ถ้อยคำของสไนเปอร์หนุ่มดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธีร์ มันเป็ความจริงอันเรียบง่ายที่เขาไม่เคยหยุดคิดมาก่อน ชายหนุ่มชาวไทยทอดสายตามองออกไปในความมืดมิดของทะเลทราย ลมหนาวพัดเอาเศษทรายเม็ดละเอียดมากระทบใบหน้า รสชาติฝาดเฝื่อนของฝุ่นผงบนริมฝีปากทำให้เขากลับมามีสติจดจ่ออยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง
ธีร์นิ่งเงียบ ปล่อยให้สมองที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเฉียบขาดในสมรภูมิรบ เริ่มต้นประมวลผล 'ความเสี่ยง' และ 'ตัวแปร' ของเส้นทางสายใหม่ที่กำลังเปิดกว้างอยู่ตรงหน้า
ปัญหาแรกที่ทำให้เขาลังเล ไม่ใช่เื่ของความหวาดกลัวต่อโลกภายนอก แต่เป็เื่ของ 'ความไว้ใจ' ต่างหาก เขาไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นเชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด... พวกเขา้าอะไรจากคนอย่างเขากันแน่?
ภาพใบหน้าของชายชราที่อ้างว่าเป็ปู่ผุดขึ้นมาในหัว แม้ธีร์จะไม่อยากยอมรับ แต่ลึกๆ แล้วสัญชาตญาณก็คอยร้องเตือนว่าโครงหน้าและแววตาของเ้าสัวสิรินทร์นั้น มีความคล้ายคลึงกับเค้าโครงใบหน้าของพ่อที่ล่วงลับไปแล้วของเขาอยู่ไม่น้อย ความผูกพันทางสายเือาจจะเป็เื่จริง แต่สำหรับคนที่เติบโตมากับการถูกหักหลังและต้องเอาชีวิตรอดไปวันๆ อย่างเขา แค่สายเืมันไม่เพียงพอที่จะการันตีความปลอดภัยได้
และปัญหาที่ใหญ่ยิ่งกว่าชายชรา ก็คือผู้หญิงคนนั้น... 'เพียงฟ้า'
ธีร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยสง่าดุจนางพญาของเธอ เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้แววตาที่เยือกเย็นและเรียบสนิทนั้น เธอคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ หรือมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรกันแน่ ลองวิเคราะห์ตามหลักตรรกะง่ายๆ หากเธอเป็ 'หลานสาวบุญธรรม' ที่ถูกฟูมฟักมาเพื่อเป็ผู้สืบทอดกิจการทั้งหมดของสิรินทรา กรุ๊ป การที่จู่ๆ 'หลานชายสายเืแท้ๆ' อย่างเขากลับไปปรากฏตัว มันย่อมไม่ใช่เื่ที่เป็ผลดีต่อตัวเธอและสถานะของเธอเลยแม้แต่น้อย ในโลกของอำนาจและธุรกิจ การมีตัวหารหรือผู้ท้าชิงบัลลังก์โผล่มา มักจะจบลงด้วยการนองเืเสมอ แล้วทำไมผู้หญิงที่ดูฉลาดและเด็ดขาดอย่างเธอ ถึงได้ดู้าและพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไปขนาดนั้น?
แล้วยังมีเื่ 'คู่หมั้น' ที่ถูกมัดมือชกนั่นอีก...
แม้ธีร์จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่คลุกคลีอยู่กับดินปืน สนามรบ และซากศพ แต่เขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาหรือโง่เขลาต่อสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ เขายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าผู้หญิงคนนั้นเป็คนที่สวยมาก สวยในระดับที่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องยอมสยบแทบเท้า แต่การที่ผู้หญิงเพียบพร้อมระดับนั้นยอมมาเป็คู่หมั้นของผู้ชายที่เปื้อนเืและไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนอย่างเขา... ธีร์คิดว่าบางที มันอาจจะเป็ข้อตกลงทางธุรกิจ
เธออาจจะยอมตกลงรับหมั้นเพียงเพราะหวังทรัพย์สมบัติและอำนาจของปู่ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่ถ้ามันเป็แบบนั้นจริงๆ... ธีร์ก็กลับมองว่ามันไม่เห็นจะเสียหายอะไรตรงไหนเลย
ถึงเขาจะยังไม่รู้ว่าปู่ของเขาเป็เ้าของธุรกิจอะไรใหญ่โต หรือมีทรัพย์สมบัติมหาศาลมากขนาดไหน แต่จากการที่สามารถส่งคนออกตามหาเขาทั่วโลกจนเจอ แถมยังนั่งเครื่องบินส่วนตัวพร้อมบอดี้การ์ดอาวุธครบมือมาเหยียบถึงใจกลางฐานทัพลับของทหารรับจ้างเดนตายได้ ก็บ่งบอกถึงกำลังทรัพย์และอิทธิพลที่ล้นฟ้าของชายชราคนนี้ได้อย่างชัดเจน
ถ้าหากเพียงฟ้า้าสมบัติเ่าั้จริงๆ ธีร์ก็คิดว่าตัวเขาเองคงไม่เหมาะกับการไปสืบทอดหรือนั่งบริหารกิจการบ้าบออะไรพวกนั้นอยู่แล้ว เขาคือทหารแนวหน้า เป็หมาป่าที่คุ้นชินกับการเดินป่าและจับปืนมากกว่าการนั่งโต๊ะเซ็นเอกสารในออฟฟิศหรูหรา ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีความสามารถพอ แข็งแกร่งพอ และเหมาะสมที่จะดูแลทุกอย่าง เขาก็พร้อมที่จะหลีกทางและปล่อยให้เธอเอาทุกอย่างไป เขาไม่ติดใจและไม่เสียดายอะไรเลยแม้แต่น้อย ขอแค่ให้เขามีอิสระและมีชีวิตที่สงบสุขก็พอ
แต่ถึงแม้จะคิดตกตะกอนได้แบบนั้น ธีร์ก็ยังคงยืนนิ่ง แววตาคมกริบมองกวาดไปรอบบริเวณฐานทัพ ความลังเลบางอย่างยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ
แซมที่ยืนมองเพื่อนรักใช้ความคิดอยู่นาน สังเกตเห็นรอยขมวดคิ้วที่ยังไม่คลายออก สไนเปอร์หนุ่มจึงตัดสินใจเอ่ยปากเพื่อพังทลายกำแพงด่านสุดท้ายในใจของเพื่อน
"ธีร์..." แซมเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นายคือสุดยอดฝีมือนะเว้ย นายคือมือพระกาฬที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของวูลฟ์แฟง ต่อให้นายตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินออกจากที่นี่ไป แล้ววันหนึ่งนายรู้สึกว่าโลกภายนอกมันไม่ใช่ นายอยากจะกลับมา... เชื่อฉันเถอะ ผู้บัญชาการและทุกคนที่นี่ก็พร้อมจะอ้าแขนต้อนรับนายกลับมาเสมอ"
แซมขยับเข้ามาใกล้ ยืนตีคู่กับเพื่อนรักแล้วมองออกไปในความมืด "หรือถ้าไม่ใช่ที่นี่ ด้วยฝีมือระดับนาย นายจะเป็อะไรก็ได้บนโลกใบนี้ จะไปเป็บอดี้การ์ดระดับซูเปอร์วีไอพี เป็คนคุ้มกันส่วนตัวให้ผู้นำประเทศ หรือจะเปิดบริษัททหารรับจ้างของตัวเองยังได้เลย เชื่อเถอะว่ามีแต่คนพร้อมจะควักเงินก้อนโตอ้าแขนรับนายเข้าทำงานทั้งนั้น"
มือหนาของแซมตบลงบนไหล่ของธีร์เบาๆ "สิ่งที่นายกำลังจะเดินก้าวไปหามัน ไม่ใช่การปิดตายชีวิตตัวเอง แต่มันคือการ 'เปิดเส้นทางใหม่' ให้กับชีวิตของนายต่างหาก มันอาจจะเป็ชีวิตที่แตกต่างไปจากตรงนี้อย่างสิ้นเชิง อาจจะวุ่นวาย อาจจะน่าเบื่อ... แต่ฉันว่ามันก็คุ้มนะเว้ยที่จะลองเสี่ยงดู"
"..." ธีร์รับฟังเงียบๆ
"เพราะถ้านายออกไปแล้วมันผิดพลาด ถ้าโลกภายนอกมันล้มเหลว หรือมันไม่เป็ไปตามที่นายคาดหวังเอาไว้... นายก็แค่หันหลังกลับมา" แซมยิ้มกว้าง "นายกลับมาที่นี่ได้เสมอเว้ยเพื่อน... ดังนั้น ฉันว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นายจะต้องมามัวลังเลอยู่แบบนี้"
แซมเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ก่อนที่นิสัยร่าเริงและขี้เล่นประจำตัวจะเริ่มกลับมาทำงาน สไนเปอร์หนุ่มยักคิ้วหลิ่วตาแล้วใช้ศอกถองสีข้างเพื่อนรักเบาๆ
"แล้วอีกอย่างนะ..." แซมลากเสียงยาวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ถ้านายกลับไปตั้งรกรากที่ไทย นายก็จะได้มีโอกาสหาสาวเอเชียหน้าตาน่ารักๆ หุ่นเอ็กซ์ๆ มาแนะนำให้เป็แฟนฉันด้วยไงวะ ถือซะว่าทำเพื่ออนาคตอันสดใสของเพื่อนรักคนนี้เถอะนะ!"
ธีร์ที่รับฟังความจริงจังมาตั้งนาน ถึงกับหลุดยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก มันเป็รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งสำหรับหมาป่าผู้เ็า ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาเบาๆ
"ที่แท้... นี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่นายพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันกลับไปกับพวกเขาสินะ" ธีร์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
แซมหัวเราะร่วน เอานิ้วชี้ถูกใต้จมูกตัวเองแก้เขิน "โธ่เอ๊ย... นั่นมันก็แค่ผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ เว้ย ส่วนหนึ่งมันก็ใช่แหละ แต่ลึกๆ แล้ว ฉันหวังดีกับนายจริงๆ นะเพื่อน ฉันอยากเห็นนายมีชีวิตที่ดี"
ธีร์อดไม่ได้ที่จะสวนกลับไปเพื่อเอาคืน "หวังดีกับฉัน หรือหวังจะให้ฉันหาผู้หญิงให้กันแน่? แล้วอีกอย่างนะ... เท่าที่ฉันเห็นมา นายคบใครไม่เคยรอดสักคน"
ชายหนุ่มชาวไทยปรายตามองเพื่อนซี้ด้วยแววตารู้ทัน "ส่วนใหญ่ก็เพราะนิสัยเ้าชู้ไก่แจ้ ไม่เลือกหน้าของนายทั้งนั้นแหละ ที่ทำให้ผู้หญิงที่ไหนเขาก็ทนคบกับนายไม่ได้น่ะ"
"เฮ้ยๆ! ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยเว้ย เื่นี้กับเื่นั้นมันคนละเื่!" แซมโวยวายขึ้นมาทันทีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความหล่อของตัวเอง "ตอนนี้ฉันแค่กำลังอยู่ใน่ค้นหาประสบการณ์เว้ย... แต่ฉันเชื่อนะ ว่าสักวันหนึ่งในอนาคต ฉันอาจจะเจอ 'คนที่ใช่' ก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะวะ!"
ธีร์ยิ้มขำในลำคอ ปล่อยให้เพื่อนรักแก้ตัวไปเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะนึกถึงใครอีกคนที่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนเื่ถาม
"แล้วโลแกนล่ะ?" ธีร์ถามถึงกัปตันทีมบุกจอมบ้าระห่ำ "หมอนั่นหายหัวไปไหนแล้ว?"
เมื่อได้ยินชื่อเพื่อนอีกคน แซมก็กลอกตามองบนทันที "อ๋อ... ไอ้บ้าานั่นน่ะเหรอ? ตอนนี้กำลังยืนตัวลีบถูกผู้บัญชาการอีวาน่าเรียกไปสวดยับอยู่ในห้องพักนั่นแหละ เพราะความหัวร้อนของมันที่เกือบจะวางมวยกับฉันเมื่อกี้นี้ไงล่ะ"
แซมถอนหายใจออกมาแ่เบา น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อพูดถึงเพื่อนร่วมรบ "แต่นายไม่ต้องไปสนใจคำพูดของมันมากหรอกนะธีร์... เอาจริงๆ ชีวิตของไอ้โลแกน มันก็เหมือนกับนายนั่นแหละ ไม่สิ... ต้องบอกว่ามันเหมือนกับพวกเราทุกคนเลยต่างหาก พวกเราล้วนเริ่มต้นมาจากการเป็เศษสวะที่ไม่มีใครเอา ต้องดิ้นรนหนีตายจนสุดท้ายก็มาเจอกันและรวมหัวกันอยู่ที่นี่"
สายตาของสไนเปอร์หนุ่มทอดมองไปไกล "เพียงแต่ว่า... ไอ้โลแกนมันยึดติดกับชีวิตที่มีแต่คาวเืแบบนี้มากเกินไปหน่อย มันสร้างกำแพงและคิดว่าตัวเองมีค่าแค่ตอนที่ถือปืนเท่านั้น... แต่ฉันเชื่อนะ ว่าเดี๋ยวถ้าสักวันหนึ่ง มันได้บังเอิญไปเจอ 'คนที่ใช่' หรือมีใครสักคนที่พร้อมจะดึงมันออกจากความมืด... มันจะเข้าใจเองแหละ ว่าทำไมวันนี้ฉันถึงพยายามสนับสนุนให้นายก้าวออกไปจากกะลาใบนี้"
ธีร์นิ่งฟัง ก้มหน้ามองมือของตัวเองที่เคยใช้แต่ปลิดชีพคนอื่น ชายหนุ่มใช้ความคิดทบทวนทุกอย่างเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความลังเลทั้งหมดจะถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ั์ตาของเขากลับมามุ่งมั่นและแข็งกร้าวอีกครั้ง
ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับแซม
"แล้วฉันจะหาเวลา... กลับมาเยี่ยมเปรียมนายนะ" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
แซมทำหน้าพิลึกพิลั่นทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น "เฮ้ยๆ พูดอะไรของนายวะเนี่ย! พูดอย่างกับว่าฉันกำลังติดคุกหัวโตอยู่ในเรือนจำอย่างนั้นแหละ จะบ้าเรอะ!"
ธีร์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็การหัวเราะที่ออกมาจากใจจริง ชายหนุ่มยิ้มให้กับเพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดในสมรภูมินรกแห่งนี้
แซมยิ้มตอบ ก่อนจะยื่นหมัดขวาออกไปด้านหน้า แววตาของชาวอเมริกันแฝงไปด้วยความผูกพันของลูกผู้ชาย "จำเอาไว้ให้ดีเลยนะไอ้เสือ... ว่านายยังมีพวกฉันอยู่ที่นี่ ถ้าออกไปแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้น ถ้ามีใครหน้าไหนมันกล้ารังแกนาย หรือนาย้าความช่วยเหลืออะไรก็ตาม... ติดต่อมาหาฉันได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วฉันกับไอ้โลแกน จะรีบหอบอาวุธบินไปช่วยนายทันที!"
ธีร์มองกำปั้นของเพื่อนรัก ก่อนจะยื่นหมัดขวาของตนเองออกไปชนกับหมัดของแซมเบาๆ
"พวกนายเองก็ด้วย..." ธีร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับกำลังให้คำสัตย์สาบาน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ก็ไม่ต้องเกรงใจ รีบติดต่อมาหาฉัน... แล้วฉันจะรีบกลับมาหาพวกนายทันทีเหมือนกัน"
รอยยิ้มแห่งมิตรภาพปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทหารเดนตายทั้งสองคน หมัดที่ชนกันคือพันธสัญญาที่มองไม่เห็น แต่กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า พวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่คือพี่น้องที่เกิดจากกองเืและควันปืน
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้ง...
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ภายใต้เงามืดของหลังคาโรงเก็บรถเกราะ ร่างกำยำของ 'โลแกน' กำลังยืนพิงกรอบประตูเหล็กอยู่อย่างเงียบๆ
กัปตันทีมบุกจอมบ้าระห่ำกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้นบูดบึ้งและดูเซ็งจัด ั์ตาดุดันของเขาทอดมองภาพการชนกำปั้นอำลาของเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แม้เขาจะหงุดหงิดที่ต้องสูญเสียแนวหน้าทะลวงฟันฝีมือดีไป และเกลียดชังความอ่อนแอของการมีครอบครัว แต่ลึกๆ แล้ว... ในฐานะของเพื่อน เขาก็ทำได้เพียงแค่ยืนมองดูหมาป่าตัวหนึ่ง ก้าวออกจากฝูงเพื่อไปแสวงหาเส้นทางของตัวเองอย่างเงียบๆ
แสงแรกแห่งรุ่งอรุณของภูมิภาคตะวันออกกลาง ค่อยๆ สาดส่องขับไล่ความมืดมิดและลมหนาวของยามค่ำคืนออกไป แทนที่ด้วยไอแดดที่เริ่มแผดเผาผืนทรายจนร้อนระอุขึ้นทีละองศา
ณ ลานจอดอากาศยานส่วนตัวที่ตั้งอยู่บริเวณชายขอบของฐานทัพวูลฟ์แฟง เครื่องบินเจ็ตหรูหราลำใหญ่ที่ประทับตราสัญลักษณ์ของ 'สิรินทรา กรุ๊ป' จอดสงบนิ่งเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับ บริเวณโดยรอบมีบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสวมแว่นตากันแดด ยืนกระจายกำลังคุ้มกันอยู่อย่างเข้มงวด พวกเขายืนตากแดดด้วยท่าทีขึงขังแม้ว่าเหงื่อจะซึมชื้นไปตามแผ่นหลังก็ตาม
ที่บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นเครื่องบิน ร่างของคนสองคนกำลังยืนทอดสายตามองออกไปยังสุดปลายถนนคอนกรีตที่ทอดยาวตัดผ่านทะเลทราย
ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาในแววตา กลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่าและเปลวแดดที่เต้นระยิบระยับอยู่เหนือผืนทรายเท่านั้น
สีหน้าของเ้าสัวสิรินทร์ในยามนี้ดูอิดโรยและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด แววตาฝ้าฟางที่เคยเปล่งประกายด้วยความหวังเมื่อวานนี้ บัดนี้กลับแห้งผากและเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความโศกเศร้าจากการถูกหลานชายปฏิเสธ กัดกินจิตใจของชายชราจนทำให้เขาดูแก่ชราลงไปกว่าเมื่อวานนับสิบปี ร่างกายที่เคยยืดตรงดูห่อเหี่ยวลงจนต้องอาศัยไม้เท้าค้ำยันน้ำหนักตัว
เพียงฟ้า หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยสง่าดุจนางพญา ยืนกางร่มกันแดดสีดำสนิทเพื่อบังแดดให้กับผู้มีพระคุณ เมื่อั์ตาสีเข้มของเธอลอบสังเกตเห็นสภาพอันน่าเวทนาของชายชรา ความรู้สึกเ็ปและลำบากใจก็แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อก แม้เธอจะพยายามทำความเข้าใจเหตุผลของธีร์ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารคุณปู่ที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเพราะสายเืของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุดเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่แหลกสลายนั้น
"คุณปู่คะ..." เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "อย่าเพิ่งเศร้าไปเลยนะคะ แต่อย่างน้อย... ตอนนี้เราก็ได้เจอเขาแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
เ้าสัวสิรินทร์ละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่า หันมามองหน้าหลานสาวบุญธรรมช้าๆ
"ถ้าเทียบกับสมัยก่อน ตอนที่คุณปู่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็ตายร้ายดียังไง..." เพียงฟ้ายิ้มบางๆ พยายามชี้ให้เห็นมุมมองที่ดี "ฟ้าว่าแค่นี้ ก็นับว่าเป็ข่าวดีมากที่สุดแล้วนะคะ ที่เราได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ สบายดี และเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง"
มือเรียวของหญิงสาวเลื่อนไปกุมแขนเสื้อของชายชราเบาๆ "ไว้วันหลัง... พอเขามีเวลาว่าง เราค่อยบินมาเยี่ยมเขาที่นี่อีกก็ได้นี่คะ และที่สำคัญที่สุด ถ้าวันไหนเขาเปลี่ยนใจ... เขาก็รู้แล้วว่าเขาจะสามารถมาหาพวกเราได้ที่ไหน"
คำพูดที่มีเหตุมีผลและเต็มไปด้วยความหวังของเพียงฟ้า ราวกับหยาดน้ำเย็นที่ชโลมลงบนหัวใจที่แห้งผาก เ้าสัวสิรินทร์นิ่งคิดตาม ก่อนที่ริมฝีปากที่สั่นเทาจะค่อยๆ คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาได้ในที่สุด
"นั่นสินะ... หนูพูดถูก ฟ้า" ชายชราถอนหายใจยาวๆ พลางพยักหน้ารับ "อย่างน้อย ความจริงที่ได้รู้ว่าเขายังสบายดีและเติบโตมาได้ขนาดนี้... มันก็ดีแค่ไหนแล้ว"
เ้าสัวมองออกไปที่ผืนทรายอีกครั้ง "บางที... อาจจะเป็ปู่เองแหละ ที่คาดหวังมากเกินไปหน่อย ปู่ใจร้อนอยากจะชดเชยทุกอย่างให้เขาในทันที โดยลืมคิดไปว่าเขาเองก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเหมือนกัน... เอาไว้โอกาสหน้า เราค่อยมาเยี่ยมเยียนเขากันบ่อยๆ ดีไหม?"
"ดีสิคะ" เพียงฟ้ารับคำทันที ก่อนที่ั์ตาสีเข้มของนางพญาจะทอประกายวาววับขึ้นมา ราวกับว่าสมองอันชาญฉลาดระดับซีอีโอของเธอกำลังประมวลผลแผนการบางอย่างออก
"และฟ้าคิดว่า... บางที เราอาจจะใช้โอกาสนี้ 'ขยายธุรกิจ' ของสิรินทรา กรุ๊ป เข้าสู่แวดวงเทคโนโลยีความมั่นคงและการทหารเลย ดีไหมคะคุณปู่?"
เ้าสัวสิรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ขยายธุรกิจทางการทหารงั้นรึ?"
"ใช่ค่ะ" เพียงฟ้าพยักหน้า อธิบายแผนการที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ แต่กลับเป็ระบบและเฉียบขาด "ถ้าเราเข้ามาเป็ 'สปอนเซอร์' ผู้สนับสนุนหลัก หรือเป็พาร์ทเนอร์ด้านยุทโธปกรณ์ให้กับกลุ่มทหารรับจ้างวูลฟ์แฟง... บางที พวกระดับผู้บัญชาการอาจจะเห็นแก่ความร่วมมือทางธุรกิจของเรา และคอยช่วยเหลือไม่สร้างความยากลำบากให้กับคุณธีร์มากนัก"
หญิงสาวยิ้มมุมปาก "แถมการทำแบบนี้... ยังช่วยให้เรามีเส้นสายและสามารถ 'ทราบข่าวคราว' ความเป็ไปของเขาได้ตลอดเวลาอย่างเป็ทางการ โดยที่เขาเองก็ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดว่าถูกพวกเราตามสอดแนมด้วยค่ะ"
ทันทีที่ได้ยินแผนการอันแยบยลนั้น เ้าสัวสิรินทร์ก็ถึงกับเบิกตากว้าง แววตาของชายชรากลับมาเปล่งประกายด้วยความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
"นั่นสินะ!" เ้าสัวสิรินทร์อุทานด้วยความตื่นเต้น "บางทีปู่คงจะแก่จนเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ! ทั้งๆ ที่ปู่เองก็มักจะทำตัวเป็หมาป่าที่ดุดันในวงการธุรกิจมาตลอดชีวิต... แต่พอเป็เื่ของสายเื เื่แค่นี้ปู่กลับคิดไม่ได้!"
ชายชรามองหน้าหลานสาวบุญธรรมด้วยความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ "สุดยอดมากเลยเพียงฟ้า! ไอเดียนี้มันวิเศษที่สุด! ด้วยกำลังทรัพย์มหาศาลของสิรินทรา กรุ๊ป เื่การสนับสนุนพวกทหารรับจ้างแบบนี้ มันเป็แค่เศษเงินที่ขนหน้าแข้งเราไม่ร่วงด้วยซ้ำ! และอีกอย่าง... ถึงใครจะมองว่ามันดูน่าละอายที่ไปสนับสนุนการทำา แต่ธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร มันก็แทบจะไม่มีวันขาดทุนอยู่แล้ว!"
เมื่อเห็นว่าผู้มีพระคุณเห็นด้วย เพียงฟ้าก็รีบต่อยอดไอเดียทางธุรกิจของเธอทันที
"ตอนนี้ ทางบริษัทของเราก็กำลังลงทุนจัดสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ และกำลังจัดการเทรนนิ่ง AI อัจฉริยะของตัวเราเองอยู่แล้วด้วยค่ะ" เพียงฟ้าอธิบายด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "เราอาจจะนำเทคโนโลยีพวกนี้มาประยุกต์ใช้เพื่อวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สนับสนุนการรบได้ด้วยนะคะ"
แววตาของนางพญาฉายความเด็ดขาด "ถ้าเราเข้ามาเป็สปอนเซอร์ให้หน่วยนี้ เราจะสามารถทุ่มงบวิจัยเพื่อสร้าง 'อาวุธ' หรือ 'ชุดเกราะ' ที่มีคุณภาพสูงสุด... ซึ่งสิ่งเ่าั้แหละค่ะ ที่จะเป็ตัวช่วย 'การันตีความปลอดภัย' และเพิ่มเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตให้กับคุณธีร์ในสนามรบได้โดยตรง"
เ้าสัวสิรินทร์ยิ้มกว้างจนเห็นรอยย่นที่หางตา ชายชรารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะพาตัวหลานชายกลับไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยแผนการของเพียงฟ้าก็ทำให้เขาสามารถใช้เงินและอำนาจทั้งหมดที่มี เพื่อปกป้องหลานชายสุดที่รักให้อยู่รอดปลอดภัยจากคมะุได้
ทว่า... ในจังหวะที่เ้าสัวกำลังจะอ้าปากตอบตกลงและสั่งให้เพียงฟ้าเริ่มดำเนินการตามแผนนั้นเอง
สายตาของชายชราก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างที่เส้นขอบฟ้า
กลุ่มฝุ่นทรายสีน้ำตาลพวยพุ่งขึ้นมาเป็สายยาว ตามมาด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆ รถยนต์คันหนึ่งกำลังวิ่งตะบึงมาตามถนนคอนกรีต มุ่งหน้าตรงมายังลานจอดเครื่องบินส่วนตัวของพวกเขา
"ฟ้า... มองดูนั่นสิ" เ้าสัวสิรินทร์ชี้มือที่สั่นเทาไปยังทิศทางนั้น
เพียงฟ้าหันขวับไปมองตามทันที ั์ตาสีเข้มของเธอหรี่ลงเพื่อสู้กับแสงแดด สองปู่หลานต่างยืนนิ่งงัน หัวใจในอกเริ่มเต้นแรงและรัวเร็วไม่เป็จังหวะด้วยความคาดหวังที่พุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อรถคันนั้นแล่นเข้ามาใกล้จนฝุ่นเริ่มจางลง พวกเขาก็พบว่ามันคือรถจี๊บฮัมวี่หุ้มเกราะของกองทัพ ภายในรถเปิดประทุนคันนั้น ปรากฏร่างของคนสามคนที่นั่งโดยสารมาด้วยกัน
ที่เบาะคนขับ คือ 'แซม' สไนเปอร์หนุ่มผมบลอนด์ชาวอเมริกันที่กำลังผิวปากขับรถมาอย่างอารมณ์ดี ที่เบาะหลัง คือ 'อีวาน่า' ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ
และที่ทำให้หัวใจของเ้าสัวและเพียงฟ้าแทบจะหยุดเต้น... คือชายหนุ่มผิวคล้ำแดดที่นั่งอยู่บนเบาะหน้าข้างคนขับ
เอี๊ยดดด!!
แซมเหยียบเบรกจนล้อรถเสียดสีกับพื้นคอนกรีตเกิดเสียงดังสนั่น รถจี๊บจอดสนิทลงตรงหน้าขบวนบอดี้การ์ดของสิรินทรา กรุ๊ปพอดี
สองปู่หลานแทบไม่กะพริบตา พวกเขาไม่สามารถละสายตาไปจากชายหนุ่มชาวไทยที่กำลังเปิดประตูและก้าวเท้าลงมาจากรถจี๊บได้เลย
ธีร์อยู่ในชุดลำลองทะมัดทะแมง สวมเสื้อยืดสีดำรัดรูปที่เน้นให้เห็นมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง กางเกงคาร์โก้สีเข้ม และรองเท้าบูทหนังคอมแบท บนบ่ากว้างของเขา... มีเพียงแค่ 'กระเป๋าเป้สะพายหลัง' สีดำแนวแทคติคอลเพียงใบเดียวเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็สัมภาระทั้งหมดในชีวิตของเขา
ชายหนุ่มผู้มีแววตานิ่งสงบดุจน้ำแข็ง ปิดประตูรถจี๊บแล้วก้าวเดินแหวกแถวของบอดี้การ์ดชุดดำที่ยอมหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว ธีร์เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้า
บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ชายชราจ้องมองหลานชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความหวังที่เอ่อล้นจนแทบจะทะลักออกมา
ธีร์สบตากับชายชรา ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าสวยสง่าของเพียงฟ้าเล็กน้อย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก และตัดสินใจเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำลายกำแพงความสิ้นหวังทั้งหมดลงจนราบคาบ
"ผม..." ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "จะลองกลับไปกับคุณ... ดูก่อนก็ได้ครับ"
สิ้นประโยคนั้น... โลกทั้งใบของเ้าสัวสิรินทร์ราวกับถูกจุดดอกไม้ไฟนับหมื่นนัดสว่างไสวขึ้นมาในทันที!
ชายชราอ้าปากค้าง หยาดน้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลทะลักออกมาอาบแก้ม ร่างกายที่เคยห่อเหี่ยวและแก่ชราเมื่อครู่นี้ กลับมาเหยียดตรงและดูมีชีวิตชีวาราวกับได้ย้อนวัยหนุ่มกลับไปเป็สิบปีในชั่วพริบตา! เขาได้เืเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวกลับคืนมาแล้ว!
ในขณะเดียวกัน... ทางด้านของเพียงฟ้า
หญิงสาวที่เคยประกาศกร้าวว่าสามารถควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ทุกอย่าง บัดนี้เธอกลับทำได้เพียงแค่ยืนถือร่มนิ่งงัน ั์ตาสีเข้มของนางพญาเบิกกว้างเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยนั้นถูกดึงดูดและสะกดเอาไว้ เธอแทบไม่สามารถละสายตาไปจากใบหน้าคมคายและแววตาดิบเถื่อนของชายหนุ่มตรงหน้าได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
หมาป่าเดนตาย... ตัดสินใจทิ้งสมรภูมิรบ และกำลังจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรของเธอแล้ว!