เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
แสงดาว
ผู้แต่ง Candydragon
---------------------
แสงของหลอดไฟนีออนสีขาวนวลบนเพดานห้องส่องกระทบเก้าอี้ไม้เก่าสีเทาซีดแสงสะท้อนลงบนพื้นห้องที่ฉาบปูนไว้อย่างง่ายเป็เงาขยับ เหนือเก้าอี้ไม้เก่าที่มีพนักพิงยาวขึ้นเป็ร่องมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาสองมือข้างพาดบนโต๊ะไม้เก่าสีเทาซีดที่อยู่ตรงหน้าของเธอ มือขวาขีดเขียนบนสมุดมือซ้ายชี้ประโยคบนหนังสือ บางครั้งพลิกหน้าหนังสือ บางครั้งเงยหน้าขึ้นเหมือนครุ่นคิดหยิบยางลบบ้าง หยิบไม้บรรทัดบ้าง ขีดๆ เขียนๆ บนสมุดเล่มนั้น
"เย่! เสร็จแล้ว!การบ้านปิดเทอมเสร็จแล้ว!"
เสียงแจ้วดังขึ้นพร้อมยกมือขวากำหมัดชูขึ้นด้วยความดีใจ
"เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ก็จะเปิดเทอมสอง พรุ่งนี้คงต้องเริ่มอ่านหนังสือเตรียมแล้วซิ"
หนูน้อยพูดกับตัวเอง พลางใช้มือซ้ายปิดหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มือขวาปิดสมุดหยิบหนังสือเรียนเล่มนั้นขึ้นตั้งรวมกับกลุ่มหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าเล่มอื่น จัดวางแยกซ้อนทั้งสมุดและหนังสือกันอย่างเป็ระเบียบหยิบดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด เก็บใส่กล่องเครื่องเขียนเหล็กเก่าสีน้ำตาลลายหมีขาวให้เข้าที่แล้วลุกขึ้นยืน ยืดตัว ยืดแขนสองข้างขึ้นบน เอนตัวบิดซ้ายขวาไปมาแล้วหันหลังกลับเตรียมยกเก้าอี้เลื่อนเข้าชิดโต๊ะได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามา
"ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือหลาน?"
หญิงชราผมสั้นหยิกเล็กน้อยวัยหกสิบสวมเสื้อคอกลมแขนสั้นสีเหลืองลายดอกมะลิสีขาวกับกางเกงขาเจ็ดส่วนลายเดียวกันคุณยายของหนูน้อยนั่นเอง คุณยายเดินเข้ามาในห้องนอนของเธอมุ่งตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสืออย่างไม่รีบเร่ง
"เล่มไหนจ๊ะ ขอยายดูหน่อยนะ"
หนูน้อยหยิบสมุดการบ้านเปิดออกแล้วส่งให้คุณยายดูด้วยใบหน้าที่รู้สึกภูมิใจ
คุณยายเปิดดูการบ้านปิดเทอมของหนูน้อยที่เขียนอย่างตั้งใจ ตัวอักษรไทยที่บรรจงเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินอย่างเป็ระเบียบสะอาดสะอ้าน สวยงาม และคำตอบที่เขียนอย่างเรียบร้อยทุกข้อซึ่งหนูน้อยจะตั้งใจเรียน ตั้งใจทำการบ้านทุกวิชาอยู่เสมอสิ่งนี้คุณยายของเธอทราบและเข้าใจดี และคอยเป็กำลังใจให้หนูน้อยตลอดเวลาแต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็ความลับซึ่งคุณยายยังไม่รู้ นั่นคือ วิชาคณิตศาสตร์เป็วิชาที่หนูน้อยสนใจมากที่สุด เพราะอะไรนะหรือ คำตอบคือเธอชอบการนับตัวเลขชอบนำมาคิดคำนวณกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเธอรู้สึกว่าตัวเลขเป็สิ่งมหัศจรรย์ที่น่าจะนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเช่นการนับดวงดาว เธอยังอยากรู้ว่า ดวงดาวที่กะพริบอยู่บนฟากฟ้านั้นไกลสักเพียงไหน มนุษย์เราจะเดินทางไปยังดวงดาวเ่าั้ได้ไหม ต้องใช้เวลากี่ปีและดวงดาวนี้เอง คือสิ่งที่จุดประกายให้หนูน้อยสนใจวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุดใน่เวลานี้เธอสนใจมาตลอดโดยที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ความลับเื่นี้ของหนูน้อยมาก่อนคุณยายเปิดดูการบ้านของหนูน้อยทีละหน้าอย่างทะนุถนอมจนครบและได้เผยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจให้กับหลานสาว
"เก่งมากเลยจ้ะหลาน งั้นตอนนี้เข้านอนได้แล้วนะ3 ทุ่มกว่าแล้ว"
คุณยายปิดสมุดการบ้านยื่นส่งคืนให้หลานสาว
"ค่ะยาย"
หนูน้อยรีบขานรับด้วยรอยยิ้มที่ยังคงดีใจคุณยายก้าวเท้าเดินออกจากห้อง ส่งยิ้มให้หนูน้อยและปิดประตู
หนูน้อยวางสมุดการบ้านเล่มนั้นรวมกับสมุดการบ้านวิชาอื่นที่อยู่บนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบอีกครั้งยกเก้าอี้เก็บเข้าที่ชิดขอบโต๊ะ ก้าวเท้าเดินไปทางขวาของโต๊ะสามก้าวตรงไปยังหน้าต่างห้องนอนหนูน้อยเงยหน้าเอื้อมมือ เตรียมดึงบานหน้าต่างซ้ายขวาทั้งสองข้างปิดเข้าหากันขณะที่เงยหน้าขึ้นนั้น หนูน้อยเห็นแสงระยิบระยับของหมู่ดาวบนท้องฟ้า หนูน้อยชอบมองดูดวงดาวเป็ที่สุดทุกคืนก่อนปิดหน้าต่างเข้านอน จะต้องเงยหน้าทอดสายตามองดูเหล่าดวงดาวสักสองสามนาทีทว่าจากเมื่อครู่ที่หน้าตายังยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่นั้นแต่ตอนนี้ใบหน้าของหนูน้อยกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็หม่นหมองลง
ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ยามค่ำคืนกับแสงดาวดวงหนึ่งดวงนั้น ช่างสุกสกาวโดดเด่นเจิดจ้ากว่าดวงใดดาวดวงหนึ่งที่สามารถสะกดสายตาของหนูน้อยดาวดวงนั้นที่หนูน้อยคอยเฝ้ามองดูมองหาอยู่ทุกคืน
'พ่อจ๋า แม่จ๋าหนูคิดถึงพ่อกับแม่จัง พ่อแม่อยู่บนนั้น คิดถึงหนูบ้างไหมคะ'
ั์ตาของหนูน้อยเปลี่ยนไปด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อยเธอรำพันกับตัวเองภายในใจ ก่อนเอื้อมมืออีกครั้งปิดหน้าต่างไม้เก่าสีเทาซีดและใส่กลอนให้เรียบร้อย หันหลังก้าวเท้าเดินผ่านเตียงนอนที่ตั้งชิดผนังห้องทางด้านขวาของหน้าต่างหรือคือด้านซ้ายของหนูน้อยเมื่อหันหลังให้หน้าต่าง ก้าวเดินเจ็ดแปดก้าวไปถึงประตูห้องนอนที่อยู่ใกล้ปลายเตียงติดกับผนังด้านเดียวกันกับเตียงนอนหนูน้อยกดปิดไฟห้องนอน แล้วก้าวเท้าต่อเดินมาที่เตียงนอน เตียงนอนไม้เก่าสีเทาซีด ฟูกที่นอนแบบบางหมอนหนุนและหมอนข้างใบเล็ก ห่อหุ้มด้วยชุดผ้าปูที่นอนเก่าสีครีมลายลูกหมีสีน้ำตาล หนูน้อยขึ้นเตียงเอนตัวลงนอนพร้อมกับดึงผ้าห่มเก่าสีน้ำตาลผืนบางบนเตียงขึ้นมาห่มกายหนูน้อยพลิกตัวนอนตะแคงไปทางขวา เธอมองหาอะไรบางอย่างในความมืด
แสงดาวบนท้องฟ้ายังคงสามารถส่องแสงสว่างลอดผ่านร่องไม้ที่แตกของหน้าต่างเก่าเข้ามากระทบขอบเตียงข้างหมอนหนุนใบเล็กของเธอได้ เด็กน้อยยื่นมือขวาแบฝ่ามือออกไปรับแสงดาวที่ส่องเข้ามาเป็เส้นแสงสีขาวนวลแสงดาวส่องกระทบฝ่ามือของเธอ เธอขยับฝ่ามือเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเล่นกับแสงดาว
'ต้องเป็แสงของดาวดวงนั้นแน่ๆขอบคุณมากนะคะที่คอยเป็เพื่อนหนู'
เด็กน้อยรำพันในใจขอบคุณแสงดาวในใจของเธอคิดและปรารถนาจริงๆ ว่า นี่ต้องเป็แสงจากดาวดวงนั้นแน่นอนกระทั่งหนูน้อยเริ่มหลับตาลง หยดน้ำตาเล็กๆ ไหลออกมา ก่อนผล็อยหลับไปมีเพียงแสงดาวดวงนั้นที่ยังเคียงข้างเหมือนดั่งคุ้มครองเธอทุกค่ำคืน
... ... ...
"บ๊อกๆ! บ๊อกๆ! บ๊อกๆ!"
ลูกหมาหน้ากลมอายุราวหนึ่งเดือน ตาสีน้ำตาลอ่อนกลมแป๋วขนยาวสีขาวปุกปุย กระดิกหางแกว่งไปมา ะโขึ้นะโลง ยืนส่งเสียงเห่าเรียกอยู่บนเตียง พยายามใช้ปากคาบดึงผ้าห่มเพื่อปลุกเด็กหญิงให้ตื่น
"อะไรหรือกุ๊งกิ๊ง เรียกทำไมคนจะนอน"
หนูน้อยพูดเสียงงัวเงียเพราะยังง่วงนอน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น หันหน้าซ้ายทีขวาทีมองหาต้นกำเนิดเสียงเห่าในความมืด
"บ๊อกๆ! บ๊อกๆ! บ๊อกๆ!"
เ้ากุ๊งกิ๊งลูกหมาตัวจ้อยยังไม่ยอมหยุดเห่า ยิ่งออกแรงมากขึ้นเพื่อดึงผ้าห่มของเด็กน้อยและครั้งนี้สามารถดึงผ้าห่มหลุดออกจนได้ แล้วะโข้ามจากด้านซ้ายของเตียงะโไปยังด้านขวาของหัวเตียง ข้างหมอนหนุนและใกล้หน้าต่างหมาน้อยยืนกระดิกหางไปมา ยื่นหน้าจ้องมองไปทางหน้าต่าง เหมือนกำลังสื่อความหมายหรือชี้ทางให้หนูน้อยดูอะไรบางอย่าง
"ตื่นแล้วๆ มีอะไรหรือ มองอะไรอยู่หรือกุ๊งกิ๊ง?"
หลังจากที่เ้ากุ๊งกิ๊งได้ดึงผ้าห่มของหนูน้อยจนหลุดออกและเธอรู้สึกเหมือนว่าเ้ากุ๊งกิ๊งจะะโมายืนอยู่บนหัวเตียงแล้วหนูน้อยจึงประคองตัวลุกขึ้นนั่งเอนตัวหันหน้าไปทางทิศที่เ้าหมาน้อยยืนกระดิกหางอยู่ นั่นคือหน้าต่างหนูน้อยคิดว่าเ้าหมาน้อย้าปลุกให้เธอตื่นเพราะเช้าแล้ว
"เช้าแล้วหรือกุ๊งกิ๊ง อยากไปวิ่งเล่นข้างนอกหรือ? อ๊ะ เกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว! งั้นเดี๋ยวเราออกไปวิ่งเล่นกันนะ"
หนูน้อยหันหน้าดูนาฬิกาปลุกที่ทำจากพลาสติกมีรอยถลอกสีน้ำตาลเก่าซึ่งตั้งอยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือเมื่อเห็นว่าเป็เวลาใกล้ 7โมงเช้าแล้วเธอจึงนึกขึ้นได้ว่าใน่เวลานี้เธอมักจะออกไปวิ่งเล่นด้านนอกใกล้บริเวณบ้านกับเ้ากุ๊งกิ๊งบ่อยๆอาจจะเป็่เวลาเช้าบ้าง เย็นบ้าง แล้วแต่ความสะดวก แต่ถึงแม้จะเป็บริเวณใกล้ๆหนูน้อยจะต้องบอกให้คุณตาและคุณยายของเธอทราบก่อนทุกครั้งเสมอ
"รอสักครู่นะ ขอเปิดหน้าต่างก่อน"
หนูน้อยลุกขึ้นยืนหยิบผ้าห่มขึ้นมาพับให้เป็ผืนเล็กและวางไว้ที่ปลายเตียงจัดหมอนหนุนและหมอนข้างวางอย่างเรียบร้อย เดินไปทางหน้าต่างห้องนอนดึงกลอนหน้าต่างบานซ้ายขวาเลื่อนขึ้นทั้งสองด้าน ยื่นมือและค่อยๆ ออกแรงผลักเพื่อให้หน้าต่างเปิดออก สายตาเธอค่อยๆมองออกไปด้านนอกตามลักษณะการเปิดหน้าต่าง
เสียงคลื่นทะเลเบาๆซัดสาดกระทบฝั่ง อากาศยามเช้าแสนสดชื่นลอยมาแตะจมูกแน่นอน บริเวณด้านหลังบ้านของหนูน้อยเป็ชายหาดที่ทอดตัวยาวชายหาดขาวสะอาดที่ห่างจากหลังบ้านของหนูน้อยประมาณ 50 กว่าเมตร เม็ดทรายสีขาวละเอียด มีเปลือกหอยปะการังหรือพืชทะเลเล็กน้อยขึ้นมาเกยปะปนบนชายฝั่ง น้ำทะเลสีฟ้าครามใสและน้ำทะเลยังใสไกลออกไปจนเห็นพื้นทรายใต้ทะเล ยาวเกือบถึง 2 กิโลเมตรในทะเลสามารถมองเห็นตัวปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายได้อย่างชัดเจน กับคลื่นทะเลเบาๆหากมองไกลออกไปจากชายฝั่งเกือบ 3กิโลเมตรจะเห็นขอบูเาเว้าเข้าหากันทั้ง2 ด้าน คล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยวมีพื้นที่ด้านหน้าที่เปิดรับน้ำทะเลเข้าสามารถวัดพื้นที่รับน้ำทะเลเข้าเป็ระยะห่างจากขอบซ้ายและขวาของูเาได้ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่หากมองจากหน้าชายหาดแล้วเหมือนเกาะเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีผู้ใดรู้จักแห่งนี้ มีแขนโอบอุ้มน้ำทะเลไว้ตรงกลางช่างเป็ภาพที่สวยงามยิ่งนักนี่คือสถานที่ที่คุ้นเคยของหนูน้อยและคนอีกไม่กี่ครอบครัวที่อาศัยในหมู่บ้านเล็กๆบนเกาะแสนไกลแห่งนี้
มือหนูน้อยยังคงจับขอบหน้าต่างด้านล่างทอดสายตามองบรรยากาศภายนอกบ้าน หรือคือชายหาดแสนสวยแห่งนี้ เธอยื่นหน้า ปิดตาสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นตามสายลมพัด
"อากาศตอนเช้าสดชื่นจัง!ว่าไหมกุ๊งกิ๊ง?"
"บ๊อกๆ! บ๊อกๆ! บ๊อกๆ!"
เธอเอ่ยถามเ้ากุ๊งกิ๊งขณะที่มือทั้งสองข้างยังวางทับซ้อนกันบนขอบหน้าต่างเกยคางบนหลังมือขวาซึ่งอยู่ข้างบน ใบหน้ายังมองดูบรรยากาศบริเวณรอบนอกส่วนเ้ากุ๊งกิ๊งหมาน้อยยังคงเห่าต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งดูแปลกกว่าทุกวันแต่หนูน้อยคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดผิดปกติ คงเป็เสียงขานรับของเ้ากุ๊งกิ๊งนั่นเอง
แต่...เอ๊ะ!
นั้นอะไร!
เด็กน้อยเห็นแสงอะไรบางอย่างเปล่งประกายสีม่วงสว่าง เรืองรอง แวววาว และเจิดจ้า อยู่ณ จุดหนึ่งบนพื้นของหาดทรายขาว ไกลออกไปประมาณเกือบ 100 เมตรจากทางด้านซ้ายของริมรั้วหลังบ้านที่เด็กน้อยเคยวิ่งเล่น
"นั่น! ตรงนั้น! กุ๊งกิ๊งเห็นไหม? นั่นแสงอะไร?"
เด็กน้อยเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกใแปลกใจ และสงสัย เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นปกติเหมือนเช่นทุกวันช่างเป็แสงที่สวยมาก ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในใจคิดว่าอาจจะเป็เปลือกหอยรูปร่างแปลกๆ เหมือนที่เมื่อก่อนเธอเคยพบเจอหรือถ้าพิเศษกว่านั้น นั่นอาจจะเป็...
"หรือว่าจะเป็ไข่มุก?"
หนูน้อยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นขณะที่เ้ากุ๊งกิ๊งยังคงส่งเสียงเห่าดังต่อไป
"แปลกจัง แสงอะไรไม่เคยเจอแสงแบบนี้บนชายหาดหลังบ้านเลย ใช่ไหมกุ๊งกิ๊ง?"
เ้ากุ๊งกิ๊งกระดิกหางะโไป ะโมา ยื่นหน้าไปทางทิศที่แสงนั้นส่องสว่างเจิดจ้า
"กุ๊งกิ๊งอยากให้ไปดูแสงนั่นใช่ไหม? "
หนูน้อยเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่เ้ากุ๊งกิ๊งพยายามสื่อความหมายนั้นหมายถึงสิ่งใด
"บ๊อกๆ!"
เ้าหมาน้อยขานรับส่งเสียงเห่าดังกว่าทุกครั้ง
"งั้นเราออกไปดูแสงนั่นกันเถอะ!"
เ้ากุ๊งกิ๊งดีใจมากในที่สุดเขาก็สามารถสื่อสารให้หนูน้อยเข้าใจได้แล้ว ไม่เสียแรงที่ทั้งะโและเห่าอยู่นานจนเจ็บคอแต่ด้วยความดีใจจึงะโต่อไป เพื่อขานรับความฉลาดของเด็กน้อย
แสงสีม่วงเรืองรองนี่คือสิ่งที่ไม่เคยพบเจอในพื้นที่ที่คุ้นเคยใกล้บ้านของเธอมาก่อนซึ่งถือเป็เื่แปลกมาก ในใจหนูน้อยเกิดความรู้สึกขึ้นมากมาย ทั้งกลัว ทั้งสงสัยทั้งแปลกใจ ทั้งสนใจ ทั้งตื่นเต้นเป็ยิ่งนัก แต่คิดว่านี่ก็เช้าแล้ว ฟ้าสว่างแล้วและอยู่ใกล้บ้านเธอนิดเดียว หาดทรายแห่งนี้เธอวิ่งเล่นอยู่ทุกวันจากชายหาดหันหลังมาสามารถเห็นหลังบ้านของเธอได้แล้ว เห็นหน้าต่างห้องครัวและหน้าต่างห้องนอนของหนูน้อยได้อย่างชัดเจนอีกด้วยเมื่อคิดได้ดังนั้น
"โอเค งั้น เราไปดูกัน!"
หนูน้อยรีบเปิดประตูห้องนอนเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเ้ากุ๊งกิ๊งหมาน้อย