เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 17 ไข่ตุ๋นยามค่ำคืนและการจากลา

    บทที่ 17
    ขณะที่เอริกกำลังพาฟีน่าเดินทางกลับเข้าเมือง ทางด้านคราวด์นั้น เหล่าทหารกำลังเคลียพื้นที่ และกำลังพาคราวด์เดินทางกลับไปรักษาเช่นกัน
    “นี่เป็นฝีมือนายน้อยคราวด์งั้นหรือนี่” ทหาร A กำลังตรวจสอบศพต่างๆของก๊อบลิน
    “นั่นสิ แต่ละตัวสภาพดูไม่ได้เลย เจ้าดูตัวนี้สิหน้ายุบไปเลยโดนอะไรเข้าไปเนี่ย” ทหาร B คุยกับเพื่อนเมื่อเห็นสภาพก๊อบลินที่คลาวด์อัด
    “นั่นสิ แถมยังมีออคด้วยตั้งแต่เป็นทหารมา 30 ปีข้ายังไม่เคยได้ยินว่าพบออคแถวเมืองบาร็อคเลย” ทหาร A บอก
    “นั่นสิ ก๊อบลินก็เหมือนกันปกติเจอก็ไม่ฝูงใหญ่ขนาดนี้ เต็มที่ก็ไม่กี่สิบตัว”
    “ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่/ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ทั่งคู่คิดขึ้นพร้อมกัน
    ด้านไอแซค
    ดูเหมือนไอแซคจะร้อนใจพอสมควรเพราะตั้งแต่เอริกออกไปไอแซคสั่งงานทหารเสร็จก็ยืนรอบนกำแพงเมืองเฝ้ารอการกลับมาของพวกเอริกตลอด ไอแซคได้แต่หวังว่าองค์หญิงและคนอื่นๆจะปลอดภัย ไม่นานไอแซคก็สังเกตเห็นทหารกำลังหิ้วปีกคลาวด์กลับมา ไอแซคกระโดดลงกำแพงสูง 3 เมตรและวิ่งไปหาคลาวด์ทันที
    “คลาวด์เป็นอย่างไรบ้าง ฟีน่าลูกศิษย์ลุงล่ะ” ไอแซคถามถึงด้วยความเป็นห่วง
    “ฟีน่าผมพาไปซ่อนไว้ในโพรงไม้และเอาหินมาบังทางเข้าไว้ครับ น่าจะปลอดภัยดี ตอนนี้ท่านพ่อคงเจอตัวแล้ว” คลาวด์ตอบไอแซค
    “แล้วเจ้าเป็นไงบ้างเนี่ยดูสิ เลือดเต็มตัวไปหมด” ไอแซคถามหลังจากสังเกตุดูที่คลาวด์อย่างละเอียดเมือ่กี้มัวแต่ห่วงองค์หญิงเลยไม่ทันสังเกตุเห็นแผลบนตัวคลาวด์
    “แผลไม่ลึกมากครับลุงแต่ เสียเลือดเยอะไปหน่อยผมเลยไม่ค่อยมีแรง” คลาวด์ตอบ
    “งั้นรีบเข้าไปทำแผลเถอะ” จากนั้นทหารก็หิ้วปีกคลาวด์กลับบ้านเพื่อไปทำแผล
    หน้าบ้านของคลาวด์
    ดูเหมือนคนภายในบ้านจะเป็นห่วงกันมาก นาเดียร์ มัลโก้ และอามีน่าถึงกับออกมายืนรอหน้าบ้าน
    “นั่นนายน้อยนิคะนายหญิง” อามีน่าบอกนาเดียร์หลังสังเกตเห็นนายทหารที่กำลังหิ้วปีกคลาวด์มา
    “คราวด์ นั่นเลือดนี่เป็นยังไงบ้างลูก” นาเดียร์ถามหลังจากเห็นสภาพคราวด์เลือดเต็มตัว
    “ไม่เป็นไรครับท่านแม่ แผลไม่ลึกมากเท่าไร ดูสิผมยังแข็งแรงอยู่เลย” ผมยิ้มตอบท่านแม่ด้วยใบ้หน้าซีดๆเพราะเสียเลือดไปเยอะ
    “มัลโก้ พาคราวด์ไปที่ห้องพัก ข้าจะไปเตรียมยา อามีน่าไปเตรียมน้ำสำหรับล้างแผล” นาเดียร์สั่งและเดินเข้าไปทันที
    “ครับนายหญิง/ค่ะนายหญิง” ทั้งคู่ตอบพลางเดินไปทำหน้าที่ ที่ได้รับทันที
    หลังจากคุณมัลโก้พาผมเข้ามานอนในห้องพัก ท่านแม่และคุณอามีน่าก็ตามมาทันที ท่านแม่ค่อยๆใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดแผลผม อ่าแสบนิดหน่อยแต่หวังว่าจะไม่เป็นบาดทะยักนะ ตายเพราะบาดทะยักนี่ไม่เท่ห์เอาซะเลย เมื่อท่านแม่ทำความสะอาดแผลผมเสร็จก็เอายาสมุนไพรสีเขียวปี๋ ค่อยๆมาทาแผลผม แสบใช้ได้เลยให้ตายเถอะ
    “ทนแสบหน่อยนะลูก สมุนไพรสูตรตระกูลแม่ใช้ห้ามเลือดและสมานแผลได้ดีมาก ไม่เกิน 3 วันหายแน่นอนแม่รับรอง แต่ลูกค่อนข้างโชคดีนะเนี่ยแผลไม่ลึกเท่าไร” ท่านแม่บอกกับผมหลังจากทำแผลเสร็จ
    “ครับท่านแม่” อ่าตั้ง 3 วันให้ตายเถอะ แต่ลมปราณช่วยเราได้เยอะเลยทำให้ผมไม่บาดเจ็บหนัก ถ้าโคจรลมปราณขณะรักษาตัวไปด้วยแผลจะหายไวขึ้นมั้ยนะ
    “ลูกนอนหลับพักผ่อนเถอะจ๊ะ เสียเลือดไปเยอะคงจะเพลียน่าดู” ท่านแม่บอกกับผมและค่อยๆเดินออกไปพร้อมกับคนอื่นๆเพื่อให้ผมพักผ่อนทันที
    “ครับท่านแม่” ผมตอบรับไล่หลังพวกท่านไป
    เอาล่ะขอลองโคจรลมปราณหน่อยเถอะว่าจะได้ผลมั้ย ผมค่อยๆหลับตาทำสมาธิและโคจรลมปราณไปทั่วตัวทันที ความรู้สึกอุ่นสบายค่อยไหล่เวียนไปทั่วร่างกาย
    กลับไปที่กำแพงเมือง
    “เอริกเมื่อไรมันจะกลับมานะ” ไอแซคยังกังวลอยู่ถึงแม้คลาวด์จะบอกว่าปลอดภัย ไม่นานไอแซคก็เห็นเอริก เดินทางกลับมาไอแซควิ่งไปหาทันที
    “เอริกเป็นอย่างไรบ้าง ลูกศิษย์ข้าปลอดภัยดีนะ” ไอแซคถามหลังเห็นฟีน่าอยู่บนหลังเอริก
    “ตอนนี้หลับไปแล้ว แค่ขาแพลงนิดหน่อย ให้นาเดียร์รักษาพรุ่งนี้ก็วิ่งได้แล้ว” เอริกบอกกับไอแซค
    “โล่งอกไปที แล้วพวกก๊อบลินเป็นอย่างไรบ้าง” ไอแซคถามถึงก๊อบลิน
    “เอาไว้คุยกันที่บ้านข้า” จากนั้นเอริกก็สั่งการทหารให้พากำลังคนเข้าป่าไปเพิ่มเพื่อทำการกลบฝังศพเหล่าก๊อบลินทันที และฝากให้ผู้กองวางเวรยามเฝ้าระวัง และห้ามชาวบ้านออกไปหาของป่าในช่วงนี้ หลังจากสั่งงานเสร็จเอริกก็พาฟีน่าเดินทางกลับไปหานาเดียร์พร้อมๆกับไอแซคทันที
    “นาเดียร์ ข้ากลับมาแล้ว” เอริกบอกกับนาเดียร์หลังจากกลับมาถึงบ้าน
    “ปลอดภัยกันนะ แล้วหนูฟีน่าเป็นยังไงบ้างทำไมถึงไปหลับอยู่บนหลังแบบนั้นล่ะ” นาเดียร์ถาม
    “หนูฟีน่าขาแพลงน่ะ ฝากเจ้ารักษาด้วยนะ ข้าขอคุยกับไอแซคก่อน” เอริกบอกและค่อยๆให้นาเดียร์มารับตัวฟีน่าไปจากหลังตน
    “เข้าใจแล้ว อามีน่าฝากเอายามาข้าที่ห้องหนูฟีน่าที ข้าจะพาหนูฟีน่าไปนอนก่อน” นาเดียร์บอกอามีน่าและอุ้มฟีน่าขึ้นไปบนห้องทันที ส่วนไอแซคและเอริกเดินไปเพื่อคุยกันที่ห้องทำงาน
    ภายในห้องทำงาน
    “เอาล่ะเจ้าเจออะไรมาบ้างเอริก” ไอแซคถาม
    “เฮ้อ ก็ตามที่พวกเราคาดหน่วยสำรวจของออคลอร์ดแน่นอนเพราะมันมีออคมาคุมด้วย” เอริกถอนหายใจ
    “แบบนี้ก็แย่แน่เราไม่รู้ว่าออคลอร์ดมันมีเป้าหมายที่เมืองเจ้าหรือเมืองไหน เรายังไม่เจอที่กบดานมันเลย” ไอแซคยังกังวลกับปัญหา
    “เรื่องนั้นก็น่าเป็นห่วง ถ้าปะทะกับมันจริงๆแย่แน่ กำลังทหารของเมืองข้ามีน้อยเกินไป” เอริกนึกถึงสภาพเมืองตัวเอง
    “พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางกลับแล้ว หลังจากถึงเมืองหลวงข้าจะรายงานอเล็กซ์เองและให้เจ้าอเล็กซ์ส่งทหารมาประจำการที่เมืองเจ้าเพิ่มมากขึ้น” ไอแซคบอกกับเอริก
    “ขอบใจเจ้ามาก” เอริกขอบใจไอแซคที่เป็นธุระให้
    “แล้วพวกก๊อบลินใครเป็นคนจัดการทำไมเจ้ากลับมาตัวสะอาดขนาดนี้ล่ะ” ไอแซคถาม
    “คลาวด์น่ะ” เอริกบอกหน้านิ่ง
    “อย่ามาล้อข้าเล่นน่า นี่ข้าไม่ตลกนะบอกข้ามาดีๆ” ไอแซคถามอีกครั้ง
    “ข้าไม่ได้ล้อเล่น ฝีมือคลาวด์จริงๆ” เอริกยังยืนยันคำเดิมพลางจ้องตาไอแซคทั้งคู่จ้องมองกันสักพัก
    “นี่เรื่องจริงหรอ ไม่น่าเชื่อว่าลูกเจ้าจะเก่งขนาดนี้” ไอแซคถอนหายใจหลังมั่นใจว่าเพื่อนรักไม่โกหก
    “ใช่คลาวด์เก่งมาก ข้าไม่อยากจะโม้หรอกนะ เพลงดาบใหม่ของข้า คลาวด์เป็นคนสอนข้าเอง ข้ามั่นใจว่าถ้าคลาวด์มีดาบดีๆ สักคู่ ก๊อบลินแค่นั้นไม่คณามือหรอก” เอริกภูมิใจในตัวลูกชายมาก
    “งั้นหรอเจ้าคงไม่ได้โกหก ฝีมือดาบของเจ้าก็สูสีกับพวกข้า ข้ารู้ดี ถ้าเพลงดาบใหม่ไม่ดีจริงเจ้าคงไม่ทิ้งมันและหันไปใช้เพลงดาบใหม่แน่นอน ถ้าอย่างงั้นทำไมเจ้าไม่หาดาบให้ลูกชายตัวเองเล่า” ไอแซคถามเอริก
    “เจ้าก็รู้เมืองบาร็อคมันปลอดภัยจะตายข้าอยู่มาตั้งแต่เกิด ข้าเองก็คิดจะหาดาบให้คราวด์เมื่อเค้าอายุ 15 ตอนที่จะไปเข้าเรียนที่อาคาน่าพอดี ใครจะไปนึกถึงว่าจะมีก๊อบลินมาแถวเมืองข้าได้” เอริกบอก
    โครก !! เสียงท้องไอแซคร้องขึ้นมา
    “เหอะๆ เจ้านี่เหมือนเดิมไม่มีผิดไอตัวตะกละ” เอริกว่าไอแซค
    “เหอะๆ ทำไงได้ฟระเย็นแล้วข้าหิวนี่หว่า แถมอาหารบ้านเจ้าก็อร่อยสุดๆ” ไอแซคลูบท้องตนเอง
    “เอาเถอะ เราลงไปทานข้าวกันเถอะ คงใกล้ได้เวลาเรา เสียงท้องร้องเจ้าเป็นเครื่องบอกเวลาได้ดีเสมอ ก่อนกลับเจ้าลองให้อามีน่าสอนวิธีใช้เครื่องปรุงแล้วกันข้าจะให้เจ้าเอากลับติดตัวไปหน่อยเผื่อไว้ทำอาหารกินกลางทาง” เอริกบอกกับไอแซค
    “ดีเลย แต่ตอนนี้เราลงไปเถอะ โครก !! ดูสิท้องข้าร้องอีกแล้ว” ไอแซคบ่นจากนั้นทั้งคู่ก็ลงมาทานอาหารเย็นทันที โดยปล่อยให้คลาวด์และฟีน่าพักผ่อนอยู่บนห้อง
    กลางดึกผมค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากโคจรลมปราณมาตลอดตั้งแต่เย็น อ่าดูเหมือนจะได้ผลนะ ขนาดโคจรลมปราณแค่ไม่กี่ชั่วโมง แผลไม่ค่อยเจ็บแล้ว ผมค่อยๆแกะผ้าพันแผลดู ดูเหมือนแผลจะตกสะเก็ดแล้วยาได้ผลดีเยี่ยมแถมลมปราณช่วยให้แผลหายไวกว่าเดิมอีก พรุ่งนี้เช้าหายดีแน่นอน โครก !!! เสียงท้องผมร้องดังลั่นห้อง อ่าหิวชะมัด ตั้งแต่ที่น้ำตกก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสินะ ผมค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนร่างกายยังไม่หายดีเต็มร้อยเท่าไรเพราะร่างกายผมยังตึงๆอยู่ ผมค่อยๆเปิดประตูเสียงเบาเพราะไม่อยากให้คนในบ้านตื่นเท่าไร
    แกร๊ก !! เสียงประตูข้างห้องผมดังออกมาผมหันไปดู
    “อ๊ะ คลาวด์หายดีแล้วหรอ” ฟีน่านั่นเองที่ออกมา
    “อื้อ ค่อยยังชั่วแล้ว แผลมันไม่ลึกเท่าไร” ผมบอกกับฟีน่า
    “งั้นหรอดีจังเลย เราก็เป็นห่วงแทบแย่” ฟีน่าบอกผม
    “แล้วฟีน่าล่ะขาเป็นยังไงบ้าง” ผมถามฟีน่า
    “ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ดูเหมือนท่านป้าจะใส่ยาให้เราแล้ว” ฟีน่าชี้ให้ดูที่ขาที่พันผ้าไว้อยู่
    “อื้อ ยาท่านแม่ของดีแน่นอนเรารับรอง แล้วจะไปไหนดึกขนาดนี้” ผมถามอีกครั้ง
    “คือ เราหิวน่ะ” ฟีน่าบอกเสียงเบาพลางหน้าแดง เพราะอาย
    “พอดีเรา ผมก็หิวเหมือนกันมาเดี๋ยวเราช่วย” ผมค่อยๆเข้าไปพยุงฟีน่าเพราะไม่อยากให้ฝืนใช้ยา เดี๋ยวจะไม่หายดี
    ผมพาฟีน่าเดินลงบันไดไปนั่งรอที่ห้องอาหาร
    “ฟีน่ารอนี่นะ เดี๋ยวผมไปทำอะไรให้ทาน” ผมบอกฟีน่า
    “เอ๋..คลาวด์ทำอาหารเป็นด้วยหรอ” ฟีน่าอุทาน
    “ฮ่าๆ เป็นสิอย่าบอกนะฟีน่าทำไม่เป็น” ผมแกล้งถาม
    ฉึก !! ฟีน่าช็อกก้มหน้าไม่ตอบผม
    เอ่อทำไมเงียบล่ะ อย่าบอกนะ
    “เอ่อ...ขอโทษเราไม่ได้ตั้งใจ” ผมเอ่ยขอโทษ
    “ไม่เป็นไรหรอก ก็เราทำไม่เป็นจริงๆนี่นา” ฟีน่าบอก
    “ให้ผมสอนให้มั้ย” ผมเสนอตัวสอนให้เพื่อเป็นการขอโทษ
    “จริงหรอ” ฟีน่าตาเป็นประกาย
    “จริงสิ” ผมพยักหน้า
    “ดีเลย ปกติท่านพ่อไม่เคยให้เราเข้าครัวเลย” ฟีน่าบอกกับผม
    “งั้นเราไปที่ครัวกันเถอะ ค่อยเดินนะ” ผมเข้ามาพยุงฟีน่าและค่อยๆพากันเดินเข้าครัวไป
    ผมให้ฟีน่านั่งลงบนเก้าอี้คอยดูวิธีทำของผมเอาไว้ อื้มดึกแล้วกินอะไรเบาๆหน่อยแล้วกัน เอาเป็นไข่ตุ๋นละกันทำง่ายดี
    “ฟีน่าผมจะทำไข่ตุ๋น ฟีน่าคอยจำไว้นะ” ผมบอกกับฟีน่าและหยิบอุปกรณ์ต่างๆออกมา ผมสอนฟีน่าไปทีละขั้นตอน และคอยบอกเคล็ดลับต่างๆ ให้ฟีน่าฟังผมเห็นเธอพยักหน้าตลอดเวลาที่สอน ดูเหมือนเธอจะเป็นลูกศิษย์ที่ดี หลังจากทำเสร็จผมก็แค่รอให้ไข่ตุ๋นสุกเท่านั้น
    “เอาล่ะได้ที่แล้ว เรามาลองชิมกันนะ” ผมยกไข่ตุ๋นออกมา
    “ระวังร้อนนะ” ผมบอกกับฟีน่าหลังจากวางไข่ตุ๋นไว้ตรงหน้า
    “อร่อยมากเลยคราวด์ แถมยังทำง่ายด้วย มีขั้นตอนไม่กี่วิธีเอง” ฟีน่าบอก
    “ใช่มั้ยล่ะ นี่ล่ะเมนูสำหรับมือใหม่” ผมยิ้มบอกหลังจากนั้นก็ค่อยๆทานของตัวเองทันที เมื่อพวกเราทานเสร็จก็เตรียมตัวแยกย้ายเพื่อกลับไปพักผ่อนต่อผมค่อยๆพยุงฟีน่าขึ้นบันไดเหมือนเดิมจนถึงหน้าห้อง
    “คลาวด์พรุ่งนี้เราจะกลับแล้ว” ฟีน่าบอกกับผม
    “เร็วจังเลยนะ” ถึงผมจะรู้อยู่แล้ว แต่แปปเดียวก็ต้องจากกับฟีน่าแล้วนั่นสินะมีพบก็ต้องมีจาก
    “อื้อ เร็วมากเลยเรายังไม่อยากกลับเลย” ฟีน่าน้ำตาเริ่มคลอ
    “ไม่เป็นไรฟีน่า อีก 2 ปีเราก็เจอกันอีก ไม่แน่ถ้าผมมีโอกาสแวะไปที่เมืองหลวงเราต้องไปเยี่ยมฟีน่าแน่ๆ” ผมลูบหัวปลอบฟีน่า
    “นั่นสินะ พวกเรายังมีโอกาสได้เจอกันอยู่” ฟีน่ายิ้มหลังจากได้ยิน
    “เข้าไปพักผ่อนเถอะ ราตรีสวัสนะฟีน่า” ผมบอกกันฟีน่า
    “ค่ะราตรีสวัสค่ะ” ฟีน่าบอกเช่นกันและค่อยๆเดินเข้าห้องไปส่วนผมหลังจากฟีน่าเข้าห้องพักไปแล้วผมก็กลับเข้าห้องไปนอนบนเตียงเพื่อโคจรลมปราณต่อเช่นกัน
    รุ่งเช้า
    ผมตื้นขึ้นมาบนเตียง ดูเหมือนผมจะเผลอหลับไปนะ ผมตรวจเช็คร่างกายทันที อ่าดูเหมือนจะหายดูแล้วนะ แผลตกสะเก็ดเริ่มลอกออกแล้วมันได้ผลดีจริงๆ แต่พันเอาไว้ก่อนดีกว่าขี้เกียจตอบคำถามท่านแม่และคนอื่นๆ ผมลุกขึ้นนั่งและทำสมาธิพร้อมๆโคจรลมปราณเหมือนทุกๆวัน
    ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงผมเห็นว่าได้เวลาอาหารเช้าแล้ว ผมเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวทันที หลังจากออกมาจากห้องน้ำผมก็ลงไปที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารกับทุกๆคน
    “อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมเอ่ยขึ้นหลังจากมาถึงห้องอาหาร ผมเห็นทุกๆคนลงมาหมดแล้ว
    “คราวด์ทำไมไม่พักผ่อนล่ะลูก เดี๋ยวแม่ให้อามีน่ายกอาหารไปให้ลูกทานที่ห้องอยู่แล้ว” ท่านแม่บอกกับผม
    “ไม่เป็นไรครับท่านแม่ ดูเหมือนยาของท่านแม่จะได้ผลดีทีเดียว” ผมบอกกับท่านแม่ให้ไม่ต้องกังวล
    “อย่าฝืนตัวเองสิลูก เสียเลือดไปเยอะ ร่างกายยังต้องการพักผ่อนนะ” ท่านแม่ยังไม่ยอม
    “ผมไม่เป็นไรแล้วจริงๆครับท่านแม่ดูสิ” ผมยกแขนเบ่งกล้ามโชว์ท่านแม่
    “ลูกนี่ดื้อจริงๆเลย เอาเถอะแม่ไม่เซ้าซี้แล้ว” ดูเหมือนท่านแม่ผมจะยอมแล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ทานอาหารกันจนเสร็จจากนั้นลุงไอแซคและฟีน่าก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวเก็บของเพื่อเดินทางกลับไปกับขบวนพ่อค้า
    เมื่อลุงไอแซค และฟีน่าเตรียมตัวเสร็จแล้ว ผมผมท่านพ่อเดินทางออกไปส่งพวกเค้าด้วยที่หน้าเมือง ท่านพ่อเห็นผมไม่เป็นอะไรมากแล้ว ก็อนุญาตให้ผมเดินทางไปส่งกับท่านด้วย เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงหน้าเมือง ดูเหมือนพวกพ่อค้าจะพร้อมออกเดินทางแล้วเหมือนกัน
    “แล้วเจอกันที่โรงเรียนอาคาน่านะคราวด์” ฟีน่าโบกมือลา
    “แล้วเจอกันฟีน่า เพื่อนคนแรกของผม” ผมโบกมือลาฟีน่าเช่นกัน
    “อื้อ” จากนั้นฟีน่าและลุงไอแซคก็เดินทางไปรวมตัวกับกลุ่มพ่อค้าและกลุ่มคุ้มกันขบวน ผมค่อยๆมองขบวนออกเดินทางไปจนลับสายตา
    “เรากลับกันเถอะลูก” ท่านพ่อชวนผมกลับบ้าน
    “ครับท่านพ่อ” ผมพยักหน้าและค่อยๆเดินกลับบ้านกับท่านพ่อ
    จบ...
    ปล.ดึกๆอาจจะมีอีกตอนนะครับขอตัวไปทำธุระก่อน