาไว้
"ท่านพี่อู๋เซียน!!........ท่านโดนอาวุธลับนี่เจ้าค่ะ"
เข็มเล็กสีเงินที่ปักแขนอู๋เซียนกำลังแผลงฤทธิ์เขาเริ่มรู้สึกง่วงงุนร่างกายซวนเซจนแทบจะล้มจนหลันฮวาต้องรีบประคองร่างเอาไว้ส่วนจิ้นและไท้สือก็ได้คืนร่างพร้อมสู้กับศัตรู
"เจ้าผิดคำพูดเองนะตอนนี้เจ้าได้ออกจากเขตป่ามีชีวิตแล้วและนี่คือโทษทัณฑ์ของเจ้า"
มารฝันก้าวออกมาจากเงามืดแล้วกล่าวอย่างหน้าไม่อายกับการกระทำที่ช่างต่ำช้ายิ่งนักของตน
อู๋เซียนกัดฟันกรอดเขารีบโยนป้ายหยกคืนมันมารฝันรับหยกกลับพร้อมทั้งยิ้มร้าย
"ดูเหมือนเจ้ากำลังจะหลับและข้าก็ต้องการร่างกายของเจ้าช่างบังเอิญเสียจริง"
"แก. ...อย่าหวังว่าจะทำได้"
"อย่ายุ่งกับท่านพี่อู๋เซียนนะ"หลันฮวาร้องเสียงดัง ยิ่งเห็นท่าทีที่ย่ำแย่ของอู๋เซียนนางยิ่งนึกโมโห
ใช้เวลาไม่นานในที่สุดอู๋เซียนก็ทรุดกายลงจิ้นที่มองอยู่แล้วจึงรีบเข้ามารับร่างของเขาทัน
ก่อนที่อู๋เซียนจะสิ้นสติเขาได้ย้ำกับนางว่าให้นางเดินทางต่อโดยไม่ต้องสนใจตน
"ถึงที่หมายแล้วขอรับ"
ไท้สือบอกเจ้านายร่างเล็กที่ตอนนี้แรงยืนแทบไม่มีอีกทั้งท่านอู๋เซียนก็ยังมิฟื้นเบื้องหน้ามีวิหารที่งดงามตั้งตระหง่านลวดลายของวิหารมีแต่รูปวิหคเพลิงดูสวยงามทีดียว
"มีใครอยู่ที่นี่บ้างไหม"น้ำเสียงแหบแห้งของนางเอ่ยถามอย่างร้อนรน
"ไม่มีขอรับ" ไท้สือมองไปรอบๆก็ไม่เห็นใคร มีเพียงแต่รูปปั้นที่ดูเหมือนมนุษย์เท่านั้นที่ตั้งประดับอยู่สวนด้านข้าง
หลันฮวาเริ่มกังวลหรือว่ามีคนมารับการคัดเลือกผ่านแล้ว
"ไท้สือกลับเข้ามาก่อน"นางเรียกไท้สือกลับเข้ามาในตัวแม้จะไม่เข้าใจแต่ไท้สือก็ทำตาม
"จิ้นอย่าพาท่านพี่อู๋ออกจากบริเวณนี้โดยเด็ดขาดข้าจะเข้าไปข้างในจนกว่าข้าจะกลับมาต้องรออยู่ตรงนี้เข้าใจหรือไม่"
จิ้นผงกหัวรับความรู้สึกของมันบอกว่าต้องเชื่อฟังแม่นางน้อยนี่แล้วทุกอย่างจะปลอดภัย
“ข้าจะรีบไปรีบกลับมหาท่านนะเจ้าค่ะท่านพี่อู๋เซียน”
หลันฮวาก้าวเดินอย่างยากลำบากเมื่อนางดันประตูเข้าไปก็เห็นห้องโถงขนาดใหญ่เป็นลานกว้าง
"ตึ้งงง"
เสียงประตูที่เลื่อนปิดทันทีที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาเสียงมันยังสะท้อนดังก้องไปทั่วบริเวณนางเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเมื่อมาถึงตรงกลางก็มีแสงสาดส่องลงมาจากด้านบนกระทบตัวเธอพลังปราณฟ้าดินไหลผ่านวนเวียนทั่วร่างของหลันฮวาอย่างมากมายนางรู้สึกอึดอัดไม่น้อยและบางครั้งก็เหมือนพลังที่อัดแน่นจะระเบิดออกมาแต่ก็มีบางอย่างที่คอยดูดซับพลังเหล่านั้นเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแม้ใจนางอยากจะเดินหนีแต่ก็ไม่สามารถเดินออกจากแสงนี้ได้
"อ่าาาาาาาในที่สุดข้าก็ได้พบเทพธิดาของข้าแล้ว"
ชายที่กำลังเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของนางช่างทรงสง่าดูมีราศียิ่งมีไอพลังที่สูงส่งจนนางรู้โดยทันทีว่าคนผู้นี้คือใคร
"หลันฮวาคารวะท่านเทพ"
นางรีบย่อกายคำนับคนตรงหน้าทันทีพลังปราณฟ้าดินที่ไหลผ่านนางค่อยๆลดลงทำให้นางเริ่มดีขึ้นดูเหมือนร่างกายที่อ่อนล้าของนางจะมีแรงขึ้นมาอย่างมาก
"ยินดีที่ได้พบสาวน้อยดูเหมือนเจ้าจะดีขึ้นแล้วนะมาคุยกันก่อนไหม"
ชินหยางเทพวิหคไฟมองคนตรงหน้าอย่างสนใจก่อนหน้านี้เขาก็ได้พบกับผู้ที่เข้ามารับการคัดเลือกถึงสองคนแต่พวกนางต่างไม่ผ่านการทดสอบซะนี่ช่างหน้าผิดหวังนักเทพวิหคได้แต่ถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงของประดับสวนและก็ยินดีที่เขาไม่ต้องเพิ่มนางเข้าไป
นางมองชินหยางอย่างประหม่าก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่นางกังวล
"เอ่อออ...ท่านเทพเจ้าค่ะหลันฮวารู้ตัวว่ามาช้าไม่ทราบว่ามีคนมารับการทดสอบหรือยังเจ้าค่ะ"
"มีมาแล้วละ"
เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อตอบนางต้องการถามสิ่งใดกัน
"จะ.....จริงหรือเจ้าค่ะแล้วมีผู้ถูกเลือกหรือยัง....ถะ..ถ้าอย่างนั้นแล้ว"
"ใจเย็นๆหากเจ้ากังวลข้าก็จะตอบให้เข้าใจว่ายังไม่มีใครผ่านการทดสอบได้และข้าก็ยังไม่ได้เลือกใคร"
"อ่า ......ดูเหมือนหลันฮวาจะกังวลมากไปขออภัยด้วยเจ้าค่ะ"
นางครุ่นคิดก่อนจะมีสีหน้าที่คลายกังวลอย่างนี้นางก็ยังมีสิทธิ์อยู่ซินะ
"หลันฮวาพร้อมรับการทดสอบจากท่านเทพวิหคไฟแล้วเจ้าค่ะ"หลันฮวาเอ่ยบอกอย่างมุ่งมั่นตอนนี้จิตใจของนางเข้มแข็งกว่าแต่ก่อนนางพร้อมพุ่งเข้าชนทุกอย่าง(ซีเหมยสอนไว้)
"จุจุเจ้านี่ช่างไม่รู้ความเหมือนทารกเมื่อกี้ข้าเพิ่งจะทดสอบเจ้าไปนี่เจ้าไม่รู้ตัวหรือ"
ชินหยางกล่าวออกมาอย่างสบายๆเขามองดูเด็กสาวทำตาโตอย่างนึกขัน
"งั้น .....หลันฮวาก็ผ่านแล้วใช่ไหมเจ้าคะ"
นางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นมือเริ่มเย็นใจเต้นระส่ำระสายเรื่องน่ายินดีเช่นนี้จะเกิดกับนางจริงหรือ
"มันก็ต้องอย่างนั้นซิแม่นางตัวน้อยและข้าก็ขอเลือกเจ้าให้รับพลังการทำนายของเทพวิหคไฟเจ้าพร้อมหรือไม่"
"ข้าน้อยพร้อมเจ้าค่ะ"